หน้า 1 จากทั้งหมด 2

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 09, 2010 7:14 pm
โดย Jeab77
ลูกใครเป็นแบบลูกเจี๊ยบบ้าง ตอนนี้เริ่มโตขึ้นมาก มีความคิดเป็นของตัวเองแล้ว แต่ดันทำไห้พ่อ กะแม่ อย่างเราหนักใจ
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ใกล้จะครบรอบวันเกิด ๘ ขวบของเจ้าแอนดี้ วันที่๑๙ ก.ย. ที่จะถึงนี้ค่ะ เจี๊ยบกะแฟนวางแผนเรื่องจัดงานวันเกิดไห้เค้าก็เหมือนกะปีที่แล้วค่ะ คือไปจัดที่บ้านแม่สามี และก็เชิญญาติๆมาร่วม แต่ปัญหามีอยู่ว่า เจ้าตัวเค้าไม่แน่ใจว่าเค้าอยากได้ของขวัญอะไรมากที่สุด คือเรามีงบไห้ และไห้เค้าเขียนลิสมาว่าเค้าอยากจะได้อะไรมากที่สุดในบรรดาลิสหางว่าวของเค้า
ลิสของขวัญ
- เต่า และ กบญี่ปุ่น
- หนูตะเพา
- ปลาทอง
- เครื่องเล่นเกม DS รุ่นไหม่ล่าสุดทีจอใหญ่ๆ
- เครื่องเล่นเกมส์ Play Station รุ่นไหม่
- ทีวี 32 นิ้ว จอแบน
- เครื่องบินบังคับวิทยุ
- คอมพิวเตอร์ PC อันนี้เอาไว้เล่นเกมส์
- Silly Band 1000 ชิ้น (ซองนึงมี 30 ชิ้น) อันนี้จะเอาไปแจกเพื่อนที่โรงเรียน
- อยากได้ลูกหมาอีกตัว ทั้งที่บ้านก็มีอยู่แล้วตัวนึง
- เครื่องตีกลองไฟฟ้า
- กีต้าร์

ของทั้งหมดที่ว่ามาคือที่อยากได้มากสุด อันอื่นๆคืออันไม่ค่อยสนใจอยากได้เท่าของที่ว่ามา เจี๊ยบบอกว่าอยากได้เสื้อผ้า รองเท้าคู่ไหม่มั้ย เค้าบอกว่าไม่เอา เพราะรู้ว่าเดี๋ยวพ่อกะแม่ ปู่ย่าก็จะซื้อไห้อยู่ดี พวกเจี๊ยบได้ยินกันอย่างนี้ก็ส่ายหัวค่ะ ที่ส่ายหัวก็เพราะว่า ไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กๆสมัยนี้ทำไมถึงได้กลายเป็นพวกเด็กสปอยด์ไปได้ขนาดนี้ นี่ขนาดว่าถ้าไปเทียบกับหลานๆของพี่อ้วน แอนดี้นี่ยังสปอยด์ไม่ถึงครึ่งของเด็กพวกนั้น แต่ด้วยวัยที่กะลังโตขึ้น มันกลับทำไห้เค้าจะกลายเป็นเด็กแบบนั้นไปโดยปริยาย ตอนแรกเจี๊ยบก็ว่าโทษตัวเอง เพราะตัวเองเป็นคนเริ่มซื้อไห้ลูกก่อน ความที่เค้าต้องไปอยู่กะพ่อแม่เจี๊ยบตั้งแต่ยังไม่ครบสองขวบดี อยู่ไกลคนละฟากฟ้ากะแม่ พ่อก็ไม่มี มีแต่ตากะยายและน้า คอยดูแล พอเจี๊ยบไปรับมาอยู่ด้วย ความรู้สึกผิดที่ไม่มีโอกาศได้ดูลูกนั้นมันเยอะมาก ลูกเห็นเพื่อนมีอะไร แม่มานก็จะหาเก็บเงินเพื่อเอาเงินไปซื้อไห้ลูก แต่ตอนนั้นเค้ายังไม่ค่อยสปอยด์แบบนี้ ยอมรับว่าตอนนั้นเค้ายังเด็กมาก เพื่อนๆแถวๆสก๊อตแลนด์ไม่ค่อยมีมาเล่นด้วยกัน เค้าเลยพอใจในสิ่งที่เจี๊ยบหาไห้อย่างมาก คือ appreciated ทุกอย่างที่แม่หามาไห้ด้วยความยากลำบาก แม่บอกอะไรก็เข้าใจง่ายๆ แต่พอย้ายมาเมกา ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วมาก ความสะดวกสบาย อะไรหามาได้ง่ายๆ เพื่อนเค้าเยอะขึ้น มีสังคมไหม่ๆ เค้าชอบชีวิตที่นี่มาก เค้ากลายเป็นเด็กอีกคนไปเลย
โดยรวมๆแล้ว แอนดี้เป็นเด็กดีมากๆ ช่วยทำงานบ้านถ้าแม่ถามไห้ช่วย ช่วยยกของถ้าถามไห้ช่วย แม่บอกไห้ทำอะไร อย่างเช่น นวดไห้หน่อย หวีผมไห้หน่อย หรือ อยากไห้ทำอะไรบางอย่างเค้าก็ทำโดยไม่เคยมาเรียกร้องขอเงิน แต่กระนั้นก็มีบ้างเวลาใช้ไห้เก็บห้องนอนตัวเอง ก็มีพลัดวันประกันพรุ่ง บอกเดี๋ยวค่อยทำ แล้วก็ดูหนังและเล่นเกมส์ต่อ

แต่ที่เจี๊ยบเริ่มไม่ค่อยเข้าใจลูกคือ ตอนนี้เริ่มมีนิสัยมาแปลก การพูดจาแปลกๆ มีบ้างที่ย้อนแกมสอนสั่งพ่อแม่ ถามว่าพวกเจี๊ยบเลี้ยงลูกแบบไหน คือเลี้ยงแบบ ๕๐/๕๐ ไทยและฟรั่งเท่าๆกัน ซึ่งเจี๊ยบก็ว่ามันแฟร์ดีสำหรับเด็กลูกครึ่ง ไม่อยากไห้ลืมความเป็นไทย แต่ด้วยความที่อยู่สังคมแบบนี้ทำไห้เค้าไม่ค่อยอยากจะเป็นไทยเท่าไหร่ อันนี้เจี๊ยบเองหนักใจ แต่ก็ยัได้พร่ำสอนและค่อยๆคุยเกียวกับประเทศไทย และไห้เค้าหัดพูดไทยวันละนิดหน่อย แต่เรื่องนิสับการพูดจานี่เค้าจะเป็นฝรังจ๋า คือพูดจาแบบไม่มีกระมิดกระเมี้ยน พูดตรงๆจนบางทีเหมือนเป็นเด็กไม่ใส่ใจคนอื่น หรือความรู้สึก การกระทำบางอย่างเหมือนเด็กที่เห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเองเป็นใหญ่้แล้วนี่มีเริ่มไม่ฟังที่พ่อแม่พูดแล้วค่ะ คือบอกไห้ทำอย่าง แต่กลับไปทำอีกอย่างเพราะเค้าเชื่อตัวเองมากๆ ดื้อเงียบ แม่บอกว่าเดี๋ยวจะพาไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ แต่เค้าเลือกที่จะออกไปเล่นกะเพื่อน พูดจาเดี๋ยวนี้ก็มีย้อน แล้วพอไปเห็นเพื่อนมีอะไร เดี๋ยวนี้มาบังคับไห้แม่ซื้อไห้เพราะอยากมีเหมือนเพื่อนๆ พูดจาก็เลียนแบบเค้า การกระทำก็เลียนแบบเค้ามา เพราะคิดว่าทำแล้วเท่ห์ พวกเจี๊ยบก็ต้องจับมานั่งคุยอีก
ตอนนี้พวกเจี๊ยบก็ทำโทษเค้าบ่อยขึ้น แต่ไม่ตีแล้วเพราะแฟนเจี๊ยบไม่ไห้ตีลูก แต่ไห้ไปนั่งสำนึกตัวในห้องนอน ห้ามเล่น ห้ามดูทีวี ไห้นั่งเฉยๆ คิดได้แล้วค่อยมาคุยกัน แต่เจี๊ยบมีความรู้สึกว่าเค้าไม่ค่อยแคร์ พูดกัน ตกลงกันเรื่องการทำนิสัยไม่ดีต่างๆนั้นหลายรอบมากๆ แต่ก็ยังทำซ้ำๆไปเรื่อย เจี๊ยบเองก็ทำใจไม่ค่อยได้ที่เห็นนิสัยลูกเปลี่ยนไปแบบนี้ เรื่องการซื้อของเล่น จากเมื่อก่อนซื้อไห้เดือนละครั้ง แต่ก็เพราะว่ามาเห็นเค้ามีของเล่นเยอะมาก อันที่เพิ่งซื้อมาไม่ถึงเดือนเบื่อแล้ว ทิ้งคว้างไปไม่เล่น แต่จะเอาอันไหม่ ไปขอปู่กะย่า เค้าก็ซื้อไห้เรื่อยๆ แต่ก็ยังยากได้อันไหม่ พออันไหนเอาไปเล่นกะเพื่อนหาย หรือพังมา ก็ทำท่าไม่ค่อยแคร์ ไม่สนใจว่าของที่ได้มามันมาจากน้ำพักน้ำแรงของพ่อแม่ พยามอธิบายไห้เค้าเข้าใจก็แล้ว เปลี่ยนวิธีการซื้อของเล่นไหม่เป็นแบบสะสมแต้มดวงดาวก็ไม่ค่อยจะเวิรค เพราะเค้าดูไม่ค่อยแคร์ ไม่ใส่ใจ หลังๆมาของเล่นไม่ค่อยซื้อไห้เลย บังคับไห้เค้าเก็บสะสมเงินไปซื้อเอาเอง ถ้าเงินไม่พอก็ต้องตกลงกันว่าจะเป็นเด็กดี แต่ก็ไม่เป็นท่า คือเค้าลืม และบวกกะไม่สนใจด้วย เพราะเค้ารู้ว่ายังไงเค้าก็ได้จากคนอื่น จากปู่ย่า ป้ากะลุงก็ซื้อไห้ แถมตอนนี้มีลิสขอของขวัญจากแซนต้ายาวเป็นหางว่าวแล้ว ทั้งๆที่ยังไม่ถึงคริสมาสเลย
ถามว่าทำไมลูกเป็นแบบนี้ โทษตัวเราเอง หรือโทษสังคมที่ทำไห้เป็นแบบนี้ เจี๊ยบนี่โทษตัวเอง แต่แฟนเจี๊ยบก็บอกว่า มันเป็นเรื่องปรกกระติของเด็ก เค้ากะลัโต มีความคิดและการแสดงออกเป็นตัวของเค้าเอง ตอนนี้ก็ทำได้แต่คอยดู แล้วคอยเตือนถ้าเค้าทำผิด ส่วนเรื่องอื่นๆไห้เค้าตัดสินใจเอง มันเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต

นึกถึงตอนที่เป็นเด็กๆ เราไม่มีสิ่งยั่วยวนแบบนี้เลยนะ สมัยเราเด็กๆนี่ อะไรก็ได้ งานวันเกิดไม่เคยมี เค้กก็ไม่เคยได้กิน ของขวัญไม่มี สิ่งล่อตา ล่อใจไม่มี เพราะโตมาที่บ้านนอก เสื้อผ้าก็ใส่แบบเก่าๆ เงินไม่เคยมีใช้เองยันอายุ ๑๔ พ่อแม่พูดไร ก็ต้องฟัง ต้องทำตาม ไม่งั้นโดนตีขาลาย ต้องเรียบร้อย ไม่เหมือนเด็กๆสมัยนี้เลยนะคะ

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 09, 2010 7:52 pm
โดย nong-nj
เข้ามาฟังด้วยคนน่ะจ๊ะ ลูกยังไม่ถึงปีเลยพี่น้อง แต่กลุ้มใจรอแล้วเนี่ย

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 09, 2010 7:55 pm
โดย chiangmai
อื้อ...เป็นกำลังใจให้ค่ะ ไม่รู้จะพูดยังไงดี ตุ๊กตามีลูกชายอยู่กับตายายที่เมืองไทยค่ะ ก็ส่งเงินให้เขาทุกเดือนๆละไม่มาก แต่ยายเขาสอนดีบ้างที่โทรมาอยากได้นู้นนี้ด้วยความเป็นแม่ก็ซื้อให้ค่ะแต่แกมบ่นให้ลูกฟัง "เงินทองประหยัดนะลูก เงินลุง(สามี)ทั้งนั้นที่ส่งให้ลูกอะไรไม่จำเป็นก็งดๆๆบ้าง แม่ไม่ได้ปลูกต้นเงินนะลูกนะ" เขาก็รับฟังค่ะ ลูกสาวสองคนมีสปอยบ้างแต่พ่อแม่ไม่ตามใจมากค่ะ นกจากวันเกิดหรือนานๆจะได้ซักที บ้างทีลูกสาวคนกลาง 6 ขวบอยากได้อะไร เขาจะบอกถ้ามันแพงตุ๊กตาก็ปฏิเสธ เขาก็จะร้องไห้ค่ะแต่เรา็พูดให้เขาเข้าใจก็หายกันไป สิ่งใดซื้อได้ก็ซื้อให้สิ่งไหนซื้อให้ไม่ได้ต้องทำใจนะลูก

สำหรับคุณเจี้ยบ อาจเป็นเพราะเราอยากชดเชยในสิ่งที่ทำให้ลูกมีปมด้อยโดยซื้อของให้ลูกเ็ป็นการทดแทนทำใ้ห้เขาได้ใจ แถมมีญาติพี่น้องที่คอยตามใจ เขาก็เลยคิดว่าต้องได้ในสิ่งที่เขายากได้โดยไม่รู้คุณค่าของเงิน คงทำได้แต่คอยสังเกตพฤติกรรมและคอยสอนเขาที่ละนิดค่ะ ค่อยๆๆสอนเพราะเด็กที่นี้จะมีความป็นตัวของตัวเองสูง ดื้อ ไม่ค่อยเชื่อฟังพ่อแม่ ค่อยๆๆสอนค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะอย่าคิดมาก อย่าโทษตัวเองมาก มาถึงจุดนี้ค่อยๆๆแก้ปัญหาทีละเปาะค่ะ

จากหัวอกแม่เหมือนกัน

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 09, 2010 8:08 pm
โดย Nok HI
เข้าใจคุณเจี๊ยบเลยค่ะ...นกว่าความจริงมันก็ไม่ใช่ความผิดของพ่อของแม่ไปซะอย่างเดียวส่วนมากมาจากสังคมรอบข้างด้วยที่บางทีมันจำเป็นต้องมีนั่นมีนี่อีกอย่างเด็ก ๆ นี่ยังไงก็คือเด็กวันยังค่ำบอกทีเดียวไม่รู้ไม่จำต้องพร่ำสอนพร่ำบอกกันไปเรื่อย ๆ อย่างคุณเจี๊ยบนี่เป็นเหมือนพี่เดวิดค่ะที่อยากชดเชยให้ลูก...เดวิดไปราชการบ่อยไปทีก็เป็นปีหรือปีกว่าพอกลับมาอยู่บ้านเค้าก็จะชดเชยให้ลูกด้วยการตามใจลูก..ลูกอยากได้อะไรพ่อเค้าจะประเคนให้..แต่สำหรับนกลูกจะรู้ว่าไม่เหมือนพ่อคือนกจะชอบซื้อของที่เป็นประโยชน์ที่เค้าสามารถใช้ได้ทุกวัน...เฮ้อ..แต่นกว่าเด็ก ๆ แต่ละคนนิสัยไม่เหมือนกันการเลี้ยงดูไม่เหมือนกันจึงเจอปัญหาไม่เหมือนกัน...บางคนลูกเค้าไม่ดื้อเชื่อฟังดีเค้าก็ว่าทำไมลูกเราเป็นอย่างนี้หาว่าเราเลี้ยงไม่ดีอีกแน่ะทั้งที่จริง ๆ เค้าไม่ได้มีปัญหาเหมือนเราเลย....ตอนนี้แอนดี้ยังเด็กอยู่ยังมีเวลาดัดเค้าอีกค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปจ๊ะ เอาใจช้วยยยยยย

ปล. แอนดี้ออกจะ sooooo cute แล้วอย่างนี้จะไม่ให้แม่สปอยด์ได้งั้นเนียะ

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 09, 2010 8:57 pm
โดย prettypass2000
คุณเจี๊ยบคะ แอนดี้เขาเริ่มโตเป็นหนุ่มแล้ว เด็กในวัยของแอนดี้บางรายนั้นฮอร์โมนเขาเริ่มจะเปลี่ยนแปลงซึ่งส่งผลให้อารมณ์เขาเปลี่ยนไปด้วยทั้งๆที่เขาเองไม่รู้ตัวค่ะ สองสาวเป็นมาก่อนแต่เด็กหญิงเป็นมากกว่าเด็กผู้ชายมากโดยเฉพาะปาก เหอๆๆๆๆ คุณเจี๊ยบอย่าไปแสดงอารมณ์ไม่พอใจให้เขาเห็นนะคะ ทางคำพูดอ่ะได้แต่อย่าพยายามแสดงทางหน้าตาเพราะจะทำให้เขาสนุกที่จะลองคุณเจี๊ยบมากขึ้น สองสาวตอนเริ่มเป็นสาวใหม่ๆก็มาแบบแอนดี้นี่แหละค่ะคือ พูดย้อนกลับแต่มดกับสามีบอกเขาว่าถ้าจะพูดย้อนกลับก็กรุณาคิดก่อนพูดเพราะการพูดแบบไม่คิดจะทำให้ถูกทำโทษและมดกับสามีจะเพิกเฉยค่ะ บางทีเมื่อก่อนเขาก็จะบอกว่าที่เราทำโทษอ่ะมันnonsense มดเลยต้องบอกว่าเพราะเขาทำตัว nonsenseก็เลยต้องทำโทษแบบ nonsenseใส่ แต่ก็มีบอกเขาด้วยว่า if you think the consequences we give you are not smart, it's because my children act not smart so they deserve those. น่ะค่ะ อิอิอิอิ เขอก็อึ้งไปนะคะแต่ก็ทำตัวดีขึ้นเพราะพ่อเขาบอกว่าหากเขาทำตัวไม่ฉลาดก็เป็นปัญหาที่เขาจะต้องแก้ไขเอง อย่าไปโทษคนอื่นเพราะนั่นเป็นวิธีของเด็กๆไม่ใช่วิธีของเด็กโต หากเธอจะทำตัวเป็นเด็กเล็กพ่อและแม่ก็จะทรีทเธอเหมือนเด็กเล็ก ที่บ้านเด็กๆจะได้รับการทรีทและการทำโทษขึ้นอยู่กับ level of maturityน่ะค่ะ ถ้าไม่อยากให้เราเลี้ยงแบบเบบี้ก็กรุณาอย่าทำตัวแบบนั้น

ที่บ้านก็เลี้ยงลูกกึ่งไทยและฝรั่ง จะเน้นกิริยามารยาทและการพูดการจาที่สำรวมแบบไทยแต่ให้โอกาศทางความคิดเหมือนฝรั่ง เด็กในวัยแอนดี้เขาคิดตามได้แล้วนะคะ หากให้เขาไปนั่งในห้องพอเขาออกมาลองให้เขาเขียนลงบนกระดาษดูว่าทำไมเขาต้องไปนั่งในนั้นและเขาจะทำอย่างไรให้ตัวเขาดีขึ้น พยายามบอกเขาเสมอว่าคนนอกที่ไม่รู้จักเขาจะตัดสินเขาจากการกระทำและคำพูด ตอนนี้เขาอาจจะไม่เข้าใจแต่อีกไม่นานเขาก็จะเข้าใจเองค่ะ ที่บ้านจะมีกฏที่ว่าหากเขาทำของชิ้นไหนพังเขาจะต้องจ่ายเงินคืนให้พ่อและแม่ เด็กๆมีเงินเก็บส่วนตัวจากผลการเรียนและการทำงานบ้านค่ะ เด็กๆทุกคนจะมีหน้าที่ในบ้าน หากไม่ทำก็ไม่เป็นไรแต่ไม่ได้เงินและก็อดออกไปซื้อของในเดือนนั้นเพราะแม่ไม่ว่างขับรถเนื่องจากต้องมานั่งทำงานบ้านในส่วนที่เขาไม่ทำ เหอๆๆๆๆ เขาสามารถใช้เงินส่วนนั้นซื้อของเล่นหรือของที่เขาอยากได้ไม่เกินเดือนละ $40ต่อคนนะคะ หากใช้เกินมดจะให้เขาคืนส่วนที่เกิน *2ค่ะ เป็นการสอนคุณค่าของเงินเขา บางทีเขาก็ไปขอย่าขอลุงเขาซึ่งก็ได้ตลอดอันนั้นมดไม่ห้ามแต่หากเขาทำของที่ได้มาพังมดก็จะให้เขาใช้เงินเก็บของเขาซื้ออันใหม่มา เขาไม่พอมจก็มีแต่นั่นคือการแสดงความรับผิดชอบค่ะ

ส่วนเรื่องทำผิดนั้นก็จะรับคำขอโทษแค่ครั้งเดียวค่ะเพราะ sorry means you will not do it again เพราะหากทำความผิดแบบเดิมก็จะถูกทำโทษเพราะถือว่าเขาไม่แคร์ แต่สองสาวไม่ค่อยย้อนกลับเท่าไหร่แล้่วค่ะเพราะใช้วิธีข้างต้นกับเขาคือ หากเขาทำผิดครั้งแรกและขอโทษเราก็จะเปิดอกคุยกันแบบเด็กโตและให้โอกาศในการปรับปรุงตัวแต่หากไม่ดีขึ้นก็จะทำโทษเพราะสามีพูดกับเขาว่า if you need to learn how to be a good person in a hard way, so be it น่ะค่ะ เด็กๆกลัวพ่อเขาทำโทษมากกว่ามดอีกค่ะ สามีบอกเขาว่าที่พ่อดูเหมือนจะเข้มมากขึ้นเพราะว่าเธอโตขึ้นมากแล้ว พ่อและแม่ก็คิดว่าเธอจะสามารถประคับประคองตัวเองให้เป็นคนดีมีความรับผิดชอบได้เพราะเราเชื่อมั่นในตัวเธอ แต่หากเธอทำไม่ได้ทั้งๆที่เธอรู้ว่าต้องทำอย่างไรก็เป็นหน้าที่พ่อและแม่จะต้องช่วยให้เธอเป็นคนดี เธออาจจะไม่ชอบวิธีที่พ่อและแม่ช่วยแต่หากเธอไม่ทำตัวแบบนี้ตั้งแต่ตอนแรก เราก็คงไม่ต้องสอนเธอแบบนี้น่ะค่ะ แต่การสอนเขาตั้งแต่เด็กๆให้มองเห็นและคิดตามว่า every action, good or bad, has it own consequencesนั้นเป็นการดีนะคะ เพราะเด็กฝรั่งๆหลายๆคนมองไม่เห็นตรงนี้เลยทำให้เป็นอย่างนี้แต่ลูกนั้นเราเลี้ยงเขาได้แต่ตัว ความคิดและจิตใจนั้นเราเลี้ยงไม่ได้ สั่งไม่ได้ แต่เราสามารถชี้นำและประคองเขาในส่วนนี้ได้นะคะ เขาจะเป็นอย่างไรนั้นเป็นตัวเขาเลือกเอง เราเป็นพ่อและแม่ย่อมไม่พอใจและเสียใจแน่นอนแต่สักวันเขาจะคิดได้ไม่ช้าก็เร็วค่ะ

ส่วนเรื่อง spoil นั้นเด็กแต่ละคนก็ต่างสถานะกันไปนะคะ เด็กๆที่บ้านสปอยล์มากทีเดียวเพราะมดและสามีสปอยล์เขาซึ่งอาจจะไม่ดีแต่สำหรับมดนั้น มดคิดว่าหากลูกเราทำตัวดี ประพฤติตนดี มีความรับผิดชอบ รู้ผิดรู้ถูกแล้วเขาสมควรที่จะได้รับรางวัลที่เขาอยากได้หากมดและสามีไม่เดือดร้อนใดๆ แต่สองสาวคนโตไม่มีงานวันเกิดแล้วนะคะเพราะเขาโตๆแล้วแต่เราจะให้กิฟท์คาร์ดคนละ $100เป็นของขวัญวันเกิดให้เขาซื้อของในสิ่งที่เขาอยากได้เพราะพูดกันไว้แล้วว่าการจัดงานวันเกิดนั้นก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ของที่เขาอยากได้ปัจจุบันก็เป็นของมีราคาเพราะฉะนั้นเขาต้องได้อย่างเสียอย่าง หากเป็นคริสต์มาสก็จะให้เขาเขียนลิสต์ยี่สิบอย่างที่เขาอยากได้แต่เขาจะไม่ได้ทั้งหมด จะได้ประมาณคนละสิบถึงสิบห้าอย่างแต่ต้องอยู่ภายในงบที่มดให้ต่อคนต่อคริสต์มาสค่ะ ถ้าอยากได้เพิ่มก็ให้บอกย่าและลุงส่วนจะได้หรือไม่นั้นก็แล้วแต่ค่ะและให้พอใจในสิ่งที่มีหรือได้เพราะหากไม่พอใจก็จะทำให้ผู้ใหญ่เสียความรู้สึกและไม่อยากจะให้ของต่างๆกับเขาอีกเพราะเขาไม่เห็นคุณค่าหรือพอใจในของที่เขามีหรือได้น่ะค่ะ เด็กๆที่บ้านเลยสปอยล์มากทีเดียวในแง่นี้แต่หากเขาเป็นเด็กดีมดก็ไม่ว่าอะไรเพราะมดซื้อของที่เขาอยากได้แบบนี้ให้แค่คริสต์มาส อีสเตอร์ และวันเกิดเท่านั้นเองค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 09, 2010 9:16 pm
โดย มะเหมี่ยว
<span style='color:teal'>คุณเจี๊ยบ เหมี่ยวมานั่งกลุ้มใจเป็นเพื่อนค่ะ เพราะลูกสาวยังไม่สามขวบ เอาแต่ใจชะมัด...เหมี่ยวเริ่มแปลงร่างเป็นซูสีไทเฮาแล้วค่ะ...ไม่หวายเลี๊ยว เปงแม่นี่เหนื่อยมักๆ มานั่งรอกลเม็ดจากเพื่อนๆด้วยค่ะ คำแนะนำไม่มีค่ะ อิอิไม่ได้ช่วยอะไรเลย</span>

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 09, 2010 9:18 pm
โดย Mooyong
Jeab77 เขียน: เพราะเค้ารู้ว่ายังไงเค้าก็ได้จากคนอื่น จากปู่ย่า ป้ากะลุงก็ซื้อไห้ แถมตอนนี้มีลิสขอของขวัญจากแซนต้ายาวเป็นหางว่าวแล้ว ทั้งๆที่ยังไม่ถึงคริสมาสเลย

กว่าจะโต ลูกก็จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ความต้องการของเค้าไปเรื่อยๆค่ะ มีปัญหามาให้เราต้องแก้อยู่เรื่อย ใจเย็นๆนะคะ คอยสังเกตและพยายามทำความเข้าใจกับความต้องการของเค้า แล้วก็พยายามสอนเค้าให้เข้าใจว่าสิ่งไหนจำเป็นไม่จำเป็น อะไรที่ได้มาง่ายๆ เค้าก็ไม่ค่อยเห็นค่ะหรอกค่ะ เรื่องญาติพี่น้องปู่ย่าตายายนี่ บางทีเราก็ต้องทำความเข้าใจกับเค้าด้วยนะคะ ตัวหนิงเองเนี่ย จะคุยกับญาติๆไว้เลยว่าไม่ต้องซื้อของเล่น ของขวัญให้หลานมากมาย เพราะเท่าที่มีก็เล่นไม่ครบแล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อให้เยอะแยะมากมาย เสื้อผ้าก็ใส่ไม่ครบ ไม่ต้องซื้อบ่อยก็ได้ ถ้าอยากให้จริงๆ เปิด
บัญชี แล้วค่อยๆสะสมไว้ ให้เค้าใช้เป็นทุนการศึกษาในอนาคตแทน

แล้วก็ต้องใจเย็นๆนะคะ บ่มความคิดนั้นต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 09, 2010 11:40 pm
โดย Jeab77
nong-nj เขียน: เข้ามาฟังด้วยคนน่ะจ๊ะ ลูกยังไม่ถึงปีเลยพี่น้อง แต่กลุ้มใจรอแล้วเนี่ย

พี่น้อง ลูกตอนเค้าเป็เด็กเล็กๆนี่เจี๊ยบชอบมากๆเลยค่ะ พูดอะไรลูกก็ฟัง น่ารักไปหมด แต่ตอนนี้เค้าเริ่มโตแล้ว เค้ามีความคิดเป็นของตัวเอง ไปโรงเรียนเค้าก็มีสังคมกะเพื่อนๆและคุณครู อะไรๆก็เปลี่ยนไปทำไห้บางทีทำใจไม่ได้ค่ะว่าลูกเราเปลี่ยนไปเยอะได้ขนาดนี้

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 09, 2010 11:43 pm
โดย Jeab77
chiangmai เขียน: อื้อ...เป็นกำลังใจให้ค่ะ ไม่รู้จะพูดยังไงดี ตุ๊กตามีลูกชายอยู่กับตายายที่เมืองไทยค่ะ ก็ส่งเงินให้เขาทุกเดือนๆละไม่มาก แต่ยายเขาสอนดีบ้างที่โทรมาอยากได้นู้นนี้ด้วยความเป็นแม่ก็ซื้อให้ค่ะแต่แกมบ่นให้ลูกฟัง "เงินทองประหยัดนะลูก เงินลุง(สามี)ทั้งนั้นที่ส่งให้ลูกอะไรไม่จำเป็นก็งดๆๆบ้าง แม่ไม่ได้ปลูกต้นเงินนะลูกนะ" เขาก็รับฟังค่ะ ลูกสาวสองคนมีสปอยบ้างแต่พ่อแม่ไม่ตามใจมากค่ะ นกจากวันเกิดหรือนานๆจะได้ซักที บ้างทีลูกสาวคนกลาง 6 ขวบอยากได้อะไร เขาจะบอกถ้ามันแพงตุ๊กตาก็ปฏิเสธ เขาก็จะร้องไห้ค่ะแต่เรา็พูดให้เขาเข้าใจก็หายกันไป สิ่งใดซื้อได้ก็ซื้อให้สิ่งไหนซื้อให้ไม่ได้ต้องทำใจนะลูก

สำหรับคุณเจี้ยบ อาจเป็นเพราะเราอยากชดเชยในสิ่งที่ทำให้ลูกมีปมด้อยโดยซื้อของให้ลูกเ็ป็นการทดแทนทำใ้ห้เขาได้ใจ แถมมีญาติพี่น้องที่คอยตามใจ เขาก็เลยคิดว่าต้องได้ในสิ่งที่เขายากได้โดยไม่รู้คุณค่าของเงิน คงทำได้แต่คอยสังเกตพฤติกรรมและคอยสอนเขาที่ละนิดค่ะ ค่อยๆๆสอนเพราะเด็กที่นี้จะมีความป็นตัวของตัวเองสูง ดื้อ ไม่ค่อยเชื่อฟังพ่อแม่ ค่อยๆๆสอนค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะอย่าคิดมาก อย่าโทษตัวเองมาก มาถึงจุดนี้ค่อยๆๆแก้ปัญหาทีละเปาะค่ะ

จากหัวอกแม่เหมือนกัน

คุณตุ๊กตาคุ เจี๊ยบเองพอเริ่มรู้สึกตัวว่าเราเริ่มตามใจเค้ามากไปก็พยายามปรับเปลี่ยนค่ะ ค่อยสอนเค้าเหมือนกัน ดูก้มีค่ะ บางทีก็คิดว่าเราทำไปเนี่มันสายไปหรือเปล่า เจี๊ยบคอยสอนเค้าตลอด พูดดีก็แล้ว ขู่กันก็แล้ว ก็แล้วแต่ช่วงๆด้วยนะคะ แต่อยากปลูกฝังเค้าว่าสิ่งที่ได้มาง่ายๆน่ะ มันไม่ง่ายอย่างที่เค้าคิด เงินกว่าจะได้มาแต่ละบาทนั้นลำบากนัก

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 09, 2010 11:47 pm
โดย Jeab77
Nok HI เขียน: เข้าใจคุณเจี๊ยบเลยค่ะ...นกว่าความจริงมันก็ไม่ใช่ความผิดของพ่อของแม่ไปซะอย่างเดียวส่วนมากมาจากสังคมรอบข้างด้วยที่บางทีมันจำเป็นต้องมีนั่นมีนี่อีกอย่างเด็ก ๆ นี่ยังไงก็คือเด็กวันยังค่ำบอกทีเดียวไม่รู้ไม่จำต้องพร่ำสอนพร่ำบอกกันไปเรื่อย ๆ อย่างคุณเจี๊ยบนี่เป็นเหมือนพี่เดวิดค่ะที่อยากชดเชยให้ลูก...เดวิดไปราชการบ่อยไปทีก็เป็นปีหรือปีกว่าพอกลับมาอยู่บ้านเค้าก็จะชดเชยให้ลูกด้วยการตามใจลูก..ลูกอยากได้อะไรพ่อเค้าจะประเคนให้..แต่สำหรับนกลูกจะรู้ว่าไม่เหมือนพ่อคือนกจะชอบซื้อของที่เป็นประโยชน์ที่เค้าสามารถใช้ได้ทุกวัน...เฮ้อ..แต่นกว่าเด็ก ๆ แต่ละคนนิสัยไม่เหมือนกันการเลี้ยงดูไม่เหมือนกันจึงเจอปัญหาไม่เหมือนกัน...บางคนลูกเค้าไม่ดื้อเชื่อฟังดีเค้าก็ว่าทำไมลูกเราเป็นอย่างนี้หาว่าเราเลี้ยงไม่ดีอีกแน่ะทั้งที่จริง ๆ เค้าไม่ได้มีปัญหาเหมือนเราเลย....ตอนนี้แอนดี้ยังเด็กอยู่ยังมีเวลาดัดเค้าอีกค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปจ๊ะ เอาใจช้วยยยยยย

ปล. แอนดี้ออกจะ sooooo cute แล้วอย่างนี้จะไม่ให้แม่สปอยด์ได้งั้นเนียะ

คุณนกพูดถูกค่ะ เพราะเมื่อก่อนใจอ่อนมาก ตามใจเค้า แถมสังคมพาไปด้วยค่ะ เค้าเห็นพ่อแม่คนอื่นๆซื้อไห้ลูก บวกกับสมัยนิยมด้วยมั้งคะ ทำไห้ต้องมีตามๆกัน ไม่ไช่ว่ากลัวน้อยน่าค่ะ แต่บางทีเด็กๆเค้าคุยกัน แล้วพออีกคนรู้ว่าไม่มีก็โดนข่มกัน บางทีลูกเราไม่มีอะไรจะคุยกะเพื่อน เค้าก็จะเอาพวกเรื่องของเล่นมาคุยกัน เด็กสมัยนี้เค้าไม่เล่นก้านกล้วยเหมือนรุ่นเราๆนี่คะ กระโหลกกะลาก็ไม่รู้จัก อย่างว่าละยุกต์สมัยเปลี่ยนไปแล้วเน้าะ เดี๋ยวนี้พูด สอนกันปากเปียกปากแฉ่ะยังไม่พอค่ะ ต้องคอยจี้อีก ดุมากก็ไม่ได้น้อยใจอีก

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 09, 2010 11:54 pm
โดย ข้าวปั้น
เจี๊ยบสู้ สู้จ๊ะ...ถ้าไม่ไหวก็ส่งเจ้า Andy มาจะช่วยเลี้ยงจ๊ะ...เบอร์โทรศัพท์บ้านเจี๊ยบเสียหรือเปล่าโทรไปไม่มีใครรับอะจ๊ะ...

โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 10, 2010 12:03 am
โดย Jeab77
prettypass2000 เขียน: คุณเจี๊ยบคะ แอนดี้เขาเริ่มโตเป็นหนุ่มแล้ว เด็กในวัยของแอนดี้บางรายนั้นฮอร์โมนเขาเริ่มจะเปลี่ยนแปลงซึ่งส่งผลให้อารมณ์เขาเปลี่ยนไปด้วยทั้งๆที่เขาเองไม่รู้ตัวค่ะ สองสาวเป็นมาก่อนแต่เด็กหญิงเป็นมากกว่าเด็กผู้ชายมากโดยเฉพาะปาก เหอๆๆๆๆ คุณเจี๊ยบอย่าไปแสดงอารมณ์ไม่พอใจให้เขาเห็นนะคะ ทางคำพูดอ่ะได้แต่อย่าพยายามแสดงทางหน้าตาเพราะจะทำให้เขาสนุกที่จะลองคุณเจี๊ยบมากขึ้น สองสาวตอนเริ่มเป็นสาวใหม่ๆก็มาแบบแอนดี้นี่แหละค่ะคือ พูดย้อนกลับแต่มดกับสามีบอกเขาว่าถ้าจะพูดย้อนกลับก็กรุณาคิดก่อนพูดเพราะการพูดแบบไม่คิดจะทำให้ถูกทำโทษและมดกับสามีจะเพิกเฉยค่ะ บางทีเมื่อก่อนเขาก็จะบอกว่าที่เราทำโทษอ่ะมันnonsense มดเลยต้องบอกว่าเพราะเขาทำตัว nonsenseก็เลยต้องทำโทษแบบ nonsenseใส่ แต่ก็มีบอกเขาด้วยว่า if you think the consequences we give you are not smart, it's because my children act not smart so they deserve those. น่ะค่ะ อิอิอิอิ เขอก็อึ้งไปนะคะแต่ก็ทำตัวดีขึ้นเพราะพ่อเขาบอกว่าหากเขาทำตัวไม่ฉลาดก็เป็นปัญหาที่เขาจะต้องแก้ไขเอง อย่าไปโทษคนอื่นเพราะนั่นเป็นวิธีของเด็กๆไม่ใช่วิธีของเด็กโต หากเธอจะทำตัวเป็นเด็กเล็กพ่อและแม่ก็จะทรีทเธอเหมือนเด็กเล็ก ที่บ้านเด็กๆจะได้รับการทรีทและการทำโทษขึ้นอยู่กับ level of maturityน่ะค่ะ ถ้าไม่อยากให้เราเลี้ยงแบบเบบี้ก็กรุณาอย่าทำตัวแบบนั้น

ที่บ้านก็เลี้ยงลูกกึ่งไทยและฝรั่ง จะเน้นกิริยามารยาทและการพูดการจาที่สำรวมแบบไทยแต่ให้โอกาศทางความคิดเหมือนฝรั่ง เด็กในวัยแอนดี้เขาคิดตามได้แล้วนะคะ หากให้เขาไปนั่งในห้องพอเขาออกมาลองให้เขาเขียนลงบนกระดาษดูว่าทำไมเขาต้องไปนั่งในนั้นและเขาจะทำอย่างไรให้ตัวเขาดีขึ้น พยายามบอกเขาเสมอว่าคนนอกที่ไม่รู้จักเขาจะตัดสินเขาจากการกระทำและคำพูด ตอนนี้เขาอาจจะไม่เข้าใจแต่อีกไม่นานเขาก็จะเข้าใจเองค่ะ ที่บ้านจะมีกฏที่ว่าหากเขาทำของชิ้นไหนพังเขาจะต้องจ่ายเงินคืนให้พ่อและแม่ เด็กๆมีเงินเก็บส่วนตัวจากผลการเรียนและการทำงานบ้านค่ะ เด็กๆทุกคนจะมีหน้าที่ในบ้าน หากไม่ทำก็ไม่เป็นไรแต่ไม่ได้เงินและก็อดออกไปซื้อของในเดือนนั้นเพราะแม่ไม่ว่างขับรถเนื่องจากต้องมานั่งทำงานบ้านในส่วนที่เขาไม่ทำ เหอๆๆๆๆ เขาสามารถใช้เงินส่วนนั้นซื้อของเล่นหรือของที่เขาอยากได้ไม่เกินเดือนละ $40ต่อคนนะคะ หากใช้เกินมดจะให้เขาคืนส่วนที่เกิน *2ค่ะ เป็นการสอนคุณค่าของเงินเขา บางทีเขาก็ไปขอย่าขอลุงเขาซึ่งก็ได้ตลอดอันนั้นมดไม่ห้ามแต่หากเขาทำของที่ได้มาพังมดก็จะให้เขาใช้เงินเก็บของเขาซื้ออันใหม่มา เขาไม่พอมจก็มีแต่นั่นคือการแสดงความรับผิดชอบค่ะ

ส่วนเรื่องทำผิดนั้นก็จะรับคำขอโทษแค่ครั้งเดียวค่ะเพราะ sorry means you will not do it again เพราะหากทำความผิดแบบเดิมก็จะถูกทำโทษเพราะถือว่าเขาไม่แคร์ แต่สองสาวไม่ค่อยย้อนกลับเท่าไหร่แล้่วค่ะเพราะใช้วิธีข้างต้นกับเขาคือ หากเขาทำผิดครั้งแรกและขอโทษเราก็จะเปิดอกคุยกันแบบเด็กโตและให้โอกาศในการปรับปรุงตัวแต่หากไม่ดีขึ้นก็จะทำโทษเพราะสามีพูดกับเขาว่า if you need to learn how to be a good person in a hard way, so be it น่ะค่ะ เด็กๆกลัวพ่อเขาทำโทษมากกว่ามดอีกค่ะ สามีบอกเขาว่าที่พ่อดูเหมือนจะเข้มมากขึ้นเพราะว่าเธอโตขึ้นมากแล้ว พ่อและแม่ก็คิดว่าเธอจะสามารถประคับประคองตัวเองให้เป็นคนดีมีความรับผิดชอบได้เพราะเราเชื่อมั่นในตัวเธอ แต่หากเธอทำไม่ได้ทั้งๆที่เธอรู้ว่าต้องทำอย่างไรก็เป็นหน้าที่พ่อและแม่จะต้องช่วยให้เธอเป็นคนดี เธออาจจะไม่ชอบวิธีที่พ่อและแม่ช่วยแต่หากเธอไม่ทำตัวแบบนี้ตั้งแต่ตอนแรก เราก็คงไม่ต้องสอนเธอแบบนี้น่ะค่ะ แต่การสอนเขาตั้งแต่เด็กๆให้มองเห็นและคิดตามว่า every action, good or bad, has it own consequencesนั้นเป็นการดีนะคะ เพราะเด็กฝรั่งๆหลายๆคนมองไม่เห็นตรงนี้เลยทำให้เป็นอย่างนี้แต่ลูกนั้นเราเลี้ยงเขาได้แต่ตัว ความคิดและจิตใจนั้นเราเลี้ยงไม่ได้ สั่งไม่ได้ แต่เราสามารถชี้นำและประคองเขาในส่วนนี้ได้นะคะ เขาจะเป็นอย่างไรนั้นเป็นตัวเขาเลือกเอง เราเป็นพ่อและแม่ย่อมไม่พอใจและเสียใจแน่นอนแต่สักวันเขาจะคิดได้ไม่ช้าก็เร็วค่ะ

ส่วนเรื่อง spoil นั้นเด็กแต่ละคนก็ต่างสถานะกันไปนะคะ เด็กๆที่บ้านสปอยล์มากทีเดียวเพราะมดและสามีสปอยล์เขาซึ่งอาจจะไม่ดีแต่สำหรับมดนั้น มดคิดว่าหากลูกเราทำตัวดี ประพฤติตนดี มีความรับผิดชอบ รู้ผิดรู้ถูกแล้วเขาสมควรที่จะได้รับรางวัลที่เขาอยากได้หากมดและสามีไม่เดือดร้อนใดๆ แต่สองสาวคนโตไม่มีงานวันเกิดแล้วนะคะเพราะเขาโตๆแล้วแต่เราจะให้กิฟท์คาร์ดคนละ $100เป็นของขวัญวันเกิดให้เขาซื้อของในสิ่งที่เขาอยากได้เพราะพูดกันไว้แล้วว่าการจัดงานวันเกิดนั้นก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ของที่เขาอยากได้ปัจจุบันก็เป็นของมีราคาเพราะฉะนั้นเขาต้องได้อย่างเสียอย่าง หากเป็นคริสต์มาสก็จะให้เขาเขียนลิสต์ยี่สิบอย่างที่เขาอยากได้แต่เขาจะไม่ได้ทั้งหมด จะได้ประมาณคนละสิบถึงสิบห้าอย่างแต่ต้องอยู่ภายในงบที่มดให้ต่อคนต่อคริสต์มาสค่ะ ถ้าอยากได้เพิ่มก็ให้บอกย่าและลุงส่วนจะได้หรือไม่นั้นก็แล้วแต่ค่ะและให้พอใจในสิ่งที่มีหรือได้เพราะหากไม่พอใจก็จะทำให้ผู้ใหญ่เสียความรู้สึกและไม่อยากจะให้ของต่างๆกับเขาอีกเพราะเขาไม่เห็นคุณค่าหรือพอใจในของที่เขามีหรือได้น่ะค่ะ เด็กๆที่บ้านเลยสปอยล์มากทีเดียวในแง่นี้แต่หากเขาเป็นเด็กดีมดก็ไม่ว่าอะไรเพราะมดซื้อของที่เขาอยากได้แบบนี้ให้แค่คริสต์มาส อีสเตอร์ และวันเกิดเท่านั้นเองค่ะ

น้องมดไห้ข้อคิดได้ดีมากๆเลยจ๊ะ ขอบคุณมากจ้า พี่เองที่บ้านมีกฏเยอะพอสมควร แต่เค้าก็แหกกฏบ่อยๆ จะทำโทษทีก็ดูสถานการณ์ว่าหนัก หรือ เบา สวนใหญ่พี่เองจะหมดความอดทนสะก่อน ตงาดแว๊ดใส่ลูกเลย เพราะความที่เราพูดหลายครั้งแล้ว เรื่องทำผิดนี่ก็บอกกัน สอนกันเป็นเรื่องๆไป จนบางทีรู้สึกว่าเราเองหรือเปล่าที่ไปตั้งความหวังกะลูกมากไปว่าเค้าจะต้องเป็เด็กดีตลอด บางทีก็คิดว่าเค้มงวดมากไปหรือเปล่า ใช้หลายวิธีมากเลยมด ตอนนี้เริ่มท้ออ่ะ เรื่องทำความผิดในสิ่งที่เค้าเคยทำซ้ำแล้ว ซ้ำอีก เรื่องไม่เคย pay attention กับอะไรก็แล้วแต่บอกต่อหน้าก็โอเคจำได้ สำนึกได้แล้ว แต่ลับหลังลืมไปว่าโดนบอกอะไรมาบ้าง เรื่องโดนคุณครูดุมาจากโรงเรียนเพราะพูดมากนั้นก็โดนทำโทษอีก บอกกัน ยกเหตุผลต่างๆนาๆขึ้นมา อย่างที่มดพูดน่ะ คนนอกเค้าจะตัดสินจากการกระทำของตัวเค้านะ เค้าก็ดีขึ้นมาได้ 3-4วัน แล้วก็ลืมอีก เค้าจะเป็นช่วงๆนะมด พี่เองก็ไม่รู้ทำไม บางทีเค้าก็ดีมาก ทำตัวดี นิสัยดีมาก บางทีก็ไม่ได้เรื่องเลย
เรื่องการซื้อของไห้เค้า พี่แค่อยากไห้เค้ารู้คุณค่าของเงินแค่นั้น ตอนนี้เค้ามีบัญชีเงินฝากเป็นของตัวเอง และก็มีกระปุกออกสินด้วยค่ะ เหลือเงิน หรือใครไห้มาเค้าจะเอามาใส่กระปุก แต่ตอนนี้พี่บังคับไห้เอาไปซื้อของที่เค้าทำหายมั่ง พังมั่งเป็นอย่างๆไป อันไหนที่แพงเค้าไม่มีปัญญาซื้อก้ต้องรอช่วงคริสมาส แต่ว่าเค้าก็เปลี่ยนใจไปเอาอย่างอื่นแทน
ตอนนี้ได้แต่คอยดูการกระทำของเค้าห่างๆ และก็คอยเตือนเรื่องการทำผิด ไห้เค้าตัดสินใจเอาเอง ตัดสินใจผิด ทำอะไรผิดพี่ก็บอกว่า because you made bad choice ตอนนี้เน้นเรื่องการสอนไห้เลือก ระหว่างการตัดสินใน makes bad or good choice เอาเอง แต่ก็มีบางทีที่อารมณ์แม่ไม่ไปตามก็ตวาดลูก ดุลูกมากๆ บางทีก็สงสารเค้านะ บางทีก็รำคาญมากๆ
เมื่อก่อนก็คิดว่าสงสัยเพราะเราไม่ได้พาไปร่วมกิจกรรมอะไรมาก็เป็นได้ เพราะเราไม่มีใบขับขี่ เลยไม่ได้ไปชมรม socker หรือ american football หรือไปร่วมสมัคเรียน karate เหมือนเด็กๆคนอื่นเค้า เลยทำไห้เค้าเบื่อแล้วก็มากวนประสาทพ่อกะแม่ เลยหัดเรียนขับรถอย่างหนัก สิ้นเดือนนี้มีนัดสอบใบขับขี่ ก็คงจะได้รู้กันว่าถ้าชีวิตเค้ายุ่งๆมีกิจกรรมทำเยอะๆเนี่ย จะมากวนประสาทเราอีกมั้ย เหนื่อยจริงๆเลี้ยงลูกตอนโต เด็กเล็กเราก็เหนื่อยแค่ร่างกาย แต่พอเริ่มโตมาร่างกายเราไม่เหนื่อยเพราะเค้าทำเองได้แล้ว แต่มาเหนื่อยสมองแทน

โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 10, 2010 12:11 am
โดย Jeab77
Mooyong เขียน:
Jeab77 เขียน: เพราะเค้ารู้ว่ายังไงเค้าก็ได้จากคนอื่น จากปู่ย่า ป้ากะลุงก็ซื้อไห้ แถมตอนนี้มีลิสขอของขวัญจากแซนต้ายาวเป็นหางว่าวแล้ว ทั้งๆที่ยังไม่ถึงคริสมาสเลย

กว่าจะโต ลูกก็จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ความต้องการของเค้าไปเรื่อยๆค่ะ มีปัญหามาให้เราต้องแก้อยู่เรื่อย ใจเย็นๆนะคะ คอยสังเกตและพยายามทำความเข้าใจกับความต้องการของเค้า แล้วก็พยายามสอนเค้าให้เข้าใจว่าสิ่งไหนจำเป็นไม่จำเป็น อะไรที่ได้มาง่ายๆ เค้าก็ไม่ค่อยเห็นค่ะหรอกค่ะ เรื่องญาติพี่น้องปู่ย่าตายายนี่ บางทีเราก็ต้องทำความเข้าใจกับเค้าด้วยนะคะ ตัวหนิงเองเนี่ย จะคุยกับญาติๆไว้เลยว่าไม่ต้องซื้อของเล่น ของขวัญให้หลานมากมาย เพราะเท่าที่มีก็เล่นไม่ครบแล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อให้เยอะแยะมากมาย เสื้อผ้าก็ใส่ไม่ครบ ไม่ต้องซื้อบ่อยก็ได้ ถ้าอยากให้จริงๆ เปิด
บัญชี แล้วค่อยๆสะสมไว้ ให้เค้าใช้เป็นทุนการศึกษาในอนาคตแทน

แล้วก็ต้องใจเย็นๆนะคะ บ่มความคิดนั้นต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ค่ะ

พี่หนิงคะ เจี๊ยบเคยบอกเคยคุยกับปู่ย่าเค้าค่ะ เรื่องการซื้อของเล่น แต่เค้าบอกว่า เค้าเป็นปู่ย่า หน้าที่เค้าคือการสปอยด์หลาน เฮ้อ เซ็ง เลยบอกว่าเหตุผลไปหลายๆอย่าง อย่างที่พูดไป แกก็บอกว่าทำไงได้ในเมื่อหลานคนอื่นๆได้ ก็ต้องไห้คนอื่นๆเท่าๆกัน จะไห้เป็นเงินก็เอาไปใส่บันชีได้ แต่แกอยากเห็นหน้าหลานตอนดีใจที่ได้ของเล่น แต่เรื่องการทำนิสัยไปม่ดีนี่แกเข้าข้างเราค่ะ คือถ้ามาแบบ bad attitude ก็โดนว่าค่ะ แต่แกมีวิธีสอนของแกเองแบบที่ไม่ดุเหมือนเรา แถมหลานมันดันเชื่อฟังปู่กะย่ามากกว่าพ่อแม่อีกค่ะ อันนี้ได้ยินจากหูมาเองเลย เค้าบอกเพราะว่าเค้าอยากเป็เด็กดีต่อหน้าปู่กะย่า เพราะไม่ค่อยได้เจอเค้าบ่อยเหมือนอยู่บ้านกะเรา เลยเป็นเด็กดี ได้ยินแบบนี้ก็เลยเซ็งค่ะ
เด็กๆสมัยนี้ไม่เหมือนตอนเราเป็นเด็กๆนะคะ ตอนนี้กะลังคุยกะเค้าค่ะเรื่องเด็กยากจนที่เค้าไม่มีอะไรเลย เพื่อไห้เค้า appreciate กับสิ่งที่เค้าได้มาและมีอยู่ค่ะ เหมือนจะฟัง แต่อาจจะไม่ได้ผล

โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 10, 2010 12:12 am
โดย Jeab77
ข้าวปั้น เขียน: เจี๊ยบสู้ สู้จ๊ะ...ถ้าไม่ไหวก็ส่งเจ้า Andy มาจะช่วยเลี้ยงจ๊ะ...เบอร์โทรศัพท์บ้านเจี๊ยบเสียหรือเปล่าโทรไปไม่มีใครรับอะจ๊ะ...

พี่พิม โทรศัพท์ที่บ้านใครโทรเข้ามาจะไม่ได้ยินค่ะ แต่โทรออกได้ เจ้าแอนดี้อ่ะแหละไม่รู้ไปกดอะไรเข้า เดี๋ยวรอจะไห้แฟนเจี๊ยบดูไห้นะคะ ถ้าโทรได้แล้วจะเมลล์ไปบอกนะคะพี่สบายดีนะคะ ไม่ได้คุยกันนานเลยค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 10, 2010 12:15 am
โดย Jeab77
มะเหมี่ยว เขียน: <span style='color:teal'>คุณเจี๊ยบ เหมี่ยวมานั่งกลุ้มใจเป็นเพื่อนค่ะ เพราะลูกสาวยังไม่สามขวบ เอาแต่ใจชะมัด...เหมี่ยวเริ่มแปลงร่างเป็นซูสีไทเฮาแล้วค่ะ...ไม่หวายเลี๊ยว เปงแม่นี่เหนื่อยมักๆ มานั่งรอกลเม็ดจากเพื่อนๆด้วยค่ะ คำแนะนำไม่มีค่ะ อิอิไม่ได้ช่วยอะไรเลย</span>

คุณเหมี๋ยวไม่เป็นไรคะ เผื่อวันหน้าจะได้เอากลละวิธีไปปราบลูกๆค่ะ จริงๆเจี๊ยบชอบตอนที่เค้าเป็นเด็กแบเบาะนะคะ อยากไห้เค้ากลับไปเป็นแบบนั้นอีก เมื่อก่อนจะบ่นเมื่อไหร่จะโตนี่เหนื่อยเหลือเกิน แต่พอเริ่มโตมา ก็เหนื่อยใจและสมองไปอีกแบบ เฮ้อ สู้รบกับลูกต่อไป