หน้า 1 จากทั้งหมด 5

โพสต์แล้ว:
จันทร์ ก.พ. 28, 2011 11:23 pm
โดย panisara_david
อยากให้เพื่อนๆเข้ามาแชร์ความรู้สึกกันค่ะว่าอยู่เมืองนอกรู้สึกอย่างไรกันบ้าง? อยากรู้ว่ามีคนอื่นรู้สึกเหมือนเราหรือเปล่า?
เราอยู่ที่ฝรั่งเศสยอมรับว่าสะดวกสบายทุกอย่างอะไรๆก็มีพร้อมและทันสมัยไปหมด แต่เราไม่มีความสุขเลยถึงแม้ว่าจะมีคนที่เรารักอยู่เคียงข้าง แต่ความรักความห่วงใยของสามี เราว่าไม่เหมือนคนไทยด้วยกันหรอกค่ะ บางครั้งก็น้อยไปจนเราน้อยใจ บางครั้งก็มากเกินจนเรารู้สึกว่ามันล้ำเสันความเป็นส่วนตัวมากไปหน่อย(อยากด่าอยากบ่นอะไรก็ต้องหันไปถามเขาว่าจะด่าอย่างนี้พูดว่าไงแล้วเขาจะเจ็บไหมเนี้ย) อาหารการกินก็แตกต่างบางวันเหนื่อยๆเบื่อๆอยากออกไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ส้มตำ ไก่ย่าง ริมถนนก็ไม่มีให้กิน อยากกินอะไรต้องมาเปิดเน็ตฯเข้าครัวฯว่าทำอย่างไร บางครั้งอยากแทบตายพอได้สูตรมาลองทำกินเอง กินเสร็จอยากเอาลิ้นไปเลียกระดานยังจะอร่อยกว่าอีกมั้งค่ะ(นึกแล้วสงสารตัวเองจัง) บางครั้งเครียดอยากไปเข้าวัดเข้าวาก็อยู่ไกลแสนไกล (กว่าจะไปถึงพระเณรเข้าทำวัดเย็นเรียบร้อยแล้ว เฮ้ออออออออ) บางครั้งอยากดูดวงเปิดไพ่ยิปซีเดินหาหมอดูตามต้นมะขามก็ไม่เคยเจอสักที เจอแต่ต้นสน(ต้องกลับมาเปิดไพ่ป๊อกฝรั่งเล่นที่บ้าน เซ็งเป็ดเลยเรา) การงานก็น่าเบื่อ เช้าเดินเข้าทำงาน เจอใครก็สวัสดีค่ะ สบายดีไหม? (ไม่รู้จะถามทำไม ถ้าไม่สบายจะถ่อสังขารมาทำงานได้เหรอ) บ่ายเลิกงานก็ลาก่อนนะพรุ่งนี้เจอกันใหม่ (เจอกันมา 5-6 ปีแล้วก็ยังย้ำทุกวัน) การงานขยันให้ตายทำดีแค่ไหนก็เหมือนเดิมตำแหน่งไม่เลื่อนเงินเดือนไม่ขึ้น(เพราะพูดภาษามันได้ไม่หมด ลองให้มันมาสั่งงานเป็นภาษาไทยซิมันสั่งได้หรือเปล่าหว่าาาาาาาาาาาา?) เสาร์-อาทิตย์ อยากพักผ่อนมั้งก็โทรตามไปรวมญาติจัง นัดกินข้าวเที่ยงกว่าจะได้กินปาเข้าไปบ่าย 2 กว่า เสริฟถั่วแกล้มหล้า ตามด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย ต่อด้วยอาหารหลัก ตามด้วยชีส (เหม็นยังกับถุงเท้าเน่า) ล้างปากด้วยของหวาน ปิดท้ายด้วยบรั่นดีย่อยอาหาร เสร็จสรรพปาเข้าไปเกือบทุ่ม พอดีพอร้ายชวนกินข้าวเย็นต่อเรื่อยไปเที่ยงคืน ตีหนึ่งกลับบ้าน (เฮ้อออออ เหนื่อยเที่ยงวันยันเที่ยงคืน กินบ้านเราข้าวราดแกง ขนมจีนน้ำยา คนละจานจบ) เซ็งงงงง เบื่อออออออ หันหน้าไปหาเพื่อนๆไทย she ก็แข่งกันรวยแข่งกันคุย แข่งกันนินทา (หน้ายิ้มหวาน แต่มือซ่อนมีดไว้ข้างหล้ง บางครั้งเราถูกแทงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราผิดอะไร)คิดถึงพ่อแม่พี่น้องลูกหลานก็ได้เห็นได้สัมผัสกันแค่หน้าจอ (ทำกับเราเป็นนางเอกละครช่อง3ที่มาโผล่ทุกเสาร์-อาทิตย์) สรุปแล้วเรามีชีวิตแบบไร้หัวใจ มีความสุขแบบแกนๆ บางคืนเราลุกขึ้นมานังร้องไห้คนเดียว กดหน้าลงกับหมอนตะโกนดังๆให้ตัวเองได้ยินว่ากูอยากกลับบ้าน อื่อ อื่อ อื่อ อยากกลับไปกินเงินเดือน 4000-5000 บาทที่บ้านเราดีกว่ามานั่งกินเงินเดือน 6-7หมื่นที่นี้ บ่นไปแล้วจะมีคนเข้าใจเราไหมหนอ? แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะขอให้ได้ระบาย สุดท้ายขอตั้งจิตอธิษฐานเกิดกี่ชาติกี่ภพขอเกิดเป็นคนไทย อยู่เมืองไทย ตายที่เมืองไทย ไม่ขอมีปั๋วฝรั่งกับเขาแล้วค๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

โพสต์แล้ว:
อังคาร มี.ค. 01, 2011 2:19 am
โดย rachain
ความรู้สึกแบบนี้ผมเข้าใจ ผมอยากกลับเมืองไทยใจจะขาดอยู่แล้ว อยู่เมืองนอกบ้างคนก็ชอบอีกมุม บ้างคนก็ไม่ชอบ แล้วแต่ว่าใจของแต่ละคนคิดอย่างไร ไม่เหมือนกัน การใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกเค้าบอกว่า มีชีวิต แต่ไม่มีชีวา ต้องทน ผมก็ยังทน และบ่นกลับบ้านทุกวันครับ แฮะๆๆ สิบสามปีแล้ว กำลังจะแข่งกับลุงห้าร้อย ที่เคยออกรายการคนค้นคน พอแกได้กลับเมืองไทย แกปล่อยชีวิตอยากไปไหนก็ไป อยากกินอะไรก็กิน อยากเที่ยวก็เที่ยว ชอบมากๆ ผมก็คงเร็วๆนี้แหละครับ ไม่ต้องการรวยแล้วต้องการชีวิตตัวเองกับความอิสระ ทนอีกหน่อยครับ บ่นไปให้พอ เดียวเวลาก็ผ่านไปเอง หาสิ่งยึดเหนี่ยวทางธรรม (ผมก็เข้าหา แต่ยังตัดกิเลสไม่ได้เฮอ มนุษย์)

โพสต์แล้ว:
อังคาร มี.ค. 01, 2011 3:48 am
โดย chiangmai
เคยเป็นค่ะมาใหม่ๆๆเหงาว้าเหว่ คิดถึงข้าวราดแกงอาหารการกินที่หาง่ายแสนง่ายที่บ้านเรา อยู่นี้ต้องทำกินเอง เครื่องปรุงหายากยิ่งกว่าทอง วัดวาอย่าได้ถามไม่มีให้คิดไปทำบุญ มีสามีเป็นทั้งเพื่อน+พ่อ(อันนี้ถ้าแกขี้บ่น)+เจ้านาย(ต้องทำให้ทุกอย่าง) แต่เราไม่มีใครก็ต้องยึดสามีorเกาะสามีเป็นที่พึ่งไว้ ดีที่มีลูกไว้ให้ปวดหัว ยุ่งๆๆไม่มีเวลาคิดมากแล้วค่ะ ตอนนี้ขอให้มีหนังสือผีให้อ่านอยู่คนเดียวได้ไม่ต้องคุยกับใครสบายๆๆค่ะ
ที่สำคัญมาอยู่ไกลแบบนี้คนที่เราจะฝากชีวิตคือสามีค่ะ น้อยบาง เกินบ้าีง สำคัญเข้าใจซึ้งกันและกัน มีสามีก็เหมือนมีเพื่อนเยอะแล้วค่ะแถมด้วยเด็กๆ ลองหาหนังสือที่ตัวเองชอบหรือกิจกรรมง่ายๆๆทำฆ่าเวลาจะได้ไม่เหงาค่ะ
ก็ได้ครัวไกลบ้านนี้ค่ะเป็นเพื่อนแก้เหงา

โพสต์แล้ว:
อังคาร มี.ค. 01, 2011 4:38 am
โดย PHAN
อารมณ์ประมาณนี้จริงยังไม่เคยคะ อาจจะมีบ้างแต่ก็ไม่เยอะ แต่ที่รู้สึกอยู่ที่นี้คือความกดดันมากกว่าคะ สู้ สู้

โพสต์แล้ว:
อังคาร มี.ค. 01, 2011 6:55 am
โดย panisara_david
rachain เขียน: ความรู้สึกแบบนี้ผมเข้าใจ ผมอยากกลับเมืองไทยใจจะขาดอยู่แล้ว อยู่เมืองนอกบ้างคนก็ชอบอีกมุม บ้างคนก็ไม่ชอบ แล้วแต่ว่าใจของแต่ละคนคิดอย่างไร ไม่เหมือนกัน การใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกเค้าบอกว่า มีชีวิต แต่ไม่มีชีวา ต้องทน ผมก็ยังทน และบ่นกลับบ้านทุกวันครับ แฮะๆๆ สิบสามปีแล้ว กำลังจะแข่งกับลุงห้าร้อย ที่เคยออกรายการคนค้นคน พอแกได้กลับเมืองไทย แกปล่อยชีวิตอยากไปไหนก็ไป อยากกินอะไรก็กิน อยากเที่ยวก็เที่ยว ชอบมากๆ ผมก็คงเร็วๆนี้แหละครับ ไม่ต้องการรวยแล้วต้องการชีวิตตัวเองกับความอิสระ ทนอีกหน่อยครับ บ่นไปให้พอ เดียวเวลาก็ผ่านไปเอง หาสิ่งยึดเหนี่ยวทางธรรม (ผมก็เข้าหา แต่ยังตัดกิเลสไม่ได้เฮอ มนุษย์)
ใช่เลยค่ะคุณ ราเชน เบลล์อยากได้ชีวิตตัวเอง และ อิสระกลับมา กว่าจะถึงวันนั้นไม่รู้ว่าเราจะกลับไทยแบบตัวเป็นๆหรือว่ากลับแบบแช่เย็น อิอิอิ

โพสต์แล้ว:
อังคาร มี.ค. 01, 2011 7:04 am
โดย panisara_david
chiangmai เขียน: เคยเป็นค่ะมาใหม่ๆๆเหงาว้าเหว่ คิดถึงข้าวราดแกงอาหารการกินที่หาง่ายแสนง่ายที่บ้านเรา อยู่นี้ต้องทำกินเอง เครื่องปรุงหายากยิ่งกว่าทอง วัดวาอย่าได้ถามไม่มีให้คิดไปทำบุญ มีสามีเป็นทั้งเพื่อน+พ่อ(อันนี้ถ้าแกขี้บ่น)+เจ้านาย(ต้องทำให้ทุกอย่าง) แต่เราไม่มีใครก็ต้องยึดสามีorเกาะสามีเป็นที่พึ่งไว้ ดีที่มีลูกไว้ให้ปวดหัว ยุ่งๆๆไม่มีเวลาคิดมากแล้วค่ะ ตอนนี้ขอให้มีหนังสือผีให้อ่านอยู่คนเดียวได้ไม่ต้องคุยกับใครสบายๆๆค่ะ
ที่สำคัญมาอยู่ไกลแบบนี้คนที่เราจะฝากชีวิตคือสามีค่ะ น้อยบาง เกินบ้าีง สำคัญเข้าใจซึ้งกันและกัน มีสามีก็เหมือนมีเพื่อนเยอะแล้วค่ะแถมด้วยเด็กๆ ลองหาหนังสือที่ตัวเองชอบหรือกิจกรรมง่ายๆๆทำฆ่าเวลาจะได้ไม่เหงาค่ะ
ก็ได้ครัวไกลบ้านนี้ค่ะเป็นเพื่อนแก้เหงา
จริงค่ะสามีเป็นทุกอย่างในชีวิตของเรา ทุกวันนี้มีความรู้สึกว่าเรากลับมาเป็นเด็กอีกครั้งที่ต้องมีผู้ปกครองตามไปทุกที่ทุกแห่งหน ถ้าขาดสามีเราคงถูกเนรเทศกลับไทยแน่นอน ทำไมนะภาษาเขาช่างพูดยาก อ่านยาก เสียจริง ถ้ามีลูกเหมือนที่น้องบอกคงคลายเหงาได้เยอะ วันๆคงหัวฟูอยู่กับเด็กๆ แต่พี่มีไม่ได้ไงค่ะกี่ท้องๆแท้งหมด ไม่มีบุญได้ลูกครึ่งอย่างเขา เฮ้อออออทุกวันนี้มีครัวไกลบ้านเป็นเพื่อนค่ะ ตอนนี้ลองหาอะไรมาขายบ้าง ไม่ใช่อยากได้กำไรแต่อยากทำอะไรที่ทำแล้วมันลืมวันเวลา แต่ก็เหมือนเพื่อนๆจะลืมเพราะไม่มีคนสนใจสินค้าเราเลย อื่อ อื่อ อื่อ

โพสต์แล้ว:
อังคาร มี.ค. 01, 2011 7:08 am
โดย panisara_david
PHAN เขียน: อารมณ์ประมาณนี้จริงยังไม่เคยคะ อาจจะมีบ้างแต่ก็ไม่เยอะ แต่ที่รู้สึกอยู่ที่นี้คือความกดดันมากกว่าคะ สู้ สู้
คุณเพ็ญค่ะ ความรู้สึกตอนนี้ทั้งกดทั้งดันทั้งถีบเลยค่ะ แต่ก็จะอดทน และทนอด (อาหารไทยค่ะ) <span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>
จะไปให้สุดแล้วหยุดที่คำว่าพอ</span></span>

โพสต์แล้ว:
อังคาร มี.ค. 01, 2011 9:29 am
โดย appletree
อยู่เมืองนอก ได้รู้สำนึกถึง. อาการ..ลงแดง อาหารไทย..(แหนมเนือง ส้มตำน้ำตก อร่อยๆ สุุ้กี้ จิ้มจุ่ม อาหารเหนือ กลาง ใต้ สารพัด อยากกิน) อันนี้ทรมานที่สุดในชีวิต และตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ค่ะ...

โพสต์แล้ว:
อังคาร มี.ค. 01, 2011 11:07 am
โดย futuremaman
อยู่เมืองนอกความเป็นอยู่ยากลำบากค่ะ เหมือนมาขอเขาอยู่มาขอเขากิน สามีไม่มีดีกว่า ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร เพราะเค้าไม่เคยแคร์เราเลย ด่าเราทุกวัน พร้อมที่จะไล่เราออกเหมือนหมูเหมือนหมา ล่าสุดบอกว่าที่เราทนอยู่เพราะเราหวังมรดกแม่พ่อเค้า เค้ากล้าพูดในขณะที่พ่อแม่เค้ามีหนี้สินมากมายดีแต่เปลือก
พยายามบอกตัวเองไม่ให้ทุกข์ หลอกตัวเองบ้างอะไรบ้าง ไม่ไหวแล้ว พยายามหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เหมือนจะตัดสินใจง่ายแต่ไม่ง่ายเลย ทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่เพราะไม่รู้ว่าจะตัดสินใจยังไงกับชีวิต สงสารลูกไม่อยากจากเค้าไป จะอยู่ที่นี่ต่อออกไปก็ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่าง สุดท้ายต้องมานั่งทนอยู่บ้านเดียวกับเค้าต่อไป เพราะสงสารลูก ใครจะเข้าใจบ้างมั้ย โทรหาพ่อแม่ก็บอกให้กลับบ้าน ก็อยากจะกลับมากก แต่ลูกล่ะ บ้านนี้มันเป็นโรคจิตประสาทบ้าขั้นรุนแรง ตัวเองบ้าแต่ทำให้เราเหมือนเป็นคนบ้า อยากบอกว่าใครมายืนอยู่ตรงนี้ก็คงจะเป็นบ้าตายเหมือนกัน เราอยากจะตัดสินใจทุกอย่าง แต่เราติดเรื่องลูก เราสงสารเค้า พ่อมันเอาไว้คนเดียวแน่ เอาไปก็เลี้ยงไม่ได้ต้องให้พ่อแม่เค้าเลี้ยง เพราะตัวเค้าเองยังดูแลตัวเองไม่ได้
คิดๆๆๆมากทุกวัน ตื่นมาพร้อมกับน้ำตา บางวันก็ดีถ้าหลอกตัวเองได้ก็สงบหน่อย
ขอโทษด้วยนะคะ พอดีตอนนี้กำลังพีคมากกเลย พอดีเข้ามาเจอกระทู้นี้ เลยยืมพี้นที่หน่อยนะคะ เพราะว่ามันไม่ไหวแล้วค่ะ

โพสต์แล้ว:
อังคาร มี.ค. 01, 2011 11:28 am
โดย หมูแดง
อยู่ที่ไหนก็ไม่สบายหรอกค่ะ ถ้าใจเรายังเป็นทุกข์ เรามองว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ประเทศ สถานที่ หรือคนอื่น แต่มันอยู่ที่ตัวเราเองทั้งสิ้น ทุกชีวิตมีสิทธิ์ลิขิตชีวิตตัวเองได้ ไม่มีใครสามารถมาบังคับให้เราทำอะไรได้หากเราไม่ยอม คนที่เขาโชว์พาวเวอร์เหนือเราได้สำเร็จ นั่นเพราะเรายอมเขาเอง ฉะนั้น ถ้าคิดจะโทษหรือหาคนผิด อย่ามองไปไหนไกลๆเลย แค่ก้มลงมองตัวเองก็เจอแล้ว
เราอยู่เมืองนอกมาหลายปี เรารู้ซึ้งดีว่ามันไม่ได้สะดวกสบายเหมือนเมืองไทยบ้านเรา แต่ถ้าถามเหตุผลว่าแล้วทำไมยังต้องทนอยู่ ก็เพราะมันมีความจำเป็นให้ต้องอยู่ และในเมื่อตัดสินใจจะอยู่แล้ว เราต้องตัดสิ่งที่เคยมี เคยได้ ไปให้หมด ไม่ว่าเราจะเคยมีเงินทองมากมายแค่ไหน มีคนห้อมล้อมเอาใจแค่ไหน เมื่อมาอยู่เมืองนอกแล้วเราไม่มีแบบนั้น เราก็ต้องตัดใจและไม่หวนไห้กับอดีตที่เคยรุ่งเรือง คนเราควรมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน เพราะเราย้อนเวลากลับไปสู่อดีตไม่ได้ การเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบันให้มีความสุขที่สุดตามอัตภาพ จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมและสมควรทำที่สุด แม้จะรู้สึกว่าลำบากบ้าง ไม่สะดวกสบายบ้าง แต่ทุกสิ่งมันคือความเป็นจริง และเป็นปัจจุบันที่เราต้องพบเจอ
เราเองเคยผ่านช่วงเวลาที่ทุกข์หนักหนาสาหัสมาแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้งก็รู้สึกว่ามันสาหัสเกินกว่าจะทนไหว แต่ก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง จนครั้งล่าสุดเราคิดว่าเราคงหมดกรรมแล้วละมั้ง เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดีตามแปลนชีวิตที่วางไว้ แต่แล้ววันหนึ่งโดยไม่มีเค้าลางบอกเหตุ เราก็พบว่าตัวเองล้มลงอีกครั้ง และครั้งนี้หนักหนาสาหัสกว่าที่เคยมา เราไม่เคยคิดว่าตัวเองจะร้องไห้ได้มากขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยคิดว่าจะทุกข์ขนาดกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เป็นเดือนๆ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะโชคร้าย ถูกโชคชะตากลั่นแกล้งให้เจ็บแล้วเจ็บอีกถึงเพียงนี้ แต่มันก็เกิดขึ้น เราจมอยู่ในห้วงทุกข์นานหลายเดือนกว่าจะเยียวยาให้ตัวเองกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง วันนี้เรากำลังจะกลับไปเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ที่เมืองไทย แม้จะรู้ว่ามีปัญหารออยู่ที่นั่นมากมาย แต่เราเชื่อว่าเราเคยทุกข์ เราเคยล้มจนถึงที่สุดมาแล้ว หากจะล้มอีกซักกี่ครั้งก็คงไม่เจ็บไปกว่าเดิมอีกแล้ว เราก็เลยไม่กลัว และพร้อมที่จะเผชิญทุกอย่างที่จะต้องพบเจอ
เชื่อเถอะค่ะว่าคนเราหาความสุขได้ แม้จะรู้สึกว่าทุกข์เหลือเกิน อึดอัดเหลือเกิน เหนื่อยเหลือเกิน ลำบากเหลือเกิน หากเหนื่อยนักให้หาเวลานั่งนิ่งๆ หรือนอนนิ่งๆ หลับตาแล้วไม่ต้องคิดอะไรเลยซักพัก บอกตัวเอง สอนตัวเองว่าจะไม่คิดอะไร แล้วปล่อยให้สมองโล่งๆดูบ้าง พอสมองเราพักได้ที่แล้ว เราจะเห็นทางออกเองค่ะ
<span style='color:red'>หมื่นทางตัน ยังมีทางหนึ่ง ให้ออกเสมอ</span> ขอเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังท้อทุกคนนะคะ

โพสต์แล้ว:
อังคาร มี.ค. 01, 2011 1:36 pm
โดย panisara_david
appletree เขียน: อยู่เมืองนอก ได้รู้สำนึกถึง. อาการ..ลงแดง อาหารไทย..(แหนมเนือง ส้มตำน้ำตก อร่อยๆ สุุ้กี้ จิ้มจุ่ม อาหารเหนือ กลาง ใต้ สารพัด อยากกิน) อันนี้ทรมานที่สุดในชีวิต และตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ค่ะ...
โอ้ล้าล่า...มีทุกข์กับการกินอย่างเดียวเองดีจังค่ะ ทำไม 108 ปัญหามันมาอยู่กับเราคนเดียวหล่ะค่ะ ?แต่ก็หวังว่า <span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>
ปัญหาทุกอย่างมีทางออก</span></span>

โพสต์แล้ว:
อังคาร มี.ค. 01, 2011 1:52 pm
โดย panisara_david
futuremaman เขียน: อยู่เมืองนอกความเป็นอยู่ยากลำบากค่ะ เหมือนมาขอเขาอยู่มาขอเขากิน สามีไม่มีดีกว่า ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร เพราะเค้าไม่เคยแคร์เราเลย ด่าเราทุกวัน พร้อมที่จะไล่เราออกเหมือนหมูเหมือนหมา ล่าสุดบอกว่าที่เราทนอยู่เพราะเราหวังมรดกแม่พ่อเค้า เค้ากล้าพูดในขณะที่พ่อแม่เค้ามีหนี้สินมากมายดีแต่เปลือก
พยายามบอกตัวเองไม่ให้ทุกข์ หลอกตัวเองบ้างอะไรบ้าง ไม่ไหวแล้ว พยายามหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เหมือนจะตัดสินใจง่ายแต่ไม่ง่ายเลย ทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่เพราะไม่รู้ว่าจะตัดสินใจยังไงกับชีวิต สงสารลูกไม่อยากจากเค้าไป จะอยู่ที่นี่ต่อออกไปก็ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่าง สุดท้ายต้องมานั่งทนอยู่บ้านเดียวกับเค้าต่อไป เพราะสงสารลูก ใครจะเข้าใจบ้างมั้ย โทรหาพ่อแม่ก็บอกให้กลับบ้าน ก็อยากจะกลับมากก แต่ลูกล่ะ บ้านนี้มันเป็นโรคจิตประสาทบ้าขั้นรุนแรง ตัวเองบ้าแต่ทำให้เราเหมือนเป็นคนบ้า อยากบอกว่าใครมายืนอยู่ตรงนี้ก็คงจะเป็นบ้าตายเหมือนกัน เราอยากจะตัดสินใจทุกอย่าง แต่เราติดเรื่องลูก เราสงสารเค้า พ่อมันเอาไว้คนเดียวแน่ เอาไปก็เลี้ยงไม่ได้ต้องให้พ่อแม่เค้าเลี้ยง เพราะตัวเค้าเองยังดูแลตัวเองไม่ได้
คิดๆๆๆมากทุกวัน ตื่นมาพร้อมกับน้ำตา บางวันก็ดีถ้าหลอกตัวเองได้ก็สงบหน่อย
ขอโทษด้วยนะคะ พอดีตอนนี้กำลังพีคมากกเลย พอดีเข้ามาเจอกระทู้นี้ เลยยืมพี้นที่หน่อยนะคะ เพราะว่ามันไม่ไหวแล้วค่ะ
โอ้โห้...สวยขนาดนี้ สามียังกล้าทำให้ทุกข์อีกเหรอค่ะ? กล้าไล่ได้ไงเนี่ย?รู้ไหมว่าถ้าเมียก้าวเท้าออกไปจริงๆแล้วคุณจะรู้ว่าคุณกำลังบ้าจริงๆ อิอิอิ พี่เคยเป็นค่ะทนเพื่อลูก แต่สุดท้ายลูกต้องเป็นฝ่ายมาบอกว่า แม่จ๋าอย่าทนเพื่อหนูเลยแม่ไปเถอะ ท้องฟ้ามีแสงทองส่องสว่างไปทั่วทำไมแม่มาจมปลักกับเมฆหมอกมืดๆเช่นนี้หล่ะ นี้แหละค่ะที่เป็นจุดเริ่มต้นให้พี่ถีบต้วเองออกมา แล้วก็มีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ทุกข์มันมาเกิดตรงที่เราเหงา เศร้า เบื่อ นี้แหละค่ะ คงเป็นอย่างที่คุณราเชน บอกไงค่ะ <span style='color:blue'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>
อยู่เมืองนอกมีชีวิตแต่ไม่มีชีวา</span></span> เขาถึงหากิ๊กกันทั่วบ้านทั่วเมือง เงินทองมรดกทั้งหลายไม่สำคัญหรอกค่ะ สุขกายแล้วทุกข์ใจ ทนอยู่ทำไมค่ะ ? พี่ขออวยพรให้น้องพ้นทุกข์แล้วหาทางออกได้เร็วๆนะคะ ถ้าไม่มีที่ไปจริงๆหรือว่าไม่ไหวแล้วมาลงตรงนี้นะคะ แม้จะช่วยอะไรไม่ได้ก็ยินดีรับฟ้งค่ะ อะไรๆที่มันหนักอยู่ในอกมันจะได้ระบายออกมามั้ง ไม่ไปครุกกรุ่นรอวันระเบิดไงค่ะ สู้ สู้ สู้ นะคะ คุณfuturemamanคนสวย

โพสต์แล้ว:
อังคาร มี.ค. 01, 2011 2:01 pm
โดย panisara_david
หมูแดง เขียน: อยู่ที่ไหนก็ไม่สบายหรอกค่ะ ถ้าใจเรายังเป็นทุกข์ เรามองว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ประเทศ สถานที่ หรือคนอื่น แต่มันอยู่ที่ตัวเราเองทั้งสิ้น ทุกชีวิตมีสิทธิ์ลิขิตชีวิตตัวเองได้ ไม่มีใครสามารถมาบังคับให้เราทำอะไรได้หากเราไม่ยอม คนที่เขาโชว์พาวเวอร์เหนือเราได้สำเร็จ นั่นเพราะเรายอมเขาเอง ฉะนั้น ถ้าคิดจะโทษหรือหาคนผิด อย่ามองไปไหนไกลๆเลย แค่ก้มลงมองตัวเองก็เจอแล้ว
เราอยู่เมืองนอกมาหลายปี เรารู้ซึ้งดีว่ามันไม่ได้สะดวกสบายเหมือนเมืองไทยบ้านเรา แต่ถ้าถามเหตุผลว่าแล้วทำไมยังต้องทนอยู่ ก็เพราะมันมีความจำเป็นให้ต้องอยู่ และในเมื่อตัดสินใจจะอยู่แล้ว เราต้องตัดสิ่งที่เคยมี เคยได้ ไปให้หมด ไม่ว่าเราจะเคยมีเงินทองมากมายแค่ไหน มีคนห้อมล้อมเอาใจแค่ไหน เมื่อมาอยู่เมืองนอกแล้วเราไม่มีแบบนั้น เราก็ต้องตัดใจและไม่หวนไห้กับอดีตที่เคยรุ่งเรือง คนเราควรมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน เพราะเราย้อนเวลากลับไปสู่อดีตไม่ได้ การเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบันให้มีความสุขที่สุดตามอัตภาพ จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมและสมควรทำที่สุด แม้จะรู้สึกว่าลำบากบ้าง ไม่สะดวกสบายบ้าง แต่ทุกสิ่งมันคือความเป็นจริง และเป็นปัจจุบันที่เราต้องพบเจอ
เราเองเคยผ่านช่วงเวลาที่ทุกข์หนักหนาสาหัสมาแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้งก็รู้สึกว่ามันสาหัสเกินกว่าจะทนไหว แต่ก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง จนครั้งล่าสุดเราคิดว่าเราคงหมดกรรมแล้วละมั้ง เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดีตามแปลนชีวิตที่วางไว้ แต่แล้ววันหนึ่งโดยไม่มีเค้าลางบอกเหตุ เราก็พบว่าตัวเองล้มลงอีกครั้ง และครั้งนี้หนักหนาสาหัสกว่าที่เคยมา เราไม่เคยคิดว่าตัวเองจะร้องไห้ได้มากขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยคิดว่าจะทุกข์ขนาดกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เป็นเดือนๆ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะโชคร้าย ถูกโชคชะตากลั่นแกล้งให้เจ็บแล้วเจ็บอีกถึงเพียงนี้ แต่มันก็เกิดขึ้น เราจมอยู่ในห้วงทุกข์นานหลายเดือนกว่าจะเยียวยาให้ตัวเองกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง วันนี้เรากำลังจะกลับไปเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ที่เมืองไทย แม้จะรู้ว่ามีปัญหารออยู่ที่นั่นมากมาย แต่เราเชื่อว่าเราเคยทุกข์ เราเคยล้มจนถึงที่สุดมาแล้ว หากจะล้มอีกซักกี่ครั้งก็คงไม่เจ็บไปกว่าเดิมอีกแล้ว เราก็เลยไม่กลัว และพร้อมที่จะเผชิญทุกอย่างที่จะต้องพบเจอ
เชื่อเถอะค่ะว่าคนเราหาความสุขได้ แม้จะรู้สึกว่าทุกข์เหลือเกิน อึดอัดเหลือเกิน เหนื่อยเหลือเกิน ลำบากเหลือเกิน หากเหนื่อยนักให้หาเวลานั่งนิ่งๆ หรือนอนนิ่งๆ หลับตาแล้วไม่ต้องคิดอะไรเลยซักพัก บอกตัวเอง สอนตัวเองว่าจะไม่คิดอะไร แล้วปล่อยให้สมองโล่งๆดูบ้าง พอสมองเราพักได้ที่แล้ว เราจะเห็นทางออกเองค่ะ
<span style='color:red'>หมื่นทางตัน ยังมีทางหนึ่ง ให้ออกเสมอ</span> ขอเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังท้อทุกคนนะคะ
พี่หมูแดงพูดถูกค่ะ จะสุขหรือจะทุกข์มันอยู่ที่ใจตัวเองไม่ได้อยู่ที่คนรอบข้างหรือประเทศ แต่บางครั้งสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเรามันก็กดดันเราเหมือนกันนะคะ เบลล์ก็ทั้งล้มทั้งลุกมาหลายรอบแล้วค่ะ ก็ทนสู้มาตลอด แต่ ณ วันนี้ เราเหงา เราท้อ เราเบื่อ จริงๆค่ะ มีชีวิตเหมือนหุ่นยนต์ เดินทางไปตามโปรแกรมที่เขาวางไว้ ไม่มีใครบังคับหรอกค่ะ แต่ที่ทำเพราะจำเป็นและจำใจ ขอปรบมือให้พี่หมูแดงค่ะที่ทำใจ และกล้าที่เผชิญกับทุกปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าเราเจอหนักๆแบบนี้ไม่ว่าว่าเราจะรับได้ไหม?เพราะที่ผ่านมามีปัญหาให้ล้มลุกคลุกคลานแต่ก็แค่เด็กๆค่ะ

โพสต์แล้ว:
อังคาร มี.ค. 01, 2011 4:56 pm
โดย sar
อยากกลับไปบ้านเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ฝันไปก่อน

โพสต์แล้ว:
อังคาร มี.ค. 01, 2011 4:57 pm
โดย มาราตี
อยู่เยอรมันมาสิบสามปี มีความสุขทั้งกายและใจทุกวันคะ และยิ่งอยู่ก็ยิ่งสุขใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนต่างชาติ หัวดำ ไม่เคยคิดว่าตัวเองไม่เท่าเทียมกับคนที่นี่ ไม่เคยคิดว่าคนรอบๆข้างตัวเราเป็นฝรั่งหรือเราเป็นไทยไม่เคยคิดว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่นๆที่อยู่ในประเทศนี้ ความสุขมันอยู่ที่ใจ ถ้าใจเป็นสุขแล้วอยู่ที่ไหนลำบากยังไงก็ยังสุขคะ
เมื่อตอนเด็กๆรตีเคยอยู่กระท่อมไม้ไผ่หลังเล็กๆหลังคามุงด้วยใบจาก ฝนตกทีไรก็อดนอนทุกทีเพราะฝนตกทีไรหลังคาก็รั่วหาที่นอนไม่ได้ต้องนั่งรองน้ำฝนทั้งคืน ที่นอนหมอนมุ้งก็ไม่มี มีแค่เสื่อเก่าๆเป็นที่รองนอนบนไม้กระดานแข็งๆที่เราเรียกกันเองว่าเตียง ในกระท่อมหลังเล็กมี พี่น้องหกคน แต่มีผ้าห่มแค่ผืนเดียว แย่งกันห่ม น้ำประปาไฟฟ้าไม่มี ต้องหาฟืนมาก่อไฟหูงข้าวทำกับข้าวทีวี วิทยุลืมไปได้เลยแค่คิดก็เป็นไปไม่ได้แล้ว ฟังแล้วดูลำบากไม่น่ามีความสุขเลย น่ะ แต่รตีมีความสุขคะ ทั้งตอนนั้นและตอนนี้ คิดถึงวันเก่าๆทีไรก็สุขใจทุกที
ตอนมาเยอรมันใหม่ๆไม่เข้าใจภาษาเค้าเลยแม้แต่คำเดียว เดินไปซื้อของเองก็ไม่เป็น เดินซ้ายเดินขวาเดินไม่ถูกงง อะไรๆก็ใหม่และห่างไกลญาติพี่น้อง แต่ก็มีความสุขคะ สุขที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆทุกวัน ทั้งดี ไม่ดีปะปนกันไป สุขที่มีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆในที่ใหม่ๆแบบนี้ สุขอยู่ที่ใจจริงๆคะ ทำใจให้สุข ไม่ว่าทุกข์แค่ไหน ก็ทำได้คะ
ไม่ใช่ไม่เคยเหงา หรือไม่เคยทุกข์น่ะคะ เคยคะมากด้วย เคยเหงาและทุกข์มากๆๆๆเมื่อตอนอยู่ไทย ตอนเริ่มตั้งท้องน้องเจมส์และต้องอยู่คนเดียวจนคลอด ทั้งเหงา เศร้า ทุกข์กาย ทุกข์ใจ ครบรสเลยคะแต่นั้นมันก็นานมาแล้ว คิดถึงตอนนั้นแล้วก็ สุขใจที่ผ่านพ้นมาได้(ดี)จนถึงทุกวันนี้คะ
เป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังท้อและทุกข์ใจน่ะคะ