ลูกใครเป็นแบบลูกเจี๊ยบบ้าง ตอนนี้เริ่มโตขึ้นมาก มีความคิดเป็นของตัวเองแล้ว แต่ดันทำไห้พ่อ กะแม่ อย่างเราหนักใจ
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ใกล้จะครบรอบวันเกิด ๘ ขวบของเจ้าแอนดี้ วันที่๑๙ ก.ย. ที่จะถึงนี้ค่ะ เจี๊ยบกะแฟนวางแผนเรื่องจัดงานวันเกิดไห้เค้าก็เหมือนกะปีที่แล้วค่ะ คือไปจัดที่บ้านแม่สามี และก็เชิญญาติๆมาร่วม แต่ปัญหามีอยู่ว่า เจ้าตัวเค้าไม่แน่ใจว่าเค้าอยากได้ของขวัญอะไรมากที่สุด คือเรามีงบไห้ และไห้เค้าเขียนลิสมาว่าเค้าอยากจะได้อะไรมากที่สุดในบรรดาลิสหางว่าวของเค้า
ลิสของขวัญ
- เต่า และ กบญี่ปุ่น
- หนูตะเพา
- ปลาทอง
- เครื่องเล่นเกม DS รุ่นไหม่ล่าสุดทีจอใหญ่ๆ
- เครื่องเล่นเกมส์ Play Station รุ่นไหม่
- ทีวี 32 นิ้ว จอแบน
- เครื่องบินบังคับวิทยุ
- คอมพิวเตอร์ PC อันนี้เอาไว้เล่นเกมส์
- Silly Band 1000 ชิ้น (ซองนึงมี 30 ชิ้น) อันนี้จะเอาไปแจกเพื่อนที่โรงเรียน
- อยากได้ลูกหมาอีกตัว ทั้งที่บ้านก็มีอยู่แล้วตัวนึง
- เครื่องตีกลองไฟฟ้า
- กีต้าร์
ของทั้งหมดที่ว่ามาคือที่อยากได้มากสุด อันอื่นๆคืออันไม่ค่อยสนใจอยากได้เท่าของที่ว่ามา เจี๊ยบบอกว่าอยากได้เสื้อผ้า รองเท้าคู่ไหม่มั้ย เค้าบอกว่าไม่เอา เพราะรู้ว่าเดี๋ยวพ่อกะแม่ ปู่ย่าก็จะซื้อไห้อยู่ดี พวกเจี๊ยบได้ยินกันอย่างนี้ก็ส่ายหัวค่ะ ที่ส่ายหัวก็เพราะว่า ไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กๆสมัยนี้ทำไมถึงได้กลายเป็นพวกเด็กสปอยด์ไปได้ขนาดนี้ นี่ขนาดว่าถ้าไปเทียบกับหลานๆของพี่อ้วน แอนดี้นี่ยังสปอยด์ไม่ถึงครึ่งของเด็กพวกนั้น แต่ด้วยวัยที่กะลังโตขึ้น มันกลับทำไห้เค้าจะกลายเป็นเด็กแบบนั้นไปโดยปริยาย ตอนแรกเจี๊ยบก็ว่าโทษตัวเอง เพราะตัวเองเป็นคนเริ่มซื้อไห้ลูกก่อน ความที่เค้าต้องไปอยู่กะพ่อแม่เจี๊ยบตั้งแต่ยังไม่ครบสองขวบดี อยู่ไกลคนละฟากฟ้ากะแม่ พ่อก็ไม่มี มีแต่ตากะยายและน้า คอยดูแล พอเจี๊ยบไปรับมาอยู่ด้วย ความรู้สึกผิดที่ไม่มีโอกาศได้ดูลูกนั้นมันเยอะมาก ลูกเห็นเพื่อนมีอะไร แม่มานก็จะหาเก็บเงินเพื่อเอาเงินไปซื้อไห้ลูก แต่ตอนนั้นเค้ายังไม่ค่อยสปอยด์แบบนี้ ยอมรับว่าตอนนั้นเค้ายังเด็กมาก เพื่อนๆแถวๆสก๊อตแลนด์ไม่ค่อยมีมาเล่นด้วยกัน เค้าเลยพอใจในสิ่งที่เจี๊ยบหาไห้อย่างมาก คือ appreciated ทุกอย่างที่แม่หามาไห้ด้วยความยากลำบาก แม่บอกอะไรก็เข้าใจง่ายๆ แต่พอย้ายมาเมกา ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วมาก ความสะดวกสบาย อะไรหามาได้ง่ายๆ เพื่อนเค้าเยอะขึ้น มีสังคมไหม่ๆ เค้าชอบชีวิตที่นี่มาก เค้ากลายเป็นเด็กอีกคนไปเลย
โดยรวมๆแล้ว แอนดี้เป็นเด็กดีมากๆ ช่วยทำงานบ้านถ้าแม่ถามไห้ช่วย ช่วยยกของถ้าถามไห้ช่วย แม่บอกไห้ทำอะไร อย่างเช่น นวดไห้หน่อย หวีผมไห้หน่อย หรือ อยากไห้ทำอะไรบางอย่างเค้าก็ทำโดยไม่เคยมาเรียกร้องขอเงิน แต่กระนั้นก็มีบ้างเวลาใช้ไห้เก็บห้องนอนตัวเอง ก็มีพลัดวันประกันพรุ่ง บอกเดี๋ยวค่อยทำ แล้วก็ดูหนังและเล่นเกมส์ต่อ
แต่ที่เจี๊ยบเริ่มไม่ค่อยเข้าใจลูกคือ ตอนนี้เริ่มมีนิสัยมาแปลก การพูดจาแปลกๆ มีบ้างที่ย้อนแกมสอนสั่งพ่อแม่ ถามว่าพวกเจี๊ยบเลี้ยงลูกแบบไหน คือเลี้ยงแบบ ๕๐/๕๐ ไทยและฟรั่งเท่าๆกัน ซึ่งเจี๊ยบก็ว่ามันแฟร์ดีสำหรับเด็กลูกครึ่ง ไม่อยากไห้ลืมความเป็นไทย แต่ด้วยความที่อยู่สังคมแบบนี้ทำไห้เค้าไม่ค่อยอยากจะเป็นไทยเท่าไหร่ อันนี้เจี๊ยบเองหนักใจ แต่ก็ยัได้พร่ำสอนและค่อยๆคุยเกียวกับประเทศไทย และไห้เค้าหัดพูดไทยวันละนิดหน่อย แต่เรื่องนิสับการพูดจานี่เค้าจะเป็นฝรังจ๋า คือพูดจาแบบไม่มีกระมิดกระเมี้ยน พูดตรงๆจนบางทีเหมือนเป็นเด็กไม่ใส่ใจคนอื่น หรือความรู้สึก การกระทำบางอย่างเหมือนเด็กที่เห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเองเป็นใหญ่้แล้วนี่มีเริ่มไม่ฟังที่พ่อแม่พูดแล้วค่ะ คือบอกไห้ทำอย่าง แต่กลับไปทำอีกอย่างเพราะเค้าเชื่อตัวเองมากๆ ดื้อเงียบ แม่บอกว่าเดี๋ยวจะพาไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ แต่เค้าเลือกที่จะออกไปเล่นกะเพื่อน พูดจาเดี๋ยวนี้ก็มีย้อน แล้วพอไปเห็นเพื่อนมีอะไร เดี๋ยวนี้มาบังคับไห้แม่ซื้อไห้เพราะอยากมีเหมือนเพื่อนๆ พูดจาก็เลียนแบบเค้า การกระทำก็เลียนแบบเค้ามา เพราะคิดว่าทำแล้วเท่ห์ พวกเจี๊ยบก็ต้องจับมานั่งคุยอีก
ตอนนี้พวกเจี๊ยบก็ทำโทษเค้าบ่อยขึ้น แต่ไม่ตีแล้วเพราะแฟนเจี๊ยบไม่ไห้ตีลูก แต่ไห้ไปนั่งสำนึกตัวในห้องนอน ห้ามเล่น ห้ามดูทีวี ไห้นั่งเฉยๆ คิดได้แล้วค่อยมาคุยกัน แต่เจี๊ยบมีความรู้สึกว่าเค้าไม่ค่อยแคร์ พูดกัน ตกลงกันเรื่องการทำนิสัยไม่ดีต่างๆนั้นหลายรอบมากๆ แต่ก็ยังทำซ้ำๆไปเรื่อย เจี๊ยบเองก็ทำใจไม่ค่อยได้ที่เห็นนิสัยลูกเปลี่ยนไปแบบนี้ เรื่องการซื้อของเล่น จากเมื่อก่อนซื้อไห้เดือนละครั้ง แต่ก็เพราะว่ามาเห็นเค้ามีของเล่นเยอะมาก อันที่เพิ่งซื้อมาไม่ถึงเดือนเบื่อแล้ว ทิ้งคว้างไปไม่เล่น แต่จะเอาอันไหม่ ไปขอปู่กะย่า เค้าก็ซื้อไห้เรื่อยๆ แต่ก็ยังยากได้อันไหม่ พออันไหนเอาไปเล่นกะเพื่อนหาย หรือพังมา ก็ทำท่าไม่ค่อยแคร์ ไม่สนใจว่าของที่ได้มามันมาจากน้ำพักน้ำแรงของพ่อแม่ พยามอธิบายไห้เค้าเข้าใจก็แล้ว เปลี่ยนวิธีการซื้อของเล่นไหม่เป็นแบบสะสมแต้มดวงดาวก็ไม่ค่อยจะเวิรค เพราะเค้าดูไม่ค่อยแคร์ ไม่ใส่ใจ หลังๆมาของเล่นไม่ค่อยซื้อไห้เลย บังคับไห้เค้าเก็บสะสมเงินไปซื้อเอาเอง ถ้าเงินไม่พอก็ต้องตกลงกันว่าจะเป็นเด็กดี แต่ก็ไม่เป็นท่า คือเค้าลืม และบวกกะไม่สนใจด้วย เพราะเค้ารู้ว่ายังไงเค้าก็ได้จากคนอื่น จากปู่ย่า ป้ากะลุงก็ซื้อไห้ แถมตอนนี้มีลิสขอของขวัญจากแซนต้ายาวเป็นหางว่าวแล้ว ทั้งๆที่ยังไม่ถึงคริสมาสเลย
ถามว่าทำไมลูกเป็นแบบนี้ โทษตัวเราเอง หรือโทษสังคมที่ทำไห้เป็นแบบนี้ เจี๊ยบนี่โทษตัวเอง แต่แฟนเจี๊ยบก็บอกว่า มันเป็นเรื่องปรกกระติของเด็ก เค้ากะลัโต มีความคิดและการแสดงออกเป็นตัวของเค้าเอง ตอนนี้ก็ทำได้แต่คอยดู แล้วคอยเตือนถ้าเค้าทำผิด ส่วนเรื่องอื่นๆไห้เค้าตัดสินใจเอง มันเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต
นึกถึงตอนที่เป็นเด็กๆ เราไม่มีสิ่งยั่วยวนแบบนี้เลยนะ สมัยเราเด็กๆนี่ อะไรก็ได้ งานวันเกิดไม่เคยมี เค้กก็ไม่เคยได้กิน ของขวัญไม่มี สิ่งล่อตา ล่อใจไม่มี เพราะโตมาที่บ้านนอก เสื้อผ้าก็ใส่แบบเก่าๆ เงินไม่เคยมีใช้เองยันอายุ ๑๔ พ่อแม่พูดไร ก็ต้องฟัง ต้องทำตาม ไม่งั้นโดนตีขาลาย ต้องเรียบร้อย ไม่เหมือนเด็กๆสมัยนี้เลยนะคะ
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ใกล้จะครบรอบวันเกิด ๘ ขวบของเจ้าแอนดี้ วันที่๑๙ ก.ย. ที่จะถึงนี้ค่ะ เจี๊ยบกะแฟนวางแผนเรื่องจัดงานวันเกิดไห้เค้าก็เหมือนกะปีที่แล้วค่ะ คือไปจัดที่บ้านแม่สามี และก็เชิญญาติๆมาร่วม แต่ปัญหามีอยู่ว่า เจ้าตัวเค้าไม่แน่ใจว่าเค้าอยากได้ของขวัญอะไรมากที่สุด คือเรามีงบไห้ และไห้เค้าเขียนลิสมาว่าเค้าอยากจะได้อะไรมากที่สุดในบรรดาลิสหางว่าวของเค้า
ลิสของขวัญ
- เต่า และ กบญี่ปุ่น
- หนูตะเพา
- ปลาทอง
- เครื่องเล่นเกม DS รุ่นไหม่ล่าสุดทีจอใหญ่ๆ
- เครื่องเล่นเกมส์ Play Station รุ่นไหม่
- ทีวี 32 นิ้ว จอแบน
- เครื่องบินบังคับวิทยุ
- คอมพิวเตอร์ PC อันนี้เอาไว้เล่นเกมส์
- Silly Band 1000 ชิ้น (ซองนึงมี 30 ชิ้น) อันนี้จะเอาไปแจกเพื่อนที่โรงเรียน
- อยากได้ลูกหมาอีกตัว ทั้งที่บ้านก็มีอยู่แล้วตัวนึง
- เครื่องตีกลองไฟฟ้า
- กีต้าร์
ของทั้งหมดที่ว่ามาคือที่อยากได้มากสุด อันอื่นๆคืออันไม่ค่อยสนใจอยากได้เท่าของที่ว่ามา เจี๊ยบบอกว่าอยากได้เสื้อผ้า รองเท้าคู่ไหม่มั้ย เค้าบอกว่าไม่เอา เพราะรู้ว่าเดี๋ยวพ่อกะแม่ ปู่ย่าก็จะซื้อไห้อยู่ดี พวกเจี๊ยบได้ยินกันอย่างนี้ก็ส่ายหัวค่ะ ที่ส่ายหัวก็เพราะว่า ไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กๆสมัยนี้ทำไมถึงได้กลายเป็นพวกเด็กสปอยด์ไปได้ขนาดนี้ นี่ขนาดว่าถ้าไปเทียบกับหลานๆของพี่อ้วน แอนดี้นี่ยังสปอยด์ไม่ถึงครึ่งของเด็กพวกนั้น แต่ด้วยวัยที่กะลังโตขึ้น มันกลับทำไห้เค้าจะกลายเป็นเด็กแบบนั้นไปโดยปริยาย ตอนแรกเจี๊ยบก็ว่าโทษตัวเอง เพราะตัวเองเป็นคนเริ่มซื้อไห้ลูกก่อน ความที่เค้าต้องไปอยู่กะพ่อแม่เจี๊ยบตั้งแต่ยังไม่ครบสองขวบดี อยู่ไกลคนละฟากฟ้ากะแม่ พ่อก็ไม่มี มีแต่ตากะยายและน้า คอยดูแล พอเจี๊ยบไปรับมาอยู่ด้วย ความรู้สึกผิดที่ไม่มีโอกาศได้ดูลูกนั้นมันเยอะมาก ลูกเห็นเพื่อนมีอะไร แม่มานก็จะหาเก็บเงินเพื่อเอาเงินไปซื้อไห้ลูก แต่ตอนนั้นเค้ายังไม่ค่อยสปอยด์แบบนี้ ยอมรับว่าตอนนั้นเค้ายังเด็กมาก เพื่อนๆแถวๆสก๊อตแลนด์ไม่ค่อยมีมาเล่นด้วยกัน เค้าเลยพอใจในสิ่งที่เจี๊ยบหาไห้อย่างมาก คือ appreciated ทุกอย่างที่แม่หามาไห้ด้วยความยากลำบาก แม่บอกอะไรก็เข้าใจง่ายๆ แต่พอย้ายมาเมกา ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วมาก ความสะดวกสบาย อะไรหามาได้ง่ายๆ เพื่อนเค้าเยอะขึ้น มีสังคมไหม่ๆ เค้าชอบชีวิตที่นี่มาก เค้ากลายเป็นเด็กอีกคนไปเลย
โดยรวมๆแล้ว แอนดี้เป็นเด็กดีมากๆ ช่วยทำงานบ้านถ้าแม่ถามไห้ช่วย ช่วยยกของถ้าถามไห้ช่วย แม่บอกไห้ทำอะไร อย่างเช่น นวดไห้หน่อย หวีผมไห้หน่อย หรือ อยากไห้ทำอะไรบางอย่างเค้าก็ทำโดยไม่เคยมาเรียกร้องขอเงิน แต่กระนั้นก็มีบ้างเวลาใช้ไห้เก็บห้องนอนตัวเอง ก็มีพลัดวันประกันพรุ่ง บอกเดี๋ยวค่อยทำ แล้วก็ดูหนังและเล่นเกมส์ต่อ
แต่ที่เจี๊ยบเริ่มไม่ค่อยเข้าใจลูกคือ ตอนนี้เริ่มมีนิสัยมาแปลก การพูดจาแปลกๆ มีบ้างที่ย้อนแกมสอนสั่งพ่อแม่ ถามว่าพวกเจี๊ยบเลี้ยงลูกแบบไหน คือเลี้ยงแบบ ๕๐/๕๐ ไทยและฟรั่งเท่าๆกัน ซึ่งเจี๊ยบก็ว่ามันแฟร์ดีสำหรับเด็กลูกครึ่ง ไม่อยากไห้ลืมความเป็นไทย แต่ด้วยความที่อยู่สังคมแบบนี้ทำไห้เค้าไม่ค่อยอยากจะเป็นไทยเท่าไหร่ อันนี้เจี๊ยบเองหนักใจ แต่ก็ยัได้พร่ำสอนและค่อยๆคุยเกียวกับประเทศไทย และไห้เค้าหัดพูดไทยวันละนิดหน่อย แต่เรื่องนิสับการพูดจานี่เค้าจะเป็นฝรังจ๋า คือพูดจาแบบไม่มีกระมิดกระเมี้ยน พูดตรงๆจนบางทีเหมือนเป็นเด็กไม่ใส่ใจคนอื่น หรือความรู้สึก การกระทำบางอย่างเหมือนเด็กที่เห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเองเป็นใหญ่้แล้วนี่มีเริ่มไม่ฟังที่พ่อแม่พูดแล้วค่ะ คือบอกไห้ทำอย่าง แต่กลับไปทำอีกอย่างเพราะเค้าเชื่อตัวเองมากๆ ดื้อเงียบ แม่บอกว่าเดี๋ยวจะพาไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ แต่เค้าเลือกที่จะออกไปเล่นกะเพื่อน พูดจาเดี๋ยวนี้ก็มีย้อน แล้วพอไปเห็นเพื่อนมีอะไร เดี๋ยวนี้มาบังคับไห้แม่ซื้อไห้เพราะอยากมีเหมือนเพื่อนๆ พูดจาก็เลียนแบบเค้า การกระทำก็เลียนแบบเค้ามา เพราะคิดว่าทำแล้วเท่ห์ พวกเจี๊ยบก็ต้องจับมานั่งคุยอีก
ตอนนี้พวกเจี๊ยบก็ทำโทษเค้าบ่อยขึ้น แต่ไม่ตีแล้วเพราะแฟนเจี๊ยบไม่ไห้ตีลูก แต่ไห้ไปนั่งสำนึกตัวในห้องนอน ห้ามเล่น ห้ามดูทีวี ไห้นั่งเฉยๆ คิดได้แล้วค่อยมาคุยกัน แต่เจี๊ยบมีความรู้สึกว่าเค้าไม่ค่อยแคร์ พูดกัน ตกลงกันเรื่องการทำนิสัยไม่ดีต่างๆนั้นหลายรอบมากๆ แต่ก็ยังทำซ้ำๆไปเรื่อย เจี๊ยบเองก็ทำใจไม่ค่อยได้ที่เห็นนิสัยลูกเปลี่ยนไปแบบนี้ เรื่องการซื้อของเล่น จากเมื่อก่อนซื้อไห้เดือนละครั้ง แต่ก็เพราะว่ามาเห็นเค้ามีของเล่นเยอะมาก อันที่เพิ่งซื้อมาไม่ถึงเดือนเบื่อแล้ว ทิ้งคว้างไปไม่เล่น แต่จะเอาอันไหม่ ไปขอปู่กะย่า เค้าก็ซื้อไห้เรื่อยๆ แต่ก็ยังยากได้อันไหม่ พออันไหนเอาไปเล่นกะเพื่อนหาย หรือพังมา ก็ทำท่าไม่ค่อยแคร์ ไม่สนใจว่าของที่ได้มามันมาจากน้ำพักน้ำแรงของพ่อแม่ พยามอธิบายไห้เค้าเข้าใจก็แล้ว เปลี่ยนวิธีการซื้อของเล่นไหม่เป็นแบบสะสมแต้มดวงดาวก็ไม่ค่อยจะเวิรค เพราะเค้าดูไม่ค่อยแคร์ ไม่ใส่ใจ หลังๆมาของเล่นไม่ค่อยซื้อไห้เลย บังคับไห้เค้าเก็บสะสมเงินไปซื้อเอาเอง ถ้าเงินไม่พอก็ต้องตกลงกันว่าจะเป็นเด็กดี แต่ก็ไม่เป็นท่า คือเค้าลืม และบวกกะไม่สนใจด้วย เพราะเค้ารู้ว่ายังไงเค้าก็ได้จากคนอื่น จากปู่ย่า ป้ากะลุงก็ซื้อไห้ แถมตอนนี้มีลิสขอของขวัญจากแซนต้ายาวเป็นหางว่าวแล้ว ทั้งๆที่ยังไม่ถึงคริสมาสเลย
ถามว่าทำไมลูกเป็นแบบนี้ โทษตัวเราเอง หรือโทษสังคมที่ทำไห้เป็นแบบนี้ เจี๊ยบนี่โทษตัวเอง แต่แฟนเจี๊ยบก็บอกว่า มันเป็นเรื่องปรกกระติของเด็ก เค้ากะลัโต มีความคิดและการแสดงออกเป็นตัวของเค้าเอง ตอนนี้ก็ทำได้แต่คอยดู แล้วคอยเตือนถ้าเค้าทำผิด ส่วนเรื่องอื่นๆไห้เค้าตัดสินใจเอง มันเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต
นึกถึงตอนที่เป็นเด็กๆ เราไม่มีสิ่งยั่วยวนแบบนี้เลยนะ สมัยเราเด็กๆนี่ อะไรก็ได้ งานวันเกิดไม่เคยมี เค้กก็ไม่เคยได้กิน ของขวัญไม่มี สิ่งล่อตา ล่อใจไม่มี เพราะโตมาที่บ้านนอก เสื้อผ้าก็ใส่แบบเก่าๆ เงินไม่เคยมีใช้เองยันอายุ ๑๔ พ่อแม่พูดไร ก็ต้องฟัง ต้องทำตาม ไม่งั้นโดนตีขาลาย ต้องเรียบร้อย ไม่เหมือนเด็กๆสมัยนี้เลยนะคะ