หน้า 1 จากทั้งหมด 2

โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ มี.ค. 23, 2007 5:33 pm
โดย kaknoy
<span style='color:gray'>แฮะๆ ทำเมื่อวานนะคะ .. ครั้งแรกที่ลองทำ สูตรนี้ อร่อยมากๆนะคะ..</span>

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 01, 2007 8:24 pm
โดย Rotjana Geneva
เวลารจนาทำข้าวเหนียวดำให้แขกฝรั่งทาน ทุกคนจะสงสัยคิดว่าเป็นข้าวเหนียวขาวเอาไปใส่สีให้ดำ บางคนยังคิดว่า ข้าวเหนียวกับข้าวเจ้าเหมือนกัน แต่เอาไปใส่แป้งให้เหนียวเสียอีก... เป็นงั้นไป

เวลาอยู่เมืองไทย เราจะไม่ค่อยเห็นมีข้าวเหนียวดำขายเท่าไร ตามร้านขนม แต่ออกไปตลาดเช้าต่างจังหวัด อาจจะพอหาได้อยู่้

รจนาคุ้นกับข้าวเหนียวดำตั้งแต่เล็ก เพราะแม่เป็นชาวนา ตั้งแต่ข้าวเหนียวดำเปียก ข้าวเหนียวดำมูน แป้งข้าวเหนียวดำไปทำขนมเทียน

ข้าวเหนียวดำมูนนี่เขานิยมกินกับหน้ากระฉีก (มะพร้าวขูดกวนกับน้ำตาลปี๊บ) หรือกินกับหน้ากุ้งก็ได้ หรือไม่ก็สังขยา.... แถมกินกับหน้าปลาแห้งก็ได้... แล้วแต่ใจ

รจนาคิดว่าข้าวเหนียวดำมูนเวลาใส่หน้าแล้วจะดูสวย เพราะสีดำตัดกับสีของหน้าต่าง ๆ

พอเราดูข้าวเหนียวดำชัด ๆ เราจะเห็นว่า สีเขาออกม่วงเข้มมากกว่าดำ

ตัดเข้าเรื่อง วันนี้ชวนทำข้าวเหนียวดำสังขยา้จ้า (รจนาทำไปถวายพระด้วย) ทำเสร็จแล้วหน้าตาเป็นแบบนี้เลย

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 01, 2007 8:28 pm
โดย Rotjana Geneva
เครื่องปรุงข้าวเหนียวดำมูน

ข้าวเหนียวดำ ๑ ถ้วย
ข้าวเหนียวขาว ๑ ถ้วย
กะทิข้น ๆ ๑/๒ ถ้วย
น้ำตาลทรายขาว ๑/๒ ถ้วย
เกลือ ๑ ช้อนชา

แรกสุดก็ซาวข้าวเหนียวดำและแช่น้ำไว้ค้างคืน

ส่วนข้าวเหนียวขาว เอามาซาว และแช่น้ำสัก ๒-๓ ชั่วโมงก่อนจะนึ่ง
เหตุที่ให้แยกแช่ เพราะข้าวเหนียวดำต้องการเวลาแช่น้ำมากกว่า ไม่งั้นข้าวจะกรอบเกินไป และไม่ดูดกะทิ

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 01, 2007 8:30 pm
โดย Rotjana Geneva
ก่อนจะนึ่งข้าวเหนียวสัก ๑ ชั่วโมงก็เอาข้าวเหนียวดำกับขาวมาผสมกัน ทิ้งไว้ให้ข้าวเหนียวขาวจับสีดำ ๆ ม่วง ๆ สักหน่อย

แล้วก็เทใส่ภาชนะที่จะใช้หุง กรณีของรจนาใช้เตานึ่งไฟฟ้าค่ะ

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 01, 2007 8:31 pm
โดย Rotjana Geneva
ระหว่างนึ่งข้าวเหนียว (ครึ่งชั่วโมง ไฟแรง) ก็มาเตรียมน้ำกะทิ

เอา่กะทิ น้ำตาล เกลือผสมให้เข้ากัน คนด้วยช้อน ไม่ต้องเอาไปตั้งไฟ เพราะข้าวเหนียวเราร้อนจากเตาอยู่แล้ว

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 01, 2007 8:32 pm
โดย Rotjana Geneva
พอข้าวเหนียวสุกจากเตานึ่ง หน้าตาจะเป็นอย่างนี้ ลองหยิบชิมดูว่า สุกแน่

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 01, 2007 8:34 pm
โดย Rotjana Geneva
เอาข้าวเหนียวเทลงในน้ำกะทิที่เตรียมไว้ เขาเรียกว่า "มูน" ค่อย ๆ เทลงไป กะให้ข้าวเหนียวกับกะทิสมดุลกัน หากข้าวเหนียวเหลือ ใส่ในกะทิไม่หมด ก็เอาไว้กินเปล่า ๆ

ควรจะได้สัดส่วนประมาณนี้

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 01, 2007 8:36 pm
โดย Rotjana Geneva
มูนข้าวเหนียวให้เคลือบน้ำกะทิทั่วถึง จะเห็นว่าเม็ดข้าวเหนียวขาวหายไปหมดแล้ว แต่อาจจะสังเกตเห็นได้ว่า เป็นข้าวที่เม็ดสีอ่อนกว่า

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 01, 2007 8:37 pm
โดย Rotjana Geneva
ลองดูว่าข้าวเหนียวมีความชุ่มกะทิขนาดนี้

ข้อเสียของข้าวเหนียวดำคือเม็ดจะกรอบมาก และไม่ดูดกะทิได้หมดเท่ากับข้าวเหนียวขาว แต่ข้อเสียนั้นก็คือความกรอบอร่อยที่ไม่เหมือนข้าวเหนียวขาวนั่นเอง....

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 01, 2007 8:39 pm
โดย Rotjana Geneva
ทิ้งข้าวเหนียวให้ดูดกะทิ โดยเอาจานปิดฝาชามที่มูนข้าวเหนียวไว้ พร้อมเมื่อไรค่อยเอาไปเสิรฟ

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 01, 2007 8:40 pm
โดย Rotjana Geneva
ตัดมาทำสังขยา

ได้แก่ ไข่ ๑ ส่วน กะทิ ๑ ส่วน และน้ำตาลปึก ๑ ส่วน หรือ ๓/๔ ส่วน เกลือหยิบมือ

กะทิ น้ำตาลกับเกลือทำสังขยา เราเอามาผสมกันก่อน เอามือขยำหรือช้อนบดน้ำตาลก็ได้


รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 01, 2007 8:41 pm
โดย Rotjana Geneva
แล้วก็เติมไข่กับใบเตย ถ้าไม่มีใบเตยก็ไม่เป็นไร แค่หอมน้อยหน่อย

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 01, 2007 8:42 pm
โดย Rotjana Geneva
ขยำด้วยมือสะอาด ๆ เลย

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 01, 2007 8:43 pm
โดย Rotjana Geneva
แล้วเอาสังขยาไปกรองเอาใบเตยและเศษต่าง ๆ ออก ใส่ชามสำหรับนึ่ง

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 01, 2007 8:44 pm
โดย Rotjana Geneva
วันนี้นึ่งไม่ค่อยสวย ได้สังขยาหน้าตาอย่างนี้ ฟองพรุนเยอะไปหน่อย

รูปภาพ