ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ฟลูออไรด์เสริมสำหรับเด็ก

ห้องนี้สำหรับสมาชิกพูดคุย ปรึกษาปัญหาเรื่องสุขภาพค่ะ

โพสต์โดย ainsworth » อาทิตย์ พ.ค. 24, 2009 8:19 pm

<span style='color:blue'>เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาไปทำฟันกันทั้งบ้าน เพราะได้จดหมายเตือนจากคุณหมอว่าครบหกเดือนให้ไปตรวจฟันได้แล้ว
ทีนี้พอไป ก็ถามคุณหมอฟันจะทำอย่างไรดีกับเจสสิก้า เพราะแกไม่ยอมให้ใครแปรงฟันให้ แกจะแปรงเองตลอด
ทีนี้พอแปรงเองไอ้เราก็กลัวจะไม่สะอาด กลัวลูกฟันผุ เลยปรึกษาคุณหมอไป
คุณหมอก็บอกว่ามันยาก เด็กๆก็แบบนี้แหละ มีทางเดียวคือให้ระมัดระวังการรับประทานเท่านั้น

และอยู่ๆ คุณหมอก็เสริมขึ้นมาว่า ถ้าเจสสิก้าอายุมากกว่านี้หน่อย สองสามขวบขึ้นไป อาจจะใช้ Fluoride Drops ได้
เลยสนใจก็เลยถามคุณหมอเรื่องนี้ซะยาว เพราะครบหกเดือนคราวหน้าเจสสิก้าก็ 2 ขวบกว่าแล้ว ก็คงต้องคิดว่าควรจะให้แกดีหรือเปล่า
ลองหา research ต่างๆ มันก็มีทั้งผลดีและผลเสีย
คุณหมอฟันเองไม่ได้ให้ลูกเขาใช้ เพราะแกว่าถ้ามากไปจะเป็นผลเสีย โดยเฉพาะเด็กเล็กไม่ควรใช้อย่างยิ่ง
ปกติในอาหาร นม และน้ำ(ที่อังกฤษ) จะมีฟลูออไรด์ผสมอยู่แล้ว และยิ่งแปรงฟันทุกวันอีก ก็เพียงพอต่อความต้องการไม่จำเป็นต้องเสริม
ถ้าให้ฟลูออไรด์ดรอป ต้องให้แน่ใจว่าเด็กจะไม่กลืนยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เข้าไปอีก

ทีนี้เลยลองหาข้อมูลใหญ่เลย ซึ่งหลังจากอ่านๆ แล้วก็ยังคิดไม่ตก ยิ่งรู้ผลร้ายทีอาจเกิดขึ้นในระยะยาวต่างๆ ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่

แต่ที่แน่ๆ ยังคงต้องระวังเรื่องอาหารของลูกต่อไป บางทีสงสารลูกเหมือนกันที่ไม่ได้ลิ้มรสขนมหวานเหมือนเด็กอื่นๆ นานน๊านถึงจะได้หม่ำที

คิดอีกที คุณหมอไม่น่าพูดขึ้นมาเล๊ย ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติซะก็ดีฮ่าๆๆๆ

เพื่อนๆท่านใดสนใจลองอ่านสองลิงค์นี้ แล้วลองชั่งน้ำหนักดูกันนะคะ ว่ามันดีไม่ดีอย่างไร

<a href='http://findarticles.com/p/articles/mi_qn4161/is_19990328/ai_n14485404/' target='_blank'>http://findarticles.com/p/articles/mi_qn41...8/ai_n14485404/</a>

<a href='http://www.dentalhealth.org.uk/faqs/leafletdetail.php?LeafletID=17' target='_blank'>http://www.dentalhealth.org.uk/faqs/leafle...hp?LeafletID=17</a>

ส่วนลิงค์นี้ อาจมีประโยชน์เช่นกันค่ะ

<a href='http://www.bfsweb.org/facts/dental_benefits/facts_.htm' target='_blank'>http://www.bfsweb.org/facts/dental_benefits/facts_.htm</a>


</span>
<br><br><img src='http://i57.photobucket.com/albums/g239/sthelens/Icons/mixfruits.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br><br>
ภาพประจำตัวสมาชิก
ainsworth
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1243
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ มี.ค. 25, 2006 11:54 pm

โพสต์โดย Amelia » จันทร์ พ.ค. 25, 2009 12:41 pm

พี่แจ๋อยู่แถวๆรังสิตค่ะ
เมื่อสัปดาห์ก่อน เพิ่งพานีราไปให้หมอดูฟันมา
แบบว่า พอเริ่มฟันขึ้นปุ๊บ พี่ก็พาไปสมัยภูภูก็เหมือนกัน
คือ ให้ลูกได้ชินกับหมอฟันค่ะ
หมอให้เริ่มหยอดฟลูออไรด์ มีเหตุผลว่า
น้ำในแถบรังสิต ปริมณฑล หรือกรุงเทพฯ
หมอบอกว่า ฟลูออไรด์ไม่พอค่ะ ให้หยอดดีกว่า
สมัยภูภุก็หยอดจนป่านนี้ หมอก็ให้กินอีก ๙ ขวบแล้ว
นีรา ๖ เดือนค่ะ ภูภูเลิกไปเมื่อตอนไปอยู่อเมริกา ๒ ปี


ส่วนในต่างจังหวัด หมอบอกว่า ไม่ต้องค่ะ ในน้ำมีเยอะแล้ว
ภาพประจำตัวสมาชิก
Amelia
แม่ไข่นกกระทา พ่อไข่จะละเม็ด
 
โพสต์: 2791
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ม.ค. 19, 2006 5:45 pm
ที่อยู่: ใกล้ๆรังสิต

โพสต์โดย ainsworth » จันทร์ พ.ค. 25, 2009 1:17 pm

พี่แจ๋คะ คุณหมออธิบายให้ฟังหรือเปล่าคะ ว่ามันมีผลอย่างไรบ้าง
น้องนีราเพิ่งจะ 6 เดือนเอง รู้สึกว่าน้องยังเล็กมากๆ

เรื่องที่มันมีอยู่ในน้ำนั้น ที่เมืองไทยเวลาเราซื้อน้ำมาดื่มเราอาจดูที่ฉลากได้ว่ามันมีมากน้อยเท่าไหร่

ที่อังกฤษน้ำก๊อกที่ดื่มได้ แต่ละที่ก็มีฟลูออไรด์มากน้อยต่างกันไปในแต่ละสถานที่
เพียงแต่ถึงแม้ไม่มีฟลูออไรด์ในน้ำ เราก็สามารถหาได้จากอาหารทั่วไป (อ้างอิงจากรีเสริท์นะคะ)

แต่อันนี้ก็แล้วแต่ความคิดของแต่ละครอบครัวเช่นกันค่ะ
เพียงแต่น่าจะระวัง อย่าให้มากเกินไปเท่านั้น เพราะมันอันตราย
ผลมันยังไม่มาให้เห็นในระยะสั้น แต่มันจะค่อยๆสะสมไปเรื่อยๆ
บางรายจะเห็นได้จาก สีของฟันจะเหลืองๆ และเป็นวงๆ แล้วก็จะร่อน
และผุกร่อนไปในที่สุด แทนที่จะรักษาฟัน กลับกลายเป็นทำร้ายฟันไป
แต่ส่วนใหญ่จะไม่สามารถเห็นได้เอง ต้องเป็นคุณหมอที่มีประสบการณ์ถึงจะดูออกค่ะ

คิดนะคะ บางทีคนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างเรา ก็คิดมากไป แต่ทำไงได้ รักลูกนี่เนอะ อิอิ
<br><br><img src='http://i57.photobucket.com/albums/g239/sthelens/Icons/mixfruits.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br><br>
ภาพประจำตัวสมาชิก
ainsworth
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1243
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ มี.ค. 25, 2006 11:54 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » จันทร์ พ.ค. 25, 2009 1:33 pm

ainsworth เขียน:

แต่ที่แน่ๆ ยังคงต้องระวังเรื่องอาหารของลูกต่อไป บางทีสงสารลูกเหมือนกันที่ไม่ได้ลิ้มรสขนมหวานเหมือนเด็กอื่นๆ นานน๊านถึงจะได้หม่ำที


ตอนลูกชายยังเล็ก ก็ให้เขาทานพวกลูกกวาด ขนมหวาน
แต่ว่าหลังทานแล้ว ต้องบ้วนปาก หรือดื่มน้ำตามทุกครั้ง
เพื่อล้างน้ำตาลในปาก (อันนี้คิดเองนะคะ ไม่มีใครมาบอก)
หรือไม่ก็ให้เขาไปแปรงฟันทุกครั้ง เขาไม่เคยฟันผุค่ะ
ตอนหลังเขาขี้เกียจแปรงฟัน เขาก็ไม่ติดขนมหวานเอง
และสั่งเขาไว้ว่า ไม่ให้รับขนมหวานจากคนอื่น
นอกจากแม่เท่านั้น...

ที่ว่าจะงดขนมให้ลูกนั้น
คิดว่า เข้มงวดกับเขาไปหรือเปล่าคะ
ขนมหวานอาจจะไม่มีประโยชน์ แต่มันก็อร่อยสำหรับเด็ก
เพียงแต่ว่าต้องไม่มากไป และทานแล้ว ควรให้เขารู้จักบ้วนปาก

ลูกชายก็ได้ฟลูออไรด์เสริม เป็นเม็ดเล็กๆ
พอโตขึ้นมา ทุกครั้งที่ไปหาหมอฟัน (ปีละสองครั้ง)
เขาจะทำยางครอบฟันก่อน แล้วเทฟลูโอไรด์แบบเหลวลงไปตรงร่องฟันยาง
ให้ลูกชายงับ ตั้งเวลา...พอหมดเวลาก็เอาออก
แต่เด็กทำท่าขย้อนทุกคนค่ะ
แต่ว่ามันจำเป็น คนเป็นแม่อย่างหญิงป้า ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เวลาลูกชายจะขย้อน
เพราะฟลูโอไรด์ พอเขาอายุครบสิบแปด ก็ไม่ต้องไปรับฟลูโอไรด์อีกต่อไป

ตอนนี้ลูกชายจะยี่สิบแล้ว
มีฟันแข็งแรง เรียงเป็นระเบียบสวย ไม่เคยมีฟันผุด้วยค่ะ

บางอย่าง เราก็ต้องดูแลลูกเอง
เช่นถ้าเขาไม่ชอบแปรงฟัน
ก็ต้องหาวิธีทำให้เขาแปรงให้ได้...รบกัน ก็ต้องยอม
หรือไม่ก็ ทานอาหารเสร็จ ก็แกล้งบอกว่า บ้วนปากก่อนนะลูก
จะได้ไม่ต้องไปแปรงฟันนานๆ...
(แล้วก็หาทางหลอกล่อกันต่อไป...)
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย ainsworth » จันทร์ พ.ค. 25, 2009 1:46 pm

คุณหญิงป้าคะ ตอนนี้เจสสิก้า เข้ายี่สิบเดือนแล้ว
จะให้แกทานพวกเค้ก หรือ ไอศกรีม บางครั้งเท่านั้นน่ะค่ะ
อย่างเวลามีปาร์ตี้ หรือเข้าร่วมกลุ่มกับเด็กอื่นๆ
ตัวเองไม่มีเวลาอยู่กับลูกตลอดเพราะต้องทำงาน
อยากให้แกติดเป็นนิสัยไม่ชอบทานขนมหวาน เพราะเราไม่มีเวลามาตามแกตลอด
เวลาแกอยู่กับพี่เลี้ยง เราก็ไม่ค่อยจะไว้ใจค่ะ
แต่ถ้าแกไปโรงเรียนเมื่อไหร่ มีตังค์ซื้อขนมแกอาจซื้อมากินบ้าง
แต่อย่างน้อยก็อยากสร้างนิสัยให้แก ถ้าไม่บอกตอนนี้ โตไปก็คงจะไม่ฟังกัน อิอิ

ชึ่งตอนนี้ก็น่าจะเริ่มได้ผลเพราะ วันก่อนลองเอามาร์ชเมลโล่ให้แกเคี้ยว
แกบ้วนออกมาโล่ดดด ขำมาก แต่ไงก็ต้องรอดูต่อไปล่ะค่ะ

ส่วนเรื่องฟลูออไรด์ ไม่รู้หมอที่อังกฤษนี่แตกต่างจากที่อื่นหรือเปล่า
ไม่เห็นเขาอะไรกันเท่าไหร่ ถามกี่คนๆ ก็ไม่มีใครเคยใช้เจ้าฟลูออไรด์นี่เลย

เอ ชักสงสัย หรือเป็นเพราะที่อังกฤษเด็กไม่เสียตังค์ หมอเลยไม่แนะนำ ฮ่าๆๆๆๆๆ
<br><br><img src='http://i57.photobucket.com/albums/g239/sthelens/Icons/mixfruits.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br><br>
ภาพประจำตัวสมาชิก
ainsworth
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1243
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ มี.ค. 25, 2006 11:54 pm

โพสต์โดย ainsworth » จันทร์ พ.ค. 25, 2009 2:00 pm

อันนี้จากเวบ British Dental Health ค่ะ

<span style='color:red'>Should people have extra fluoride? </span>

Children living in poorer areas where the water supplies are not fluoridated can have 5 times more decay than children living in better-off or fluoridated areas. Research suggests that adding fluoride to the water is the best way of reducing these 'dental inequalities'. Your dentist or dental hygienist can apply fluoride to your teeth. These come as gels and are more concentrated than self-applied fluorides, and therefore are not needed as often. Some adults can benefit from these application. Fluoride gels can help to reduce root decay - especially in people with dry mouth. Some people are more prone to tooth decay and the dentist may also advise using fluoride supplements as well as fluoride toothpaste for extra protection. It is very important that fluoride supplements are only taken on the advice of a dentist, and that they are used in the way they say. Supplements are suitable for children from about 3 onwards and can help reduce decay.


<span style='color:red'>What are the side effects?</span>
?Dental fluorosis? is caused by having too much fluoride when the teeth are developing. This can ahppen when fluoride supplements are taken by children under 7 who live in areas where the water supply is fluoridated. It can also happen when children swallow toothpaste.



<span style='color:red'>What is fluorosis? </span>
In its mildest form, dental fluorosis appears as very fine pearly white lines or flecking on the surface of the teeth. This mild fluorosis can often only be spotted by a dental expert. Severe fluorosis may lead to the enamel being pitted and discoloured. Fortunately, severe fluorosis is rare in the UK.
<br><br><img src='http://i57.photobucket.com/albums/g239/sthelens/Icons/mixfruits.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br><br>
ภาพประจำตัวสมาชิก
ainsworth
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1243
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ มี.ค. 25, 2006 11:54 pm

โพสต์โดย ainsworth » จันทร์ พ.ค. 25, 2009 2:03 pm

อันนี้จากบทความหนังสือพีมพ์ ซันเดย์มิลเลอร์ อังกฤษ

The purpose of fluoridation is to prevent or reduce tooth decay, particularly in children. The Government's Our Healthier Nation green paper last year said it was an "important and effective" method. And only last month it was announced that fluoride would be introduced into school milk and salt in Scotland to improve children's teeth.\

But the new research from the University of San Diego in California could prompt a change of mind at Whitehall.

For as well as evidence about the harmful effects of fluoride, further research also points out that the children with the healthiest teeth live in areas where fluoride is NOT added to water.

The research, revealed this month in the consumer health report What Doctors Don't Tell You, was unveiled at the International Society for Fluoride conference in Washington DC.

Experts claim fluoride switches off a vital enzyme - the absence of which has been linked to cancer, severe disease and cot death. They also believe it could be responsible for hyperactivity in children - and a higher incidence of violent crime. That could occur, they say, because it assists the absorption of lead into the blood.
<br><br><img src='http://i57.photobucket.com/albums/g239/sthelens/Icons/mixfruits.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br><br>
ภาพประจำตัวสมาชิก
ainsworth
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1243
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ มี.ค. 25, 2006 11:54 pm

โพสต์โดย pimpam » จันทร์ พ.ค. 25, 2009 3:06 pm

ตอนนี้ลูกชาย 4เดือนกว่าๆค่ะ ที่ฝรั่งเศส คุณหมอที่ไปประจำให้ทานฟลูออไรด์ผสมวิตมินดี วันละ4หยดเล็กๆ อันนี้เริ่มให้ทานไปเมื่อลูกชายได้3เดือนกว่าๆ ปรกติตั้งแต่แรกเกิดหมอเด็กที่โรงบาลให้ทานวิตมินดีเฉยๆ พอมาหาหมอใกล้บ้านก้อสั่งวิตมินดี+ฟลูออไรด์ เราเองก้องงเหมือนกันเพราะเด็กยังไม่มีฟันเลย อ่านในหนังสือเลี้ยงเด็กที่ได้มาจากโรงพยาบาลเขียนโดยแพทย์เด็ก เค้าก้อบอกว่าถึงไม่มีฟันควรให้ฟลูออไรด์ด้วย แต่ตอนไปหาหมอเด็กอีกคนบอกว่ายังไม่ต้องให้ก้อได้เพราะเด็กยังฟันไม่ขึ้น อันนี้ก้อไม่รู้จะเชื่อใครดี แต่หมอให้ทานได้เราก้อให้ลูกทานเพราะเชื่อหมอค่ะ แต่พออ่านข้อความที่คุณainsworth ลงไว้ก้อชักลังเลแล้วสิ เดือนหน้าครบนัดหมอคงต้องได้ถามกันอีกที ขอบคุณสำหรับความรู้ที่เอามาเล่าสู่กันฟังนะคะ
<a href="http://lilypie.com/"><img src="http://lb1f.lilypie.com/V5Aap2.png" width="400" height="80" border="0" alt="Lilypie" /></a><br><img src='http://photos4.hi5.com/0093/401/671/TyDspH401671-02.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br>
ภาพประจำตัวสมาชิก
pimpam
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 71
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ม.ค. 21, 2006 10:19 am

โพสต์โดย แตง » จันทร์ พ.ค. 25, 2009 6:10 pm

ลูกพี่ก็ทานฟลูออไรด์ผสมไวตามินมาตั้งแต่เด็กจนตอนนี้ ๗ ขวบก็ยังทานอยู่ แต่ก่อนที่หมอจะสั่งฟลูออกไรค์ให้เค้าจะถามว่าเราดื่มน้ำอะไร เพื่อดูว่าน้ำที่เราใช้ดื่มนั้นมีฟลูออไรด์อยู่แล้วหรือยัง
เคยอ่านเจอเหมือนกันว่าคนที่ได้รับฟลูออไรด์มากเกินไปฟันจะสีเหลืองแต่ตกกระ อันนี้เคยเห็นเพื่อนคนหนึ่งฟันเป็นจุดดำๆ แบบตกกระซึ่งไม่ใช่ฟันผุ
เดี๋ยวพาลูกไปหาหมอแล้วจะถามอีกทีเรื่องผลเสียของฟลูออไรด์ ในระยะยาว
บุญเหมือนน้ำใสสะอาด ส่วนบาปเหมือนตะกอนในน้ำแห่งบุญ
คนเราควรทานอาหารที่มีประโยชน์ แค่พอดีพออิ่ม อย่าทานเพราะความอยาก ทานเกินอิ่มซึ่งเป็นโทษต่อร่างกาย เป็นการเพิ่มกิเลสตัณหา ทุกอย่างเข้าปากไปแล้วเวลาออกมาก็เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจทั้งนั้น
แวะทักทายที่ http://rueanthai2.lefora.com/
ภาพประจำตัวสมาชิก
แตง
แม่ไข่คาร์เวียร์
 
โพสต์: 7789
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ม.ค. 18, 2006 10:43 pm

โพสต์โดย ainsworth » จันทร์ พ.ค. 25, 2009 7:34 pm

คุณ pimpam ดีๆค่ะ ช่วยกันถามคุณหมอหน่อย ตอนนี้ก็ระมัดระวังว่าน้องหนูจะไม่ได้รับฟลูออไรด์มากเกินไปก่อน เช่นใช้ยาสีฟันนิดเดียวก็พอน่ะค่ะ แล้วคุณหมอว่ายังไงแล้วค่อยมาคิดกันใหม่

พี่แตงคะ หลังจากที่อ่านหลายๆ อ้างอิงแล้ว ถ้าเราไม่ใช้เกินไป (over dose) ก็อาจจะไม่เป็นไร อีกอย่างคิดว่าขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละคนด้วยว่าจำเป็นต้องใช้หรือไม่ แต่การใช้กับเด็กเล็กๆก็ยังน่ากลัวอยู่ดี เมื่อกี้เพิ่งอ่านบทความจากโรงพยาบาลศิริราชมา เดี๋ยวเอามาลงให้ดูค่ะ
<br><br><img src='http://i57.photobucket.com/albums/g239/sthelens/Icons/mixfruits.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br><br>
ภาพประจำตัวสมาชิก
ainsworth
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1243
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ มี.ค. 25, 2006 11:54 pm

โพสต์โดย ainsworth » จันทร์ พ.ค. 25, 2009 7:38 pm

บทความจาก E-Public Library (Faculty of Medicine Siriraj Hospital)

<span style='color:green'>ฟลูออไรด์
ทพญ.นราวัลภ์ เชี่ยววิทย์
งานทันตกรรม

ฟลูออไรด์จัดเป็นองค์ประกอบ 1 ใน 5 ที่สำคัญของงานทันตกรรมป้องกัน ซึ่งได้แก่ การทำความสะอาดฟันและช่องปากโดยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี การเคลือบหลุมร่องฟัน การปรับพฤติกรรมการบริโภค การใช้ฟลูออไรด์ การตรวจสอบสุขภาพฟันอย่างสม่ำเสมอทุก 6 เดือน

ฟลูออไรด์คืออะไร

ฟลูออไรด์เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่ใช้ป้องกันโรคฟันผุ สามารถใช้ได้ 2 วิธี คือ
1. ฟลูออไรด์ที่ใช้ในระบบทั่วร่างกาย คือ การเติมฟลูออไรด์ลงในน้ำหรืออาหารเพื่อให้เด็กรับประทานเพื่อมุ่งหวังผลให้ฟลูออไรด์เข้าไปอยู่ในฟันในขณะที่ฟันกำลังมีการเจริญเติบโต ซึ่งสามารถทำได้โดยการเติมฟลูออไรด์ลงในน้ำดื่ม ในนม เสริมในรูปของยาฟลูออไรด์ ในอาหาร เช่น ใบชา อาหารทะเล (ปลาแห้ง กุ้งแห้ง) เนื้อสัตว์ ผัก ในน้ำบาดาล ในอากาศ ในบริเวณที่มีโรงงานถลุงเหล็ก อลูมิเนียม ตะกั่ว ทองแดงจะมีฟลูออไรด์ในอากาศสูง
2. ฟลูออไรด์เฉพาะที่ คือ การใช้ฟลูออไรด์สัมผัสกับฟันโดยตรง ซึ่งสามารถทำได้โดยการแปรงฟันด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์ การใช้ยาบ้วนปากฟลูออไรด์ การเคลือบฟลูออไรด์โดยทันตแพทย์ การขัดฟันด้วยสารฟลูออไรด์ การที่ยาฟลูออไรด์สัมผัสกับฟันก่อน

วัยใดบ้างจำเป็นต้องใช้ฟลูออไรด์
การใช้ฟลูออไรด์เสริมในรูปของยาฟลูออไรด์ จะเริ่มใช้ต้องแต่เด็กอายุ 6 เดือน – 16 ปี เนื่องจากยังมีการสร้างของหน่อฟันน้ำนมและหน่อฟันแท้ ซึ่งขนาดของฟลูออไรด์เสริมที่ใช้ขึ้นกับปริมาณของฟลูออไรด์ในน้ำดื่ม และอายุของเด็ก ส่วนฟลูออไรด์ที่ใช้ในระบบเฉพาะที่ ได้แก่

- ยาสีฟันฟลูออไรด์ ใช้ได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ สำหรับในเด็กอายุน้อยกว่า 6 ปี ควรใช้ยาสีฟันในขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว เนื่องจากเด็กยังไม่สามารถควบคุมการกลืนได้ดี ถ้าใช้ในปริมาณยาสีฟันมากเกินไป เด็กอาจจะกลืนยาสีฟันลงไปทำให้เกิดอันตรายได้ ส่วนในผู้ใหญ่ก็บีบยาสีฟันยาวประมาณ 1 นิ้ว
- ยาบ้วนปากฟลูออไรด์ นิยมใช้ในเด็กตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ในผู้ใหญ่ที่มีฟันผุลุกลาม รวมถึงคนที่มีโอกาสเสี่ยงจะเกิดฟันผุได้ง่าย เช่น คนที่ได้รับการฉายแสงรักษาโรคบริเวณใบหน้า ลำคอเพราะน้ำลายจะน้อย ฟันผุบริเวณรากฟัน ใส่เครื่องมือจัดฟัน
- การเคลือบฟลูออไรด์โดยทันตแพทย์ ไม่มีข้อกำหนดว่าควรเคลือบฟลูออไรด์และหยุดเคลือบฟลูออไรด์เมื่อใด แต่ไม่แนะนำให้เคลือบฟลูออไรด์ในเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี เนื่องจากมีโอกาสกลืนฟลูออไรด์สูงมาก

ในผู้ใหญ่ฟลูออไรด์มีความจำเป็นหรือไม่
จำเป็นในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุในระดับปานกลางและสูง คือ มีฟันผุ 1 – 2 ซี่ หรือมากกว่าในรอบปีที่ผ่านมา รับประทานของหวานบ่อย ๆ ใส่เครื่องมือจัดฟัน มีโรคทางระบบหรือได้รับการฉายรังสีบริเวณศีรษและคอ ตรวจสุขภาพฟันไม่สม่ำเสมอ สุขภาพฟันและช่องปากอยู่ในเกณฑ์ไม่ดี พอใช้ บุคคลเหล่านี้ควรจะได้รับฟลูออไรด์ในระบบเฉพาะที่ เช่น ยาสีฟันฟลูออไรด์ ยาบ้วนปากฟลูออไรด์ เคลือบฟลูออไรด์โดยทันตแพทย์

การใช้ฟลูออไรด์จำเป็นต้องปรึกษาทันตแพทย์ก่อนหรือไม่
จำเป็นต้องปรึกษาทันตแพทย์ก่อน เนื่องจากการได้รับฟลูออไรด์ในขนาดที่ไม่เหมาะสมจะทำให้ไม่ได้ผลเต็มที่ในการป้องกันฟันผุ แต่ถ้าได้รับในปริมาณที่มากเกินไปก็จะทำให้เกิดอันตรายได้

การเกิดพิษของฟลูออไรด์ แบ่งได้เป็น
1. การเกิดพิษชนิดเฉียบพลัน เกิดจากการได้รับฟลูออไรด์เกินขนาด มักเกิดจากการรับประทานฟลูออไรด์ที่มีอยู่ในยาสีฟัน ยาบ้วนปาก ยาฟลูออไรด์โดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งจะมีอาการรุนแรงเพียงใด ขึ้นกับปริมาณฟลูออไรด์ที่ได้รับเข้าไป ตั้งแต่คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย จนกระทั่งถึงตายได้
2. การเกิดพิษชนิดเรื้อรัง เกิดจากการได้รับฟลูออไรด์ในขนาดที่เกินกว่าขนาดที่สมควรจะได้รับเป็นระยะเวลาติดต่อกันเป็นเวลานาน อาการที่แสดงออกได้แก่ ฟันตกกระ และจะมีปวดข้อมือ ข้อเท้า ถ้าเป็นมากลุกลามไปยังกระดูกสันหลังจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ทำให้หายใจลำบากและตายในที่สุด มักพบในผู้ที่ดื่มน้ำบาดาลในภาคเหนือ

การใช้ฟลูออไรด์อย่างต่อเนื่องจะมีอันตรายหรือไม่
ผลจากการศึกษาพบว่า การได้รับฟลูออไรด์ในขนาดที่เหมาะสมต่อเนื่องกันเป็นเวลานานไม่มีอันตรายใด ๆ และไม่สัมพันธ์กับการเกิดโรคทางระบบและไม่สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งทุกชนิด รวมทั้งถ้าไม่ได้ใช้ฟลูออไรด์ก็จะไม่มีผลเสียถ้าสามารถดูแลสุขภาพช่องปากและฟันได้ดี แต่ถ้าเราไม่สามารถดูแลได้ดีการใช้ฟลูออไรด์จะช่วยป้องกันฟันผุได้ดีกว่าการไม่ใช้ฟลูออไรด์

ฟลูออไรด์สามารถป้องกันฟันผุได้จริงหรือไม่
ฟลูออไรด์สามารถป้องกันฟันผุได้ โดยฟลูออไรด์จะไปสะสมอยู่ในฟันทำให้ผลึกเคลือบฟันแข็งแรงขึ้น ทนต่อกรดที่ทำให้เกิดฟันผุได้มากขึ้น นอกจากนี้ฟลูออไรด์ยังมีผลต่อแบคทีเรีย โดยจะไปลดการสร้างกรดของ แบคทีเรีย ลดการเกาะติดของคราบจุลินทรีย์บนผิวฟัน นอกจากนี้ฟลูออไรด์ทำให้เกิดการสะสมกลับของแร่ ธาติที่ผิวฟัน เป็นผลให้ฟันผุในระยะเริ่มแรกหายเป็นปกติได้

ข้อแนะนำในการใช้ฟลูออไรด์
สำหรับในเด็กการได้รับฟลูออไรด์เสริมควรปรึกษาทันตแพทย์ โดยทันตแพทย์จะพิจารณาจากจำนวนฟลูออไรด์ที่เด็กได้รับอยู่แล้ว อายุของเด็ก การกินยาฟลูออไรด์เสริม ควรกินในช่วงท้องว่าง เพราะจะทำให้ฟลูออไรด์ดูดซึมได้มากที่สุด แต่ถ้ากินพร้อมกับนมหรืออาหารที่มีแคลเซียมสูง ร่างกายจะดูดซึมฟลูออไรด์ลดลงร้อยละ 30 – 40 แนะนำให้กินก่อนนอนหลังจากแปรงฟันแล้วและให้เคี้ยวก่อนกลืน เพื่อให้ฟลูออไรด์ได้ผลในระบบทั่วร่างกายและระบบเฉพาะที่ด้วย</span>
<br><br><img src='http://i57.photobucket.com/albums/g239/sthelens/Icons/mixfruits.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br><br>
ภาพประจำตัวสมาชิก
ainsworth
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1243
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ มี.ค. 25, 2006 11:54 pm

โพสต์โดย ainsworth » จันทร์ พ.ค. 25, 2009 7:56 pm

ยังมีเวบอีกหลายแห่งที่อธิบายเรื่องนี้

ท่านใดอยากทราบสามารถเข้าไปดูเพื่อเป็นความรู้ หรือใช้ในการตัดสินใจเพื่อลูกน้อยได้นะคะ
เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละท่าน ว่าจะพิจารณาและเชื่ออย่างไร แค่อยากเอามาให้อ่านเผื่อช่วยได้ค่ะ

ด้านล่างนี้เป็นเวบภาษาไทยค่ะ

<a href='http://www.goodhealth.co.th/new_page_105.htm' target='_blank'>http://www.goodhealth.co.th/new_page_105.htm</a>

<a href='http://www.childrenhospital.go.th/main/dent/content82.html' target='_blank'>http://www.childrenhospital.go.th/main/dent/content82.html</a>

<a href='http://www.elib-online.com/doctors47/dental_fluoride001.html' target='_blank'>http://www.elib-online.com/doctors47/dental_fluoride001.html</a>

<span style='color:red'>ที่แน่ๆ มีอย่างหนึ่งที่อยากจะขอสะกิดไว้คือ ถ้าน้องหนูท่านใดใช้ฟลูออไรด์เสริม (ในรูปที่นอกเหนือจากยาสีฟัน) แล้ว
ก็ยังควรที่จะแปรงฟันสม่ำเสมอ และแปรงให้สะอาดหลังทานขนมหวานนะคะ ไม่งั้นฟลูออไรด์ไหนๆก็ช่วยไม่ได้จ้าาาาา
(เดี๋ยวคุณแม่พาลวิ่งกันวุ่นเลย) ฮุฮุฮุ</span>
<br><br><img src='http://i57.photobucket.com/albums/g239/sthelens/Icons/mixfruits.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br><br>
ภาพประจำตัวสมาชิก
ainsworth
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1243
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ มี.ค. 25, 2006 11:54 pm

โพสต์โดย Amelia » อังคาร พ.ค. 26, 2009 12:53 pm

ของภูภูเมื่อตอนเด็กก็ทำแบบหญิงป้าเล่ามานั่นแหละค่ะ
ตอนนี้ก็ยังให้กัดยางอยู่
ครั้งแรก หลังทำเสร็จ มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน คงเป็นเพราะกืนลงไปนั่นแหละ
พอมาครั้งหลังๆ ภูภูจะบอกหมอว่า รสชาติมันแย่มากๆเลย

บ้านพี่กินน้ำกรอง แบบซื้อเป็นขวดใหญ่(ถังใสใหญ่)ค่ะ ก็กรองมาจากน้ำประปานั่นแหละ
ไม่มีฉลากบอกหรอกค่ะ แต่หมอบอกว่า น้ำประปาแถวๆนี้ มีไม่พอค่ะ รับรองไม่เกิน
แต่ต่างจังหวัดไม่แนะนำให้กินเพราะมีพอแล้ว
ภาพประจำตัวสมาชิก
Amelia
แม่ไข่นกกระทา พ่อไข่จะละเม็ด
 
โพสต์: 2791
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ม.ค. 19, 2006 5:45 pm
ที่อยู่: ใกล้ๆรังสิต


ย้อนกลับไปยัง คลีนิคชาวครัว

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน