หน้า 1 จากทั้งหมด 1

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 5:36 pm
โดย mon uk
วันนี้มีเรื่องที่ทําให้มลคิดว่าชีวิตนี้มันไม่ยุติธรรมเลย
เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วมลอยู่อังกฤษเงียบๆหลังจากเกิดเรื่องเลวร้ายมากมายในต้นปี
แล้วจู่ๆโทรศัพท็ก็ดังขึ้นกลางดึกว่าบ้านที่ซัยปรัสถูกขโมยเข้าพอเช้าก็จองตั๋วมาทันที
มลและป๋าก็เลยตัดสินใจกลับมาซัยปรัส เพื่อขายบ้าน ระหว่างที่อยู่ที่ซัยปรัสก็มีแมวเพศเมียมาต้วมเตี้ยม จนมลเลี้ยงเขาไว้แล้วอยู่ๆเขาก็
ให้ลูกเป็นเพศผู้4ตัวน่ารักน่าชังมาก
1ปีผ่านไปที่มลอยู่ที่ซัยปรัสมีทั้งสุขและทุกข์
แต่วันนี้มลมีทุกข์มากกว่าสุข วันนี้มลได้นําน้องเหมียวไปส่งให้กับ animalwelfare
ด้วยความจําเป็น แต่เหตุการณ์วันนี้มันทําให้มลนําตาใหลตลอดวันความผูกพันที่มีให้กับน้องเหมียวต้องจบอย่างเศร้ามลจับพวกเขาใส่ใน cat boxมันก็ขัดขืนเล็กน้อยพวกมันคงรู้ชะตากรรมของพวกมันเอง
แต่มีน้องอยู่ตัวนึงเขาร้องออกมาอย่างมนุษย์ที่ถูกทิ้งเขาร้องตะเกียกตะกายก่อนรถออกจากประตูบ้านจนถึงปลายทางพอรถจอดเขาก็ร้องว่า โฮมๆๆๆๆๆ มลก็ไม่มีปํญยาที่จะทําให้หยุดร้อง ปลายทางนี้คือบ้านพักสํตว์ที่ถูกทิ้งทั้งหลายมลเองไม่เคยจะทอดทิ้งพวกเขาเหล่านี้แต่สถานการณ์
มันบีบบังคับ มลไม่เคยเจ็บปวดอะไรเท่ากับวันนี้ที่ทํา ถาพเจ้าไทเกอร์ร้องครวญครางก่อนออกจากบ้านมันทําให้มลคิดว่ามลทําถูกหรือเปล่า แต่จะถูกหรือผิดเมื่อมลไม่มีทางเลือกเพราะถ้าปล่อยเขาอยู่ตามธรรมชาติก็คงตายอย่างทรมานด้วยความอดยาก
เย็นนี้มลคิดถึงพวกมันมากร้องให้อย่างไม่มีเหตุผลมันอธิบายไม่ถูกบ้านมันเงียบวังเวงจนบอกไม่ถูก มลเจอเรื่องเลวร้ายมามากจนมันสุดจะทนเพื่อนที่มลหาได้คือสัตว์พวกนี้ที่มันจริงใจ
โดยไม่มีข้อแม้
แต่แล้วก็เหมือนฟ้าแกล้ง ชีวิติที่เพิ่งจะมีชีวิตชีวาก็หายไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ชีวิตนี้มันไม่ยุติธรรมเลย
เสียงร้องของไทเกอร์ พิ้งกี้ ถั่วและ ลิลลี่ ยังอยู่ในหัวใจไม่หาย ยังภาวนาให้พวกเขาจงมีชีวิต ที่มีความสุขตลอดไป

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 6:09 pm
โดย ออย
ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์...อ่านเจอวันนี้พอดี
<a href='http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000087134' target='_blank'>แมวเหมียว 9 ชีวิตเดินทาง 2,000 ไมล์ ตามหาเจ้าของจนพบ</a>
เดอะ ซัน - แมวตัวหนึ่งสร้างความงงงวยแก่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย ด้วยการเร่ร่อนข้ามรัสเซีย เป็นระยะทางกว่า 2,000 ไมล์ เพื่อตามหาเจ้าของหลังจากพวกเขาย้ายบ้าน เดอะ ซัน สื่อแดนผู้ดีกล่าวอ้าง
ราวิยา ไฮโรวา เจ้าของวัย 52 ปี เกรงว่า เจ้าคาคิม แมวสีเทาของเธออาจประสบความยากลำบาก เมื่อเธอต้องย้ายออกจากเมืองกูลิสตรอน ประเทศอุซเบกิสถาน ดังนั้น เธอจึงมอบมันให้แก่เพื่อนบ้าน พร้อมกับทิ้งเก้าอี้ตัวโปรด เบาะรองนั่ง และชามข้าวของมันไว้
แต่สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่ออีก 2 ปีต่อมา เธอกลับพบสัตว์เลี้ยงแสนรักตัวเปรอะเปื้อน ผอมโซ นอนอยู่ข้างประตูบ้านในเมืองลิสกา ประเทศรัสเซีย หลังกลับจากข้างนอก
เธอเล่าว่า “ฉันได้ยินข่าวว่ามันหายตัวไปจากบ้านของเพื่อนบ้านไม่กี่วันหลังจากเราย้ายออกมา ซึ่งน่าเศร้าใจมากเพราะเราไม่เคยได้ยินข่าวของมันอีกเลย”
“ทว่า จู่ๆ วันหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังเดินมาตามถนน ฉันเห็นแมวตัวหนึ่งที่ดูเหมือนกำลังรอคอยฉันอยู่ ฉันจึงเข้าไปดูใกล้ๆ และก็พบว่ามันคือเจ้าคาริม มันอยู่ในสภาพผอมโซ และดูแย่มาก”
เวลานี้ คาริม ซึ่งเดินทางข้ามพรมแดน 3 รัฐ เพื่อตามหาเจ้าของ กลับมาร่าเริงอีกครั้ง หลังปรับตัวเข้ากับบ้านหลังใหม่ของมันได้แล้ว
ราวิยา เล่าต่อว่า “มันดูมีความสุขมาก เช่นเดียวกับพวกเรา ฉันไม่รู้จริงๆ ว่า มันหาเราเจอได้อย่างไร แต่ฉันก็ดีใจมากที่มันทำสำเร็จ”
ด้าน เลฟ คอนดราเยฟ สามีวัย 46 ปี ของราวิยา กล่าวเสริมว่า “เราโทรศัพท์กลับไปถามเพื่อนบ้านในวันเดียวกับที่เราเดินทางมาถึง แต่เพื่อนบ้านบอกกับเราว่ามันหนีไปแล้ว จากนั้นเราก็ติดต่อกลับไปแทบทุกวันติดต่อกันนานหลายสัปดาห์ ด้วยความหวังว่าจะได้ข่าวมัน ทว่าสุดท้ายเราก็ค่อยๆ หมดหวัง” เขากล่าว “ดูเหมือนว่าเขาจะใช้ทั้ง 9 ชีวิตตามหาเรา”

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 6:59 pm
โดย singha
อ่านแล้วน้ำตาคลอ เพราะเข้ากับการพลัดพรากจากสัตว์เลี้ยงที่เรารักค่ะ
เอ่เป็นคนนึง ที่จะพูดได้ว่าผูกพันธุ์กับสัตว์มาก ทีไทย เอ๋จะเลี้ยงหมาตลอด
แต่พอมาอยู่ต่างประเทศ ก็ต้องจากหมาที่เลี้ยงไว้มา สงสารและคิดถึงเค้ามาก
เค้าก็ไปอยู่ที่บ้านแม่เอ่แทนค่ะ แต่เค้าคงไม่มีความสุขเหมือนอยู่กะเรา เพราะเราเลี้ยงเค้าเหมือนลูก วันนึงโทรกลับบ้านแม่บอกว่า หมาหายไป เอ๋แทบจะเป็นลมค่ะ เสียใจมาก
เสียใจจริงๆ แล้วรู้สึกว่าเป็นความผิดของตัวเอง ที่ทอดทิ้งเค้า ถึงจะอยู่กับแม่
แต่เอ๋ก็แน่ใจ ว่าไม่มีใครดูแลเค้าดีเท่าเอ๋ เพราะเค้าติดเอ๋มาดค่ะ
เสียใจจนทุกวันนี้ คิดถึงทีไร ก็ทำให้น้ำตาร่วงทุกที ....
ตอนนี้ เอ๋ได้เลี้ยงแมวหนึ่งตัว อายุได้สามปีเกว่าแล้ว ไม่เคยเลี้ยงแมวมาก่อน
และไม่คิดว่าแมวฃค้าจะรู้เรื่องเหมือนหมา แต่เอ๋ผิดคาดมากค่ะ แมวเค้ารู้เรื่องเหมือนกะหมา
แต่เค้าไม่ยอมทำตามเหมือนหมา เค้าจะเป็นตัวของตัวเองมากกว่า แล้วเค้าก็รักและซื่อสัตว์
จริงใจกับเรา ยิ่งกว่าคนหลายคนด้วยค่ะ ตั้งแต่เลี้ยงเค้ามา ความผูกพันธุ์ใกล้ชิด
ทำให้เรียนรู้ถึงความรักความห่วงใย ซึ่งกันและกันค่ะ มีครั้งนึง เอ๋กับสามี ไปร้านอาหาร
ก็เดินไปไกลจากบ้านพอสมควน เค้าก็วิ่งตามไปค่ะ เอ่ก็บอกเค้ากลับบ้าน แต่ก็ยังตามเราต่อไป จะเอาเค้ากลับไปส่งที่บ้าน ก้กลัวไม่ตรงเวลา เพราะนัดกับแม่สามีไว้ พอไปถึงลานจอดรถ
เอ๋กับแฟน ก็คิดว่า เดี๋ยวเค้าก็กลับบ้านไปเอง จนเวลาผ่านไปสามชั่วโมง
เราออกมาหน้าร้าน ร่ำลากันกับแม่เพื่อแยกย้ายกันกลับบ้าน เราก็เดินออกมาทางเดิม
คือ ร้านนี้จะมีประตูข้างหลังที่ติดกับลานจอดรถข้างหลังนะคะ เราแยกกับแม่ข้างหน้า เดินกลับมารอบนอกของร้าน มันจะมีหน้าต่าง เราก็ได้ยินเสียงร้อง เมี๊ยว... หันไปดูเพราะมันมืด แสงไปสลัวๆ เท่านั้น ก็เห็นแมวของเอ๋ค่ะ เค้านั่งรอเรา แล้วแอบมองเราจากด้านนอกร้านอาหาร
ตั้งสามชั่วโมงกว่า เพราะขอบหน้าต่างที่เค้านั่งรอเรานั้น มันจะมองเห็นในร้านได้ แต่ก็ไกล
พอดูจากโต๊ะ ที่เรานั่งนะคะ แล้วเราก็กลับบ้านพร้อมกันค่ะ ดูซิ เค้ารอเรา น่ารักเหลือเกิน
เวลาเราเศร้าโศกเสียใจ หรือไม่สบายเค้ารับรู้นะคะ เค้าจะไม่ไปไหนไกลเราเลย จะอยู่ใกล้ๆ ตลอด จนเค้าเห็นว่าเราดีขึ้น ช่างน่ารักเหลือเกินค่ะ อธิบายไม่ถูก
เอ๋ถึงเข้าใจ และเสียใจแทนนะคะ ถ้ามันหนทางอื่น ที่ดีกว่านี้ เอ๋เชื่อว่าคุณคงไม่อยากพลัดพรากจากเค้าหรอกนะคะ แต่ถ้าไม่มีทางเลือกเอ่ก็เข้าใจ เราก้ได้แต่หวังนะคะ
ว่าจะมีคนใจบุญ รับเค้าไปเลี้ยง
ขอโทษนะคะ ที่เล่าซะยาวเหยียดเลย พูดเรื่องนี้ทีไร ต้องได้เล่ายาว
เอ่ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ คิดในสิ่งดี เค้าต้องได้ไปเจอครอบครัวใหม่ ที่รักเค้าค่ะ

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 7:08 pm
โดย nongmaxi
อ้อมก็คนหนึ่งที่รักน้องแมวและน้องหมา แต่ด้วยที่เวลาเราจะไปเที่ยวไหนสองสามเดือน หรือแม้แต่สองสามวัน
มันทำให้เราเป็นห่วงเขา บางครั้งจะฝากใครก็จะฝากได้นานๆเหรอ อ้อมเลยตัดใจตอนนี้ไม่ขอเขาน้องแมวและน้องหมามาเลี้ยงอีก
ก็ยังมีน้องแมวจากข้างบ้านมานั่งทำตาแป๋วอยู่ที่ประตูกระจกทุกเช้า อ้อมเองก็ซื้ออาหารให้เขากิน หากฝนตก หิมะตก ก็เอามานอนในบ้านด้วย
ส่วนน้องหมามีเพื่อนสนิทเขามาฝากเลี้ยงเป็นประจำ มันดีใจทุกครั้งที่เจออ้อม อ้อมก็เหมือนกัน

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 8:20 pm
โดย tawud
เรื่องแมวน่าทึ่งมากจ๊ะออย มาคิดง่ายๆนะ
<span style='color:green'>ทำไมนกเปลี่ยนถิ่นถึงรู้จักทิศเหนือ กับ ทิศใต้
ทำไมปลาไซลมอนถึงหาทางกลับบ้านถูก</span>
เพราะพวกเขาเชื่อมั่นในสัญชาตญาณ พวกเราก็มีแต่โดยบดบังด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆนาๆ เช่น TOM TOM ช่วยกำหนดทางเดิน

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 8:29 pm
โดย pimlapas
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่พี่ไม่อยากเลี้ยงสัตว์ใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่า น้องหมา น้องแมว น้องปลา น้องนก ไม่เลี้ยงเลย เพราะว่าไม่อยากจากพวกเขา ไม่ว่าจากเป็นหรือจากตายก็ตาม เศร้าไปกับน้องมน มากเลยนะเนี่ย วันนี้เจอแมวน้อยอยากได้มาเลี้ยงมากมาย แต่ก็ไม่เอาดีกว่า กลัวต้องจากเขาในสักวันหนึ่ง

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 9:52 pm
โดย มอมแมม
อ่านแล้วก็เศร้าตามค่ะ....นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไม แนนถึงได้ผ่อนแล้วผ่อนอีก เมื่อจะกลับเมืองไทย เพราะเรามีเค้าอยู่ กลัวว่าเค้าจะเหงา กลัวเค้าจะน้อยใจถ้าเราไม่อยู่ด้วย กลัวไปต่างๆนาๆ กระต่ายที่บ้านปีนี้ก็จะเจ้ดขวบแล้ว แนนก็ได้แต่ภาวนาเหมือนกันค่ะ ว่าขอให้เค้าปลอดภัย และมีชีวิตอยู่กับเราตราบนานเท่านาน การจาก ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย ต่างก็เจ็บปวดเหมือนๆกันค่ะ แนนยังจำได้ดี ว่าวันที่มอมแมมจากไป แนนร้องให้แทบจะเป็นจะตาย รู้ในวันนั้นว่า ร้องให้จนน้ำตาจะเป็นสายเลือดมันเป็นแบบไหน เข้าโรงบาล 7 วันเพราะตรอมใจกฌ็ครั้งนั้นเนี่ยแหละ
ทุกวันนี้มีอีกสองตัว ก็ได้แต่ขอพรจากพระทุกๆคืน ว่าขอให้ท่านคุ้มครองพวกเค้าด้วย นอกเหนือจากที่จะขอให้ท่านคุ้มครองพ่อแม่น่ะค่ะ...
ขอให้คุณผ่านความเจ็บปวดเหล่านี้ไปได้ในเร็ววันนะคะ
เพราะบางที คนเราก็ไม่มีทางเลือกให้ทำมากนัก....แนนเข้าใจค่ะ

โพสต์แล้ว:
ศุกร์ มิ.ย. 25, 2010 1:12 am
โดย PHAN
ปานก็มีแมว สองตัวอยู่ที กทม สิ้นเดือนนี้ แมวสองตัว นี้ต้องกับ ไปอยู่ต่างจังหวัด (ด้วยความจำเป็น แบบไม่มีทางเลือก) ซึ้งมันร้อน มาก แมวพันธุ์ เปอร์เซีย ปานตัดสินใจไม่ถูก จะทำยังไง เลี้ยงมาก 10 ปีแล้วคะ คิดไม่ตกเหมือนกัน ไม่รู้จะทำยังไงดี

โพสต์แล้ว:
ศุกร์ มิ.ย. 25, 2010 6:58 am
โดย mon uk
ออย เขียน: ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์...อ่านเจอวันนี้พอดี
<a href='http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000087134' target='_blank'>แมวเหมียว 9 ชีวิตเดินทาง 2,000 ไมล์ ตามหาเจ้าของจนพบ</a>
เดอะ ซัน - แมวตัวหนึ่งสร้างความงงงวยแก่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย ด้วยการเร่ร่อนข้ามรัสเซีย เป็นระยะทางกว่า 2,000 ไมล์ เพื่อตามหาเจ้าของหลังจากพวกเขาย้ายบ้าน เดอะ ซัน สื่อแดนผู้ดีกล่าวอ้าง
ราวิยา ไฮโรวา เจ้าของวัย 52 ปี เกรงว่า เจ้าคาคิม แมวสีเทาของเธออาจประสบความยากลำบาก เมื่อเธอต้องย้ายออกจากเมืองกูลิสตรอน ประเทศอุซเบกิสถาน ดังนั้น เธอจึงมอบมันให้แก่เพื่อนบ้าน พร้อมกับทิ้งเก้าอี้ตัวโปรด เบาะรองนั่ง และชามข้าวของมันไว้
แต่สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่ออีก 2 ปีต่อมา เธอกลับพบสัตว์เลี้ยงแสนรักตัวเปรอะเปื้อน ผอมโซ นอนอยู่ข้างประตูบ้านในเมืองลิสกา ประเทศรัสเซีย หลังกลับจากข้างนอก
เธอเล่าว่า “ฉันได้ยินข่าวว่ามันหายตัวไปจากบ้านของเพื่อนบ้านไม่กี่วันหลังจากเราย้ายออกมา ซึ่งน่าเศร้าใจมากเพราะเราไม่เคยได้ยินข่าวของมันอีกเลย”
“ทว่า จู่ๆ วันหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังเดินมาตามถนน ฉันเห็นแมวตัวหนึ่งที่ดูเหมือนกำลังรอคอยฉันอยู่ ฉันจึงเข้าไปดูใกล้ๆ และก็พบว่ามันคือเจ้าคาริม มันอยู่ในสภาพผอมโซ และดูแย่มาก”
เวลานี้ คาริม ซึ่งเดินทางข้ามพรมแดน 3 รัฐ เพื่อตามหาเจ้าของ กลับมาร่าเริงอีกครั้ง หลังปรับตัวเข้ากับบ้านหลังใหม่ของมันได้แล้ว
ราวิยา เล่าต่อว่า “มันดูมีความสุขมาก เช่นเดียวกับพวกเรา ฉันไม่รู้จริงๆ ว่า มันหาเราเจอได้อย่างไร แต่ฉันก็ดีใจมากที่มันทำสำเร็จ”
ด้าน เลฟ คอนดราเยฟ สามีวัย 46 ปี ของราวิยา กล่าวเสริมว่า “เราโทรศัพท์กลับไปถามเพื่อนบ้านในวันเดียวกับที่เราเดินทางมาถึง แต่เพื่อนบ้านบอกกับเราว่ามันหนีไปแล้ว จากนั้นเราก็ติดต่อกลับไปแทบทุกวันติดต่อกันนานหลายสัปดาห์ ด้วยความหวังว่าจะได้ข่าวมัน ทว่าสุดท้ายเราก็ค่อยๆ หมดหวัง” เขากล่าว “ดูเหมือนว่าเขาจะใช้ทั้ง 9 ชีวิตตามหาเรา”
เจ้า4ทหารเสือของมลมันก็มี9ชีวีวิตจ้าหวังว่าพวกเขาจะไม่หิวโซผอมรอมลหรอกนะ

โพสต์แล้ว:
ศุกร์ มิ.ย. 25, 2010 7:03 am
โดย mon uk
มอมแมม เขียน: อ่านแล้วก็เศร้าตามค่ะ....นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไม แนนถึงได้ผ่อนแล้วผ่อนอีก เมื่อจะกลับเมืองไทย เพราะเรามีเค้าอยู่ กลัวว่าเค้าจะเหงา กลัวเค้าจะน้อยใจถ้าเราไม่อยู่ด้วย กลัวไปต่างๆนาๆ กระต่ายที่บ้านปีนี้ก็จะเจ้ดขวบแล้ว แนนก็ได้แต่ภาวนาเหมือนกันค่ะ ว่าขอให้เค้าปลอดภัย และมีชีวิตอยู่กับเราตราบนานเท่านาน การจาก ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย ต่างก็เจ็บปวดเหมือนๆกันค่ะ แนนยังจำได้ดี ว่าวันที่มอมแมมจากไป แนนร้องให้แทบจะเป็นจะตาย รู้ในวันนั้นว่า ร้องให้จนน้ำตาจะเป็นสายเลือดมันเป็นแบบไหน เข้าโรงบาล 7 วันเพราะตรอมใจกฌ็ครั้งนั้นเนี่ยแหละ
ทุกวันนี้มีอีกสองตัว ก็ได้แต่ขอพรจากพระทุกๆคืน ว่าขอให้ท่านคุ้มครองพวกเค้าด้วย นอกเหนือจากที่จะขอให้ท่านคุ้มครองพ่อแม่น่ะค่ะ...
ขอให้คุณผ่านความเจ็บปวดเหล่านี้ไปได้ในเร็ววันนะคะ
เพราะบางที คนเราก็ไม่มีทางเลือกให้ทำมากนัก....แนนเข้าใจค่ะ
ขอบใจจ้าวันนี้ก็นั่งทําใจกับเรื่องนี้อยู่แต่เราก็คิดในแง่ดีและเข้าข้างตัวเองว่าพวกเขาคงจะมีบ้านใหม่ที่รักและดูแลเขาพยามคิดแต่ในทางที่ดีนะเพื่อความสบายใจของตัวเอง
พูดง่ายๆคือปลอบใจตัวเอง

โพสต์แล้ว:
ศุกร์ มิ.ย. 25, 2010 7:12 am
โดย mon uk
pimlapas เขียน: นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่พี่ไม่อยากเลี้ยงสัตว์ใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่า น้องหมา น้องแมว น้องปลา น้องนก ไม่เลี้ยงเลย เพราะว่าไม่อยากจากพวกเขา ไม่ว่าจากเป็นหรือจากตายก็ตาม เศร้าไปกับน้องมน มากเลยนะเนี่ย วันนี้เจอแมวน้อยอยากได้มาเลี้ยงมากมาย แต่ก็ไม่เอาดีกว่า กลัวต้องจากเขาในสักวันหนึ่ง
พี่พิมมลก็ไม่อยากเลี้ยงหรอกคะแต่ที่ซัยปรัสปัญหาหมาแมวล้นเมืองทางการก็ไม่เหลียวแลเข้า
euไปทําไมก็ไม่รู้ หมดความน่ารักของเขาคนพื้นเมืองที่นี่ก็จะไปปล่อยลงข้างทางหลวงให้รถทับตายแมวก็โดนยาเบื่อที่หนูรับเขาก็ด้วยความสงสาร อีกอย่างหนูรู้ตัวดีว่าต้องจากกันแต่ก็อยากให้โอกาศเขาได้อยู่ต่ออีกหน่อยดีกว่าโดนยาเบื่อหรือโดนรถทับตายอย่างไร้ค่า
ที่หนูต้องเอาเขาไปที่บ้านหมาแมวเพราะว่าดีปล่อยเขาไว้ให้ตายอย่างน่าเวทนาคะ

โพสต์แล้ว:
ศุกร์ มิ.ย. 25, 2010 7:22 am
โดย mon uk
singha เขียน: อ่านแล้วน้ำตาคลอ เพราะเข้ากับการพลัดพรากจากสัตว์เลี้ยงที่เรารักค่ะ
เอ่เป็นคนนึง ที่จะพูดได้ว่าผูกพันธุ์กับสัตว์มาก ทีไทย เอ๋จะเลี้ยงหมาตลอด
แต่พอมาอยู่ต่างประเทศ ก็ต้องจากหมาที่เลี้ยงไว้มา สงสารและคิดถึงเค้ามาก
เค้าก็ไปอยู่ที่บ้านแม่เอ่แทนค่ะ แต่เค้าคงไม่มีความสุขเหมือนอยู่กะเรา เพราะเราเลี้ยงเค้าเหมือนลูก วันนึงโทรกลับบ้านแม่บอกว่า หมาหายไป เอ๋แทบจะเป็นลมค่ะ เสียใจมาก
เสียใจจริงๆ แล้วรู้สึกว่าเป็นความผิดของตัวเอง ที่ทอดทิ้งเค้า ถึงจะอยู่กับแม่
แต่เอ๋ก็แน่ใจ ว่าไม่มีใครดูแลเค้าดีเท่าเอ๋ เพราะเค้าติดเอ๋มาดค่ะ
เสียใจจนทุกวันนี้ คิดถึงทีไร ก็ทำให้น้ำตาร่วงทุกที ....
ตอนนี้ เอ๋ได้เลี้ยงแมวหนึ่งตัว อายุได้สามปีเกว่าแล้ว ไม่เคยเลี้ยงแมวมาก่อน
และไม่คิดว่าแมวฃค้าจะรู้เรื่องเหมือนหมา แต่เอ๋ผิดคาดมากค่ะ แมวเค้ารู้เรื่องเหมือนกะหมา
แต่เค้าไม่ยอมทำตามเหมือนหมา เค้าจะเป็นตัวของตัวเองมากกว่า แล้วเค้าก็รักและซื่อสัตว์
จริงใจกับเรา ยิ่งกว่าคนหลายคนด้วยค่ะ ตั้งแต่เลี้ยงเค้ามา ความผูกพันธุ์ใกล้ชิด
ทำให้เรียนรู้ถึงความรักความห่วงใย ซึ่งกันและกันค่ะ มีครั้งนึง เอ๋กับสามี ไปร้านอาหาร
ก็เดินไปไกลจากบ้านพอสมควน เค้าก็วิ่งตามไปค่ะ เอ่ก็บอกเค้ากลับบ้าน แต่ก็ยังตามเราต่อไป จะเอาเค้ากลับไปส่งที่บ้าน ก้กลัวไม่ตรงเวลา เพราะนัดกับแม่สามีไว้ พอไปถึงลานจอดรถ
เอ๋กับแฟน ก็คิดว่า เดี๋ยวเค้าก็กลับบ้านไปเอง จนเวลาผ่านไปสามชั่วโมง
เราออกมาหน้าร้าน ร่ำลากันกับแม่เพื่อแยกย้ายกันกลับบ้าน เราก็เดินออกมาทางเดิม
คือ ร้านนี้จะมีประตูข้างหลังที่ติดกับลานจอดรถข้างหลังนะคะ เราแยกกับแม่ข้างหน้า เดินกลับมารอบนอกของร้าน มันจะมีหน้าต่าง เราก็ได้ยินเสียงร้อง เมี๊ยว... หันไปดูเพราะมันมืด แสงไปสลัวๆ เท่านั้น ก็เห็นแมวของเอ๋ค่ะ เค้านั่งรอเรา แล้วแอบมองเราจากด้านนอกร้านอาหาร
ตั้งสามชั่วโมงกว่า เพราะขอบหน้าต่างที่เค้านั่งรอเรานั้น มันจะมองเห็นในร้านได้ แต่ก็ไกล
พอดูจากโต๊ะ ที่เรานั่งนะคะ แล้วเราก็กลับบ้านพร้อมกันค่ะ ดูซิ เค้ารอเรา น่ารักเหลือเกิน
เวลาเราเศร้าโศกเสียใจ หรือไม่สบายเค้ารับรู้นะคะ เค้าจะไม่ไปไหนไกลเราเลย จะอยู่ใกล้ๆ ตลอด จนเค้าเห็นว่าเราดีขึ้น ช่างน่ารักเหลือเกินค่ะ อธิบายไม่ถูก
เอ๋ถึงเข้าใจ และเสียใจแทนนะคะ ถ้ามันหนทางอื่น ที่ดีกว่านี้ เอ๋เชื่อว่าคุณคงไม่อยากพลัดพรากจากเค้าหรอกนะคะ แต่ถ้าไม่มีทางเลือกเอ่ก็เข้าใจ เราก้ได้แต่หวังนะคะ
ว่าจะมีคนใจบุญ รับเค้าไปเลี้ยง
ขอโทษนะคะ ที่เล่าซะยาวเหยียดเลย พูดเรื่องนี้ทีไร ต้องได้เล่ายาว
เอ่ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ คิดในสิ่งดี เค้าต้องได้ไปเจอครอบครัวใหม่ ที่รักเค้าค่ะ
ขอบใจจ้าเอ๋มลเองก็ได้แต่ภาวนาให้พวกเขามีบ้านใหม่มีชีวิตที่ดีช่วง2เดือนนี้อากาศที่นี่ร้อนมากบางวันถึง40องศาช่วงนี้ยังไม่ร้อนเท่าไรแค่32องศาถึงอย่างงั้นเหอะน้องเหมียวก็วิ่งหลบแดดเข้าบ้านแล้วแลบแห้กๆๆ เวลาหน้าหนาวก็โดนทั้งหิมะฝนทุกวันนี่ละที่ห่วง แต่ตอนนี้ก็คิดว่าทําดีที่สุดแล้วดีกว่าปล่อยให้พวกเขาโดนยาเบื่อตายหรือรถทับ

โพสต์แล้ว:
จันทร์ ก.ค. 05, 2010 8:10 am
โดย maneenang 2
ขอร่วมแจมด้วยคนกับการรักสัตว์ค่ะนี่ก็รักสัตว์ที่ทุกชนิดโดยเฉพาะแมวและหมารักมากๆจะรู้สืกเศร้าและเสียใจมากๆถ้าได้ฟังเรื่องเศร้าๆหรือคนไปทำร้ายมันฟังข่าวที่เมืองไทยเสมอเวลาเห็นข่าวคนไปทำร้ายสัตว์ให้ตายอยากจะสาปแช่งให้ผู้ทำร้ายมันตายตกไปตามกันเลยทำร้ายสัตว์ที่ไม่มีทางสู้