ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ประสบการสัมผัสที่หก (สาม)

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » จันทร์ พ.ย. 29, 2010 9:02 pm

pimlapas เขียน: ขอบคุณจานโจ๊กนะคะที่นำเรื่อง มโนทุจริตมาบอกเล่ากัน
อ่านเพลินเลยค่ะ อยากให้หลายๆคนได้อ่านจัง

แน่นอนค่ะป้าพิม มีอ่านหลายคนแน่นอน
แต่อ่านแล้วจะคิดได้หรือเปล่านั้น
อันนี้จานโจ๊กไม่สามารถให้คำตอบได้ค่ะ

พระท่านเคยสอนไว้ว่า
พระธรรมนั้นไม่ได้มีไว้ให้อ่าน แต่มีไว้ให้ปฏิบัติ
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » จันทร์ พ.ย. 29, 2010 9:16 pm

ถึงคุณพิมมณีเป็นพิเศษ...

เมื่อคืนนี้ที่คุณบอกว่า เห็นลักษณะการแต่งตัวอันเปรี้ยวจนตาหยีของหญิงป้าแล้ว
ไม่มีใครคิดได้หรอกว่า ผู้หญิงคนนี้สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม

หญิงป้าก็เพิ่งนึกได้ว่ายังมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่พูดในทำนองแบบนี้เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน
ท่านยายของหญิงป้าเองแหละ ท่านบอกว่า
"หลานสาวคนโตของฉันน่ะ ถ้ามองแป๊บเดียวจะดูว่าเขาเดินเหมือนม้าดีดกระโหลก
แต่ถ้าจ้องมองเขาเดินนานๆ จะเห็นว่าเขาเดินแบบนางเสือดาว..."


คิดอยู่ตั้งนานว่า คำพูดที่คุณพูดนั้น
เคยได้ยินมาจากไหนมาก่อน...แหะแหะ
ถือว่าเป็นคำชมก็แล้วกันนิ
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย phimmanee » จันทร์ พ.ย. 29, 2010 10:48 pm

หญิงป้า เขียน: ถึงคุณพิมมณีเป็นพิเศษ...

เมื่อคืนนี้ที่คุณบอกว่า เห็นลักษณะการแต่งตัวอันเปรี้ยวจนตาหยีของหญิงป้าแล้ว
ไม่มีใครคิดได้หรอกว่า ผู้หญิงคนนี้สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม

หญิงป้าก็เพิ่งนึกได้ว่ายังมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่พูดในทำนองแบบนี้เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน
ท่านยายของหญิงป้าเองแหละ ท่านบอกว่า
"หลานสาวคนโตของฉันน่ะ ถ้ามองแป๊บเดียวจะดูว่าเขาเดินเหมือนม้าดีดกระโหลก
แต่ถ้าจ้องมองเขาเดินนานๆ จะเห็นว่าเขาเดินแบบนางเสือดาว..."


คิดอยู่ตั้งนานว่า คำพูดที่คุณพูดนั้น
เคยได้ยินมาจากไหนมาก่อน...แหะแหะ
ถือว่าเป็นคำชมก็แล้วกันนิ

<span style='color:red'>ดูหน้าตาท่าทาง แล้วก็คุยสนุกสนาน ใครก็ดูไม่ออกหรอกค่ะว่าหญิงป้าเป็นนักปฏิบัติธรรมตัวยง หลังไมค์ที่อยู่ไปแล้วนะคะ</span>
<br><span style='color:blue'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>ทําวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อเราจะได้มีอดีตที่สวยงาม</span></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
phimmanee
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1224
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ก.พ. 08, 2007 1:48 pm

โพสต์โดย ป้าติ๋ม » อังคาร พ.ย. 30, 2010 2:46 am

ขออนุโมทนาบุญกับจานโจ๊กด้วยนะคะ ....ขอบุญกุศลของการตั้งใจทนุบำรุงศาสนาในต่างแดนส่งผลให้จานโจ๊กและครอบครัวและผู้ที่ได้ร่วมทำบุญทุกท่านที่ช่วยเหลือพระสงฆ์องคเจ้าให้มีที่อยู่ที่ปฏิบัติธรรมมีความสุขในทุกหนแห่งและขอให้มีความเจริญในธรรมกันทุกๆคนค่ะ
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าติ๋ม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 282
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 21, 2010 4:26 pm

โพสต์โดย Puimek » อังคาร พ.ย. 30, 2010 3:03 am

หญิงป้า เขียน:
Puimek เขียน:
มีคำถามนิดหน่อยค่ะท่านหญิงป้า คาถายอดพระกัณฑ์พระไตรปิฏก
ในหนังสือสวดมนต์ที่ปุยมียาวมาก อยากทราบว่ามีฉบับย่อที่พอจะสวดได้ทุกวันมั้ยคะ

(จริงๆ มีอีกตั้งหลายคำถาม แต่ขอมาถามวันละเรื่องดีกว่าค่ะ)


หนูปุยขา เวลาสวดมนต์จะสวดแบบย่อๆ
แปลว่า กุศลก็ต้องการแบบมินิ เช่นเดียวกันใช่มั้ยค่ะ

หญิงป้าถึงใช้วิธี ไม่สวดเอง
โหวดเข้าเครื่อง เข้า MP3
ให้พระสวดให้ฟัง แล้ววันหนึ่งเราจะจำได้ สวดไปกับพระได้เลย
ไม่หลอกลวง จริงๆ ลองดูสิคะ

<span style='color:green'>แหะ แหะ... เขินค่ะ ถูกท่านหญิงป้าจับได้
ว่าอยากสวดมินิ แต่จะเอากุศลมหึมา...แบบว่าโลภ...
ต้อนมาแบบนี้ตอบไม่ถูกเลยค่ะหญิงป้า...

ส่วนเขินข้อสอง คือเรื่อง MP3
ท่านหญิงป้าดูหน้าหนูปุยไม่ออกเหรอคะ ว่าแสนจะเชยบวกโลว์เทคแค่ไหน...
ทุกวันนี้ใช้อีเมลเป็น ใช้เฟะบุ๊คกะเค้าพอได้ก็บุญแล้วค่ะ
ทำไงดีน้า... ปีนี้กะว่าจะไม่ซื้อของอะไรให้ตัวเองอีกแล้วด้วยค่ะ
เพราะพ่ออุตส่าห์ข้ามโลกมาหา อะไรๆ ก็เลยทุ่มไปที่พ่อหมด
แถมยังบอกสามีว่าไม่ต้องให้ของขวัญคริสต์มาสฉันหรอกนะปีนี้
เพราะที่คุณเตรียมทุกอย่างให้พ่อ(กับครอบครัวพี่สาว)ของฉัน
ก็เหมือนกับเป็นของขวัญทางใจให้ฉันแล้ว...

เอางี้ค่ะ... ก็สวดฉบับยาวนั่นล่ะ เดี๋ยวก็ชินไปเอง
เพราะตอนแรกที่สวดชินบัญชร ยอมรับว่าท้อนะคะ มันย๊าว...ยาว
แต่เดี๋ยวนี้สวดมาร่วมสองสามเดือน ไม่รู้สึกว่ายาวอีกแล้วค่ะ

อยากโลว์เทคก็งี้แหละ...กรรม... (ไม่บ่นนะคะ ไม่่บ่น)..

</span>
<img src='http://i862.photobucket.com/albums/ab189/puimek09/robert%20redford/ottawa-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
Puimek
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2117
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 06, 2009 8:14 pm

โพสต์โดย Little Bird » อังคาร พ.ย. 30, 2010 4:32 am

<span style='color:gray'>เข้ามาอ่านอยู่บ่อย ๆ แต่ไม่ได้ตอบสักทีค่ะ กระทู้เริ่มยาวเหยียดอีกแล้วนะคะพี่ปุย...

ขอบพระคุณหญิงป้า มาก ๆ ค่ะ ที่มาเล่าเรื่องดีๆให้ฟัง..
โดยเฉพาะเรื่องอานิสงส์ของการสวดคาถาชินบัญชร และเรื่องมโนกรรม
อ่านแล้วรู้สึกดีมากค่ะ... หนูสวดมนต์และสวดบทพระคาถาชินบัญชรมานานแล้วค่ะ
ทุกวันนี้ก็ยังสวดอยู่ทุกวันและก็จะสวดต่อไปด้วยค่ะ..

เริ่มสะสมบุญไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เพราะไม่รู้ว่าวันนั้นของหนูจะมาถึงเมื่อไร
อาจจะเป็นเดียวนี้ วันนี้ หรือ พรุ่งนี้ เรามิอาจจะรู้ได้ว่าเมื่อไร แต่รู้ว่าต้องมีวันนั้นแน่นอนค่ะ
เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่ตอนนี้ถึงจะดีใช่มั้ยค่ะคุณหญิงป้า...
</span>

ปล. พี่ทัดน้องสบายดีจ้า พี่ทัดสบายดีนะคะ..
<img src='http://i233.photobucket.com/albums/ee295/sorayadevin/rain-tile1.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br><span style='color:green'>มนุษย์เป็นผู้สร้างความสุขและความทุกข์ให้กับตนเองเพราะทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นมาจากใจด้วยเหตุนี้เราทุกคนจึงต้องรับผิดชอบกับวิบากกรรมไม่ว่าทั้งดีและชั่วที่ตนเองเป็นผู้ก่อและเป็นผู้รับ</span><br>เธอมาจากไหนรู้ไหม เธอจะไปไหนรู้ไหม เธอไม่ทราบหรือ แล้วเธอทราบหรือ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Little Bird
แม่ไข่นกกระทา พ่อไข่จะละเม็ด
 
โพสต์: 2697
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 30, 2007 9:44 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » อังคาร พ.ย. 30, 2010 6:30 am

ป้าติ๋ม เขียน: หากคนเราไม่ใช้ศีลกำกับตัวเองอยู่เรื่อยๆ ที่ตามมาคือการพร่อง(ขาด)จากความมีจิตที่หนักแน่นไม่มีสมาธิ คือ จิตไม่นิ่งก็ขาดความมีสติระลึกรู้ว่าขณะนี้เดี๋ยวนี้กำลังคิดหรือทำอะไรอยู่ เลยทำให้ปัญญาพร่อง(ขาด)ตามไปด้วย จึงเป็นที่มาว่าไม่รู้ว่าตนเองทำถูกหรือทำผิดนั่นเอง
การก่อให้เกิดมโนทุจริตมันง่ายมาก เมื่อก่อได้สำเร็จ ก็ก่อวจีทุจริตตามไปด้วย..แบบ "ใจสั่งมา" ยืมชื่อเพลงของพี่เสก โลโซ และเหมือนกับที่ " จานโจ๊ก" บอกมาข้างต้น
การไม่พูด/เขียนคำหยาบเพื่อรักษากรรมบทด้านวาจานั้น ต้องเข้าใจก่อนว่าคำหยาบหมายถึงอะไรการพูดคุณ ผม ด้วยเจตนาที่ไม่ดีก็สามารถกลายเป็นคำหยาบได้ คำหยาบจึงหมายถึงคำที่พูดออกมาด้วยจิตที่หยาบ ด้วยจิตที่ขาดความเมตตา กรุณาต่อผู้ฟัง เช่น "แหม ช่วงนี้รวยใหญ่แล้วนะเธอ" ถ้าคำพูดนี้มาจากจิตที่มีเจตนาประชดประชัน ขาดเมตตา ไม่ได้คำนึงว่าผู้ฟังจะสะเทือนใจกับคำพูดเรา อย่างนี้แม้ไม่มีคำหยาบอยู่ในถ้อยคำ แต่เป็นคำที่ออกมาจากใจที่หยาบ ขาดเมตตา ก็ต้องถือเป็นคำหยาบ

อนุโมทนาค่ะป้าติ๋ม
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » อังคาร พ.ย. 30, 2010 6:36 am

Puimek เขียน:
อยากโลว์เทคก็งี้แหละ...กรรม... (ไม่บ่นนะคะ ไม่่บ่น)..


เอาซีดีใส่เครื่องคอมพ์ เปิดฟัง แล้วสวดตามสิคะ
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » อังคาร พ.ย. 30, 2010 6:41 am

Little Bird เขียน: <span style='color:gray'>เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่ตอนนี้ถึงจะดีใช่มั้ยค่ะคุณหญิงป้า...</span>


ตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้เลยค่ะ
เราต้องไม่ตั้งอยู่ในความประมาท
และสิ่งที่ทำให้เราไม่ประมาทก็คือ สติ

พอรู้สึกว่าใจของเราเริ่มจะลอยไปที่ไหนอีกแล้ว
ดึงกลับมาให้อยู่กับเรา
อยู่กับปัจจุบัน และให้เป็นปัจจุบันที่เป็นกุศล
หากเป็นอะไร จนถึงต้องกับทิ้งสังขารในตอนนั้น
ปัจจุบันท้ายสุด จะกำหนดให้เราไปในที่ไหนนะคะ

เคนเห็นมั้ยคะว่า เวลาคนใกล้จะตาย
เขาจะให้นึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ เป็นสติครั้งสุดท้าย
ถ้าผู้นั้นสามารถทำได้ เขาจะได้ไปที่สุคติ
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » อังคาร พ.ย. 30, 2010 6:42 am

phimmanee เขียน: <span style='color:red'>


หลังไมค์ที่อยู่ไปแล้วนะคะ</span>

คอยรับของนะคะ
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย tAd natchadapOrn » อังคาร พ.ย. 30, 2010 9:58 am

(หญิงป้า....)

อนุโมทนา ขอให้มีความสุข
แม้ผู้ที่ไม่ได้ส่งปัจจัยไปร่วม แต่มาร่วมอนุโมทนา ก็ขอให้มีความสุขนะคะ

ป้าติ๋ม ข้อความนี้เขียนขึ้นเมื่อ Today at 02:34 am
หากคนเราไม่ใช้ศีลกำกับตัวเองอยู่เรื่อยๆ ที่ตามมาคือการพร่อง(ขาด)จากความมีจิตที่หนักแน่นไม่มีสมาธิ คือ จิตไม่นิ่งก็ขาดความมีสติระลึกรู้ว่าขณะนี้เดี๋ยวนี้กำลังคิดหรือทำอะไรอยู่ เลยทำให้ปัญญาพร่อง(ขาด)ตามไปด้วย จึงเป็นที่มาว่าไม่รู้ว่าตนเองทำถูกหรือทำผิดนั่นเอง
การก่อให้เกิดมโนทุจริตมันง่ายมาก เมื่อก่อได้สำเร็จ ก็ก่อวจีทุจริตตามไปด้วย..แบบ "ใจสั่งมา" ยืมชื่อเพลงของพี่เสก โลโซ และเหมือนกับที่ " จานโจ๊ก" บอกมาข้างต้น
การไม่พูด/เขียนคำหยาบเพื่อรักษากรรมบทด้านวาจานั้น ต้องเข้าใจก่อนว่าคำหยาบหมายถึงอะไรการพูดคุณ ผม ด้วยเจตนาที่ไม่ดีก็สามารถกลายเป็นคำหยาบได้ คำหยาบจึงหมายถึงคำที่พูดออกมาด้วยจิตที่หยาบ ด้วยจิตที่ขาดความเมตตา กรุณาต่อผู้ฟัง เช่น "แหม ช่วงนี้รวยใหญ่แล้วนะเธอ" ถ้าคำพูดนี้มาจากจิตที่มีเจตนาประชดประชัน ขาดเมตตา ไม่ได้คำนึงว่าผู้ฟังจะสะเทือนใจกับคำพูดเรา อย่างนี้แม้ไม่มีคำหยาบอยู่ในถ้อยคำ แต่เป็นคำที่ออกมาจากใจที่หยาบ ขาดเมตตา ก็ต้องถือเป็นคำหยาบ 

<span style='color:red'>ขออนุโมทนาด้วยค่ะ....
รวมทั้งบทความเกี่ยวกับมโนกรรมที่หญิงป้าให้ข้อคิด......
...ทั้งหมดนี้ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ</span>
<span style='color:gray'><i><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>วาง&deg;&deg;&deg;เบา&deg;&deg;&deg;ว่าง</span></i></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
tAd natchadapOrn
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 516
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ มิ.ย. 08, 2009 6:31 pm

โพสต์โดย มะเหมี่ยว » อังคาร พ.ย. 30, 2010 2:45 pm

<span style='color:teal'>คุณทัด ขอบคุณที่นึกถึงกันค่ะ เหมี่ยวแอบอยู่ค่ะ อิอิ
ยุ่งเลี้ยงลูก ไปวันๆ แอบอ่านเวลาว่าง
ไม่ค่อยได้เข้ามาเจ๊ะแจ๊ะด้วยเลยค่ะ

บางเรื่องเหมี่ยวเข้ามาเล่าเหมือนละเมอมาเล่า...อิอิ
คือ ไม่ตั้งใจอยากเล่า อยู่ๆก็อยากเล่า ก็เข้ามาโม้ซะงั้น
เชื่อค่ะว่า เราใช้เวลาเดินทางท่องเที่ยวไปในมนุษย์โลก เทวโลก เราเที่ยวมาแล้วทุกภูมิ
ทิ้งสรีระไปเรื่อย....เมื่อระลึกได้ ก็จะได้ ไม่ประมาท
ส่วนคนที่ยังประมาทอยู่ ก็ขอให้เขา ระลึกได้อย่างทันกาลค่ะ

เคยฟังธรรมเรื่องศีล ที่หลวงพ่อปราโมทย์ท่านบรรยายไว้
สีเลนะ สุคะติง ยันติ จะมีความสุขเพราะศีล
ศีล ถือที่ใจ แต่ส่งผลให้ กาย วาจา เรียบร้อย...
คนมีศีลในใจ หรือไม่มี แค่เสวนาด้วย เราก็สามารถเห็นได้ จากการแสดงออก
ทางกาย วาจา...(ไม่แปลก และ จริง)
<span style='color:red'>ใครที่มีศีลยอดของบุญก็ได้เกิดแก่คนนั้น คนที่มีศีลในใจ ย่อมไม่นิยมสร้างอกุศลกรรม ทั้งสามทาง
(มโนกรรม วจีกรรม กายกรรม) เพราะคนที่ใจมีศีลเขาย่อมรู้ดีแก่ใจว่าทางนั้นไม่ถูกต้อง</span>

ส่วนคนที่ไม่มีศีล สมบัติของใคร ก็ของมัน ...อิอิ เขาย่อมได้รับในสิ่งที่เขาเพียรสร้าง (ไม่แปลกและจริง)เพียงแต่เสียดาย...ที่เขามองข้ามเพชรแท้ในใจ

เหมี่ยวดีใจและขออนุโมทนากับเพื่อนๆที่หันมาศึกษาธรรมกับทุกท่านค่ะ
ชอบอ่านในสิ่งที่เพื่อนๆเอามาแบ่งปันกัน ถึงแม้เรื่องราวต่างกัน
แต่สุดท้าย...เราก็มาพบกันที่ทาง ธรรม</span>
<span style='color:gray'>"A person who lives right, and is right, has more power in their silence than another has by words."</span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
มะเหมี่ยว
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 967
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ เม.ย. 08, 2007 3:59 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » อังคาร พ.ย. 30, 2010 4:40 pm

PHAN เขียน:
หญิงป้าจะส่งมาไห้หนูปานที่อินโด เลยเหรอคะ เกรงใจหญิงป้ามากคะ เพราะระยะเวลาและปัจจัยต่าง ๆ จะเป็นการรบกวนหญิงป้าหรือเปล่าคะ ถ้าหญิงป้าจะอนุเคราะห์ปาน และไม่เป็นการรบกวนจนเกินไปก็จักเป็นพระคุณยิ่งคะ

หนูปานรอรับซองขาวนะจ๊ะ
มีบทสวดยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก กับชินบัญชรแนบไว้ด้วย
แต่ถ้าฟังบ่อยๆ ไม่ต้องกางตำรา
สวดตามพระได้เลย

ถ้าฟังสวดไล่ตั้งแต่ต้น จบจบได้เลยยิ่งดี เพราะตอนท้ายมีแผ่เมตตา
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย ป้าติ๋ม » พุธ ธ.ค. 01, 2010 4:48 am

ขอเขียนถึงวจีทุจริตอีกสักวันนะคะ หากผู้ที่มีหรือกำลังจะมีความคิดและการกระทำไปในทางวจีทุจริตเรื่องที่เอามาแปะนี้จะได้สะกิดใจได้บ้าง
<span style='color:red'>ผลกรรมของการพูดวจีทุจริต</span>
พระพุทธศาสนามีหลักคำสอนเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ตราบใดที่ยังไม่หมดกิเลสก็ต้องเกิดอีก แต่จะเป็นภพภูมิใดนั้นขึ้นอยู่กับกรรมของแต่ละบุคคล บางคนชาตินี้เกิดเป็นมนุษย์ ชาติก่อนอาจเกิดเป็นสัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก เปรต อสูรกาย เกิดเป็นเทวดา อินทร์ พรหม ยมยักษ์มาก่อนก็ได้ ชาติหน้าอาจจะเกิดเป็นอะไรก็ได้ เรื่องของกฎแห่งกรรมนั้นไม่มีใครหนีพ้น อย่างกรณีของอดีตมารดาของพระสารีบุตรยังเคยเกิดเป็นเปรต เพียงเพราะการพูดคำหยาบด่าคนอื่น แต่พอพระเถระอุทิศส่วนกุศลไปให้ก็กลายเป็นเทพธิดาได้ในบัดดล
นางทำกรรมอะไรไว้จึงเกิดเป็นเปรต เรื่องนี้มีปรากฎในอรรถกถาสาริปุตตเถรมาตุเปติวัตถุที่ 2 ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม 2 ภาคสอง หน้าที่ 158 พระพุทธเจ้าได้แสดงบุพพกรรมของเปรตอดีตมารดาพระสารีบุตรสรุปความว่า “ในอดีตกาลเมืองพาราณสีมีเศรษฐีคนหนึ่งเป็นคนใจบุญชอบให้ทานแก่สมณพราหมณ์ คนกำพร้า คนเดินทาง วณิพก และยาจก ใครมาหาที่บ้านไม่เคยผิดหวัง ทุกคนรักเศรษฐีกันทั้งนั้น แต่ทว่าภรรยา เศรษฐีเป็นคนไม่ชอบให้ทาน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าสามีก็ทำไปตามเรื่อง พอลับหลังสามีเท่านั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไปภิกษุบิณฑบาตก็ไม่ใส่ แถมยังไล่ให้หนีไปที่อื่นอีกต่างหาก เมื่อคนเดินทางมาขอพักก็ไล่ให้ไปหาที่พักในที่อื่น เมื่อขอข้าวและน้ำนางก็บอกว่า “พวกท่านจงกินคูถ ดื่มมูตร ดื่มโลหิต กินมันสมองของมารดาท่าน” แล้วจึงระบุชื่อของสิ่งที่ไม่สะอาด น่าเกลียดแล้ว แถมยังถ่มน้ำลายไล่อีก
สามีภรรยาคู่นี้เป็นประเภทสามีเทวดาแต่มีเมียผีคือสามีดีแต่เมีร้าย เรื่องของบุพเพสันนิวาสก็ยากจะอธิบาย บางคนไม่มีความเหมาะสมกันเลยแต่ก็ยังอยู่ด้วยกันได้ ในชาตินั้นนางมีลูกชายคือพระสารีบุตรในปัจจุบัน พอนางเสียชีวิตก็ อันอานุภาพกรรมซัดไปก็บังเกิดในกำเนิดเปรตเสวยทุกข์อันเหมาะสมแก่วจีทุจริตของตน
ผลของการพูดวจีทุจริตนั้นพระพุทธเจ้าแสดงไว้ในสัพพลหุสสูตร อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต(23/130/193) ความว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย มุสาวาท(พูดเท็จ)อันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยังสัตว์ให้เป็นไปในนรก ในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ในเปรตวิสัยวิบากแห่งมุสาวาทอย่างเบาที่สุดย่อมยังการกล่าวตู่ด้วยคำไม่เป็นจริงให้เป็นไปแก่ผู้มาเกิดเป็นมนุษย์
ปิสุณาวาจา(พูดส่อเสียด)อันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยังสัตว์ให้เป็นไปในนรก ในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ในเปรตวิสัยวิบากแห่งปิสุณาวาจาอย่างเบาที่สุด ย่อมยังการแตกจากมิตรให้เป็นไปแก่ผู้มาเกิดเป็นมนุษย์
ผรุสวาจา(พูดคำหยาบ)อันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยังสัตว์ให้เป็นไปในนรก ในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ในเปรตวิสัยวิบากแห่งผรุสวาจาอย่างเบาที่สุด ย่อมยังเสียงที่ไม่น่าพอใจให้เป็นไปแก่ผู้มาเกิดเป็นมนุษย์
สัมผัปปลาปะ(พูดเพ้อเจ้อ)อันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยังสัตว์ให้เป็นไปในนรก ในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ในเปรตวิสัยวิบากแห่งสัมผัปปลาปะอย่างเบาที่สุด ย่อมยังคำไม่ควรเชื่อถือให้เป็นไปแก่ผู้มาเกิดเป็นมนุษย์
นางเปรตนั้นเมื่อหวนระลึกถึงความสัมพันธ์กับพระสารีบุตรในชาติก่อน วันหนึ่งได้ทราบข่าวอดีตลูกชายได้กลับชาติมาเกิดเป็นพระสารีบุตร นางจึงต้องการเข้าไปหาพระสารีบุตรเพี่อขอส่วนบุญ นางเปรตเมื่อมาถึงสำนักของท่านพระสารีบุตรแล้วพอถึงประตูวิหาร เทวดาผู้สิงอยู่ที่ประตูวิหารของท่านพระสารีบุตรนั้นห้ามเธอไม่ให้เข้าไปยังวิหาร นางเปรตนั้นได้บอกเทวดาว่านางเคยเป็นมารดาของพระเถระในชาติที่ห้านับถอยหลังแต่ปัจจุบันชาตินี้ไป ขอท่านได้โปรดจงให้ดิฉันเข้าประตูเพื่อจะได้ไปเยี่ยมเยือนพระเถระด้วยเถิด เทวดาได้ฟังดังนั้นจึงอนุญาตให้นางเข้าไป นางครั้นเข้าไปแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่สุดที่จงกรมแสดงตนแก่พระเถระ
พอพระสารีบุตรครั้นได้เห็นนางเปรตนั้นเป็นผู้มีใจอันความกรุณาตักเตือน จึงถามด้วยคาถาว่า “ท่านเป็นผู้เปลือยกาย มีรูปร่างน่าเกลียดซูบผอม มีตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น ดูก่อนนางผู้ซูบผอมมีแต่ซี่โครง ท่านเป็นใครหรือจึงมายืนอยู่ในที่นี้”
นางเปรตจึงได้เล่าให้พระสารีบุตรฟังว่าเคยเป็นมารดาของพระเถระนับถอยหลังจากชาตินี้ไปห้าชาติ ตอนนี้ได้รับความลำบากมาก ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ขอให้พระเถระช่วยอุทิศส่วนกุศลไปให้ด้วยเถิด
เมื่อพระเถระได้ฟังในกาลต่อมาพระสารีบุตรได้สร้างศาลาถวายแก่สงฆ์ โดยอุทิศให้กับสงฆ์ที่จรมาจากทิศทั้งสี่ จากนั้นอุทิศส่วนกุศลไปให้กับนางเปรต เปรตเมื่อได้รับส่วนบุญก็ได้อุบัติเป็นนางเทพธิดาในบัดดล กรรมของแต่ละคนย่อมส่งผลไปถึงภพต่อๆไปได้ อย่าคิดว่าทำกรรมชั่วแล้วจะไม่ได้รับผลของกรรม ผลกรรมบางอย่างอาจจะยังมาไม่ถึงก็ได้ มนุษย์อาจเป็นเคยเป็นพ่อเป็นแม่กับเราในชาติก่อนก็ได้
<span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:red'>อย่านึกว่าการพูดวจีทุจริตคือพูดเท็จ พูดคำหยาบ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ หรือด่าใครเขาแล้ว กรรมนั้นจะไม่ส่งผล ดูอย่างนางเปรตผู้เคยเป็นมารดาของพระสารีบตรเป็นอุทาหรณ์</span></span>
พระมหาบุญไทย ปุญญมโน
09/08/53
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าติ๋ม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 282
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 21, 2010 4:26 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » พุธ ธ.ค. 01, 2010 6:10 am

ก็บอกแล้วว่า มโนทุจริต(อันก่อให้เกิดวจีทุริต)นั้น เมื่อเกิดกับใครแล้ว ผู้นั้นหายนะอย่างเดียว

จานโจ๊กอุตส่าห์แง๊บไว้ ไม่เอาออกมาหมด
ป้าติ๋มยังแง้มตู้พระไตรปิฎกให้ผู้ก่อกรรมนี้วิตกจริตอีกจนได้
ถึงบอกว่าอโหสิให้ไง โทษที่เขาว่าเราจะได้น้อยลง...

ขนาดน้อยนะเนี่ย ยังไม่พ้นนรก
แล้วถ้าเขารู้ว่าเราเป็นใคร เขาจะทนมีชีวิตอยู่ต่อไปจนตายได้อย่างไร
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
cron