ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

งานวันวานกับวันนี้

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย tawud » พฤหัสฯ. ก.ค. 08, 2010 8:54 pm

ดวงอาทิตย์ยังขึ้นทุกวันไม่เหมือนกันเลย วันนี้หรือวันไหนๆขอแค่หัวใจยังเป็นดวงเดิมก็พอแล้ว
ขอแค่ทำทุกวันให้มันดีที่สุดแล้วกัน เพราะเรากลับไปเปลี่ยนเมื่อวานไม่ได้แต่เรามีโอกาสที่จะทำวันนี้เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีขึ้นได้นะครับ
<span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:red'>ทุกอย่างล้วนมีสองด้าน หรือมากกว่านั้นเสมอ</span></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
tawud
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1314
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 30, 2006 7:43 pm

โพสต์โดย pamie » พฤหัสฯ. ก.ค. 08, 2010 9:09 pm

Thaiintermarket เขียน: 555 ชื่อเล่นก็เหมือนกัน ประสบการณ์การทำงานก็คล้ายๆกันอีก ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณแต้ว layla
แต้วเองก็ประสบการณ์ทำงานก็
- QA Supervisor
- Plant Senoir Supervisor
- Plant Asst. Manager
แต่เป็นโรงงานอิเล็กโทรนิคส์กับชิ้นส่วนรถยนตร์ค่ะ

ปัจจุบัน ณ เบลเยี่ยม
- พนักงาน packing line โรงงานบรรจุมะกอก
เพิ่งเป็นพนักงานชั่้วคราวได้ 1 เดือนเองค่ะ

ตอนนี้กำลังหาทางขยับขยายค่ะ  เอาใจช่วยเพื่อนๆคนไทยทุกคนที่กำลังหางาน และกำลังทำงานนะคะ

ยินดีด้วยนะพี่แต้วที่ได้งานทำกะเขาสักที(เห็นบ่นๆ อยากหางานทำอยู่)
ไม่ว่าจะงานอะไรก็ตามแหละพี่ ถือว่าเราเป็นคนที่มีคุณภาพทั้งนั้น และงานทุกงานมีคุณค่าในตัวมันเองทุกงาน สู้ๆนะคะพี่ ขอให้สนุกกับงานนะอย่าท้อ

ตอนปอมทำงานที่สิงคโปร์ สองปีหลังได้เลื่อนตำแหน่งเป็น sales assistant ในร้านขายของที่ระลึกได้ค่าคอมรวมเงินเดือน เป็นเงินไทยอยู่ ครึ่งแสนได้ พอต้องกลับไทยเพราะคิดถึงเจ้าม้อนธ์ และเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งแล้ว กลับมาทำงานโรงแรมห้าดาวได้เงินเดือน 6500 แต่เซอร์วิสชาร์ต (โบนัสประจำเดือน) หมื่นห้าถึงหมื่นเจ็ดต่อเดือน ปอมยังทำใจไม่ได้เลย เป็นโรคเครียดอยู่พักใหญ่ เพราะต้องปรับรายรับรายจ่ายของเราใหม่ ปอมเลี้ยงเจ้าม้อนมาคนเดียวตั้งแต่เจ้าม้อน สี่ขวบ
ไม่เคยขอพ่อเขาสักบาท ภูมิใจมากเลยคะ เจ้าม้อนธ์เกิดมา ไม่เคยลำบากเลย ยังเป็นห่วงอยู่ว่าต้องหัดให้เขาช่วยตัวเองแล้ว เพราะเราไม่ได้อยู่กับเขาไปตลอดชีวิต และพึ่งจะกลับมาได้รายได้สามหมื่นถึงสี่หมื่น ตอนเป็น toup rep.นั่นแหละ ถึงค่อยยังชั่ว หายใจหายคอสะดวกหน่อย แต่ตอนนี้การท่องเที่ยวย่ำแย่ จริงๆมันแย่มาสามสี่ปีแล้ว ถ้าปอมยังทำอยู่ก็คงไม่มีทางได้เยอะเหมือนก่อน เพราะไอ้หลักหมื่นที่ได้นะ คอมมิชชั่นทั้งน้านนน
พอมาตอนนี้ มีลูก มีสามี มีครอบครัวที่สมบูรณื ต่อให้ปอมหาเงินไม่ได้เยอะ ขอให้แค่พอกิน กลับมีความสุขแบบไม่เคยเป็นมาก่อน เงินก็ไม่ได้ให้ความสุขกับเราจริงๆหรอกคะ เพียงแต่เงินมันทำให้การใช้ชีวิตมันง่ายขึ้นเท่านั้นเอง เพราะฉนั้น <span style='color:blue'>อยู่แบบพอเพียง</span> คือสัจจะของชีวิต จริงๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
pamie
แม่ไข่ยัดไส้ พ่อไข่ลูกเขย
 
โพสต์: 797
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ก.ย. 14, 2009 9:16 pm

โพสต์โดย bchaiwan » พฤหัสฯ. ก.ค. 08, 2010 9:39 pm

ประสบการณ์การทำงานของลิก็เริ่มตั้งแต่ ม. ๒ ได้ ตอนนั้นเรียนอยู่ศรีสะเกษ
ก็รับจ้างเพื่อนๆ ในห้องย่อความ แบบครูให้อ่านนิยาย หรือหนังสือที่มีความยาว
เกินกว่า ๑๐๐ หน้าขึ้นไป แล้วสรุปให้ได้ใจความสำคัญ เพื่อนขี้เกียจ เราก็เลย
รับทำ ได้ค่าจ้างเล่มละ ๕ บาท ทำให้เกือบทั้งห้อง ก็ได้หลายร้อยอยู่ หลังจาก
นั้นก็รับจ้างทำการบ้านให้เพื่อน บางคนขี้เกียจทำ ก็รับทำให้

พอจบ ม. ๓ ก็ย้ายมาเรียนกรุงเทพฯ ตอนนั้นอายุ ๑๔ ย่าง ๑๕ เพราะพ่อแม่อยู่ก่อนแล้ว
ม. ๔ เนี้ยก็รับจ้่างไปเฝ้าร้านหนังสือมือสอง ขายตั้งแต่หกโมงเย็นถึงสี่ทุ่ม ได้รับ
ค่าจ้าง ๑๐ บาท ไปโรงเรียนก็รับจ้างครูล้างจาน ไปซื้อของให้ รับจ้างเพื่อนทำ
การบ้าน รับทำความสะอาดตามบ้านครู พอเลิกเรียนตอนประมาณบ่ายสาม
ก็ไปเก็บผ้ามาซัก รับจ้างทั้งบ้านเดือนละ ๕๐๐ บาท ถ้าคนเดียวก็ ๒๐๐ บาท
ถ้ามีเวลาก็จะรับจ้างรีดผ้า เพราะข้างบ้านเขาเย็บผ้าส่งออก ให้ตัวละ ๒ บาทได้
พอใกล้จะหกโมงเย็นก็ไปรับจ้างเฝ้าแผงหนังสือต่อ วันเสาร์อาทิตย์ก็จะรับจ้าง
เสียบปลา ที่เป็นแบบตระกร้า ตระกร้าละ ๑๗ บาทได้ เสาร์กับอาทิตย์ได้
ไม่เกิน ๒ กระกร้า เพราะเยอะมากเผื่อจะเสร็จ

พอ ม. ๔ เทอมสอง ก็เพิ่มงานขาย ก็คือสาวแอมเวย์ ตอนนั้นเพิ่งเข้าไทยได้ ๓ ปี
เป็นคนที่อายุน้อยที่สุดที่ทำ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะว่ายังเด็กแล้วคน
ไม่รู้จักเท่าไร

พอขึ้น ม. ๕ ก็เลิกไปเฝ้าแผงหนังสือ เริ่มทำงานปักชุดราตรี แล้วรับซักผ้า
พี่เขาให้เดือนละ ๖๐๐ บาท ทำตั้งแต่หกโมงเย็นถึงประมาณเที่ยงคืน ถ้างานเยอะ
ก็ประมาณตีสองเลิก ตื่นเช้าก็เอาผ้าที่ซักและรีดไปส่งก่อนไปโรงเรียน ที่โรงเรียน
ก็ยังรับจ้างครูล้างจานเหมือนเดิม หรือถ้ามีรายงาน ก็จะรับจ้างเพื่อนทำรายงาน

ประมาณ ม. ๖ ได้ แม่ก็เริ่มขายส้มตำ ตื่นเช้ามาก็มีหน้าที่ล้างผัก ล้างไก่ให้แม่
หมักไก่ เสียบไก่ นึ่งข้าวก่อนไปโรงเรียน เสร็จจากโรงเรียนก็ยังรับจ้างปักชุด
นักร้องเหมือนเดิม แต่ก็ยังซักผ้าเป็นบางเจ้าอยู่ เพราะเขาติดใจเรารีดผ้า
ตอนนี้ก็มีการรับจ้างทำความสะอาดตามบ้านด้วย เขาคงสงสารก็เลยจ้างไปทำ

พอจบ ม.๖ ไม่ได้เรียนต่อ ก็ไปทำงานเป็นเด็กร้าน วิดีโอ ในกรมทหารอากาศ
ได้เงินเดือนละ ๑๖๐๐ บาท ทำได้อยู่ไม่ถึงหกเดือนก็ออก เพราะว่านายจ้าง
เขาว่าเรายักยอกเงิน เราก็ไม่เคยยักยอกเลยนะ เพราะมันมีสมุดบัญชีอยู่
แต่เขาว่ายอดเช่าเขาได้น้อย อ้าวก็ไม่เอาหนังใหม่มา ใครมันจะมาเช่าแต่หนัง
เก่า แต่ก็ไม่ว่าอะไรเขาหรอกนะ ก็เลยตัดสินใจออก

งานต่อมาก็คืองาน โอเปอร์เรเตอร์ร้านหินอ่อน โอ้ย ทำงานนี้เขาให้เงินเดือน
๒๕๐๐ บาท ให้นั่งแต่อยู่ในห้อง ไม่ให้ออกไปไหน รับโทรศัพท์ ส่วนใหญ่จะ
เป็นเจ้าหนี้ซะมากกว่า ทำได้ไม่ถึง สาม เดือน เบื่อก็เลยออก

งานต่อมาก็คือทำงานบริษัทฯ น้าทำอยู่ก่อนแล้ว เขาต้องการแม่บ้าน น้าก็เลย
คุยให้ไปทำ ก็ทำเงินเดือนเริ่มที่ ๔๖๕๐ บาท เป็นค่าแรงขั้นต่ำตอนนั้น ก็มี
หน้าที่ชงกาแฟให้นาย ชงกาแฟให้ลูกค้า ปัดกวาดเช็ดถูในห้องทำงาน
ในครัว แต่โชคดีเลขานายเขาถามว่าอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือเปล่า
ก็เลยบอกเขาว่าอยาก เขาก็สอนวิธีพิมพ์ดีดแบบสำผัสให้ แล้วอีกคนก็สอน
คอมพิวเตอร์ให้ สอนงานต่างๆ ในออฟฟิตให้ พอเลขานายออก เราก็ไปทำ
ตำแหน่งเลขาควบ แต่ได้เงินแม่บ้านจนกว่าจะหาเลขาใหม่ได้ ได้แล้วก็
เป็นแม่บ้านเหมือนเดิน แต่ตอนไปทำจากที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษเลย ก็ต้อง
เรียนรู้ไปในตัว เพราะนายดุมาก เขียนหวัดมากๆ แต่เราต้องเข้าใจ แต่ก็
ขอบคุณเขามาถึงปัจจุบันนี้ เพราะว่าทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มาหมด

ในขณะที่ทำงานบริษัทฯ เพื่อนก็ชวนทำงานกลางคืนด้วย คืองานเสริฟ
สรุปว่าได้นอนวันละ ๓ ชั่วโมง ก็เลยเลิกทำภายในหนึ่งอาทิตย์ หลังจาก
นั้นก็ไปรับจ้างดูลูกให้เพื่อนหลังเลิกงานได้เดือนละ ๑๕๐๐ บาท หลัง
เขาเลิกกับสามี เราก็เลิกทำ เพื่อนอีกคนเป็นสจ๊วตชวนไปเฝ้าบ้านให้
เวลาเขาไม่อยู่ ก็เลยไปอยู่กับเขาได้เงินเดือนเพิ่มอีกเดือนละ ๒๐๐๐ บาท

หลังจากนั้นไม่นาน เพื่อนก็ฝากงานทำนายฝรั่งชาวอเมริกันให้ เงินเดือน
ก่อนออกจากบริษัทเก่าได้ประมาณ ๖๕๐๐ บาท บวกกับเฝ้าบ้านให้เพื่อน
ประมาณ ๒๐๐๐ บาท นายฝรั่งให้เงินเดือน ๑๔๐๐๐ บาท สมัยปี ๒๕๓๙ ถือ
ว่าเยอะมากๆ สำหรับเด็กจบ ม. ๖ ทำได้ครบสามเดือนแกก็ขึ้นให้ ๑๖๐๐๐ บาท
แต่ไม่ไปเรียนภาษาอังกฤษตามที่แกบอก ทำให้แกไม่ค่อยพอใจ เพราะเรา
ไปเรียนต่อ ปวส บัญชีแทน

หลังจากนั้นฟองสบู่แตก ทำให้ตกงาน เพราะนายฝรั่งอยู่ไม่ได้ เพราะบริษัท
หลายๆ บริษัทมันล้ม เราก็เลยตกงาน อยู่บ้านประมาณหนึ่งเดือน เบื่อมากๆ
มีงานในกระทรวงสาธารณสุข เป็นงานลูกจ้างชั่วคราว ก็เลยไปสมัคร ได้
งานเป็นพนักงานพิมพ์ดีด ตอนแรกเขาก็จะไม่รับ เพราะว่าเงินเดือนเก่าเยอะ
แล้วเงินนี้เงินเดือน สี่พันกว่าบาท บวกพิเศษก็ได้ไม่ถึงห้าพัน แต่เราก็ยืนยัน
ว่าจะทำ เพราะว่าเราต้องเรียนด้วย เขาก็เลยรับ ทำงานที่นี่ก็รับพิมพ์งานนอก
ด้วย เพราะพี่ๆ ที่ทำงานเรียนปริญญาโทกันหลายคน ก็ให้เราพิมพ์งานให้
เดือนๆ หนึ่งได้เงินจากทำงานพิเศษหลายพันบาท เดือนที่ได้มากที่สุด
ก็เกือบหมื่น แต่จะบอกว่าไม่ค่อยได้นอนเลย

หลังจากเรียนจบ ปวส. ก็เลยหางานใหม่ทำ เพราะเบื่อระบบงานราชการ
เพื่อนจะฝากให้ทำเป็นลูกจ้างประจำแต่ไม่อยากทำ เพราะเบื่อพวกเลียขา
ผู้ใหญ่ ก็เลยออกไปทำงานบริษัทตรวจสอบ โดยทำตำแหน่งคีย์ข้อมูล
งานนี้สนุกมากเงินเดือนเริ่มต้นที่ ๖๕๐๐ บาท แต่เวลาหน้างบ ก็จะได้เงินเพิ่ม
เยอะเหมือนกัน แต่บางครั้งไม่ได้นอนติดต่อกันสองสามวันก็มี แต่อยู่ได้แค่
สองหน้างบ ก็ลาออกเพราะเบื่อระบบเจ้านายก็เลยออก

หลังจากนั้นก็ไปทำงานทำบัญชีให้โรงเรียนนานาชาติรองานประจำอีกที่หนึ่ง
ให้เงินเดือนประมาณ ๑๐๐๐๐ บาท แล้วก็รับจ้างสอนภาษาไทยให้เด็กด้วย

พองานที่รับประจำมีสำนักงานก็เริ่มทำที่เงินเดือน ๑๒๐๐๐ บาท แต่รับงานนอก
ด้วยคือรับทำบัญชีนอกด้วย ได้บริษัทละ ๑๕๐๐ บาท ถึง ๓๐๐๐ บาทต่อเดือน
ทำอยู่ ห้าบริษัทได้ เหนื่อยโคตรๆ เวลาปิดงบปลายปี แต่ก็ทำอยู่ห้าปีได้ ก็เลย
ตัดสินใจย้ายไปอยู่ไอซ์แลนด์กับสามี และสาบานว่าจะไม่กลับไปทำบัญชีอีก

ที่ไอซ์แลนด์งานแรกที่ทำก็คืองานโรงงานปลา ตัดปลา แพ็คปลา ประมาณนั้น
พอท้องก็ทำจนท้องได้เจ็ดเดือนก็ต้องลาคลอดเพราะว่าเจ็บท้องผิดปรกติตั้งแต่
ท้องได้สามเดือน พอคลอดลูกก็เกือบตายเลยได้หยุดงานเพิ่มอีกสามเดือน แต่
หลังจากถึงกำหนดก็ไม่ไปทำเพราะเบื่อเจ้านาย มันบ้าอำนาจ ก็เลยเลี้ยงลูกอยู่
บ้านจนลูกอายุครบหนึ่งปี

งานต่อมาก็คือทำความสะอาดกับบริษัทรับทำความสะอาด ส่วนใหญ่จะทำอยู่
แต่กับห้องน้ำ ล้างห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ขัดพื้น แบบว่าเห็นกี้ชาวบ้านประจำ
ล้างห้องน้ำวันหนึ่งประมาณสิบหกห้องได้ ไปปัดๆ กวาดๆ เช็ดๆ ถูๆ ประมาณ
วันละสองรอบ ทำได้อยู่เจ็ดเดือนก็ต้องออก เพราะเศรษฐกิจตกเสก็ด สามี
พามาอยู่นอร์เวย

ตอนนี้อยู่นอร์เวย์แล้ว ไม่มีงานทำ อยู่บ้านเลี้ยงลูก กำลังหางานทำแต่ภาษา
ยังไม่ได้ แต่ก็จะพยายามหาไป เผื่อสักวันจะเป็นวันออกเราบ้างเนอะ มีงาน
แต่ก็ไม่ตรงกับเวลาลูก น่าสงสารแม่ลูกอ่อนอย่างเราจริงๆ

จบแหละ ยาวหน่อยนะคะ อิอิ
ภาพประจำตัวสมาชิก
bchaiwan
แม่ไข่ยัดไส้ พ่อไข่ลูกเขย
 
โพสต์: 760
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. พ.ย. 22, 2007 3:24 pm

โพสต์โดย ayesu1 » ศุกร์ ก.ค. 09, 2010 4:22 am

มะเหมี่ยว เขียน: <span style='color:green'>หนักเหมือนกันค่ะ...หนักของเหมี่ยวคือหนักเรื่องภาษาของที่นี่ค่ะ...
อยู่เมืองไทย เรียนหนังสือ(มัธยม)เลิกเรียน ช่วยแม่แพค แตง ถั่ว ปั่นจักรยาน ขับมอร์ไซด์ หาขายตามหมู่บ้านถุงละ๕ถุงละ๑๐ มีความสุขมาก
เรียนจบ เข้ามาต่อที่เมืองกรุงฯเรียนราม...งานแรกที่ทำคือเป็นQCในแผนกCoilโรงงานผลิตนาฬิกาสวิสฯRondaทำได้๑ปี (ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย)
ออกมาเรียนอย่างเดียว แต่ก็ยังหางานพิเศษทำ ขายบัตรเครดิตให้ ซิตี้แบงค์ ทำไม่ถึง๔เดือนออกเพราะได้งานใหม่
ได้งานใหม่ทำโมเดลลิ่ง หน้าที่คือ Bookingที่VOGEทำได้๑ปี ออกเพราะได้งานใหม่ออกจากที่นี่วันนี้ เข้าที่ใหม่วันถัดไป
มาทำต่อที่บริษัทโฆษณาเล็กๆบริษัทหนึ่ง ทำในส่วนของแคสติ้ง ที่นี่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ทุกคนอยู่เหมือนพี่น้อง อบอุ่นมากชอบที่นี่มาก ไม่เคยคิดจะลาออกจากที่นี่เลย...
จนได้มาเจอพ่อบ้าน หลังจากแม่ของแฟนเสียชีวิตลง หลายๆอย่าง พาจับพลัดจับพลูให้มาอยู่ที่นี่...
อยู่ที่สโลวาเกีย คนที่นี่ไม่พูดอังกฤษ นอกจากไม่พูดแล้วน้อยคนมากที่จะฟังรู้เรื่อง...แต่แฟนไปอยู่ลอนดอนตั้งแต่เขาเป็นหนุ่มน้อยเรากับแฟนไม่มีปัญหาเรื่องภาษา
นอกจากไม่พูดอังกฤษแล้วยังไม่พูดเยอรมัน ขนาดบ้านเราอยู่ติดชายแดนออสเตรีย น้อยมากที่เขาจะพูดเยอรมัน เราพูดเยอรมันไม่ได้หรอก...แต่ที่บอกว่าหนักคือ ภาษาเชคโกสโลวเกียยากค่ะ...
ในขณะที่อยู่ที่สโลวาเกีย ก็ช่วยแฟนทำงาน...ทำงานที่บ้านค่ะ
งานที่ทำคือ ดูแลเว็บให้กับเจ้าของโปรเจคชาวอังกฤษ
ที่บ้านก็ยังทำงานอื่นเสริม คือ ทำเฟอร์นิเจอร์ เมด ทู ออร์ เดอร์...เลยทำวันนี้ให้ดีที่สุด
สองสามปีข้างหน้าอาจจะมีอะไรเปลี่ยน ตอนนี้เลี้ยงลูกเล็กๆสองคน ก็อาศัยงานที่มีที่บ้านทำฆ่าเวลาควบกับเลี้ยงลูกไปก่อน...

ขอเป็นกำลังใจให้เข้าของกระทู้นะคะกับหลายๆคนที่กำลังเหนื่อยกับการต่อสู้ในต่างแดน...เหมี่ยวไม่มีประสบการณ์หางานที่ต่างแดนมาก่อน แต่ในอนาคตอันใกล้เหมี่ยวคงได้ต่อสู้กับประสบการณ์ใหม่ๆแน่นอน...มาอ่านประสบการณ์เพื่อนๆไว้ เพื่อจะได้รับมือกับมัน </span>

ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะคุณเหมี่ยว
ภาพประจำตัวสมาชิก
ayesu1
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 34
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ธ.ค. 06, 2007 9:24 pm

โพสต์โดย taew » ศุกร์ ก.ค. 09, 2010 12:16 pm

<span style='color:blue'>ตอนอยู่ไทย</span> จบโทปุ๋บพี่ก็ได้รับราชการที่กระทรวงการคลัง ตำแหน่งนักวิชาการคลัง ตอนลาออกมา ได้ซี 6 ตอนนั้นอายุได้ 31-32 ปี ได้มั้ง เป็นระดับหัวหน้าแล้ว ตอนลาออกพี่ร้องไห้แทบเป็นแทบตาย มีหลายคนบอกว่าพี่โง่ แต่ทำไงได้ แฟนพี่ไม่ยอมอยู่เมืองไทย เลยต้องทิ้งทุกอย่าง
<span style='color:blue'>ตอนนี้อยู่ฟินแลนด์</span> เคยเรียนภาษาฟิน ฝึกงานไปด้วย
1, ฝึกงานในห้องสมุด เอาหนังสือเข้าชั้น ใส่บาร์ทโค๊ด
2, ฝึกงานเลี้ยงเด็ก ที่โรเรียนอานุบาล ล้างจาน ทำความสะอาด ดูแลเด็ก ปูและเก็บที่นอน
3, ฝึกงานบริษัทขายรถแท๊กเตอร์ ช่วยงานบริหาร แต่งานที่ได้ทำ ก็จัดเรียง ส่งโฆษณา ให้ลูกค้า เปลี่ยนราคาสินค้า ตอนนั้นท้องด้วย โดนให้ทำความสะอาดโรงงาน แถมโดนให้ล้างกระจกทั้งโรงงาน แต่เพื่อนๆที่ทำงานไม่ให้ทำ เพราะตอนนั้นท้องแก่แล้ว เจ้าของโรงงานไม่ชอบเราหรือเปล่าน้อ
ตอนแรกก็รับไม่ได้ กลับไปร้องไห้ กับความงี่เง่าของตัวเอง คนฟิน บางคนไม่ชอบคนเอเซียค่ะ ยิ่งหญิงไทยมีข่าวบ่อยๆเรือง ค้ากาม นวดอีก ตอนนี้เลี้ยงลูกก่อนค่ะ กำลังจะหาอาชีพใหม่ คงไม่พ้นงานพื้นที่คนฟินไม่อยากทำ เพื่อนในครัวทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ อ่านแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
taew
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 485
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ก.ค. 16, 2006 7:07 am

โพสต์โดย Thaiintermarket » ศุกร์ ก.ค. 09, 2010 8:57 pm

ปอม...จะว่าไปพี่ก็ได้เริ่มทำงานในเวลาที่เหมาะเจาะพอดีเลยปอม เรียกว่าแทบจะเป็นไปตามแพลนเลย พี่เริ่มทำงานมิถุนายน เอาฟรองซ์ไปฝากปู่ย่าเลี้ยงให้ พอเข้าเดือนกรกฏาคม คุณสามีพี่ก็เข้าเวรเลี้ยงฟรองซ์ต่อเลยทันที (สามีพี่เป็นครูน่ะจ้ะ)ส่วนเรื่องงานบ้านตอนนี้คุณสามีก็ทำแทนให้เกือบทุกอย่าง แต่พอโรงเรียนเปิดเทอมต้องแบ่งภาระหน้าที่กันใหม่ งานมันหายากเนอะ กว่าจะได้มา ต้องรักษามันไว้อย่างดี ปล ถ้าไม่มีที่ใหม่ได้เงินดีกว่า งานสบายกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
Thaiintermarket
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 80
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 12, 2009 12:20 pm

โพสต์โดย Numnim » พุธ ก.ย. 29, 2010 6:37 pm

งานวันวานนี่เอาแบบคร่าวๆ นะคะ

เป็นครูสอนที่โรงเรียนเอกชน 1 ปี นิ่มสอนเด็กอนุบาลค่ะ พอดีแม่ต้องผ่าตัดเลยตัดสินใจลาออก เพราะไม่มีคนดูแลแม่และโรงเรียนที่สอนไกลจากบ้านต้องนั่งรถไปทำงาน 2 ชั่วโมงค่ะ

ทำงานที่ศาลากลาง เป็นลูกจ้างชั่วคราว ทำหน้าที่หลักๆคือพิมพ์งาน รับ-ส่งเอกสาร และนอกนั้นก็ไม้จิ้มฟันยันเรือรบเลยค่ะ ทำงานที่ศาลากลาง 2 ปีค่ะ

งานสุดท้ายที่ไทยก็ทำหน้าที่พนักงานต้อนรับเครื่องบินของสายการบิน PB AIR ที่สกลนครค่ะ แต่ตอนนี้สายการบินปิดตัวไปแล้ว ทำงานที่นั่น 2 ปีได้ค่ะ

หลังจากแต่งงานก็มาอยู่แคนาดา เข้าปีที่ 3 แล้วค่ะ ตอนนี้นิ่มทำงานแรกที่แคนาดาได้จะครบเดือนแล้วค่ะ ทำงานแผนก Bakery หน้าที่หลักๆเลยคือผสมแป้ง ทำขนม อบขนม งานสนุกดีค่ะ เพื่อนร่วมงานน่ารักมากๆ เราไม่เป็นเขาก็สอน นิ่มนี่ภาษาไม่ค่อยแข็งแรงบางทีต้องถามซ้ำ เพื่อนๆก็ช่วยเหลือดีค่ะ

ประสบการณ์การทำงานของนิ่มจ้า
<a href="http://daisypath.com/"><img src="http://dvcm.daisypath.com/oCYjm7.png" width="200" height="80" border="0" alt="Daisypath Vacation tickers" /></a>
ภาพประจำตัวสมาชิก
Numnim
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 487
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ม.ค. 25, 2007 2:20 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน