หน้า 1 จากทั้งหมด 3

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 29, 2009 11:10 am
โดย Malonindy
ตั้งกระทู้ แบบเชิงระบาย เชิงสารภาพ ด้วย คือช่วงนี้(ก็นานพอสมควรเหมือนกัน)

สุอารมณ์เสียมาก ใจร้อน ขี้โมโห ไม่พูดไม่จา หน้าบึ้งตึงตลอกเวลา มันเซ็ง มันเบื่อยังไง

ไม่ทราบอะคะ ทั้งที่จริงๆแล้ว ตัวสุเองค่อนข้างมีเหตุผล เข้าใจอะไรง่าย ใจเย็น ขี้เล่น

ชอบแต่งตัว ชอบดูแลตัวเอง (เพื่อนๆบอกแบบนั้น) แต่ตอนนี้มันกลับกันไปหมด

สุรู้ว่าตัวเองเปลี่ยนไป พยายามควบคุมก็แล้ว มันไม่ทนเอาเลย แฟนพูดอะไรหน่อยก็พาล

ไม่ชอบ ไม่เข้าหู พูดดีๆกับเค้าไม่ได้เลยแฟนสุโดนสุตะคอกกลับประจำ(รู้ตัวนะคะว่าไม่ดี)

แต่ไม่เคยทะเลาะกันมีแต่แฟนค่อยจะถามว่าเป็นอะไร ใจเย็นๆนะ แถมเห็นอะไรมันขวางหู

ขวางตาไปหมด เกลียดไปหมด เด็กข้างบ้านเมื่อก่อนนี้จะชอบมาเล่นที่บ้าน ตอนหลังๆ

มานี้สุไม่เปิดประตูให้เข้ามาเล่นเลย นอกจากแม่แฟนจะเปิดให้ แต่สุก็ไม่เล่นกับเด็กคนนั้น

เลย เบื่อรำคาญ ไม่อยากพบไม่อยากเจอใคร แม่แฟนมาพูดอะไร เสียงดังใกล้ๆไม่ได้นะคะ

สุจะเดินหนีออกไปเลย หรือไม่ก็เปิดโทรทัศน์เปิดเสียงให้ดังๆแข่งกันไปเลย มีความรูั้สึก

เหมือนตัวเองป่วยทางจิตยังไงไม่ทราบ เกลียดไปหมด เกลียดคนแถวบ้าน เกลียดสภาพ

แวดล้อม รำคาญแม่แฟน เบื่ออาหาร เกลียดมะเขือเทศ(เกี่ยวอะไร) และมีเรื่องแย่ๆของสุ

อีกอย่าง สารภาพเลยนะคะ สุจะพอใจมากถ้าสุได้ยินแม่แฟน กับแฟนสุ เค้าทะเลาะกัน

เค้าขัดใจกันหรือแฟนตะคอกแม่เค้า ดูซิค่ะ ทำไมสุเลวจัง อย่างที่บอกอะคะว่ารู้ทุกอย่างว่า

ทำอะไรลงไป รู้หมดว่าไม่ดี ว่าไม่ควร มันเป็นการกระทำที่แย่ และเลวมาก สุเหมือนคนเก็บ

กดเลย ตอนนี้พยามยามแก้ไขอยู่ ดีขึ้นมานิดเดียว สัญญาว่าจะพยามยามต่อไปค่ะ

ปล สุยังทำตัวน่ารักและเป็นมิตรกับทุกคนในครัวฯนะคะ สุบ้าเฉพาะที่อินเดียเท่านั้นนะคะ

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 29, 2009 11:20 am
โดย anii
เอนี่ว่า คุณสุ มีปัญหาเรื่องแม่ผัว กับลูกสะใภ้รึเปล่าค่ะ หรือว่า กำลังจะมีน้อง ยังไงก็อดทนนะคะ แต่โชคดีนะคะที่แฟนคุณสุ เขาใจเย็น ถ้าร้อนกับร้อนแล้ว แย่เลย ยังไงก็เป็นกำลังใจนะคะ นับ 1 ถึง 10 ค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 29, 2009 11:53 am
โดย greenfrog
สวัสดีค่ะสุอ้อยขอเรียกสุนะคะเพราะเราห่างกัน1ปีแค่สิบเดือนเอง อ้อยคิดว่าสุคงจะเบื่อหรือเปล่าหรือกำลังจะมีน้องอย่างที่คุณaniiบอกละค่ะ ตอนอ้อยมาอยู่ออสเตรเลียใหม่ๆอ้อยก็มีอาการแบบนี้เหมือนกันเบื่อเช็งเห็นอะไรๆก็ขว้งหูขว้างตาไปหมดและไม่ชอบให้สามีพูดกับใครหรือดีกับใครอิจฉาไปหมด แต่พออ้อยไปเรียนและมีเพื่อนอาการแบบนี้ก็หายไปเองค่ะ คงเหงาคิดถึงบ้านก็เป็นได้นะคะ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะสุ

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 29, 2009 12:51 pm
โดย sreda
ดาเข้าใจพี่เลยปีแรกๆที่มาอยู่ตปทใหม่เหมือนหมาบ้าเลย(ตอนนี้ยังเป็นแต่ไม่บ่อย)คิดว่าพีุ่สุคงคิดถึงบ้านที่สำคัญพี่สุคงเบื่อสภาพแวดล้อมรอบตัว วันหยุดของแฟนพี่ลองชวนออกไปเีที่ยวหรือทำกิจกรรมอะไรน่าจะช่วยได้ขอเอาใจช่วยค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 29, 2009 12:54 pm
โดย Malonindy
anii เขียน: เอนี่ว่า คุณสุ มีปัญหาเรื่องแม่ผัว กับลูกสะใภ้รึเปล่าค่ะ หรือว่า กำลังจะมีน้อง ยังไงก็อดทนนะคะ แต่โชคดีนะคะที่แฟนคุณสุ เขาใจเย็น ถ้าร้อนกับร้อนแล้ว แย่เลย ยังไงก็เป็นกำลังใจนะคะ นับ 1 ถึง 10 ค่ะ

สุคิดว่า แม่สามีมีส่วน 60% ที่เหลือคงเป็นสภาพแวดล้อม 40%

(แต่ใน40%ของสภาพแวดล้อมก็รวมแม่สามีอยู่ด้วย หุหุ)

ขอบคุณพี่เอนี่มากๆ สำหรับกำลังใจ แต่เวลาโมโหนะนับเลขยังไม่ถูกเลย ไม่ถึงสิบซะที 555

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 29, 2009 12:54 pm
โดย naddyswiss
สุกำลังตั้งครรภ์หรือเปล่า อาการเหมือนฮอร์โมนขึ้นๆลงๆเลยนะ

แต่ถ้าคุมเอาไว้ เราว่าเป็นเหมือนอาการคิดถึงบ้านเลย

เพราะเราเคยเป็น แถมเป็นบ่อย เป็นทุกครั้งหลังจากกลับจากเมืองไทย

จะเป็นผีบ้า บางทีก้อรู้สึกว่าตัวเองประสาทจะกิน แต่เรารู้ตัวเราเองตลอดเวลาว่าทำอะไรอยู่

โหน่งว่าสุเบื่ออินเดียมากกว่า เพราะมันไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของเรา

เป็นอาการเครียดอย่างนึง เพราะเคยอยากกินอะไรก้อได้กิน

อยากเดินซื้ออะไรก้อออกไปเดินซื้อกิน

อีกอย่างสุอยู่กะแม่สามีบ้านเดียวกันด้วย เลยอยากมีความส่วนตัวกันแค่สองคน

เราว่าสุไม่ได้ป่วยอะไรหรอก เพียงแต่เหมือนเป็นอาการหดหู่

อยากบอกว่าเราเป็นอาการนี้ล่าสุดหลังจากกลับจากเมืองไทยเดือนกันยายนนี่เอง

เคยอยู่สบายๆเมืองไทย แล้วกลับมาเจอสภาพอันสงัดที่สวิส

เลยอารมณ์ติ๊สแตก ร้องไห้ด้วย แต่เป็นแค่ระยะสั้นๆนะอาทิตย์นึงก้อหายแระอ่ะ

ยังไงถ้าเบื่อๆแอดเอ็มมาคุยกันก้อได้นะ

หรือไม่ก้อมาเล่นฟาร์มวิลล์กันดีกว่า ตอนนี้โหน่งบ้าฟาร์มวิลล์แบบเข้าสั้น

เลยไม่ค่อยเห็นหัวที่ครัวเลยอ่ะ หุๆๆๆ

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 29, 2009 1:31 pm
โดย Malonindy
<span style='color:green'>greenfrog อ้อยจ๋าสุอยากมีน้องจะแย่ แต่แม่สามีเธอขอไว้อย่าเพิ่งมี อยากให้จัดงานแต่งให้เรียบร้อยก่อน(ประมาณต้นปีหน้าอะคะ) เพราะเธออายคนในสังคมอันไฮซ้อของเธอหากสุท้องก่อนแต่ง(ไม่ได้เป็นนุ่น วรนุชนะ) สุกับแฟนอยากมีกันมากแต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดคุมนะคะ อายุก็สามสิบแล้วยังจะมาอะไรกันมากมาก(ขอบ่บหน่อยนะ) แค่วันนั้นเมนส์มาช้ากว่าปรกติหน่อย เธอทำท่าเหมือนโลกกำลังจะแตกนั้งกุมขมับทั้งวัน ว่าคนไทยเรื่องเยอะแล้วนะ เจออินเดียเครียดกว่าเยอะ ขอบคุณอ้อยมากสำหรับกำลังใจจ้าาา</span>

<span style='color:blue'>sreda</span> <span style='color:blue'>เรื่องคิดถึงบ้านก็มีบ้างอะคะ แต่ออกแนวอึดอัดมากกว่า คือที่นี่มันบ้านนอกพอตัวเลยล่ะ สุเป็นต่างชาติคนเดียวที่นี่อะคะ อยากออกไปข้างนอก แต่มันไม่มีที่ไปจริงๆนะ ห้างที่นี่เซเว่นบ้านเรายังใหญ่กว่าอีก แล้วเวลาออกไปข้างนอก มันจะรู้สึกอึกอัดมากๆเลยดา คือดาลองนึกดูเวลาเราไปข้างนอก จะมีพวกสาวแขกทั้งน้อยใหญ่ จะรุมจองมอง ไม่ได้มองแล้วผ่านๆนะ จองตั้งแต่หัวจรดเท้า เท้าจรดหัวเลย แล้วก็ซุปซิบๆกัน ไม่ได้แคร์นะ แต่ไม่ชอบ เค้าทำหน้าเกลียดมากจริงๆ ขอบคุณดามากสำหรับกำลังใจนะจ๊ะ</span>

<span style='color:purple'>naddyswiss</span> <span style='color:purple'> โหน่งจะบอกว่าที่โหน่งพูดมามีส่วนถูกมากๆอะ แต่เราไม่ได้เบื่ออินเดียนะ แต่เราไม่ชอบที่นี่อะ ตอนนี้แฟนเราก็พยายามหางานใหม่ เพื่อให้ไปจากที่นี่ แฟนเราเองก็ไม่อยากอยู่ ตอนย้ายมาไม่เคยรู้เลยว่าที่นี่เป็นไง เราก็มีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในครัวนี่ล่ะที่ค่อยอยู่ข้างๆ เมื่อกี้เห็นโหน่งแว๊บๆในfacebook เอ็มเราไม่รู้เป็นอะไร โหลดเวอร์ชั่นใหม่มาเมลหายหมดเลย แอดไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น สรุปออนไม่ได้ ฟาร์มวิลล์ก็กำลังหัดอยู่แต่ยังเล่นไม่ค่อยเป็นอะ ขอบใจโหน่งมากนะ ที่ใจดีมาดูแลกัน</span>

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 29, 2009 2:10 pm
โดย ป้ามุกดา
ป้ามาแจมด้วยรักและห่วงใยค่ะ หุ หุ พูดเหมือนลครเลย แต่ป้าหมายความตามนั้นค่ะ ป้าเคยเรียนมาว่าคนเราต้องมีอาณาเขตและเวลาที่เป็นส่วนตัว คือทุกวัน เราจะต้องมีโอกาสอยู่ตามลำพัง ไม่เห็นใคร ไม่ได้ยินใคร ไม่พูดคุยกับใคร จะนาน หรือบ่อย หรือมากน้อยแค่ไหนก็ปรับให้เข้ากับความต้องการของเรา กรณีของหลาน ก็อาจต้องปิดประตูอยู่ในห้องนอนเสียบ้าง หรือถ้าออกไปเดินเล่นตามลำพังได้ปลอดภัย ก็ออกไปเดินเองบ้าง แต่ต้องระวัังปฏิกิริยาทางลบนะคะ เพราะเมื่อปล่อยออกไปแล้วจะมีข้อเสียที่ต้องระวังอย่างน้อยสองอย่างค่ะ อย่างแรกคือ กิริยา คู่กับปฏิกิริยา หลานแสดงให้เขาเห็นว่าไม่ชอบเขา อีกหน่อยเขาก็จะแสดงออกว่าเขาไม่ชอบหลาน ยิ่งทำให้ขุ่นใจกันไปยกใหญ่เลย อีกอย่างหนึ่ง ถ้าปล่อยอารมณ์แล้วมันก็มักจะเกิดขึ้นอีกและจะรุนแรงกว่าเก่า สังเกตดูนะคะ ครั้งแรกอาจปิดประตูแรงไปนิด ครั้งหน้าอารมณ์ไม่ดีก็ปิดแรงกว่าเดิม จนในที่สุดก็กลายเป็นกระแทกประตูใส่กันเลย เพราะฉนั้นหลานต้องดำรง"ความเกรงใจ" ไว้ให้คงเส้นคงวาค่ะ ยังไงๆก็ต้องถือว่าเขาเป็นพ่อเป็นแม่ สิ่งที่อาจช่วยได้อีกอย่างก็คือหาอะไรสนุก น่าสนใจทำ ชอบเย็บปักถักร้อย หรือวาดรูป หรือเขียนหนังสือ อ่านหนังสือ ทำอาหาร อะไรก็ได้ หาเวลาทำของที่เราชอบ ยิ่งถ้าเป็นของที่มีผลงานออกมาเป็นของกำนัลให้คุณแม่ยายด้วย เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีขึ้น ป้าเอาใจช่วยสุดๆเลยค่ะ อย่าคิดว่าทุกอย่างพูดง่าย ทำยากนะคะ เข้ามาคุยกับทุกคนที่นี่เยอะๆค่ะ เราคนไกลบ้านด้วยกัน เข้าใจกันได้ดีค่ะ ป้าจะคอยมาเป็นกำลังใจค่ะ เหมือนเพลงที่ว่า เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้คุณ นะคะ

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 29, 2009 2:18 pm
โดย singha
<span style='color:green'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>น้องสุจ้ะ พี่ว่าที่สุเป็นอย่างนี้ ก็เพราะว่าสุขาดการเป็นส่วนตัว
พี่เข้าใจ ว่ามันอึดอัดมาๆๆๆๆ ที่ต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกับแม่สามี
ถึงเค้าจะดีขนาดไหน แต่เราไม่มีความเป็นส่วนตัว มันเป็นผลกระทบ
ระยะยาวนะสุ ยิ่งสุอยู่นานไป มันยิ่งจะทำให้สุเป็นยิ่งกว่าเดิม

จากความเครียดนี้ มันเลยทำให้เรารู้สึกเกลียด สิ่งรอบข้างทั้งหมด
ที่สุอารมณ์เสีย ตะคอกแฟนบ่อยๆ ก้เพราะเค้าไม่สามารถทำอะไรได้
เพราะแม่มีอิทธิพลกับเขามาก สุเลยรู้สึกว่าเขาไม่สามารถ ปกป้องสุได้
เพราะแม่ของเขาจะยุ่งชีวิตส่วนตัว ของสุและสามีตลอด และสุจะรู้สึกดี
ถ้าแฟนทะเลาะกันกับแม่ อันนี้พี่เข้าใจ ไม่ใช่สุเป็นคนเลวหรอก

แต่เพราะความเครียด กดดันมันเลยทำให้สุรู้สึกดี ที่แม่สามีทะเลาะกัน
ความกดดันนี้ มันอยู่ข้างในใจสุ ซึ่งมันอยากระเบิดออกมาใส่แม่สามี
แต่สุไม่ทำ เพราะเราถูกสอนมาเสมอ ว่าต้องรักและเคารพ พ่อแม่สามี
เหมือนกับ พ่อแม่ของตัวเอง และเราก็ไม่อยากให้แฟนรู้สึกว่าเราไม่รักแม่เค้า

แต่ทุกอย่างมันก้ควรมีขอบเขตุนะสุ พี่ว่าสุควรเปิดใจกับแฟน
พุดกับเขาบบเปิดอกเลย ว่าสุรู้สึกอย่างไร อย่าเก็บกลืนลงท้อง
มันจะเป็นปัญหาเรื้อรัง คิดอย่างไร พุดอย่างนั้น อย่างน้อยที่สุด
มันก็ช่วยให้เราได้ระบายบ้าง

นี่คือการวิเคราะห์ของพี่นะ ขอให้สุคิดตรึกตรองดูว่าต้นเหตุ
ของเรื่องมาจากจุดไหน</span></span>

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 29, 2009 3:50 pm
โดย Malonindy
ป้ามุกดา เขียน: ป้ามาแจมด้วยรักและห่วงใยค่ะ หุ หุ พูดเหมือนลครเลย แต่ป้าหมายความตามนั้นค่ะ ป้าเคยเรียนมาว่าคนเราต้องมีอาณาเขตและเวลาที่เป็นส่วนตัว คือทุกวัน เราจะต้องมีโอกาสอยู่ตามลำพัง ไม่เห็นใคร ไม่ได้ยินใคร ไม่พูดคุยกับใคร จะนาน หรือบ่อย หรือมากน้อยแค่ไหนก็ปรับให้เข้ากับความต้องการของเรา กรณีของหลาน ก็อาจต้องปิดประตูอยู่ในห้องนอนเสียบ้าง หรือถ้าออกไปเดินเล่นตามลำพังได้ปลอดภัย ก็ออกไปเดินเองบ้าง แต่ต้องระวัังปฏิกิริยาทางลบนะคะ เพราะเมื่อปล่อยออกไปแล้วจะมีข้อเสียที่ต้องระวังอย่างน้อยสองอย่างค่ะ อย่างแรกคือ กิริยา คู่กับปฏิกิริยา หลานแสดงให้เขาเห็นว่าไม่ชอบเขา อีกหน่อยเขาก็จะแสดงออกว่าเขาไม่ชอบหลาน ยิ่งทำให้ขุ่นใจกันไปยกใหญ่เลย อีกอย่างหนึ่ง ถ้าปล่อยอารมณ์แล้วมันก็มักจะเกิดขึ้นอีกและจะรุนแรงกว่าเก่า สังเกตดูนะคะ ครั้งแรกอาจปิดประตูแรงไปนิด ครั้งหน้าอารมณ์ไม่ดีก็ปิดแรงกว่าเดิม จนในที่สุดก็กลายเป็นกระแทกประตูใส่กันเลย เพราะฉนั้นหลานต้องดำรง"ความเกรงใจ" ไว้ให้คงเส้นคงวาค่ะ ยังไงๆก็ต้องถือว่าเขาเป็นพ่อเป็นแม่ สิ่งที่อาจช่วยได้อีกอย่างก็คือหาอะไรสนุก น่าสนใจทำ ชอบเย็บปักถักร้อย หรือวาดรูป หรือเขียนหนังสือ อ่านหนังสือ ทำอาหาร อะไรก็ได้ หาเวลาทำของที่เราชอบ ยิ่งถ้าเป็นของที่มีผลงานออกมาเป็นของกำนัลให้คุณแม่ยายด้วย เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีขึ้น ป้าเอาใจช่วยสุดๆเลยค่ะ อย่าคิดว่าทุกอย่างพูดง่าย ทำยากนะคะ เข้ามาคุยกับทุกคนที่นี่เยอะๆค่ะ เราคนไกลบ้านด้วยกัน เข้าใจกันได้ดีค่ะ ป้าจะคอยมาเป็นกำลังใจค่ะ เหมือนเพลงที่ว่า เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้คุณ นะคะ

สวัสดีค่ะ คุณป้ามุกดารู้สึกอบอุ่นมากๆเลย นานๆจะเจอคุณป้า ถูกอย่างที่คุณป้าว่า

สุต้องการความเป็นส่วนตัวค่ะ โดยปรกติสุเป็นคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง เวลาอยู่บ้าน

กับพ่อแม่ สุจะชอบอยู่แต่ในห้องของตัวเองคนเดียว ไม่ชอบให้ใครเข้ามาทั้งที่ก็ไม่ได้ทำอะไร

แต่ที่นี่ไม่ได้เลยค่ะ ไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย ทุกอย่างเป็นของส่วนรวมหมด(ไม่ถึงขนาดใช่

ของร่วมกันนะคะ) สุรู้สึกเหมือนผู้อาศัยตลอดเวลา จะทำอะไๆรเค้าก็จะมาดูมาเช็ค ไปทำอะไร

ก็จะเดินตามาดู ใจก็คิดตลอดว่าเค้าเป็นแม่ของคนที่เรารัก เพราะแฟนสุเป็นคนดีมากค่ะคุณ

ป้า สุถึงเก็บกดและกดดันมากไม่อยากทำอะไรที่มันดูรุนแรงไปกว่านี้ ใจอยากจะพูดให้เค้ารู้

เกี่ยวกับเรื่องความเป็นส่วนตัวและเรื่องมารยาทมากแต่ไม่รู้จะพูดยังไง กลัวจะดูรุนแรงและ

หน้าเกลียดน่ะค่ะ คุณป้ามุกดาสอน และให้กำลังใจสุได้อบอุ่นมากๆค่ะ ต้องขอขอบพระคุณ

คุณป้ามุกดามาก ขอบคุณค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 29, 2009 6:14 pm
โดย own_kub
เข้ามาให้กำลังใจพี่สุครับ เรื่องภายในครอบครัวน้องสุดปัญญาจริงๆครับ(เพราะยังไม่มี)
แต่มีความเห็นเช่นเดียวกับทุกคนครับ โดยเฉพาะ ความคิดเห็นของ<span style='font-family:Impact'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:orange'>"คุณป้ามุกดา"</span></span></span>และ<span style='font-family:Impact'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:orange'>พี่หญิงเอ๋</span></span></span>คนงามครับ เพราะที่ทั้งสองท่านกล่าวมาเป็นทางออกที่ดีที่สุดครับ โดยส่วนตัวน้องแล้วนะครับพี่เรื่องครอบครัวความรักไม่สันทัดในการแสดงความคิดเห็น จริงๆ

<span style='font-family:Impact'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:red'>" แต่ถ้าเรื่อง จัดการพวกซุปซิปนินทากาเลเป็นเทกระจาดละก็สบายมาก"</span></span></span> ยังไงพี่สุก็ใจเย็นไว้นะครับนึกถึงสิ่งดีๆสนุกๆที่เราอยากทำหรือเหมาะกับตัวเอง รับรองก็จะดีขึ้นเองครับ

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 29, 2009 9:04 pm
โดย pamie
อูย คุณสุ ปอมเข้าใจนะคะ อย่างที่บอกสุคงมีความกดดันอยูมากแล้วกับการอยู่ร่วมกับแม่สามี ปอมเข้าใจ ต่อให้เขาดีอย่างไร ก็อืดอัดอยู่ดีไม่มีความเป็นส่วนตัว โกรธรึก็ต้องเก็บเอาไว้ พออะไรไม่เข้าหูสุ ก็เลยไปลงกับแฟน
ปอมต้องเลิกกับแฟนเก่าที่ยังไม่ได้แต่ง
ก็เพราะเรื่องนี้ แหละ ห้องนอนยังล็อคไม่ได้ แม่ย่าแกถามว่าทำไมต้องล็อค บ้านต้องกวาดทุกวันฝู่นเงี้ยจับไม่ได้ จะทำอะไรก็ดูเหมือนแกจะมีส่วนร่วมไปหมด
แต่ก็พยายามเข้าใจอยู่หลายปี แต่สุดท้ายขอทำให้ตัวเองมีความสุขก่อนคะปอมเป็นคนรักตัวเองนะคะก็เลยต้องบอกเลิกเขา

ปอมทนไม่ได้เพราะเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองคะ คิดว่าถ้าสิ่งไหนทำให้เราไม่มีความสุขไปตลอดชิวิตปอมคงต้องถอยนะคะ โฮ อกหักเป็นเดือนๆ นำหนักลด 10 กิโล กินอะไรก็ไม่ได้ กว่าจะปรกติ ก็เพราะพ่อแม่ เป็นกำลังใจถึงผ่านมาได้ แต่ทุกวันนี้มาคิดดูถ้าวันนั้นไม่ตัดสินใจจบ ปอมคงไม่เจอ สามีชาวอังกฤษทีรักเราที่สุด และแน่นอนไม่มีทางอยู่กับครอบครัวผู้ชายแล้วคะ ถามเขาก่อนแต่งเลยด้วย อยู่กับพ่อแมีรืเปล่า ทำงานอะไร
และสามีบอกเลยว่า แพมขนาตผมเองยังอยู่กับพ่อแม่ไม่ได้หรอกผมรู้ว่ามันไม่มีอิสระ ไม่ทางกายก็ทางใจ
ที่พูดมานี้ปอมไม่ได้แนะให้คุณสุเลิกกับแฟนนะคะ เพียงแต่ปอมมา share ประสบการ์ณคะ และอืกอย่างคือทุกปัญหามันต้องอยู่ที่เราจะตัดสินใจจะทำอย่างไรขิ้นกับตัวละบุคคลคะ อีกอย่างถ้าแฟนสุคิดไปทำงานทีอื่นปอมว่า เป็นความคิดที่ดี่มากเลยคะพอสุได้อยู่แค่ 2 คนกับแฟนสุจะรู้เลยคะว่าสิ่งทีสุเป็นอยู่มันหายเลยและมีความสุขแน่ๆ ก็ขอให้กำลังใจนะคะ

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 29, 2009 9:45 pm
โดย futuremaman
โอ้โห อยากจะบอกว่ากระทู้นี้โดนใจมากมายค่ะ

เก๋ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่แฟนอย่างเดียวนะคะ ที่บ้านยังมีคุณตาคุณยาย(คือพ่อและแม่ของคุณแม่แฟนค่ะ)อยู่ด้วยอีกต่างหาก หลายgenerationมากๆในบ้านเดียวกัน (จะมีใครเหมือนเรามั้ยเนี่ย อิอิ) ทำอะไรที่เป็นส่วนตัวไม่ได้เลย จะหาใครที่เข้าใจไม่มีเลย ขนาดเวลาแม่แฟนเค้าจะเข้าห้องเรา เราบอกว่าเดี๋ยวนะคะเรากำลังแต่งตัวอยู่ ชีไม่สนค่ะ เข้ามาเลยบอกไม่มองหรอก แล้วก็เข้ามาซะงั้นเลย

คนอื่นเค้าก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก พ่อแม่แฟนนิสัยดีจะตาย คือ มันคงประมาณว่าคนที่ไม่เจอกับตัวคงไม่รู้มั้งคะ

เมื่อก่อนอยู่เมืองไทยหนุกมากมาย คล้ายๆคุณสุเลยค่ะ มาอยู่นี่สลดลงสลดลงทุกวัน
อยากหาเพื่อนที่เข้าใจและอยู่ในเคสเดียวกันคุยด้วยมากเลยน่ะค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 29, 2009 9:50 pm
โดย futuremaman
singha เขียน: <span style='color:green'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>น้องสุจ้ะ พี่ว่าที่สุเป็นอย่างนี้ ก็เพราะว่าสุขาดการเป็นส่วนตัว
พี่เข้าใจ ว่ามันอึดอัดมาๆๆๆๆ ที่ต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกับแม่สามี
ถึงเค้าจะดีขนาดไหน แต่เราไม่มีความเป็นส่วนตัว มันเป็นผลกระทบ
ระยะยาวนะสุ ยิ่งสุอยู่นานไป มันยิ่งจะทำให้สุเป็นยิ่งกว่าเดิม

จากความเครียดนี้ มันเลยทำให้เรารู้สึกเกลียด สิ่งรอบข้างทั้งหมด
ที่สุอารมณ์เสีย ตะคอกแฟนบ่อยๆ ก้เพราะเค้าไม่สามารถทำอะไรได้
เพราะแม่มีอิทธิพลกับเขามาก สุเลยรู้สึกว่าเขาไม่สามารถ ปกป้องสุได้
เพราะแม่ของเขาจะยุ่งชีวิตส่วนตัว ของสุและสามีตลอด และสุจะรู้สึกดี
ถ้าแฟนทะเลาะกันกับแม่ อันนี้พี่เข้าใจ ไม่ใช่สุเป็นคนเลวหรอก

แต่เพราะความเครียด กดดันมันเลยทำให้สุรู้สึกดี ที่แม่สามีทะเลาะกัน
ความกดดันนี้ มันอยู่ข้างในใจสุ ซึ่งมันอยากระเบิดออกมาใส่แม่สามี
แต่สุไม่ทำ เพราะเราถูกสอนมาเสมอ ว่าต้องรักและเคารพ พ่อแม่สามี
เหมือนกับ พ่อแม่ของตัวเอง และเราก็ไม่อยากให้แฟนรู้สึกว่าเราไม่รักแม่เค้า

แต่ทุกอย่างมันก้ควรมีขอบเขตุนะสุ พี่ว่าสุควรเปิดใจกับแฟน
พุดกับเขาบบเปิดอกเลย ว่าสุรู้สึกอย่างไร อย่าเก็บกลืนลงท้อง
มันจะเป็นปัญหาเรื้อรัง คิดอย่างไร พุดอย่างนั้น อย่างน้อยที่สุด
มันก็ช่วยให้เราได้ระบายบ้าง

นี่คือการวิเคราะห์ของพี่นะ ขอให้สุคิดตรึกตรองดูว่าต้นเหตุ
ของเรื่องมาจากจุดไหน</span></span>

<span style='color:green'>ตรงใจมากเลยค่ะ รู้สึกดีมากๆเลยค่ะ
เหมือนกับว่าคุณเข้าใจเราได้ดีมากๆเลย (ขอแจมเจ้าของกระทู้ คงไม่ว่ากันนะคะ อิอิ)</span>

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 29, 2009 9:58 pm
โดย futuremaman
pamie เขียน: อูย คุณสุ ปอมเข้าใจนะคะ อย่างที่บอกสุคงมีความกดดันอยูมากแล้วกับการอยู่ร่วมกับแม่สามี ปอมเข้าใจ ต่อให้เขาดีอย่างไร ก็อืดอัดอยู่ดีไม่มีความเป็นส่วนตัว โกรธรึก็ต้องเก็บเอาไว้ พออะไรไม่เข้าหูสุ ก็เลยไปลงกับแฟน
ปอมต้องเลิกกับแฟนเก่าที่ยังไม่ได้แต่ง
ก็เพราะเรื่องนี้ แหละ ห้องนอนยังล็อคไม่ได้ แม่ย่าแกถามว่าทำไมต้องล็อค บ้านต้องกวาดทุกวันฝู่นเงี้ยจับไม่ได้ จะทำอะไรก็ดูเหมือนแกจะมีส่วนร่วมไปหมด
แต่ก็พยายามเข้าใจอยู่หลายปี แต่สุดท้ายขอทำให้ตัวเองมีความสุขก่อนคะปอมเป็นคนรักตัวเองนะคะก็เลยต้องบอกเลิกเขา

ปอมทนไม่ได้เพราะเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองคะ คิดว่าถ้าสิ่งไหนทำให้เราไม่มีความสุขไปตลอดชิวิตปอมคงต้องถอยนะคะ โฮ อกหักเป็นเดือนๆ นำหนักลด 10 กิโล กินอะไรก็ไม่ได้ กว่าจะปรกติ ก็เพราะพ่อแม่ เป็นกำลังใจถึงผ่านมาได้ แต่ทุกวันนี้มาคิดดูถ้าวันนั้นไม่ตัดสินใจจบ ปอมคงไม่เจอ สามีชาวอังกฤษทีรักเราที่สุด และแน่นอนไม่มีทางอยู่กับครอบครัวผู้ชายแล้วคะ ถามเขาก่อนแต่งเลยด้วย อยู่กับพ่อแมีรืเปล่า ทำงานอะไร
และสามีบอกเลยว่า แพมขนาตผมเองยังอยู่กับพ่อแม่ไม่ได้หรอกผมรู้ว่ามันไม่มีอิสระ ไม่ทางกายก็ทางใจ
ที่พูดมานี้ปอมไม่ได้แนะให้คุณสุเลิกกับแฟนนะคะ เพียงแต่ปอมมา share ประสบการ์ณคะ และอืกอย่างคือทุกปัญหามันต้องอยู่ที่เราจะตัดสินใจจะทำอย่างไรขิ้นกับตัวละบุคคลคะ อีกอย่างถ้าแฟนสุคิดไปทำงานทีอื่นปอมว่า เป็นความคิดที่ดี่มากเลยคะพอสุได้อยู่แค่ 2 คนกับแฟนสุจะรู้เลยคะว่าสิ่งทีสุเป็นอยู่มันหายเลยและมีความสุขแน่ๆ ก็ขอให้กำลังใจนะคะ

คล้ายๆกันเลยนะคะ แต่ว่าเก๋ต้องอดทนค่ะเพราะลูกสอง
แต่บอกตรงๆบางทีก็อยากจะเลิกมากๆเลย
แฟนคุณสุ(เจ้าของกระทู้)เค้ายังดี
แต่แฟนเก๋เนี่ยเค้าเป็นเด็กมากกค่ะ
เรียกได้ว่าไม่ทำอะไรเและทำอะไรไม่เป็นเลยค่ะ
เค้าถูกสอนมาแบบพ่อแม่รังแกฉันน่ะค่ะ คือ พ่อแม่เค้าจะปกป้องมาก
และไม่สอนให้ลูกรู้จักอะไรควรอะไรไม่ควร
หรือเอาใจเขามาใส่ใจเรา

เก๋คุยกับแฟน แฟนก็ไม่เคยเข้าใจเลย แถมเอาไปฟ้องพ่อแม่เค้าอีกต่างหาก
ล่าสุดเนี่ยทั้งบ้านเหมือนบอยคอตเก๋เพราะว่า
เก๋มีความคิดอยากจะออกไปอยู่ข้างนอก
แต่ทุกคนทำเหมือนมันเป็นความคิดที่ตลกมากๆ
เค้าอยากจะต่อเติมบ้านแบบถาวรเพื่อที่จะให้ลูกชายเค้า
อยู่กับเค้าไปตลอดชีวิตเลยน่ะค่ะ

เฮ้ออออ อีกเยอะ มากมายค่ะ อยากระบายมั่งน่ะค่ะ