ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

มีใครอยู่เมืองนอกแล้วทำงานกันบ้างคะ

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย tawud » ศุกร์ ก.พ. 24, 2006 7:26 pm

ยังไม่ยอมมาเล่าต่ออีกหรือพี่หมูแดง น้องๆรออยู่นะ
<span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:red'>ทุกอย่างล้วนมีสองด้าน หรือมากกว่านั้นเสมอ</span></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
tawud
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1314
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 30, 2006 7:43 pm

โพสต์โดย สาวน้อยในเทือกเขาร็อคกี้ » ศุกร์ ก.พ. 24, 2006 7:53 pm

มารออ่านของพี่หมูแดงด้วยคนค่ะ EM026

ลืมบอกไปตอนนี้ทำงาน volunteer ในออฟฟิตอยู่ค่ะ เพื่อเอาประสบการณ์ เพราะที่แคนาดานี่ Canadian expereince สำคัญมาก ถ้าไม่มีก็ไม่มีใครรับค่ะ ยอมเสียเวลาหน่อยเพื่อเอาประสบการณ์ และ จะได้ Reference ที่ดีด้วยค่ะ ทำครบ 6 เดือนเมื่อไหร่ ก็จะมุ่งหางานแต่ในออฟฟิตอย่างเดียว
<a href='http://rockiesgirl.blogspot.com/' target='_blank'>พาเที่ยว พาชิม By Rockies Girl</a><br>
ภาพประจำตัวสมาชิก
สาวน้อยในเทือกเขาร็อคกี้
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 475
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 20, 2006 8:11 am

โพสต์โดย เอก » ศุกร์ ก.พ. 24, 2006 9:02 pm

ส้มตำจะหมดจานอยู่แล้ว แต่คุณหมูแดงก็ยังไม่มาเล่าต่อซะที EM129
ภาพประจำตัวสมาชิก
เอก
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 26
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ม.ค. 15, 2006 4:22 pm
ที่อยู่: nl

โพสต์โดย ยายดา(ผ่าหมาก) » ศุกร์ ก.พ. 24, 2006 11:21 pm

EM124 ระหว่างที่รอตอนต่อไป ขอประขากางเกงยีนส์ก่อนนาคะพี่หมูแดง..
เข้ามาปูเสื่ออ่าน(หลังอาหารค่ำ)จนตาเยิ้มเชียวค่าคืนนี้
กระทู้นี้อ่านทุกคห.ที่โพสท์แล้วเพลินดีจัง
<span style='font-size:13pt;line-height:100%'><i><span style='color:red'>~~คนที่ดังกว่าเรายังมี คนที่ดีกว่าเรายังเกร่อ~~ <br>~~อย่าข้ามเมื่อเห็นคนล้ม อย่าสมน้ำหน้าคนเซ่อ~~ <br>~~อย่าคิดว่าตัวเลิศล้ำ อย่าตามใจตัวเป็นใหญ่~~<br></span></i></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
ยายดา(ผ่าหมาก)
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 25
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ม.ค. 18, 2006 6:16 pm
ที่อยู่: Sudbury,Suffolk,UK

โพสต์โดย moonshine » เสาร์ ก.พ. 25, 2006 2:51 am

Me too. I'll wait EM130
ภาพประจำตัวสมาชิก
moonshine
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 5
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.พ. 11, 2006 9:14 pm

โพสต์โดย น้ำฝน » เสาร์ ก.พ. 25, 2006 5:35 am

ดิฉันคิดว่าคนไทยเป็นนักต่อสู้ตัวยง และเห็นด้วยกับคุณหมูแดงที่ลุกขึ้นสู้เพื่อสิทธิของตัวเอง ต้องขอชมเชยว่าคุณหมูแดงนี่เด็ดเดี่ยวมากทีเดียว แต่ดิฉันได้เห็นและมีประสบการณ์สำหรับตัวเองมามันก็ไม่แตกต่างจากคุณหมูแดงเลยคือถูกเอาเปรียบ ถูกดูถูก พวกคนผิวขาวหรือผิวดำที่ถูกอัพเกรดพวกนี้ดูถูกคนเอเชียมากๆ และคอยเอารัดเอาเปรียบตลอด ถ้าเรายอมเขาเขาก็จะทำกันตลอดและทำกันเป็นที่สนุกสนานที่สามารถแกล้งเราได้ พวกนี้เขาทำงานตามค่าจ้าง คือจ้างฉันแค่นี้ต่อชั่วโมงฉันก็ทำเท่านี้ แต่ถ้าจ่ายมากกว่านี้ฉันก็ทำขยับไปอีกหน่อย แล้วเวลาพักหนึ่งชั่วโมงก็นั่งแช่เป็นชั่วโมงครึ่งหรือ 2 ชั่วโมงครึ่ง เพราะไม่มีใครมาคอยจับผิด เพราะคนที่คอยจับผิดมาคอยนั่งจับผิดดิฉันที่ทำงานไม่ได้มีเวลาเบรค ไปห้องน้ำ (ต้องเรียกว่า "มัน" ก็เดินตามดูว่าเราจะไปไหน" แต่กลับพวกที่โกงเวลาทำงานวัน 1 ชั่วโมงหรือ 2 ชั่วโมงมันไม่สนใจแฮะ เพราะอะไร? ก็เพราะว่ามันถูกปันหัวว่าเราโกงเวลาทำงานมันก็เชื่อนี่ห้าปีมาแล้วนะ กว่าจะขจัดตัวแสบออกไปได้ก็เกือบกระอักเลือดทั้งสวดมนต์ กรวดน้ำคว่ำขันก็แล้วก็ไม่ชนะมาร ก็เลยใช้วิชามารแทน จริงๆแล้วไม่อยากทำเพราะมันขัดต่อเส้นทางบุญ แต่เกลือมันก็ต้องจิ้มเกลือค่ะ

ยายคนนี้โกงเวลาทำงานวันละ 2 ชั่วโมงครึ่งทุกวันเป็นว่า 2 ปีไม่มีใครจับได้ จนกระทั่งยายคนนี้ย้ายไปแผนกจัดซื้อได้ 1 เดือนความก็แตกถูกไล่ออก เราเองก็รู้สึกผิดนิดๆเมื่อคุณสามีว่าเรา ว่าเป็นยังไง ทำให้เขาถูกไล่ออกไปแล้ว เราก็ตอบว่าสะใจ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่ร้ายกาจมาก เขาเป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใสและมีน้ำใจกับทุกคน และชอบช่วยเหลือเพื่อนๆ ซึ่งทำให้ทุกคนรักเขาแต่ทุกคน แต่ทุกคนไม่ได้เห็นตอนที่เธอแปลงร่างเป็นนางแม่มดร่ายเวทมนต์ อันนี้ก็คือเขาจะเอาเรื่องที่ทุกคนทำงานติดขัดหรือผิดไปเล่าให้ผู้จัดการฟังว่า เนี่ยคนนี้ทำงานหรือไม่เข้าใจในการใช้ซอฟแวร์ตัวนี้เขาก็เข้าไปช่วย หรือว่าเขาค้นพบว่าพนักงานจัดซื้อพิมพ์ใบสั่งซื้อผิดจาก 1500 เป็น 15000 ที่จริงแล้วเขาเป็นคนเข้าไปเลี่ยน เพราะเขาต้องการเป็นพนักงานจัดซื้อเพื่อที่จะได้รับเงินค่าคอมฯ นอกจากนั้นเธอผู้นี้ชอบเข้าไปให้คำแนะพนักงานจัดซื้ออยู่เสมอ โดยอ้างว่าเขามีประสบการณ์ แต่ยายคนนี้เป็นคนที่มาทำงานที่หลังดิฉันแล้วเป็นผู้ช่วยดิฉัน ดิฉันสอนเขาหลายเรื่องในด้านการใช้ซอฟแวร์พอเขาเรียนรู้จากดิฉันได้ 15 นาที พอเจ้านายเข้า เธอก็เริ่ดเขาไปทักทายแล้วเล่าว่าเธอได้ค้นพบวิธีใช้ซอฟแวร์ตัวนี้ด้วยตัวเธอเองเชียวนะ พอดิฉันได้ยินเท่านั้นดิฉันก็ทำเสียงแหวะขึ้นมาดังๆ ทุกคนหันมามองแล้วถามว่าเป็นอะไร ฉันก็บอกว่าอากาศเป็นพิษทนอยู่ไม่ไหว เดี๋ยวต้องสำรอก ขอออกไปนอกห้องก่อน ตั้งแต่นั้นไม่สอนบอกว่าดิฉันไม่รู้ นอกจากนั้นยายนี่ได้เงินขึ้นทุกๆ 3 เดือน นอกจากนั้นหล่อนยังแกล้งทำงานผิดให้ดิฉันต้องมาแก้ไขเสียเวลาเป็นอย่างมากต่อวันบางครั้งงานไม่เดินหน้า ดิฉันทำบัญชีต้นทุน ยายคนนี้แกแอบเข้าไปแก้ราคาต่อหน่วยของต้นทุนวัตถุดิบคิดดูสิคะ เสียเวลาเป็นอย่างมากเพราะบางทีไม่รู้ว่า cost มันผิดช่วงไหน เพราะงานคิดต้นที่เป็นขั้นตอนก็ยังยังพอหาได้ จะเข้าไปฟ้องก็ไม่มีประโยชน์ เจ้านายต้องบอกว่าเอาน่าเธอยังไม่ชินงาน

เธอต้องการให้ดิฉันถูกไล่ออกแต่เผอิญดวงแข็งก็เลยยังไม่ถูกไล่ออก แต่ถูกคาดโทษว่าจะไล่ออกถ้าทำอีก ซึ่งดิฉันไม่ได้ทำอะไรเลย เธอไปบอกฝ่ายบุคคลว่าดิฉันสบประมาทซึ่งถือเป็นกฏของบริษัทว่าถ้าใครละเมิดก็จะถูกไล่ออก ยายคนนี้ไปบอกว่าดิฉันด่าเขา stupid bitch! ซึ่งทำให้เขาอับอายเป็นอย่างมาก ผู้จัดการฝ่ายบุคคลไม่เชื่อเธอก็ท้าพิสูจน์ โดยวางแผนให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเข้าไปคุยกับผู้จัดการแผนกของดิฉัน ดิฉันนั่งทำงานไม่ทราบมาว่าได้มีการวางแผน เธอแกล้งไม่แก้งานที่ทำผิดที่ฉันบอกให้แก้ด้วยเพราะผู้จัดการใหญ่ต้องการทราบต้นทุน เธอก็บอกไม่ว่างต้องทำงานอย่างอื่น ดิฉันก็บอกว่าทำงานควรระวังด้วย เขาย้อนว่า “งั้นเหรอ” “ฉันก็ทำดีที่สุดแล้ว” แล้วก็หันมายั่วว่าทำเองซิถ้าอยากได้เร็ว แล้วก็ทำเสียงล้อเลียนซึ่งจะได้ยินกันเพียง 2 คน ดิฉันซึ่งโกรธอยู่แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวจะไปบอกผู้จัดการใหญ่ เธอก็บอกว่าไม่แคร์ให้ไปเลย แล้วก็ทำเสียงล้อแบบเด็กฝรั่งนะ (แน แหน่ แน๊ แน แน๋) ดิฉันโกรธก็เลยขึ้นเสียงนิดหนึ่งว่า Fine, I will tell him เท่านั้นยายผู้จัดการฝ่ายบุคคลออกมาแล้วก็บอกให้ดิฉันตามไป แล้วบอกว่าเขาได้ยินแล้วว่าดิฉันสบประมาท??? จากวันนั้นดิฉันก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยายคนนี้อีก แต่เขายังมาทำเป็นพูดยิ้มแย้มแจ่มใสและมีการ์ดวันเกิดมาให้ ดูเอาก็แล้วกัน เขาทำไม่สำเร็จเขาก็หันไปจัดการฝ่ายจัดซื้อแทน หัวหน้ายายคนนี้ชักเอะใจว่ายายนี้หายไปไหนเธอก็เอาตัวรอดทุกี จนกระทั่งเธอย้ายไปแผนกจัดซื้อ ดิฉันจึงได้มีโอกาส pay back อิอิ ดิฉันได้ไปบอกพนักงานจัดซื้อที่ถูกย้ายไปอยู่ floor ทำงานในโรงงานว่ายายนี่แอบกลับไปนอนที่บ้านทุกวัน ช่วงเวลา 10 โมงครึ่งหรือ 11 โมงแล้วจะกลับมาตอนบ่าย 2 หรือบ่าย 2 โมงครึ่ง แล้วไม่ clock out ด้วย แถมช่วง4 โมงจะแอบมานั่งที่ห้องอาหารกลางวันเขียนเช็คจ่ายบิลตัวเอง วาวส์ ได้เรื่อง วันหนึ่งผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเพจหายายคนนี้ไม่มีคำตอบ ไม่ใครรู้ไม่มีใครเห็นมือถือเธอก็ไม่เปิด..... โอกาสมันก็เปิดให้พนักงานจัดซื้อคนเก่าไปบอกผู้จัดการคนนี้ และแกก็ใช้เวลาเพียงอาทิตย์เดียวก็รู้ความจริง แต่เจ้านายดิฉัน???? นี่เพียงเป็นเศษเสี้ยวหนึ่งของประสบการณ์ชีวิตในอเมริกาในช่วงเวลา 14 ปีค่ะ
บุญไม่มีขาย ถ้าอยากได้ให้ทำเองคะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำฝน
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 34
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ม.ค. 18, 2006 5:15 am

โพสต์โดย หมูแดง » เสาร์ ก.พ. 25, 2006 6:30 am

มาละจ้ะ เล่าเรื่องเงินเดือนต่ออีกหน่อยก็แล้วกันนะคะ เผื่อจะได้เป็นแนวทางสำหรับแม่บ้านชาวอังกฤษที่กำลังมองหางานอยู่ จะได้เปรียบเทียบกันได้ เรื่องนี้ที่นี่เขาไม่ปิดกันหรอกค่ะ ใครได้เงินเดือนเท่าไหร่ก็รู้กันทั่วหมดทั้งบริษัทเลย เพราะเขาประกาศชัดเจน ใครทำงานอยู่ในระดับไหน ก็ต้องได้เงินเดือนตามระดับนั้นๆ ไม่เหมือนที่เมืองไทยที่เรื่องเงินเดือนถือเป็นความลับสุดยอด

ที่ Folkestone นี่นะคะ เนื่องจากไม่ใช่เมืองที่เป็นแหล่งงาน ดังนั้น ค่าแรงจึงไม่สูงมากถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆ งานก็ไม่มีให้เลือกทำมากนัก เรียกว่าตลาดแรงงานไม่ใหญ่พอที่จะรองรับคนมากมายได้หรอกค่ะ ดังนั้น หากต้องการทำงาน และสามารถหางานได้ก็ควรจะรีบคว้าไว้ก่อน การให้โอกาสตัวเองได้เริ่มใช้ชีวิตการทำงานที่นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก งานที่หาได้ในช่วงแรกๆอาจจะไม่ใช่งานในฝัน อาจจะไม่ใช่งานที่เรารักและต้องการ แต่ประโยชน์ที่เราจะได้รับจากงานแรกนี้ก็คือ มันจะช่วยหยิบยื่นโอกาสให้เรา และช่วยพาเราไปหางานที่ ๒ งานที่ ๓ งานที่ ๔ จนกว่าเราจะได้งานที่ถูกใจไปเอง หมูแดงพูดเสมอว่า คนเรานั้นต้องเริ่มนับ ๑ ให้ได้เสียก่อน จึงจะมีโอกาสได้นับ ๒, ๓ และ ๔ และนี่คือเหตุผลที่หมูแดงยอมรับเงื่อนไขการเป็นพนักงานประจำที่ได้เงินเดือนน้อยกว่าที่เคยได้ ตอนนี้หมูแดงก็เริ่มนับ ๑ แล้วค่ะ โดยการรับข้อเสนอเงินเดือนที่ ๘,๕๐๐ ปอนด์ หรือประมาณ ๔.๖๐ ปอนด์/ชั่วโมง แต่เราจะได้ความมั่นคงมาแทนที่เงินที่หายไป ผู้จัดการบอกว่าเราเริ่มทำงานในระดับ 1L ซึ่งได้เงินเดือนต่ำที่สุดเลย คือเริ่มชีวิตการทำงานกับบริษัทนี้จากฐานล่างสุด และจะต้องทดลองงาน ๔ เดือน ถ้าผ่านไปได้ ก็จะได้ปรับเงินเดือนขึ้นมาอีก เราก็สามารถทำได้ค่ะ ผ่านการทดลองงานอย่างสวยงาม ได้เงินเดือนขึ้นมาอีก ๙๐๐ ปอนด์ เงินเดือนในการทำงานปีแรกที่นี่ก็มาจบอยู่ที่ ๕.๑๐ ปอนด์/ชั่วโมงค่ะ

ย้อนมาที่การเป็นพนักงานชั่วคราวอีกหน่อยก่อน พนักงานชั่วคราวที่บริษัทนี้ เขาจะให้ค่าแรงคิดเป็นรายชั่วโมง วันไหนมาทำงานก็ได้เงิน วันไหนป่วย หรือติดธุระ ก็จะไม่ได้เงินค่าแรงค่ะ ไม่เหมือนกับพนักงานประจำที่รับค่าแรงเป็นรายเดือน จะหยุดเพราะป่วย หรือเพราะขี้เกียจ ถ้าสามารถหาทางโกหกเขาได้แนบเนียนพอ ก็ยังได้รับเงินค่าจ้างอยู่ดี พนักงานประจำจะมีวันหยุดพักร้อนให้ตามอายุงาน เริ่มจาก ๒๐ วัน ไปจนถึง ๒๕ วัน หมูแดงทำงานที่บริษัทนี้มาแล้ว ๔ ปีเต็ม ปีนี้เป็นปีที่ ๕ ก็เลยได้วันหยุดลาพักร้อน ๒๓ วันค่ะ ที่บริษัทนี้ เขาจะแบ่งระดับพนักงานประจำกับพนักงานชั่วคราวไว้อย่างชัดเจน ประหนึ่งว่าแบ่งชนชั้นยังไงยังงั้นเลย ตัวอย่างเช่น หากมีการเรียกประชุม หรือมีการชี้แจงนโยบายอะไร คนที่จะเข้าประชุมได้ก็จะต้องเป็นพนักงานประจำเท่านั้น พนักงานชั่วคราวหมดสิทธิ์ หรือหากต้องมีการโหวต หรือลงความคิดเห็นอะไร พนักงานชั่วคราวก็ไม่มีสิทธิ์ยกมือค่ะ หากจะต้องมีการคัดเลือก หรือตัดสินใจอะไร พนักงานชั่วคราวจะเป็นผู้ถูกตัดสิทธิ์ออกก่อนเพื่อน ข้อเสียของพนักงานชั่วคราวที่หมูแดงขยาดจนต้องรีบหาทางสมัครเป็นพนักงานประจำให้ได้โดยเร็วคือ บริษัทมีสิทธิ์ที่จะเลิกจ้างเราได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า วันนี้เราอาจจะกำลังนั่งทำงานอยู่ดีๆ เขาอาจจะเรียกเราไปบอกว่าให้กลับบ้านไปเลย แล้วไม่ต้องมาทำงานอีกก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทำความผิดอะำไร แต่ถ้าเขาเห็นว่าไม่จำเป็น เขาบอกเลิกสัญญาจ้างเราได้ทันที แต่เขาจะทำอย่างนี้กับพนักงานประจำไม่ได้ค่ะ เมื่อได้เป็นพนักงานประจำแล้ว หมูแดงก็ยังคงทำงานอย่างเดิม ๒ อย่างต่อไป โดยการทำแบบสอบถามเป็นหลัก เมื่อแบบสอบถามหมด ก็จะไปทำงานเรื่องฐานข้อมูลของลูกค้าด้วยโปรแกรม Oscar ทำแบบนี้อยู่ได้ประมาณ ๓ เดือนหรือไงนี่แหละค่ะ ไม่แน่ใจตัวเลขนัก ทางแผนก Subscription เขางานล้นมือ ผู้จัดการก็เลยมาเรียกให้ไปช่วย โอกาสในการนับ ๒ มาถึงแล้ว

แผนก Subscription คือแผนกรับสมัครสมาชิกวารสารของบริษัทค่ะ เล่าพื้นหลังของบริษัทนี้ให้ฟังเพิ่มเติมอีกหน่อยก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวฟังไปฟังมาแล้วจะงง บริษัทซาก้า (Saga) เป็นบริษัทใหญ่พอสมควรค่ะ เป็นบริษัทเดียวในอังกฤษที่จำกัดอายุของลูกค้าว่าต้องมีอายุไม่น้อยกว่า ๕๐ ปีึขึ้นไป เด็กๆไม่มีโอกาสเป็นลูกค้าของที่นี่ค่ะ ต้องรอจนแก่ใกล้เกษียณเสียก่อน มีธุรกิจหลักๆอยู่ในมือ ๓ อย่าง คือ Saga Services ทำเรื่องการประกันต่างๆ เช่น ประกันรถ ประกันบ้าน ประกันสัตว์เลี้ยง ฯลฯ Saga Holidays ทำธุรกิจท่องเที่ยว Saga Publishing ทำนิตยสาร Saga Magazine ค่ะ นิตยสารซาก้านี้ออกเป็นรายเดือนและ (ในขณะนั้น) ไม่มีวางขายในท้องตลาด ผู้ที่ต้องการจะอ่านหนังสือเล่มนี้ต้องสมัครเป็นสมาชิกเท่านั้นค่ะ แผนกที่ทำหน้าที่รับสมัครสมาชิก และดูแลข้อมูลของลูกค้านี้เรียกว่าแผนก Subscription แผนกนี้มีออฟฟิศแยกต่างหากอยู่ชั้นบนค่ะ มีพนักงานอยู่ประมาณ ๑๒ คน ในจำนวนนี้ ๒ คนต้องทำหน้าที่รับโทรศัพท์ที่ Call Centre อีึก ๒ คนทำเรื่องการเงิน ส่วนที่เหลือก็ทำงานจากเอกสาร วิธีการรับสมัครสมาชิกของเขาก็มีหลายวิธีค่ะ ลูกค้าอาจจะตัดแบบฟอร์มที่อยู่ในหนังสือแล้วกรอกส่งมาพร้อมกับเช็ค หรือบัตรเครดิต หรือโทรเข้ามาสมัครทางโทรศัพท์ หรือตอบจดหมายที่ทางบริษัทส่งไปก็ได้ บริษัทเขาจะมีวิธีโปรโมทหนังสือหลายอย่างค่ะ ที่ทำเยอะและทำทุกวันคือการส่งจดหมายเชิญชวนออกไปให้กับคนที่อายุ ๕๐ ปีขึ้นไป ส่งตัวอย่างหนังสือออกไปให้ดู ถ้าลูกค้าสนใจเขาก็จะกรอกแบบฟอร์มนั้นกลับมาให้เรา ในแต่ละวันจะมีใบตอบรับพวกนี้เข้ามาหลักพันชุดเลยนะคะ เขาก็จะทำการ batch คือคัดแยกแล้วมัดเป็นชุดๆละ ๕๐ แบบฟอร์มค่ะ วิธีแยกของเขามีหลายอย่างมาก เช่น สมาชิก ๖ เดือน สมาชิก ๑ ปี สมาชิก ๒ ปี สมาชิกตลอดชีพ จ่ายเงินด้วยเช็ค จ่ายด้วยบัตรเครดิต จ่ายด้วย postal order ฯลฯ การที่เขาแยกไว้แบบนี้ก็เพื่อให้เราทำงานได้สะดวกขึ้นนั่นเอง

คนที่มีหน้าที่ subscribe สมาชิกให้ลูกค้านี้นะคะ จะต้องทำให้ได้ ๕๐ ชุด/ชั่วโมง อันนี้เป็น target ที่เขาตั้งไว้สำหรับพนักงานที่ชำนาญแล้วนะคะ ถามว่าทำได้แบบนี้ทุกคนมั้ย ตอบว่าไม่ได้ค่ะ บางชุดยากมาก โดยเฉพาะลูกค้าที่จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต เพราะหากใส่เลขบัตรผิดก็ subscribe ไม่ได้แล้วค่ะ เราต้องโทรออกไปถามลูกค้า เจอบ้าง ไม่เจอบ้าง พูดกันรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง อย่าลืมนะคะว่าลูกค้าบริษัทนี้มีแต่คนแก่ๆ บ่อยครั้งเราเจอปัญหาว่าลูกค้าหูตึง แล้วไม่ได้ยินที่เราพูด พอเราพูดเสียงดังก็โกรธ หาว่าเราตะโกนใส่เขา คนอังกฤษถือว่าการตะโกนใส่กันนี่หยาบคายมาก เป็นเรื่องที่รับไม่ได้เลย ฉะนั้น ชุดที่เขา batch ไว้ว่าเป็นบัตรเครดิตนี่ จะไม่ค่อยมีใครอยากทำค่ะ ช่วงที่เราถูกขอให้ไปช่วย หัวหน้าก็จะมาสอนว่าต้องทำยังไง เขาบอกว่าวันแรกให้ทำให้ได้แค่ชั่วโมงละ ๑๕ ชุดก็พอ แล้วค่อยๆขยับขึ้นไป โอ๊ย.. ยากจริงๆค่ะ ใน ๓ วันแรกนี่ ทำผิดครึ่งต่อครึ่งเลย เป็นงานละเอียดมาก ต้องเช็คที่อยู่ลูกค้้าให้ถูกต้องที่สุด ใส่ข้อมูลให้ครบ บางคนนะคะ เขียนมาแต่บ้านเลขที่กับถนน เมืองก็ไม่ใส่ รหัสไปรษณีย์ก็ไม่ใส่ เราก็ต้องใช้วิทยายุทธโดยการค้นหาจากฐานข้อมูลของกรมไปรษณีย์เอาค่ะ ทำงานที่แผนกนี้โดนใจหมูแดงมากเพราะได้ค้นคว้าข้อมูลเยอะ แล้วก็ได้ใช้โปรแกรม Oscar มากขึ้น ได้ลงลึกในคำสั่งยากๆที่โปรแกรมมีไว้ แล้วก็ได้โอกาสฝึกพูดด้วยค่ะ อันนี้สำคัญมากและเป็นประโยชน์แก่หมูแดงที่สุด ทำให้ทักษะการพูดของเราพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว ถือว่าหมูแดงเริ่มนับ ๓ แล้วนะคะจากการได้ฝึกทักษะการพูดนี้

สมัยอยู่เมืองไทย หมูแดงทำงานประจำแห่งแรกกับบริษัทผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลังรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เจ้านายคนที่เราทำงานด้วยนานที่สุดเป็นคนจีนที่เติบโตในเมืองไทย เป็นเจ้านายที่เรารักมาก เพราะท่านนี่เองที่สอนสั่งให้หมูแดงเป็นคนทำงานเก่งขึ้น ให้โอกาสหลายๆอย่างกับเรา ทำงานที่นี่ถึงแม้เจ้านายจะไม่ใช่ฝรั่งมังค่า แต่เพราะบริษัทต้องทำการค้ากับต่างชาติ เราก็เลยต้องใช้ภาษาัอังกฤษในการสื่อสารเป็นหลัก ภาษาอังกฤษในการสื่อสารของเราไม่ถึงกับดีมาก อยู่ในระดับที่ใช้งานได้ดีทีเดียว เอาเป็นว่าไม่เคยพลาดให้เกิดความเสียหายก็แล้วกันนะคะ ทำงานที่นี่ได้ ๑๐ ปี ก็มีสาเหตุุให้ต้องลาออกจากงานทั้งๆที่ไม่ได้อยากทำเลย เป็นเรื่องเศร้าและขมขื่นที่สุดอีกอย่างหนึ่งในชีวิต แต่คงจะเป็นเพราะอะไรบางอย่างอยากให้เราได้มีโอกาสใหม่ๆ ก็เลยทำให้เราต้องจากบริษัทนี้ไปทำงานกับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอีเล็คโทรนิคส์แห่งหนึ่ง ที่ อ. บางน้ำเปรี้ยว จ. ฉะเชิงเทรา บ้านเกิด ที่นี่เราได้เจ้านายเป็นฝรั่งชาวอเมริกันนิสัยดีมากๆ เป็นเจ้านายอีกคนที่เรารักมากเช่นกัน เราค่อนข้างโชคดีที่ได้เจ้านายประเสริฐ ไม่ว่าจะทำงานที่ไหน เจ้านายน่ารักทุกคนเลย เราทำงานกับเจ้านายฝรั่งคนนี้ได้เกือบ ๕ ปี ก็มีอันต้องพลัดพรากจากกัน เพราะเจ้านายถูกบีบให้ออกและต้องกลับไปอเมริกา เรื่องนี้ทำร้ายจิตใจเรามากๆจนหมดกำลังใจทำงานเลย ชีวิตช่วงนั้นดิ่งลงไปสู่ก้นเหว และหักเหจนต้องพลัดบ้านพลัดถิ่นมาอยู่ไกลถึงประเทศอังกฤษนี่เลย หากใครอยากฟังเรื่องชีวิตการทำงานที่เมืองไทย เอาไว้จะเล่าให้ฟังนะคะ มีหลายๆอย่างเป็นบทเรียนสอนใจได้ดีทีเดียว แต่ตอนนี้ขอเล่าเรื่องประสบการณ์การทำงานที่อังกฤษให้จบเสียก่อน ยังอีกยาวค่ะ

ถึงแม้ว่าตลอดระยะเวลา ๑๕ ปีที่ทำงานในเมืองไทยจะต้องติดต่อพูดคุยกับชาวต่างชาติทุกวัน ใช้ภาษาอังกฤษทุกวัน แต่เมื่อต้องมาอยู่ที่นี่ ในประเทศที่เป็นต้นแบบของภาษาอังกฤษที่เราเคยใช้ กลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยค่ะ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีปัญหาในการสื่อสารกับใคร เพราะอยู่เมืองไทยเราก็พูดได้คล่อง แต่ภาษาอังกฤษที่เราเคยใช้กับภาษาอังกฤษที่นี่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คนอังกฤษเป็นคนหยิ่งในสายเลือดมาก ครั้งหนึ่งหมูแดงเคยถูกลูกค้าที่ร้านบูทส์ตำหนิเพราะพูดภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันมาแล้ว เชื่อมั้ยคะ ก็มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆ ตลอดเวลาที่เราทำงาน เราต้องติดต่อกับลูกค้าชาวอเมริกัน เจ้านายคนสุดท้ายก็เป็นอเมริกัน ตอนไปเรียนภาษาัอังกฤษเพิ่มเติม ก็เรียนกับครูชาวอเมริกัน และเรียนกับสมาคมศิษย์เก่านักเรียนอเมริกัน (AUA) จะไม่ให้ติดสำเนียงอเมริกันก็คงไม่ได้แล้วล่ะค่ะ ภาษาอังกฤษที่ชาวอเมริกันใช้นั้น ไม่เหมือนกับภาษาอังกฤษที่นี่เลย คำศัพท์ก็ต่างกัน เช่นคำว่าห้องส้วม ภาษาไทยเราพูดแบบสุภาพว่า ไปห้องน้ำค่ะ เจ้านายฝรั่งของหมูแดงสอนว่า ถ้าจะพูดเป็นภาษาอังกฤษให้สุภาพก็ต้องบอกว่า go to the restroom ไม่ใช่ go to the toilet แต่พอมาพูดคำว่า restroom ที่นี่ ฝรั่งอังกฤษมองหน้าแล้วก็บอกว่า oh… go to the loo พูดตรงมากๆเลย เพราะ loo มันแปลว่าโถส้วมไงคะ บางคนก็พูดว่า go to the toilet แต่น้อยค่ะ โดยมากจะ go to the loo กันทั้งนั้น ตอนแรกๆเราไม่กล้าพูดเพราะอายว่าคำว่า loo หรือ toilet มันไม่ค่อยสุภาพ (ก็เจ้านายเก่าบอกมายังงี้) แต่อยู่ไปอยู่มาก็ชินค่ะ เพราะทุกครั้งที่เผลอพูดคำว่า restroom ฝรั่งอังกฤษเขาก็จะพูดแก้มาให้ทุกครั้งว่า loo หรือ toilet เขาบอกว่าก็มันคือ loo เราไปที่นั่นก็เพื่อจะใช้ loo ไม่ใช่เข้าไปนั่งพักถึงจะได้เรียกว่า restroom

คนอังกฤษใช้คำแสลงเยอะมากๆ ตอนมาอยู่ใหม่ๆต้องพก Dictionary ติดกระเป๋าไว้ตลอดเวลาเพราะฟังไม่ออกว่าเขาพูดว่าอะไร หมูแดงก็จะใช้วิธีบอกเขาว่า Can you spell for me please? คือช่วยสะกดให้หน่อย แล้วก็เปิดดิกหาเอา เจอบ้าง ไม่เจอบ้าง บ่อยครั้งเข้าไม่เปิดแล้วค่ะ ขัดใจ และไม่ทันใจด้วย เพราะคำแสลงมันไม่ค่อยมีในดิกหรอก ก็จะใช้วิธีถามกลับไปเลยว่า What does it mean? คือหมายความว่าอะไรเหรอคะ ที่คุณพูดเมื่อกี๊นี้น่ะ เขาก็จะอธิบายให้ฟัง มีครั้งหนึ่งเลิกงานแล้ว เราก็กำลังยืนรอให้ลุงเด๋อไปรับ เพื่อนฝรั่งเดินผ่านมาก็ถามว่า Do you have a lift? งงซิคะ บ้านใครที่ไหนจะมีลิฟท์ใช้ ก็รู้ๆกันอยู่ว่าที่เมืองนี้เขาไม่ให้สร้างตึกสูงๆ ตึกแค่ ๒-๓ ชั้น เดินขึ้นบันไดเอาก็ได้ ไม่เห็นต้องใช้ลิฟท์เลย แล้วเป็นอะไร อยู่ๆก็มาถามว่าที่บ้านมีลิฟท์หรือเปล่า คุณเธอเห็นเราทำหน้างงงวยสุดฤทธิ์ ก็เลยถามซ้ำ อิชั้นก็ยังไม่เข้าใจ เขาก็เลยถามใหม่ว่า Will your husband pick you up? อ๋อ.. เขาถามว่ามีใครมารับกลับบ้านหรือเปล่า ไม่ใช่ถามว่าที่บ้านมีลิฟท์ใช้หรือเปล่า อิ.. อิ..

เล่าเรื่องภาษาอังกฤษมาเสียยาว ก็เพียงเพื่อจะปูไปเล่าเรื่องการพัฒนาทักษะการพูด และการฟังของหมูแดงเมื่อทำงานที่แผนก Subscription เท่านั้นเองแหละค่ะ อย่างที่เล่าข้างบนว่าทำงานแผนกนี้ต้องโทรศัพท์ออกไปหาลูกค้าบ่อยๆ ไม่ใช่งานง่ายๆนะคะ ไม่มีใครอยากโทรไปหาลูกค้าหรอกค่ะเพราะมันเสี่ยงต่อความมั่นคงในอาชีพ ทำไมน่ะเหรอคะ ก็ลูกค้าที่นี่คือพระเจ้าไงคะ ยิ่งใหญ่มาก เราต้องระวังตัวตลอดเวลา ต้องระวังทุกคำพูดไม่ให้สะเทือนใจลูกค้า ไม่ให้ลูกค้าฟังแล้วรู้สึกไม่ดีได้ สมมุติว่าลูกค้าส่งเช็คมาแล้วลืมเซ็นต์ชื่อกำกับ เราก็ต้องโทรไปบอกเขาว่าขอเปลี่ยนเช็คใบใหม่ แต่เราต้องพูดให้ดี เพื่อไม่ให้เขารู้สึกได้ว่าเขาทำผิด งงล่ะซิว่าจะพูดยังไง ลองยกบทสนทนาให้ฟังซักกรณีหนึ่งก็ได้ค่ะ ที่พูดบ่อยๆก็ประมาณนี้เลยค่ะ

Q : Good morning madam, may I speak to Mrs. Wallis please. คำว่าพลีส สำคัญมากค่ะ ต้องเริ่มด้วยคำนี้ตลอด
A : Yes, Mrs. Wallis speaking.
Q : Oh hello Mrs. Wallis. My name is Moodeng calling from Saga Magazine. How are you today? แนะนำตัวแล้วต้องถามสารทุกข์สุกดิบกันก่อน ไม่ใช่เร่งแต่จะหาผลประโยชน์ตรงดิ่งเข้าสู่คำถามของเรา
A : I’m fine. Thank you. And you?
Q : I’m very well. Thank you very much for your kindness. Would you mind if I check something with you please? ขอบคุณนะคะ อย่าลืม แล้วก็อ่อนน้อมถ่อมตน ขอร้องให้ช่วย
A : No not at all.
Q : We’ve received your cheque for 35 pounds. You would like to subscribe to the Saga Magazine for 3 years thank you very much for that. We are very delighted. But may I ask for your kindness to sign the cheque for us please. Would you mind madam? เห็นมั้ย ขอบคุณอีกแล้ว และยังขอร้องให้เขาช่วยเซ็นต์เช็คให้ใหม่ ห้ามพูดเด็ดขาดว่าเขาลืมเซ็นต์เช็ค
A : Oh.. Have I forgot to sign the cheque? I’m sorry.
Q : Oh.. not to worry Mrs. Wallis. We will send the cheque back to you with a pre-paid envelope. Once you've signed, please post it back and the stamp is not required. ถึงแม้เจ้าตัวจะขอโทษเราแล้วว่าลืมเซ็นต์เช็ค แต่เราก็จะไปตอกย้ำเขาไม่ได้ ทำได้เพียงปลอบโยนว่าไม่เป็นไร ส่งเช็คกลับบ้านพร้อมซองจดหมายที่จ่ายค่าอากรแสตมป์เรียบร้อยแล้ว เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มอีก
A : ok will do.
Q : You are so kind Mrs. Wallis. Thank you very much for your time. I’m sorry to bother you today. Have a pleasant day. Good-bye. ขอบคุณอีกแล้ว และขอโทษด้วยที่โทรมารบกวนเวลาพักผ่อนของเขา

เห็นมั้ยคะ แค่จะบอกให้ลูกค้าเซ็นต์เช็คให้ใหม่เนี่ย ต้องพูดกันยาวขนาดนี้เลย แล้วห้ามพูดเด็ดขาดว่าลูกค้าลืมเซ็นต์เช็ค ถึงแม้ว่าเขาจะลืมจริงๆก็เถอะ เพราะหากพูดไป จะถือว่าเป็นการโยนความผิดให้ลูกค้า ลูกค้าอาจจะรู้สึกแย่ รู้สึกไม่ดี และเสียใจได้ ต้องชม ต้องขอบคุณ ต้องขอโทษลูกค้าทุกครั้ง และต้องพูดด้วยเสียงนุ่มนวล ห้ามพูดเสียงดังเกินไปเพราะลูกค้าอาจจะเข้าใจผิดว่าเราไปตะโกนใส่หน้าเขาก็ได้ และห้ามพูดเสียงค่อยเพราะถ้าลูกค้าไม่ได้ยิน ก็อาจจะโมโหและอารมณ์เสีย พาลโกรธเราได้อีก ช่วงที่ทำงานแผนก Subscription ใหม่ๆ หมูแดงไม่กล้ายกหูโทรศัพท์โทรออกไปเลยค่ะ เพราะไม่รู้ว่าจะพูดยังไง แล้วหัวหน้าเองก็ไม่ยอมให้โทรด้วย ทำงานไปได้อาทิตย์กว่า หัวหน้าถึงอนุญาตให้โทรได้ วิธีการคือให้เรานั่งฟังพี่เลี้ยงคุยกับลูกค้าประมาณ ๑๐ คนก่อน แล้วเราลองโทรไปหาลูกค้าในเคสง่ายๆ ให้พี่เลี้ยง ๑ คนนั่งประกบเราตอนที่เรากำลังจะโทร เอาหูโทรศัพท์อีกอันมาเสียบไว้ เพราะเขาจะได้ฟังได้ด้วยว่าลูกค้าพูดอะไรกับเรา ก่อนกดหมายเลขไป เขาจะ brief เราก่อนว่าจะต้องพูดกับลูกค้าว่ายังไง ระหว่างที่เราคุยอยู่ เขาก็จะคอยเขียนหนังสือบอกเราว่าจะต้องพูดอะไร เช่น เราลืมขอโทษ ลืมขอบคุณ ลืมชม เขาก็จะบอกเราหมด พูดเสียงดังไป ค่อยไป เขาจะเขียนบอกเราตรงนั้นเลย ฝึกเราแบบนี้ประมาณ ๑๐ สาย แล้วก็ปล่อยเราโชว์เดี่ยว หลังจากวางสายแต่ละครั้งเขาก็จะบอกว่าเราพูดผิดหรือพูดถูกยังไง การได้โทรศัพท์ออกไปหาลูกค้านี่นะคะ ทำให้เราได้ฝึกพูดเยอะมาก และได้ฝึกฟังด้วย จากวันแรกที่กลัวจนมือสั่น จนสามารถพูดได้คล่องเลย เจอลูกค้าสารพัดรูปแบบ หูตึง เป็นใบ้ จู้จี้ ขี้โมโห แต่ขอบอกว่าสนุกมากๆเลย พอทำไปได้เกือบๆเดือน ก็ชักอยากจะลองไปนั่งรับโทรศัพท์เองบ้าง อยากรู้ว่าเวลาลูกค้าโทรเข้ามาแล้วเราจะต้องตอบยังไง ก็ไปขอหัวหน้าว่าขอนั่ง switchboard บ้างได้มั้ย หัวหน้าบอกว่ายังไม่ถึงเวลา ต้องฝึกอะไรอีกหลายอย่าง ตอนนี้แค่ฝึก subscribe หนังสือให้คล่องก่อนก็พอ เราก็เชื่อเขานะ เพราะเราชอบงานนี้เสียแล้ว จากตอนแรกๆเราทำได้แค่ ๑๕ ชุด/ชั่วโมง ฝีมือเราก็พัฒนาขึ้นไปถึง ๑๕๐ ชุด/ชั่วโมงก็เคยมี จากที่เป็นคนถูกจับผิด ถูกตรวจงาน กลายเป็นคนที่คอยจับผิดคนอื่น คอยตรวจงานคนอื่นแทน EM027
<div align="center"><img src='http://i27.photobucket.com/albums/c166/Moodaeng/Web%20Icon/ICON054.gif' border='0' alt='user posted image' /><span style='color:#CC66CC'> น้ำใจใสพิสุทธิ์ แด่เพื่อนมนุษย์ร่วมโลก เอาความรักกลบความทุกข์โศก เพื่อโลกนี้สดใส ขอเชิญชวนเพื่อนพ้อง เปลี่ยนทำนองเสียงร้องไห้ เป็นเสียงเพลงบรรเลงน้ำใจ แบ่งปันความรักให้ซึ่งกันและกัน</span><br><font size=3 color=#FF0059><b>บริการโอนเงินกลับประเทศไทย ในอัตราค่าบริการเพียงร้อยละ ๓ บาท รับได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน สนใจใช้บริการ <a href="http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?showtopic=43345">ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ</a></font><br><font size=3 color=#339900>ติดต่อด่วนโทรมาได้ตลอดเวลานะคะ ๐๘๙-๕๓๓๑๙๕๔ ยินดีให้บริการค่ะ</font></b></div>
ภาพประจำตัวสมาชิก
หมูแดง
แม่ไข่คาร์เวียร์
 
โพสต์: 6836
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ธ.ค. 24, 2005 11:24 am
ที่อยู่: England

โพสต์โดย moonshine » เสาร์ ก.พ. 25, 2006 3:47 pm

Flag America Flag Thailand That's perfect English.Thank you Koon moodaeng.get a brake.and tell some more please. EM278
ภาพประจำตัวสมาชิก
moonshine
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 5
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.พ. 11, 2006 9:14 pm

โพสต์โดย moonshine » จันทร์ ก.พ. 27, 2006 2:03 am

Well. Koon Moodaeng . You're so lucky you get a good job .Finally a lot of people in America don't even have no job.They're so many people draw unemployment.But me. Flag Thailand Flag America
ภาพประจำตัวสมาชิก
moonshine
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 5
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.พ. 11, 2006 9:14 pm

โพสต์โดย Kae » จันทร์ ก.พ. 27, 2006 2:41 pm

มีภาคต่อจากนี้อีกไหมพี่หมูแดง อ่านเพลินเลยนี่ แถมได้ความรู้อีกต่างหาก ดีจัง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Kae
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 51
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ม.ค. 19, 2006 6:56 pm

โพสต์โดย ยายหนู » อังคาร ก.พ. 28, 2006 11:06 pm

โอ้ย.ตาลายว่ะ ติดตามอ่านเรื่องของหมูแดงมันส์ดี... แต่ยายหนูไปตัดเลนส์แว่นมาใหม่ ใช้อ่านนานๆไม่ได้

งานของขายหนูที่เคยทำที่อเมริกา(รัฐอลาสก้า)ก็ประเภทล้างส้วมอ่ะ...ชั่วโมงละ 8-10เหรียญ ดีกว่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่มีประโยชน์ (พนักงานธนาคาร พยาบาล ก็ได้ค่าแรงเท่านี้)

จริงแล้วที่ รัฐอลาสก้า งานมีเยอะมาก ถ้าไม่เลือกงาน และทำใจยอมรับความจริงว่าเราไม่ไช่เจ้าของภาษาจะให้พูดและฟังแป๊ะๆนั้นเป็นเรื่องยาก..เขาก็อยากจะได้คนที่พูดรู้เรื่องและเข้าใจมาร่วมงาน

มีเพื่อนบ้านเป็นคนไต้หวัน แต่งงานมาอยู่หลังยายหนูไม่เท่าไร อายุก็พอๆกันกับยายหนูนี่แหละ แต่ท่าทางแกเชิดๆ ป่านนี้แกยังหางานไม่ได้เลย แกว่าสมัครไว้หลายที่แต่ไม่มีใครรับ เรียกไปสัมภาษณ์ แล้วก็บอกว่า สอบข้อเขียนผ่านเพราะอ่านเขียนดี แต่สัมภาษณ์ไม่ผ่าน เพราะสนทนายังไม่ดี ภาษาอังกฤษของแกยังไม่ดีพอที่จะทำงานด้านนี้....

ยกตัวอย่างตอนแกมาซื้ออาหารที่ร้านยายหนู เราคุยถึงเรื่องอากาศที่นี่ว่ามันหนาวมาก และเรื่องหางานจบ อาหารก็เสร็จพอดี ยายหนูถามแกว่า How did you like over here. เธอตอบว่า This is my frist time to come over here let me test. เธอตีความหมายของคำว่า over here ผิดไปนิดเดียวเอง ยายหนูเองก็เป็นแบบนี้บ่อยๆ อยู่ไปก็จะชินเอง

งานทำความสะอาดห้องโรงแรม ทำความสะอาดทั่วไป ซักผ้า ล้างชาม เสริฟ แคชเชียร์ จัดสโตร์ งานหลังนี่ยายหนูชอบเพราะเราทำตอนร้านปิด แค่เรียงของตามชั้นในซุปเปอร์ ซึ่งงานพวกนี้เป็นงานเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่เพิ่งมาอยู่อเมริกาใหม่ๆ คือทำงานไปได้ฝึกภาษาไปในตัว แต่หลายคนมองข้ามคิดว่า เป็นงานต่ำ

ยายหนูอยู่อเมริกามาเกือบ 5 ปี มีงานทำตลอด แถมทำสองที่อีกด้วย สมัครที่ไหนเขาก็เรียกไปสัมภาษณ์และรับเลย งานอะไรก็ได้ไม่เลือก.... งานน่ะมีเยอะรอคนอยู่ แต่..คนซิเลือกงาน
ภาพประจำตัวสมาชิก
ยายหนู
แม่ไข่นกกระทา พ่อไข่จะละเม็ด
 
โพสต์: 2789
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.พ. 15, 2006 11:54 pm

โพสต์โดย ตุ้ยนุ้ย » พุธ มี.ค. 01, 2006 6:01 pm

พี่น้องผองเพื่อนทั้งหลาย โปรดฟังทางนี้...... พี่หมูแดงของเราดื้อแล้ว มาช่วยกันจับเจ้าตัวดื้อออกจากพี่หมูแดงหน่อยเร็ว.... ใครอยากอ่านต่อ เข้ามาเรียกพี่หมูแดงกลับมาเล่า เอ้า พี่หมูแดงเข้ามาเล่า พี่หมูแดงเข้ามาเล่า...... ชอบอ่านคนโม้เขียนค่ะ ขอบอก มันส์ดี
ภาพประจำตัวสมาชิก
ตุ้ยนุ้ย
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 599
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 20, 2006 3:33 pm

โพสต์โดย หมูแดง » พฤหัสฯ. มี.ค. 02, 2006 12:02 am

แหม.. จริงๆแล้วเปล่าหยิ่งหรอก แต่มันยุ่งต่างหากล่ะ ทำโอทีทุกวันเลยเหนื่อย ถึงบ้านน็อคเลย พิมพ์ไม่ไหว เอ้า.. วันนี้เล่าต่ออีกหน่อยละกันนะคะ จากคราวที่แล้วเล่าเรื่องการเริ่มต้นทำงานที่แผนก Subscription

ที่แผนกนี้ ต้องการความถูกต้องของข้อมูล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็มเลยค่ะ ในแต่ละวันจะต้องมีคนหนึ่งเข้าเวรรับหน้าที่ตรวจงานที่ทำการ subscribed แล้วว่าถูกต้องหรือเปล่า โดยการสุ่มตรวจ ๑๐ เปอร์เซ็นต์จากงานที่ทำ ตัวอย่างเช่นในใบสมัครสมาชิก ๑ ตั้ง มีจำนวน ๕๐ ชุด คนที่ตรวจเขาก็จะหยิบออกมา ๕ ชุดเพื่อตรวจ หากผิดหมดทั้ง ๕ ชุด เขาก็จะตรวจใบสมัครในตั้งนั้นหมดทุกใบ แต่ถ้าผ่านหมดเลย ไม่มีผิด เอกสารตั้งนั้นก็จะถูกส่งไปเก็บค่ะ ไม่ต้องตรวจซ้ำอีก ใบสมัครที่เขาเลือกออกมาตรวจนั้น เขาจะเลือกใบที่มีการแก้ไขข้อมูลมากที่สุด เช่น เปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนนามสกุล เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ หรือใบที่ลูกค้าเขียนข้อความไว้เยอะๆนั่นแหละค่ะ เพราะพวกนี้มีรายละเอียดมาก ถ้าตรวจจากใบสมัครเหล่านี้โอกาสที่จะเจอพลาดก็มีมาก คนที่ทำหน้าที่ตรวจนี่นะคะ พูดง่ายๆก็คือต้องจับผิดให้ได้นั่นเอง ความผิดพลาดที่ถูกตรวจเจอจะต้องถูกจดบันทึกไว้ด้วย สถิติพวกนี้เขาจะเอามาวัดผลการทำงานของเราค่ะ ถ้าเจอผิดมาก ก็ต้องถูกส่งไปอบรมใหม่ หรืออาจจะถูกย้ายไปทำงานแผนกอื่นที่เหมาะสมกว่า ต้องการความละเอียดถูกต้องน้อยกว่า ช่วงที่ทำงานใหม่ๆในช่วงอาทิตย์แรก งานของเราถูกเจอตรวจผิดทุกวัน และทุกตั้งด้วยค่ะ ซึ่งหัวหน้าบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ต้องตกใจ เพราะคนที่ฝึกใหม่ๆจะไม่ค่อยรอบคอบ เพราะความรอบรู้ในงานยังน้อย เขาให้เวลาฝึกแบบนี้เป็นเดือนเลยค่ะ พอทำไปหลายวันเข้า จากที่เคยมีผิดทุกตั้ง ก็เป็นผิดบางตั้ง ฝีมือพัฒนาขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดก็ไม่มีผิดเลย ระยะหลังคนที่ตรวจบอกว่าจะต้องหาที่ผิดของงานเราให้ได้ ถึงกับพนันกันเลยว่าจะมีมั้ย และจากการที่งานผิดไม่มี หัวหน้าก็เลยให้เราไปเข้าเวรตรวจงานด้วย เขาจะจัดกันเป็นเวรค่ะ วันนี้ใครจะเป็นคนตรวจ ก็ต้องจัดตารางเวรกัน เพื่อไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้งกันได้ เพื่อนๆที่ที่ทำงานเขาจะกลัวกันมากเวลาที่หมูแดงตรวจงาน เพราะตรวจละเอียดยิบเลย ไม่มีปล่อยผ่าน เมื่อก่อนเราเป็นแค่คนถูกตรวจเราก็ไม่รู้เรื่องอะไร พอเรามาเป็นคนตรวจเองเราถึงรู้ว่าคนที่ทำงานอยู่ก่อนเขามีการฮั้วกันด้วย คือถ้าเจอผิดก็แก้ให้กันไปเลย แล้วไม่ต้องจดรายการ เพื่อไม่ให้ถูกตัดคะแนน และให้ profile ดูดี ช่วงแรกๆหมูแดงก็ถูกโวยวายเหมือนกันว่าไปแกล้งเขาหรือเปล่า ทำไมเจอข้อผิดเขาเยอะเหลือเกิน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่มี ต้องให้หัวหน้ามาดูว่าผิดจริงหรือเปล่า ก็หลักฐานมีให้เห็นกันจะๆ เขาก็เถียงไม่ออก ตรวจไปตรวจมา เพื่อนร่วมงานก็มาบอกว่าให้หยวนๆเขาหน่อย อย่ามาร์คผิดทุกครั้ง เวลาที่เขาตรวจของเรา เขาก็จะหยวนให้ด้วยเพื่อเป็นการแลกกัน หมูแดงก็บอกเขาว่า Cheating is a sin. คือการโกงนั้นเป็นบาป ทำไม่ได้ค่ะ เขาก็เขม่นๆหมูแดง แล้วก็คอยแขวะ คอยจับผิด แต่ก็ไม่พลาดหรอกค่ะ ไม่ว่าจะทำอะไร เขาไม่มีเหตุให้มากล่าวหาเราได้ซักอย่าง ในที่สุดเขาก็เลิกไปเองแล้วก็กลายเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี

ทำงานแผนกนี้มีความสุขดีมาก จากที่เริ่มแค่หัด subscribe หนังสือให้ลูกค้า ก็นับเลขมากขึ้น เพราะต้องตรวจงานเพื่อนด้วย ทำไปไม่นานคนแผนกแบงค์ขาด หัวหน้าก็เลยมาถามว่าอยากทำมั้ย อุ๊ย.. ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่าอยากซิคะ ถึงแม้ไม่ชอบงานที่เป็นตัวเลขเลย แต่การทำงานแบงค์ของแผนกนี้ไม่ใช่งานบัญชีที่เรารู้จัก จริงๆแล้วมันเป็นการเคลียร์เช็คที่ลูกค้าส่งมาแล้วเอาไปส่งธนาคารแค่นั้นแหละค่ะ ใช้เวลาทำประมาณครึ่งวัน ครึ่งวันบ่ายเราก็กลับมา subscribe หนังสือต่อ พอทำไปได้ซักพัก คนเก่าๆก็ทะยอยกันลาออกไปเกือบหมด จากเราที่เคยเป็นคนมาใหม่กลายเป็นคนเก่า มีพนักงานใหม่ๆเข้ามาร่วมทำงานมากมาย หัวหน้าก็มาบอกว่าช่วยเป็นเทรนเนอร์ให้หน่อยได้มั้ย เพราะเห็นเราชอบสอน แล้วก็ทำงานละเอียด ช่วยเทรนเด็กใหม่ๆหน่อย เราก็ยิ้มซิคะ ชอบค่ะ ได้นับเลขเพิ่มอีกแล้ว
<div align="center"><img src='http://i27.photobucket.com/albums/c166/Moodaeng/Web%20Icon/ICON054.gif' border='0' alt='user posted image' /><span style='color:#CC66CC'> น้ำใจใสพิสุทธิ์ แด่เพื่อนมนุษย์ร่วมโลก เอาความรักกลบความทุกข์โศก เพื่อโลกนี้สดใส ขอเชิญชวนเพื่อนพ้อง เปลี่ยนทำนองเสียงร้องไห้ เป็นเสียงเพลงบรรเลงน้ำใจ แบ่งปันความรักให้ซึ่งกันและกัน</span><br><font size=3 color=#FF0059><b>บริการโอนเงินกลับประเทศไทย ในอัตราค่าบริการเพียงร้อยละ ๓ บาท รับได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน สนใจใช้บริการ <a href="http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?showtopic=43345">ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ</a></font><br><font size=3 color=#339900>ติดต่อด่วนโทรมาได้ตลอดเวลานะคะ ๐๘๙-๕๓๓๑๙๕๔ ยินดีให้บริการค่ะ</font></b></div>
ภาพประจำตัวสมาชิก
หมูแดง
แม่ไข่คาร์เวียร์
 
โพสต์: 6836
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ธ.ค. 24, 2005 11:24 am
ที่อยู่: England

โพสต์โดย MaeHongSon » พฤหัสฯ. มี.ค. 02, 2006 5:01 pm

พี่หมูแดงจ๋าเก่งจังเลย เรียมชอบคนแน่อย่างพี่นี้ล่ะคะ ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน และความมีน้ำใจ ยกให้พี่หมูแดงไปเลยคะ Flag Thailand
MaeHongSon
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 72
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ก.พ. 09, 2006 8:06 pm

โพสต์โดย cake » พฤหัสฯ. มี.ค. 02, 2006 8:41 pm

สวัสดีค่ะ...

อ่านฟอรัมที่พี่หมูแดง และหลายๆท่านที่เล่าให้ฟังถึงประสบการณ์การทำงาน แล้วอยากมีงานทำบ้างค่ะเมย์มาอยู่ที่ต่างประเทศปีกว่าแล้วค่ะ ยังไม่มีใบอนุญาตทำงาน ไม่ทราบว่าต้องติดต่อหน่วยงานใด และมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ขอคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์หน่อยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

คนยังไม่มีงานทำ อ่านแล้วอยากทำงานจัง มารอพี่หมูแดงเล่าต่อค่ะ เมย์อยู่ที่อเมริกาค่ะ เมย์จะเก็บไว้เป็นข้อมูลค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
cake
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 1683
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 16, 2006 2:13 am

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน