[QUOTE=naddyswiss,July 05, 2010 04:12 pm]
[/QUOTE]
พี่เจี๊ยบไม่ใช่พี่คนเดียวหรอกค่ะที่เสียน้ำตา เพราะตอนโหน่งเรียนขับอ่ะ โหน่งก้อโดนครูด่าจนร้องไห้ พี่นึกสภาพผู้หญิงท้องคนนึงมานั่งกดดันกะการเรียนขับรถดิพี่ มันถึงจุดๆนึง หนูก้อเลยปล่อยโฮออกมาเลย แล้วก้อด่าให้ครูไปว่า "ตรูไม่เรียนแว๊ว ไม่เอาก้อได้ใบขับขี่ประเทศเนี๊ยะ แงๆๆๆ" ครูตกใจ เฮ๊ย (ฝรั่งแพ้น้ำตาหญิงไทยทุกรายไป) กร๊ากๆๆ เค้าก้อเลยปลอบเราใหญ่เลย แต่เหมือนกะว่าน้ำตาที่เสียไปวันนั้น มันเป็นเวทมนตร์อ่ะพี่เจี๊ยบ พอวันรุ่งขึ้นโหน่งขับพริ๊วได้เอง งงตัวเอง ครูก้องง ฮ่าๆๆๆ ก้อเลยได้ไปสอบ แล้วก้อผ่าน
คือโหน่งใช้ใบขับขี่ไทยมาเทียบเอาค่ะ แต่โหน่งรู้สึกดีใจมากที่ขับที่นี่เป็น เพราะว่ามันช่วยเราได้หลายเรื่อง สามีโหน่งเค้าทำงานตลอดค่ะ บ้านโหน่งอยู่บ้านนอก มานั่งรอสามีทำนู่น ทำนี่ให้โหน่งคงคลั่งอ่ะพี่เจี๊ยบ ทุกอย่างที่สวิสเนี่ย ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองหมด ปั๋วอ่ะไม่ค่อยจะสั่งสอนหรอก
ตอนไปเสยเสามาบ้าง กำแพงบ้าง ก้อแค่หน้าซีดๆ แต่สามีเค้าก้อไม่ได้ด่าอะไรนะคะ เค้าคงทำใจกะชะตากรรมของรถน่ะค่ะ อิอิ ทำไงได้รถคันเก่าไม่มีเซนเซอร์น่ะค่ะ เลยกะไม่ค่อยแม่น อิอิ
มีอยู่หนนึงเคยขับรถของสามีไปเรียนภาษาในเมือง สามีเค้าให้ยืมขับไป เพราะช่วงนั้นหน้าหนาวแล้วรถโหน่งคันเก่า มันเกาะถนนหน้าหนาวไม่ดี ทีนี้ขับไปจอดที่ลานจอดรถ ประกฏว่าไปเสยตรงเสาสีเขียวที่เป็นตัวกั้นที่จอดรถแต่ละคัน ไม่รู้มันจะมีไปเพื่ออะไร อิอิ สีเขียวมันก้อเลยติดมาเป็นทางเลย เหอๆๆ โทรถามเพื่อนคนอื่นที่มีประสบการณ์มันบอกพี่โหน่งหาผ้าเลยนะ เอาผ้าถูๆเลยเดี๋ยวมันจะออก สรุปมันออกค่ะ แต่รอยไถอ่ะไม่ออก กร๊ากๆๆ คือตอนนั้นรถมันมีประกันชั้นหนึ่งไง จะทำเอง หรือ ใครทำประกันก้อจ่ายเหอๆๆ สามีก้อยินยอม แต่คงด่าในใจ อิอิ
ส่วนเรื่องพ่อคอยบอก เค้าก้อคอยบอกแต่ตอนจอดแหละพี่ โหน่งไม่ค่อยเก่งการเอารถจอดที่แคบๆ เพราะรถโหน่งคันใหญ่ หน้ากว้างมากๆ ไม่รู้มันจะกว้างไปทำไม อิอิ แถมตูดรถก้อยื่นออกมาอีก พ่อมานั่งรถโหน่งขับที่สวิส เค้าก้อบอกว่า โอเคพ่อนั่งแล้วรู้สึกสบายใจ เค้าบอกก้อขับนิ่มดี ก้อชมมาว่าขับเก่งแว๊ว แต่ถนนที่ดอยโหน่งเนี่ย ใครว่าเซียนๆก้อเชิญมาขับหน่อยนะค๊า ฮ่าๆๆๆ เพราะพ่อโหน่งยังไม่กล้าจะขับเลย พ่อบอกว่ารถสองคันมันสวนกันมาได้ไงว๊า อิอิ ถนนเล็กๆมากๆ และคดเคี้ยวมากๆค่ะ แต่โหน่งอ่ะชินแล้ว
อเล็กเคยไปอเมริกาบอกว่าถนนที่อเมริกาขับง่ายนะคะ เพราะถนนเลนใหญ่ แล้วก้อมีแต่ตรงอย่างเดียว จริงเท๊จยังไงก้อไม่ทราบเหมือนกันนะคะ
ส่วนทางยุโรปอเล็กบอกว่า อิตาลีขับรถแย่สุดในยุโรป เหมือนเมืองไทยเลย
แต่ถ้าใครจะแน่จริงก้ออยากให้ลองไปขับที่อินเดียดู กร๊ากๆๆ เพราะประเทศนี้หนูไม่กล้าขับอ่ะ รถเค้าขับแบบเกยกันเลยอ่ะ เพื่อนโหน่งที่ได้สามีอินเดีย เค้าไปเยี่ยมบ้านสามีเค้าๆ บอกว่าถ้าเค้าชนกัน เค้าจะไม่ทะเลาะหรือด่ากันด้วยอ่ะ การจราจรที่อินเดียปวดประสาทมากๆ เพราะบีบแตรตลอด อิอิ กลับจากอินเดียโหน่งถึงกรุงเทพ เราสองคนสามีภรรยาบอกว่า "กรุงเทพขับรถดีมาก" ฮ่าๆๆๆ
อ้อส่วนเวลาขับรถแล้วปั๋วนั่งไปด้วย รำคาญเป็นอย่างมากค่ะ พากษ์ตลอดทางเลยค่ะ หลบๆ โอ๊ยๆรถมา อ๊ะๆๆๆ ไฟแดง โหน่งเลยบอกว่า "เมิงมาขับเองเหอะ" รำคาญมากมายอ่ะ โหน่งนะขับไปเจ็ดย่านน้ำสวิสมาแว๊ว ไปเมืองใหญ่ๆหนูก้อขับของหนูคนเดียวเนี่ย ยังจะมาพากษ์โหน่งอีก
แต่หลังจากพ่อกลับเมืองไทย คิดว่าจะไม่ขับรถสักระยะ เพราะตอนพ่อแม่ ตะเวณกันแร่ด ขับรถทุกวันจนหนูจะอ้วกเลยอ่ะ หนูเลยเริ่มเบื่อแล้ว เนี่ยวันนี้ยังเดินขึ้นลงดอยแทน เบื่อขับรถมากมาย อิอิ เมื่อวานไปส่งพ่อกลับไทยมา บอกสามีว่า ตื่นไปขับรถให้ที หญิงไม่ขับแว๊ว เหนื่อยๆมาก เพราะจากบ้านโหน่งไปซูริกประมาณสี่ร้อยกว่าโล ไปกลับ [/QUOTE]
โหโหน่ง ตอนเสียน้ำตานี่มันช้ำใจอย่างมากเลยนะ แต่อย่างว่าล่ะไม่เสียน่ำตาก็ไม่เป็นสักทีเน้าะ เรื่องคุณสามีชอบแพล่มตอนเราขับรถนี่ กัดกันมาแล้วเพราะเรื่องนี้ล่ะ เค้าก็อ่ะนะอยากไห้เราเก่ง ก็พูดมันไม่อยู่อยู่นั่นล่ะ แพล่มไปทั่ว เรื่องนั้นนี่ ปากก็บอกไห้ หยุดตามป้าย เตือนมันทุกๆนาที แถมเปิดเพลงซะดัง ชวนคุยยังไม่พอ ยังพาลูกคุยอีก พี่ล่ะลมออกหู จอดรถด่าเลย เสียงดังมาก ลูกเอามือปิดหูเลย เค้าก็พูดว่า You have to get on with it and get used to it. ดูสิซวยเลย เค้าก็ดีนะทีมีเหตุผล บอกว่าดีแล้วเพราะเราจะได้ฝึกไปในตัว เออ เอาเข้าไป
ดีนะโหน่งขับรถเก่งแล้วนะ เพราะถ้าขนาดตาแดงชมขนาดนี้นะ แสดงว่าเก่งมากๆเลย ทางค๊ดเคี้ยวพี่ยังไม่ชินเลยอ่ะกลัวหักมากเกินไปแล้วมันแหกลงข้างทางอ่ะ ตอนนี้โดนเร่งไห้ขับเร็วขึนอ่ะ ตอนนี้ขับได้แค่ ๕๐ เองเร็วกว่านี้ม่ะได้อ่ะ หัวใจมันจะหลุดออกมาอ่ะ


