กลับมาแคนาดาในสถานะที่สามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมายแล้วเลยลองส่ง Resume ไปสมัครงานดู (แต่แฟนไม่อยากให้ทำงานเลย เค้าบอกเค้าทำคนเดียวพอ สงสัยจริงๆ กลัวทำงานเหนื่อยแล้วเลิกทำกับข้าวอร่อยๆมั้ง) มีหลายที่เรียกไปสัมภาษณ์ทันทีเลยค่ะ แล้วก็ตกลงกับบริษัทนึงไป ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับยา ทำในตำแหน่ง order desk คือว่าดูแลเรื่อง order จากลูกค้า ไม่ว่าจะสั่งมาทาง internet หรือทางโทรศัพท์ ออก invoice เช็ค credit ทั้งลูกค้า wholesale และ retail ไปยันเช็คของและ shipping ทั้งในแคนาดาและอเมริกาค่ะ ติดอยู่ที่ไม่ตรงกับ field เราเลยซักอย่าง ชื่อยาก็มีเป็นพันๆอย่าง และชื่อยาแต่ละตัวมันปกติที่ไหนล่ะคะ ยาวๆแปลกๆทั้งนั้น บางตัวก็เป็นภาษาละตินอย่างนี้ ก็เครียดเรื่องนี่อยู่เหมือนกัน เพราะไม่มีประสบการ์ณทางนี้เลย เดือนนี้ทั้งเดือนก็ไปเทรนงานกับเค้าอยู่ตลอดเลย เพราะคนที่ทำอยู่จะลาออกสื้นเดือนนี้ โชคดีที่เจ้าของบริษัทใจดีมากๆ
แต่พอดีมีอีกบริษัทนึงเรียก เป็น Frieght Forwarder ระหว่างแคนดา-อเมริกา (U.S.-based company) เค้าเรียกสัมภาษณ์ในตำแหน่ง Customs Import Documentation Clerk วันนี้ ก็ลองแว้บไปสัมภาษณ์ดู เพราะลักษณะงานมันคงคล้ายกับที่เคยทำมาที่ FedEx มากกว่า คุยไปซักครึ่งชั่วโมงก็เสร็จ เค้าก็บอก benefit ต่างๆให้ฟัง (น้ำลายไหลมากมาย
อึ้งกิมกี่ค่ะ แทบจะจอดรถกลางไฮส์เวย์เดี๋ยวนั้นเลย แล้วก็ตั้งสติและตอบตกลง เย่ๆๆๆไม่ต้องมี second interview แล้ว (สงสัยเค้าไม่อยาก delay เราเพราะเทรนงานอื่นอยู่ด้วย) และพรุ่งนี้เค้าขอให้เข้ามาเซ็นต์ agreement ต่างๆ ดูระบบงาน ตอนนี้ดีใจมากมายเลยค่ะ เพราะงานนี้ offer เงินเดือนดีมากๆสำหรับคนที่เพิ่งได้ immigrant มาเดือนกว่าๆ ( start เดือนละแสนกว่าๆ แถมโบนัส 4 ครั้งต่อปี + Christmas bonus + Profit Sharing program และประกันสุขภาพต่างๆ ^.^ ไม่น้อยเลยสำหรับผู้หญิงอายุ 25 ย่าง 26 อย่างจินนี่ตอนนี้) แต่ก็ทำใจโทรไปบอกงานบริษัทยาอย่างลำบากใจมากมาย เพราะเจ้าของเค้าดีมากๆ และสอนงานเรามาเยอะแล้วด้วย แต่เพื่อความก้าวหน้า ก็ต้องทำค่ะ และจะได้ตอบแทนบุพการีด้วย
ที่เล่ามาทั้งหมด ก็อยากเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนที่กำลังหางานอยู่ พยายามหาต่อไปเรื่อยๆ แล้วซักวันโชคอาจเข้าข้างเราก็ได้นะคะ สู้ๆ อย่าท้อนะคะ เพราะท้อมีไว้ให้ลิงถือเท่านั้นค่ะ เอิ้กๆๆ




