เป็นนาทีวิกฤต ของตัวเองอยากมาเล่าให้พี่น้องได้อ่านกัน
เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เก่งและครอบครัว ลูกสี่ (เกรซ12ขวบ ยูโร10ขวบ เชอรี่6ขวบ ฟีฟ่า3ขวบ)สามีอีกหนึ่งไปเที่ยวพัทยากัน (พัทยาเดี๋ยวนี้น่าเที่ยวกว่าเมื่อก่อนมากกก) ก็พักค้างคืน 1 คืน พอตื่นเช้าก็ข้ามไปเที่ยวเกาะล้านกัน นั่งเรือโดยสารข้ามไปที่เกาะถ้าจำไม่ผิดผู้ใหญ่40บาทเด็ก20นี่แหละ ใช้เวลาเดินทางประมาณ45นาทีก็ถึงเกาะล้าน โอ้วไม่น่าเชื่อเกาะล้านก็สวยงามน่าเที่ยวนะเนี่ย พอถึงเกาะ ฝาหรั่งค่ะ พรึบพรับ เต็มชายหาด นักท่องเที่ยวชาวไทยไปไหนกาน เอ หาที่นั่งก่อน ตัดสินใจแล้วว่าจะนั่งอยู่บนเกาะจนถึง5โมงเย็นเลย แต่เอ๊ะที่พักต้องเช็คเอ๊าท์4โมงเย็นม่ายงั้นโดนปรับแน่ๆ ได้ที่นั่งเสร็จเรียบร้อย (ด้านในหน่อยเพราะคนเยอะมาก)เด็กๆก็ลุยเล่นน้ำกันล่ะค่ะ เก่งก็จัดการโทรไปเลื่อนเวลาเช็คเอาท์ โทรไปเท่าไหร่ก็ไม่รับ สัญญาณไม่มีมั่ง โอ้ย ! อะไรเนี่ย คุณพ่อก็พาเชอรี่ไปซื้อที่ ตักทรายเล่น ลูกคนเล็กฟีฟ่ากับยูโรก็เล่นอยู่ใกล้ๆ เกรซก็นั่งอยู่ก่ะเก่ง จิ้มโทรอยู่นาน ระหว่างจิ้มก็ชำเลืองมองลูกที่เล่นอยู่ที่หาดด้วย และแล้วก็โทรติด คนรับสายก็จัดการแจ้งว่าจะเช็คเอาท์เลยเวลา ซัก2ชั่วโมง โอเคค่ะ รับทราบนะคะและจ่ายค่าปรับด้วยค่ะ โธ่ ไม่น่าโทรเลยเราเสียเวลาอ่ะ วางสายปุ๊บ ยูโรวิ่งมาที่นั่ง เก่งก็ถาม อ้าว น้องฟีฟ่าล่ะ มองไปที่ๆเค้าเล่นทรายอยู่ ไม่มีแล้ว หายไปไหน สามีเดินกลับมา พี่ฟีฟ่าล่ะ อ้าวเฮ้ย ลูกหายเจ้าค่ะ ลุกเดินไปหาที่ๆฟีฟ่านั่งเล่นอยู่เมื่อตะกี้ มองไปที่ทะเลก่อนเลยค่ะ กลัวลูกเดินไปเล่นน้ำ เพ่งดูเท่าไหร่ก็ไม่เห็น ถามคนที่อยู่แถวนั้น พี่คะเห็นเด็กที่เล่นอยู่ตรงนี้เมื่อกี้มั้ยคะ ใส่เสื้อสีแดงกางเกงทหารน่ะค่ะ สูงประมาณนี้ค่ะ เอ เมื่อกี้เห็นเดินอยู่ตรงนี้นะคะ เริ่มงงตื้อค่ะ สามีก็วิ่งพร่านเลยค่ะ เกรซ ยูโรก็เริ่มเดินหาบริเวณแถวนั้น ส่วนเชอรี่ไม่รู้เรื่องไร เดินไปตักทรายเล่นที่เดิม เก่งก็ยืนแบบว่า ใช้หูฟังเสียงเด็กร้องค่ะ เงียบ..ไม่มีเสียงเด็กร้อง เพ่งไปที่ทะเลอีกครั้ง ไม่มี มองไปด้านหลังร้านค้า เพราะกลัวว่าจะมีใครแอบอุ้มลูกเราไป ช่วงเวลานี้คิดสารพัดแล้วค่ะใจเริ่มไม่ดี เกรซ ยูโร สามีเดินกลับมา ยังไม่เจอ เริ่มพร่านหนักแล้วค่ะ แต่เก่งก็นิ่งค่ะ ทำอะไรไม่ถูก แบบว่าลูกหายไปไหน เจอแล้ว เจอแล้ว อยู่ในหัว คิดอยู่แบบนี้น่ะค่ะ ปรกติจะเป็นคนโวยวายด่าแหลกค่ะ ยามฝั่งเริ่มช่วยหา ชาวบ้านตามร้านค้าเริ่มช่วยหา เก่งก็เดินไปดูที่ทะเลเพื่อให้แน่ใจอีกที ยูโรวิ่งกลับมา เจอน้องมั้ยลูก ไม่เจอแม่ ยูโรใจเสีย ร้องไห้ พวกฝาหรั่งเริ่มเห็นความผิดปรกติ ถามเกิดไรขึ้น ไม่ตอบค่ะ พูดไรไม่ออกเลยเวลานั้น ใช้ตากับหูสุดๆ คิดอย่างเดียว ขอให้เจอๆ ยามฝั่งก็เดินมา บอกใจเย็นๆเดี๋ยวก็เจอ ใจเสียอย่างหนักค่ะถึงตอนนี้ เริ่มร้องไห้เหมือน อกจะระเบิด และแล้ว พี่ยามคนเดิมก็บอกว่า เจอแล้ว! เจอแล้ว! อยู่ที่ศูนย์นู่น มองตามมือไปก่ะลังเห็นสามีอุ้มฟีฟ่า ขึ้นมอไซต์ชาวบ้านกลับมาที่เก่งยืนอยู่ โล่งอก ดีใจ มองดูลูกในอ้อมกอดสามี อยากคว้ามาอุ้มเลยเดี๋ยวนั้นแต่ไม่กล้า เพราะสามีกอดไว้แน่นมาก ไหว้ขอบคุณทุกคนที่ช่วยออกตามหา บอกว่าโชคดีนะถ้าเป็นช่วงก่อนหน้านี้ ไม่น่าเจอเพราะคนเยอะมากก
น้องเค้าเดินไปที่ท่าเรือคนเดียว ศูนย์บริการเห็นก็เลยอุ้มไปนั่งข้างใน รอพ่อแม่ตามหา พระเจ้าจ๊อด ช่วงเวลาเกือบยี่สิบนาที วิกฤตมากในชีวิตเนี้ย คงตายแน่ถ้าหาไม่เจอ โชคดีที่สุด ของที่สุด ถามฟีฟ่า น้องหายไปไหนมา แม่ตกใจหมดเลย ตอนนั้นฟีฟ่าประมาณ2ขวบ5เดือน ฟีฟ่าก็พูด น้องหาแม่ เก่งก็เลยคิดว่า ตอนที่พ่อกับเชอรี่เดินไปซื้อของเล่น พี่ยูโรก็ลงไปเล่นน้ำ มองหาแม่ไม่เจอ เพราะเตียงผ้าใบพรึบพรับเต็มหาดเหมือนกันหมด ก็เลยเดินไปตามหาทางที่เดินเข้ามา คิดว่าคงจะเดินไปที่ท่าเรือเพราะทุกคนหายไปไหนหมด เด็กตัวเล็กนิดเดียว คิดแล้วน่าสงสาร โชคดีที่เดินผ่านศูนย์บริการ คนข้างในเห็น โชคดีที่ไม่เดินตกลงไปในน้ำโชคดีอีกหลายๆโชคดี จำไว้จนตาย สอนจนถึงลูกถึงหลาน อย่าได้คลาดสายตาแม้แต่นาทีเดียว
เอามาเล่าให้พี่ๆน้องๆได้อ่านกัน ใครมีเรื่องนาทีวิกฤตก็มาแชร์ให้อ่านกันด้วยนะจ๊ะ







