หน้า 1 จากทั้งหมด 2

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ม.ค. 09, 2011 9:22 am
โดย มาราตี
คือเรา(ทั้งสามพ่อแม่ลูก) แปลนๆคิดๆกันไว้ว่าปีหน้า จะให้เจมส์เข้าโครงการเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน เป้าหมายคือประเทศฝรั่งเศสคะ เพราะเจมส์เค้าเลือกเรียนภาษา ฝรั่งเศส ตอนนี้ก็เรียนมาได้ปีที่สองแล้ว ก็แค่เริ่มต้นยังไม่เก่ง เราอยากให้เจมส์ได้เรียนรู้กับเจ้าของภาษาจริงๆ(จะได้พูด อ่าน เขียน เก่งๆ ว่างั้น อิอิ)

ที่โรงเรียนที่เจมส์เรียนอยู่ เค้ามี โครงการเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน แต่จะเริ่มตั้งแต่ เกรด ๙(ตอนนี้เจมส์อยู่เกรด ๘) และจะมีระเวลาแลกเปลี่ยน หนึ่งปี เมื่อครบปีแล้ว ก็กลับมาต่อปีสุดท้ายที่โรงเรียนเดิมจนจบ จากนั้นก็เรียนอาชีพ หรือต่อมหาลัยก็แล้วแต่ความสามารถของเด็ก

ตอนนี้ก็มานั้งคิดห่วงโน่นนี้นั้น ว่า ดีหรือไม่ดี หนึ่งปีที่จะส่งให้ลูกไปอยู่กับคนอื่นที่เราไม่รู้จัก
แต่ ถึงตอนนั้นถ้าเจมส์เข้าโครงการณ์นี้จริงๆเค้าก็เริ่มเป็นหนุ่มเต็มตัว (อายุ ๑๕) อาจจะดูแลตัวเองได้ดีกว่าตอนนี้ (หวังไว้อย่างนั้น)

ใครมีประสบการณ์มาแชร์กันบ้างคะ ดีหรือไม่ดียังไงมาเล่าสู่กันฟัง จะเป็นพระคุณมากเลย

เอ๊ะหรือจะมีแม่ยก ใจดี รับเจมส์ไปเลี้ยงดู สักหนึ่งปี อันนี้ก็ไม่เลวน๊ะ ค๊า ฮ่าๆๆๆ

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ม.ค. 09, 2011 4:08 pm
โดย roziiniite
ดีค่ะพี่รตี เกดเคยเป็นเด็กแลกเปลี่ยน AFS ตอนมอปลาย ทุกวันนี้ก็ยังขลุกอยู่กับนักเรียนแลกเปลี่ยนเป็น Volunteer จัดกิจกรรม และดูแลเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนและเป็นคนคอยติดตาม development ของเด็กๆค่ะ

ประสบการณ์ตรงที่สามารถบอกได้เต็มปากคือ การเปิดโลกกว้าง
เด็กที่เคยไปแลกเปลี่ยนจะได้เห็นอะไรมากกว่าเด็กคนอื่นๆ การเข้าใจถึงความแตกต่าง การพัฒนาความคิดของเด็ก การมีความกล้ามากขึ้น ความมั่นใจ และ independent มากขึ้นค่ะ อ่อ ช่วยเหลือตัวเองและรับผิดชอบตัวเองได้มากขึ้นด้วย ได้เพื่อนเพิ่ม เรื่องภาษาไม่ต้องห่วงเลยค่ะ ถ้าน้องเป็นคตั้งใจ สนใจ ยิ่ง้ถ้าเรียนฝรั่งเศสอยู่ดว้ยแล้ว ยิ่งเวิร์คมากเลยค่ะ

พี่รตีอย่าคิดว่าน้องเจมส์ดูแลตัวเองไม่ได้นะคะ ที่พี่คิดว่าน้องเค้าดูแลตัวเองไม่ได้ดีมากเท่าที่ควรเพราะว่าน้องเค้ามีพี่คอยดูแล ถ้าวันนึงเค้าต้องออกไปอยู่กับครอบครัวใหม่ แล้วเค้าคือคนที่ต้องปรับตัวเข้ากับครอบครัวใหม่ อะไรๆที่พี่คิดว่าน้องเค้าทำไม่ได้ ถึงตอนนั้นเค้าจะหาทางทำได้โดยธรรมชาติค่ะ จะทำให้น้องสามารถตัดสินใจอะไรได้เอง คิดได้เอง และมีความรับผิดชอบในตัวเองมากขึ้นอยางที่เกดบอกไปตอนต้น

ถ้าจะให้บอกถึงประสบการณ์ มันเยอะแยะมากมายบรรยายไม่ถูก ถ้าพี่รตีอยากรู้อะไรถามเกดได้นะคะ ยินดีตอบค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 10, 2011 2:54 am
โดย Puimek
มาเห็นด้วยกับคุณน้องหมอเกดค่ะ
พี่ไม่ได้เป็นเด็ก AFS เพราะสมัยเด็กขี้เกียจ
มาขยันเรียนเอาตอนเข้ามหาลัย... เลยหมดโอกาสไป
แต่ที่เห็นด้วยเพราะมีหลานพี่ 2 คน เขาก็ได้ทุนเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน
คนหนึ่งไปอเมริกา อีกคนไปญี่ปุ่น ตอนไปอายุ 15 ทำอะไรเองก็ยังไม่เป็น
พอกลับมาเป็นคนละคนเลยค่ะ ทุกอย่างตรงตามที่น้องเกดเล่ามาหมด

ข้อเสีย ถ้าจะมีบ้างก็คงแค่เรื่องคิดถึงลูกละมั๊ง...
แต่ถ้าคิดว่าแค่ปีเดียว เพื่อให้เขาได้เติบโต
ก็จะเป็นประโยชน์กับลูกมากค่ะ

พี่จะรับเป็นแม่ยกให้ ถ้าน้องรตีเปลี่ยนใจส่งมาแคนาดาแทน
ที่นี่เขาใช้ 2 ภาษา คืออังกฤษกับฝรั่งเศสค่ะ
น้องเจมส์จะได้ 2 ภาษาไปพร้อมๆ กันเลย...

เปลี่ยนใจมั้ยล่ะคะ...ส่งมาอยู่กะป้าปุยแล้วกัน...

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 10, 2011 9:08 am
โดย poussin
เกดไม่มีประสบการณ์ เพราะเป็นเด็กขี้เกียจ แถมโง่อีก อิๆๆ
แต่ว่ามาเชียร์ให้พี่รตีสนับสนุนน้องเจมส์ให้เป็นเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน
เกดชื่นชมพี่รตี และน้องเจมส์มากๆ น้องเจมส์เป็นเด็กใฝ่ดี + ตั้งใจ
เกดว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดี สำหรับเด็กดีๆ เก่งๆ อย่างน้องเจมส์นะคะ
เป็นกำลังใจ และเอาใจช่วยค่ะ
เกดมีลูกชายสองหน่วย ก็มีความฝันเล็กๆ ในใจ อยากให้ลูกๆ
เป็นเด็กดี อย่างน้องเจมส์ อยากให้เอาน้องเจมส์เป็นแบบอย่าง
ชื่นชมพี่รตี และครอบครัวอย่างจริงใจค่ะ
พี่รตีเก่งรอบด้าน แถมเลี้ยงลูกได้อย่างยอดเยี่ยม
ขอปรบมือให้ คุณแม่คนเก่ง และลูกชายที่แสนดีอย่างน้องเจมส์ดังๆเลยค่ะ
เป็นแฟนคลับพี่รตีแต่ไม่ค่อยได้แสดงออก วันนี้ภูมิใจเสนอความรู้สึกในใจค่ะ ฮิ้วววว...

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 10, 2011 12:31 pm
โดย ร้านหนังสือนกน้อย
มาราตี เขียน: คือเรา(ทั้งสามพ่อแม่ลูก) แปลนๆคิดๆกันไว้ว่าปีหน้า จะให้เจมส์เข้าโครงการเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน เป้าหมายคือประเทศฝรั่งเศสคะ เพราะเจมส์เค้าเลือกเรียนภาษา ฝรั่งเศส ตอนนี้ก็เรียนมาได้ปีที่สองแล้ว ก็แค่เริ่มต้นยังไม่เก่ง เราอยากให้เจมส์ได้เรียนรู้กับเจ้าของภาษาจริงๆ(จะได้พูด อ่าน เขียน เก่งๆ ว่างั้น อิอิ)

ที่โรงเรียนที่เจมส์เรียนอยู่ เค้ามี โครงการเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน แต่จะเริ่มตั้งแต่ เกรด ๙(ตอนนี้เจมส์อยู่เกรด ๘) และจะมีระเวลาแลกเปลี่ยน หนึ่งปี เมื่อครบปีแล้ว ก็กลับมาต่อปีสุดท้ายที่โรงเรียนเดิมจนจบ จากนั้นก็เรียนอาชีพ หรือต่อมหาลัยก็แล้วแต่ความสามารถของเด็ก

ตอนนี้ก็มานั้งคิดห่วงโน่นนี้นั้น ว่า ดีหรือไม่ดี หนึ่งปีที่จะส่งให้ลูกไปอยู่กับคนอื่นที่เราไม่รู้จัก
แต่ ถึงตอนนั้นถ้าเจมส์เข้าโครงการณ์นี้จริงๆเค้าก็เริ่มเป็นหนุ่มเต็มตัว (อายุ ๑๕) อาจจะดูแลตัวเองได้ดีกว่าตอนนี้ (หวังไว้อย่างนั้น)

ใครมีประสบการณ์มาแชร์กันบ้างคะ ดีหรือไม่ดียังไงมาเล่าสู่กันฟัง จะเป็นพระคุณมากเลย

เอ๊ะหรือจะมีแม่ยก ใจดี รับเจมส์ไปเลี้ยงดู สักหนึ่งปี อันนี้ก็ไม่เลวน๊ะ ค๊า ฮ่าๆๆๆ

รูปภาพ

<span style='color:green'>สวัสดีค่ะ

หากเป็นพี่พี่ส่งนะคะ เพราะเด็กจะได้ประสบการณ์หลายๆอย่าง....ข้อดีข้อเสียก็อย่างที่หลายๆคนได้ให้ความเห็นไว้...

สมัยก่อนตอนมอปลาย(สมัยพี่เป็นสาวๆๆ ฮ่าๆๆๆ)เป็นอะไรที่เห่อมากๆ อยากไปเป็นเด็กแลกเปลี่ยน AFS เพราะเลือกเรียนสายภาษา ภาษาอังกฤษ + ฝรั่งเศส ทั้งๆที่คะแนนถึง สามารถจะได้รับโอกาสนั้น แต่สภาวะทางการเงินไม่อำนวย..สมัยพี่นั้นถึงคะแนนจะถึงสามารถเข้าไปสอบนั้น ครอบครัวที่ได้รับเลือก(นักเรียน)จะต้องมีความพร้อมทั้งการเงินด้วย เพราะต้องจ่ายบางส่วน(ข้อนี้พี่ตกไป)อีกบางส่วนเขาจ่ายให แต่ไม่รู้ว่าสมัยน้องเกดเป็นยังไงนะคะ?

ร้องไห้ร้องห่มอยู่พักหนึ่งแต่พอไม่ได้ไปก็ได้เด็กแลกเปลี่ยน AFS มาเรียนด้วยในห้องสนุกสุดๆ
ซึ่งสมัยนั้นใครจะไปใครจะมาก็ต้องเสียเวลาปีหนึ่งเพราะตอนที่ไปถึงจะไปเรียน ไปอยู่กับครอบครัวเหล่านั้นกลับมาฝั่งเราจะไม่เทียบให้ (ไม่รู้ว่าพี่จะจำถูกไหมนะคะ หากไม่ถูกก็ขออภัยด้วย ก็เกือบๆๆ ๓๐ปีแล้วเน้าะ ฮ่าๆๆๆ)

ปล่อยให้เจมส์ เถอะค่ะ ประสบการณ์ดีๆแบบนี้หาซื้อไม่ได้จ๊า...
ฝรั่งเศสใกล้ๆแค่นี้มาม่า ไปเยี่ยมเจ้าเจมส์ได้จ๊า......</span>

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 10, 2011 1:31 pm
โดย มาราตี
ดีใจที่สุดเลย ที่หลายๆคนมาให้ความคิดเห็น เข้ามาอ่านแล้วไม่ผิดหวังที่มาตั้งกระทู้เลยคะ

<span style='color:red'>หมอเกด</span> ขอบคุณมากที่แวะมาเล่าประสบการณ์ให้พี่อ่าน เดี๋ยวพี่นึกคำถามใหม่ๆออกแล้วพี่จะแวะมารบกวนหมอเกดน่ะคะ

<span style='color:red'>Puimek</span> กรี๊ดดดดดดพี่ปุยอย่าเสนอน่ะ เดี๋ยวหนูสนองจริงๆแล้วพี่ปุยจะเศร้า เจมส์กินเยอะ พูดมาก ป้าปุยจะปวดหัวแล้วไล่เจมส์กลับเยอรมันก่อนกำหนดอะดิ อิอิ

คุณสามีรตีเค้าต้องการให้เจมส์ไปประเทศที่ใช้สองภาษาแต่รตีก็คิดไม่ออกว่าที่ไหน ตอนแรกก็คิดว่า สวิสเซอร์แลนด์เลือกเขตแดนที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส หรือ เบลเยี่ยม แต่ไม่ได้คิดถึงแคนนาดาคะ (ตอนนี้ชักเริ่มคิดแล้วน้า)

จริงๆแล้วเจมส์เรียนอยู่ตอนนี้ ทั้งอังกฤษและ ฝรั่งเศสเลยคะ อังกฤษเป็นวิชาบังคับ ฝรั่งเศสเป็นวิชาที่เค้าเลือก ส่วนเยอรมันนั้นเป็นภาษาแม่(ไม่นับเนอะ) ภาษาไทยนี่ก็ภาษาแม่แต่ไม่อยู่ในวิชาเรียน เป็นเจมส์ก็น่าปวดหัวดีแท้ เอ๊ะหรือเป็นลูกแม่รตีนี่น่าปวดหัวกว่า แบบว่าอยากให้ทุกอยากออกมาดีหมด ว่างั้น คือไม่ได้หวังมากมายอะไรเลยคะ แค่อยากให้เค้าเติบโตเป็นเด็กดีมีคุณภาพ สิ่งไหนที่เค้าชอบและเราว่าดี ก็อยากสนับสนุน เจมส์ไม่มีพี่ไม่มีน้องไม่ญาติในเยอรมัน คิดว่าอนาคตคงต้องพึ่งตัวเองมากมาย ก็เลยอยากปลูกฝังให้เค้าแกร่งและช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่เค้าจะทำได้ ข้อเสนอพี่ปุยน่าสนใจมากเลย เดี๋ยวจะไปเล่าให้เจมส์ฟังน่ะคะ เจ้าตัวว่าไงจะมาเล่าต่อคะ

<span style='color:red'>poussin</span>น้องเกดมาปรบมือออกอากาศแบบนี้พี่อายน่ะเนี่ย :-) น้องเกดพื้นฐานการศึกษาของพี่น้อยมาก (แค่ ป.๖) พอมีลูกและมีโอกาสที่จะให้เค้าได้มีการศึกษาดีๆหลากหลายทาง พี่ก็อยากจะสนับสนุนให้เค้าเต็มที่คะ เจมส์เค้าไม่ได้เป็นคนเก่งในการเรียนสักเท่าไหร่ แต่พี่หวังให้เค้าทำให้ดีที่สุดเท่าที่เค้าจะทำได้ พี่ห่วงอนาคตเค้ามาก เหตุผลคือ เค้าตัวคนเดียว (ในเยอรมัน) พ่อก็อายุมากแล้ว แม่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก ก็เลยอยากป้อนการศึกษาให้เค้า มากๆ เพื่อในอานาคตจะได้ไม่ลำบากเรื่องหน้าที่การงาน งานเดี๋ยวนี้ยิ่งหายากมาก คนจบมาสูงดีๆตกงานมีเยอะเลย พี่ก็เลยห่วงไม่อยากให้เจมส์เป็นคนว่างงาน แต่เจมส์บอกว่าถ้าวันหนึ่งไม่มีอะไรทำจริงๆ ก็จะไปช่วยตากรีดยางที่ใต้เลย อ่าๆๆ คิดง่ายเนอะ

<span style='color:red'>ร้านหนังสือนกน้อย</span> ป้าพัชรายละเอียดจริงๆเรายังศึกษากันไม่ละเอียดเลยคะ แต่ความตั้งใจที่จะให้เจมส์ไปเป็นเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนนี้ เราตั้งใจกันเกือบร้อยเปอร์เซ็นแล้วคะ คิดว่า ถ้าไม่มีอะไรขัดขวางก็คงเป็นไปได้คะ ส่วนที่ไหนนั้นยังไม่แน่นอน
และจะรับเด็กคนอื่นมาดูแลด้วยนั้นก็ยังไม่ชัดเชนคะ วันก่อนเพื่อนของคุณเบร็งค์ เค้าส่งลูกไปอเมริกา (หนุ่มน้อยอายุสิบหกคะ) ไปแบบจ่ายค่าใช้จ่ายเอง หนึ่งปี เจ็ดพันยูโร ผ่าน เอเจนซี่ เค้าก็ว่าโอเค แต่คุณเบร็งค์ไม่อยากให้เจมส์ผ่านเอเจนซี่ เค้าบอกมันเหมือนการตลาดเกินไป ก็เลยคิดว่า ต้องค่อยๆคิดค่อยแปลนกันให้ดีที่สุดอะคะ สิงหานี้เจมส์ก็จบเกรด แปดแล้ว ตอนนี้ก็ต้องขยันคิดๆๆกันละคะ EM101 EM101

ขอบคุณสำหรับทุกๆความคิดเห็นน่ะคะ จะแวะมาอ่านเรื่อยๆคะ

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 10, 2011 2:43 pm
โดย Puimek
มาราตี เขียน: <span style='color:red'>Puimek</span> กรี๊ดดดดดดพี่ปุยอย่าเสนอน่ะ เดี๋ยวหนูสนองจริงๆแล้วพี่ปุยจะเศร้า เจมส์กินเยอะ พูดมาก ป้าปุยจะปวดหัวแล้วไล่เจมส์กลับเยอรมันก่อนกำหนดอะดิ อิอิ

คุณสามีรตีเค้าต้องการให้เจมส์ไปประเทศที่ใช้สองภาษาแต่รตีก็คิดไม่ออกว่าที่ไหน ตอนแรกก็คิดว่า สวิสเซอร์แลนด์เลือกเขตแดนที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส หรือ เบลเยี่ยม แต่ไม่ได้คิดถึงแคนนาดาคะ (ตอนนี้ชักเริ่มคิดแล้วน้า)

จริงๆแล้วเจมส์เรียนอยู่ตอนนี้ ทั้งอังกฤษและ ฝรั่งเศสเลยคะ อังกฤษเป็นวิชาบังคับ ฝรั่งเศสเป็นวิชาที่เค้าเลือก ส่วนเยอรมันนั้นเป็นภาษาแม่(ไม่นับเนอะ) ภาษาไทยนี่ก็ภาษาแม่แต่ไม่อยู่ในวิชาเรียน เป็นเจมส์ก็น่าปวดหัวดีแท้ เอ๊ะหรือเป็นลูกแม่รตีนี่น่าปวดหัวกว่า แบบว่าอยากให้ทุกอยากออกมาดีหมด ว่างั้น คือไม่ได้หวังมากมายอะไรเลยคะ แค่อยากให้เค้าเติบโตเป็นเด็กดีมีคุณภาพ สิ่งไหนที่เค้าชอบและเราว่าดี ก็อยากสนับสนุน เจมส์ไม่มีพี่ไม่มีน้องไม่ญาติในเยอรมัน คิดว่าอนาคตคงต้องพึ่งตัวเองมากมาย ก็เลยอยากปลูกฝังให้เค้าแกร่งและช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่เค้าจะทำได้ ข้อเสนอพี่ปุยน่าสนใจมากเลย เดี๋ยวจะไปเล่าให้เจมส์ฟังน่ะคะ เจ้าตัวว่าไงจะมาเล่าต่อคะ

<span style='color:green'>คุยกับน้องเจมส์และพ่อเขาเลยค่ะน้องรตี
ถ้าสนใจแคนาดาจริงๆ จะให้พี่ช่วยอะไรก็บอกมา
หรือจะให้เป็น "ป้ายก" ก็ยินดีค่ะ
พี่สาวพี่ก็ส่งหลานชาย (ไปดูรูปในปาร์ตี้ได้)มาให้พี่เลี้ยงทุกซัมเมอร์
เขามาเรียนภาษาอังกฤษค่ะ พี่ก็สอนให้เขาเป็นตัวของตัวเองด้วย
เพราะอยู่กับแม่กลายเป็นเด็ก 5 ขวบ...
ปีีีนี้เดี๋ยวก็มาอีก ตอนเมษา พฤษภา (สปริงของแคนาดา ซัมเมอร์ไทย)

แม่เขากำลังคิดหนัก อยากให้ลูกมาเรียนมหาลัยที่แคนาดา (ออตตาวา)
หลานพี่ก็อยากมามาก... แต่แม่เขายังตัดใจไม่ได้...
ถ้าน้องรตีจะส่งน้องเจมส์มาที่นี่จริง และถ้าพี่สาวพี่ยอมให้น้องแพนหลานพี่มา
เผลอๆ เขาอาจได้เป็นเพื่อนกันนะ แต่น้องแพนจะแก่กว่าหน่อย ตอนนี้ 16 ค่ะ

อยากให้ช่วยอะไรก็บอกนะ ไม่ต้องเกรงใจ
แคนาดาเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีแน่นอน รับประกันคุณภาพการศึกษา
และคุณภาพชีวิตที่นี่ค่ะ แต่ต้องเป็นออตตาวา(เมืองหลวง)นะ
ถ้าเมืองใหญ่อย่างโตรอนโต มอนทรีโอล ชีวิตก็จะเร่งรีบขึ้นอีกหน่อยค่ะ

</span>

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 10, 2011 3:12 pm
โดย tawud
ไม่มีประสบการณ์ตรง แต่ขอออกความเห็นส่วนตัวนะมาราตี ผมว่าก็ดีอย่างที่เพื่อนๆบอกแหละเห็นด้วย
แต่มันก็ตั้งหนึ่งปีเลยนะ ผมเป็นพ่อต้องนอนไม่หลับเป็นปีแน่ๆ ลูกอาจจะพร้อมแล้วแต่พ่อยังไม่พร้อมเลยจ๊ะ นี่ขนาดไม่มีลูกไม่มีเต้านะนี่

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 10, 2011 3:41 pm
โดย roziiniite
พี่รตีคะ ถ้าน้องเค้าเรียนภาษาฝรั่งเศสอยู่ เกดสนับสนุนไปฝรั่งเศสดีกว่าค่ะ
เกดไม่รู้ว่าโปรแกรมที่โรงเรียนน้องเจมส์เป็นโครงการของอะไร แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ว่าโครงการของอะไร เค้าจะต้องมีค่ายให้เด็ก ทั้งก่อนไป ไปถึงที่โน่นแล้ว แล้วก็มีค่ายระหว่างใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นด้วย ประเด็นเกดคือ ภาษาอังกฤษจะเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารในค่ายกับเจ้าหน้าที่ของโครงการ อาสาสมัครหรือโวลุนเทียร์ และครอบครัวในช่วงต้นๆ น้องเจมส์จะเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษไปโดยอัตโนมัติค่ะ อีกอย่างอย่าเอาสองภาษามาปนกันดีที่สุด เอาให้ได้ภาษาใดภาษานึงไปก่อนแล้วค่อยเริ่มอีกภาษานึง ระยะเวลาหนึ่งปีไปได้หนึ่งภาษาก็โอเคแล้วค่ะ

เกดขอไม่ค่อยเห็นด้วยกับการเป็นป้ายกของพี่ปุยนิดหน่อยนะคะ พี่ปุยกับพี่รตีรู้จักกันผ่านในครัวเนอะ เกดว่าถ้าน้องเจมส์จะไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจริงๆ เกดว่าให้เค้าได้ไปเผชิญกับประสบการณ์นักเรียนแลกเปลียนแบบเต็มๆตัวไปเลยดีกว่ามั้ยคะ เริ่มตั้งแต่การรอโปรไฟล์ของครอบครัวบุญธรรม มันเป็นความรู้สึกที่น่าตื่นเต้นดีนะคะ อีกอย่างพี่ปุยก็คนไทย น้องเจมส์ก็ครึ่งไทย เกิดเผลอๆหลงลืมพูดไทยบ้างมันจะเป็นการเสียเปรียบทางภาษาและโอกาสนะคะ แต่อันนั้นก็ไม่เท่าไรห่เพราะถ้าพี่ปุยพูดอังกฤษกับน้องตลอดก็คงไม่มีปัญหา แต่ว่ายังไงพี่รตีกับพี่ปุยก็รู้จักกันอ่ะเนอะ ถึงแม้พี่ทั้งสองยังไม่เคยเจอกันก็ตาม (เกดเดาเอานะคะ) ในระยะเวลาหนึ่งปี อาจจะมีการกระทำอะไรบางอย่างเล็กๆน้อยๆที่พี่ปุยอาจจะไม่ชอบ หรือน้องเจมส์อาจจะไม่ชอบ แต่ว่าไม่อยากเปิดปากพูดคุยเพราะเกรงใจกัน จะเกิดความอึดอัด พอเกิดความอึดอัดก็จะทำให้เกิดปัญหา อันนี้เป็นเพียงแค่ความเป็นไปได้นะคะ เกดดูแลเด็กแลกเปลี่ยนมาหลายรุ่นมาก เกดเห็นตัวอย่างเยอะเลยอยากจะอธิบายถึงความเป็นไปได้ให้ฟัง แต่ก็เป็นไปได้ก็ได้ค่ะว่าพอถึงกำหนดกลับหนึ่งปี พี่ปุยไม่ยอมคืนน้องเจมส์ให้พี่รตีซะงั้น เหอๆๆๆ

เกดเข้าใจค่ะว่าปล่อยให้ลูกไปอยู่กับคนอื่นปีนึงคนเป็นแม่อกจะแตกตายคิดถึงลูก แต่ว่าถ้าพี่รตีปล่อยไปแล้วครั้งนึง ต่อไปพี่รตีจะเชื่อใจและมั่นใจน้องเจมส์แน่นอนค่ะว่าน้องเจมส์สามารถอยู่ด้วยตัวเองได้ ทำอะไรด้วยตัวเองได้และสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยตัวเองได้ เกดเห็นมาเยอะเลย พ่อแม่ของเด็กแลกเปลี่ยน บางครั้งห่วงจนเกินไป ห่วงมาาาาก ความเป็นห่วงของพ่อแม่ที่มากเกินไปบางครั้งทำลายโอกาสของเด็ก ลูกใครใครก็ห่วงค่ะ แต่ว่าต้องเชื่อใจเค้า ต้องปล่อยเค้ามั่งเนอะ

<span style='color:purple'>พี่พัชขา</span> เอเอฟเอสทุกวันนี้ก็ยังคงจ่ายเป็นบางส่วน รุ่นหลังๆก็แพงขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆแต่ไม่มากเท่าไหร่หรอกค่ะ ถ้าคิดแล้วมันก็คุ้มกับประสบการณืที่ได้มา เอเอฟเอสเดี๋ยวนี้มันเป็นโครงการที่อยู่ในแนวๆธุรกิจแล้วค่ะ ซึ่งหมายความว่าเด็กก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางส่วนเอง แต่ว่าคุณภาพของโครงการ การดำนินการของโครงการ การทำงานของอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่ได้เป็นแบบธุรกิจนะคะ อย่างเกดทำตรงนี้มาห้าหกปีแล้ว ไม่เคยได้ตังซักบาท บางทีควักกระเป๋าเองซะด้วย แต่ทำเพราะใจรัก เอิ๊กๆๆ เราได้ประสบการณ์ ได้เห็นพัฒนการของเด็กแต่ละคน ช่วยเหลือเป็นเพื่อนคุย เป็นที่ปรึกษา เป็นมันทุกสิ่งทุกอย่างเลย เป็นหุ่นโชว์ตัวตามโรงเรียนต่างๆด้วย ๕๕ ทุกวันนี้ที่เป็นธุรกิจเพราะความต้องการของเด็กมากขึ้นค่ะ เอเอฟเอสจะให้ทุนทุกคนเลยคงเป็นไปไม่ได้ แต่เอเอฟเอสเยอรมันยังให้ทุนเต็มอยุ่เยอะมากค่ะ แต่ว่าแล้วแต่ประเทศที่ส่งไปด้วยค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 10, 2011 4:45 pm
โดย Puimek
roziiniite เขียน: เกดขอไม่ค่อยเห็นด้วยกับการเป็นป้ายกของพี่ปุยนิดหน่อยนะคะ พี่ปุยกับพี่รตีรู้จักกันผ่านในครัวเนอะ เกดว่าถ้าน้องเจมส์จะไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจริงๆ เกดว่าให้เค้าได้ไปเผชิญกับประสบการณ์นักเรียนแลกเปลียนแบบเต็มๆตัวไปเลยดีกว่ามั้ยคะ เริ่มตั้งแต่การรอโปรไฟล์ของครอบครัวบุญธรรม มันเป็นความรู้สึกที่น่าตื่นเต้นดีนะคะ อีกอย่างพี่ปุยก็คนไทย น้องเจมส์ก็ครึ่งไทย เกิดเผลอๆหลงลืมพูดไทยบ้างมันจะเป็นการเสียเปรียบทางภาษาและโอกาสนะคะ แต่อันนั้นก็ไม่เท่าไรห่เพราะถ้าพี่ปุยพูดอังกฤษกับน้องตลอดก็คงไม่มีปัญหา แต่ว่ายังไงพี่รตีกับพี่ปุยก็รู้จักกันอ่ะเนอะ ถึงแม้พี่ทั้งสองยังไม่เคยเจอกันก็ตาม (เกดเดาเอานะคะ) ในระยะเวลาหนึ่งปี อาจจะมีการกระทำอะไรบางอย่างเล็กๆน้อยๆที่พี่ปุยอาจจะไม่ชอบ หรือน้องเจมส์อาจจะไม่ชอบ แต่ว่าไม่อยากเปิดปากพูดคุยเพราะเกรงใจกัน จะเกิดความอึดอัด พอเกิดความอึดอัดก็จะทำให้เกิดปัญหา อันนี้เป็นเพียงแค่ความเป็นไปได้นะคะ เกดดูแลเด็กแลกเปลี่ยนมาหลายรุ่นมาก เกดเห็นตัวอย่างเยอะเลยอยากจะอธิบายถึงความเป็นไปได้ให้ฟัง แต่ก็เป็นไปได้ก็ได้ค่ะว่าพอถึงกำหนดกลับหนึ่งปี พี่ปุยไม่ยอมคืนน้องเจมส์ให้พี่รตีซะงั้น เหอๆๆๆ


ขอบคุณในความรอบคอบของน้องหมอเกดนะคะ
พี่เข้าใจมากๆ เลยที่น้องพูดมาทั้งหมด มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ
และสมควรที่ต้องเอามาไตร่ตรองอย่างยิ่ง ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง

แต่ใจพี่ พี่เพียงแต่เสนอทางเลือกอีกทางหนึ่งให้ลองคิดดูเท่านั้นเองค่ะ
ว่าถ้าอยากส่งมาแคนาดา ที่นี่ก็มีข้อดีหลายอย่าง พี่เห็นเด็กยุโรปมาเยอะ
มาเรียนฝรั่งเศสเป็นหลัก และได้อังกฤษเป็นของแถม...

การที่พี่เสนอตัวเป็น "ป้ายก" ให้ ก็ไม่ได้แปลว่าน้องเจมส์ต้องอยู่บ้านพี่ค่ะ
อาจเป็นได้ ว่่าให้เขาไปอยู่บ้านครอบครัวบุญธรรมแท้ๆ เพื่อประสบการณ์แท้ๆ
เพียงแต่มีพี่เป็น "ฮ็อทไลน์" สายด่วนอยู่ไม่ไกล ลำบากกาย ลำบากใจตรงไหน
ก็คุยกับป้าปุยได้ มีอะไรให้ช่วย ก็จะถึงตัวได้ก่อน เพื่อให้แม่รตีอุ่นใจ
เสาร์อาทิตย์มาค้างบ้านป้า ป้าพาไปเที่ยวบ้าง อะไรทำนองนั้น

พี่เองก็ไม่เคยรับเด็กมาอยู่เป็นปีๆ มีแต่เด็กต่างชาติมาเรียนภาษาช่วงสั้น
พี่ก็เป็นโฮสต์แฟมิลีให้ ระยะเวลานานสุดก็แค่ 3 เดือน
ส่วนใหญ่เป็นเด็กเอเชียค่ะ เด็กยุโรปมีครั้งเดียว คือเด็กสวีดิชผู้หญิง
เราใช้ภาษาอังกฤษกันตลอด เด็กสวีดิชมาเรียนฝรั่งเศส เขาใช้ฝรั่งเศสที่โรงเรียน
และอังกฤษที่บ้านเรา.... แต่พี่ไม่เคยรับเด็กไทย (นอกจากหลานตัวเอง)

สาเหตุุที่ไม่เคยรับดูแลเด็กระยะยาว เพราะสามีพี่ต้องเดินทางบ่อย
ถ้ามีเด็กอยู่บ้าน พี่จะไปกับเขาไม่ได้ ก็เลยเลือกเฉพาะเด็กระยะสั้น
เพื่อจะได้เดินทางกับสามีได้ และสมมุติเล่นๆ ว่าถ้าน้องรตีอยากให้น้องเจมส์อยู่กับพี่
ก็คงเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องคุยกันยาวเลยล่ะค่ะ...

แต่ใจพี่ พี่คิดเอาเองว่าน้องรตีก็คงอยากให้อยู่กับโฮสต์แบบน้องเกดว่าล่ะค่ะ
พี่เองก็เห็นด้วย กลัวเหมือนกันว่าถ้าน้องเจมส์มาอยู่กับพี่เป็นปี
ตอนหลังพี่ไม่ยอมคืนให้ น้องรตีจะกลุ้มใจหนักกว่าเก่า...ยิ่งน่ารักๆ อย่างนี้
ป้าปุยยึดตัวไว้...แม่รตีอกแตกตายแน่เลย...อิอิ...
อีกอย่าง ถ้าน้องเจมส์อยู่กับป้าปุยนาน และรู้ความจริงว่าป้าปุยติงต๊องนี่นา...
ป้าปุยก็อายน้องรตีแย่เหมือนกันนะเนี่ย... (ความลับแตก...)

แต่ถ้าส่งไปฝรั่งเศสก็มีข้อดีตรงที่สำเนียงภาษาฝรั่งเศสเขาจะเพราะค่ะ
ได้ยินมาว่าคนฝรั่งเศสเขาขำสำเนียง "เฟรนช์ เคเนเดี้ยน"
เขาว่ามันตลก แต่ครูสอนภาษาฝรั่งเศสของพี่ที่แคนาดา เขามาจากปารีส
เขาบอกพี่ว่าสำเนียงเฟรนช์ เคเนเดี้ยน อุปมาได้เหมือนกับสำเนียงอังกฤษแบบอเมริกัน
ที่คนอังกฤษเขาก็ขำสำเนียงอังกฤษแบบอเมริกัน... ไม่ได้มีข้อเสียอะไร
สรุปแล้วก็ขำกันไปขำกันมา เราไม่ใช่เจ้าของภาษาก็เลยมีสิทธิ์เลือก

ทั้งนี้ั้ทั้งนั้น ก็แล้วแต่พิจารณานะคะ...

โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 11, 2011 1:40 am
โดย pimlapas
น้องเจมส์เก่งอยู่แล้วล่ะมาราตี จัดไปตามใจเค้าเลยค่ะ
สมัยก่อนอยากไปมาก แต่สอบไม่ได้ อิอิ

โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 11, 2011 2:33 am
โดย chiangmai
สนับสนุนพี่รตีส่งน้องแจมไปเถอะค่ะ น้ิองจะได้มีประสบการณ์ดีๆๆและได้ภาษาสำเนียงของเจ้าของภาษาเลยค่ะพี่ สนับสนุนๆๆค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 11, 2011 3:23 am
โดย เปี่ยม
เปี่ยมเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมาสองครั้ง แล้วก็ซัมเมอร์อีกหนึ่ง ญาติผู้น้องหลายคนก็เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนกันทั้งนั้น บอกได้เลยว่าคุ้มมากกับประสบการณ์ที่ได้รับ แม้แต่การเจอสิ่งที่ไม่ดี มันยังเป็นประสบการณ์เลยค่ะ แม้ในอดีตที่ต้องห่างพ่อแม่ เราจะเคยตัดสินใจอะไรผิดพลาด แต่พอเรามองย้อนไป มันสอนอะไรให้กับตัวเราเยอะมาก สรุปแล้ว สนับสนุนค่ะ อย่าซีเรียส อย่ากังวลมาก

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 13, 2011 11:23 am
โดย มาราตี
ขอโทษด้วยนะคะที่ยังไม่ได้เข้ามาเขียนต่อ พอดีช่วงนี้เลิกงานเสร็จก็วิ่งหารายละเอียดเรื่องนี้ให้น้องเจมส์อยู่คะ และอีกทั้งเรื่องขอสัญาชาติเยอรมันให้เจมส์ด้วย เลยยุ่งๆนิดหนึ่ง

หมอเกด พี่ปุย และพี่ๆทุกคน รตีว่างแล้วจะเข้ามาคุยต่อน่ะคะ ขอบคุณทุกๆความคิดเห็นจ้า

โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ ม.ค. 14, 2011 10:35 pm
โดย chocolate
poussin เขียน: เกดไม่มีประสบการณ์ เพราะเป็นเด็กขี้เกียจ แถมโง่อีก อิๆๆ
แต่ว่ามาเชียร์ให้พี่รตีสนับสนุนน้องเจมส์ให้เป็นเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน
เกดชื่นชมพี่รตี และน้องเจมส์มากๆ น้องเจมส์เป็นเด็กใฝ่ดี + ตั้งใจ
เกดว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดี สำหรับเด็กดีๆ เก่งๆ อย่างน้องเจมส์นะคะ
เป็นกำลังใจ และเอาใจช่วยค่ะ
เกดมีลูกชายสองหน่วย ก็มีความฝันเล็กๆ ในใจ อยากให้ลูกๆ
เป็นเด็กดี อย่างน้องเจมส์ อยากให้เอาน้องเจมส์เป็นแบบอย่าง
ชื่นชมพี่รตี และครอบครัวอย่างจริงใจค่ะ
พี่รตีเก่งรอบด้าน แถมเลี้ยงลูกได้อย่างยอดเยี่ยม
ขอปรบมือให้ คุณแม่คนเก่ง และลูกชายที่แสนดีอย่างน้องเจมส์ดังๆเลยค่ะ
เป็นแฟนคลับพี่รตีแต่ไม่ค่อยได้แสดงออก วันนี้ภูมิใจเสนอความรู้สึกในใจค่ะ ฮิ้วววว...

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับเจ้เมนท์ ไม่รู้จักพี่มาราตีเป็นการส่วนตัว แต่แอบชื่นชมพี่ในหลายๆด้านเลยค่ะ วันนี้ภูมิใจเสนอความรู้สึกในใจอีกคนค่ะ ฮิ้วววว...