หน้า 1 จากทั้งหมด 2

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มี.ค. 10, 2011 10:41 pm
โดย แตง
หน้าตาขนมครกสิงคโปร์เราเป็นแบบนี้

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มี.ค. 10, 2011 10:47 pm
โดย แตง
บางทีก็แบบนี้

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มี.ค. 10, 2011 10:48 pm
โดย แตง
บางทีก็แบบนี้เปลี่ยนไปเรื่อยตามส่วนผสมที่ใช้

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มี.ค. 10, 2011 10:50 pm
โดย แตง
ขนมไทยทำแต่ชื่อเป็นต่างชาติ เหมือนอย่างลอดช่องสิงคโปร์ คนไทยทำแต่ชื่อขนมเป็นของชาติอื่นซะนี่ ลอดช่องที่สิงคโปร์ขาย จะไม่เหมือนที่ไทยทำขายแต่คล้ายๆกัน
ขนมครกสิงคโปร์ที่เราเคยซื้อทานสมัยเด็กๆ จะเป็นชิ้นเล็กๆขอบหยักๆเหมือนดอกไม้ เนื้อนุ่มเหนียว เวลาทานจะได้กลิ่นหอมของใบเตยและกะทิ แต่ก่อนจะหาซื้อทานได้ง่าย แต่เดี๋ยวนี้หาซื้อทานได้ยากมาก ไม่ได้ทานมา ๓๐ ปีกว่าแล้ว เพราะไม่ค่อยมีคนทำขายแบบแต่ก่อน
ที่บ้านทำขนมครกทานบ่อย ทำให้นึกถึงขนมครกสิงคโปร์เพราะไม่เห็นมีคนทำขายทั่วไป เลยทดลองผสมสูตรเอง จินตนาการจากความทรงจำภาพที่เคยเห็นและรสชาติที่เคยทาน ทำทานและปรับสูตรไปเรื่อยๆจนได้ใกล้เคียงกับที่เคยทานสมัยเด็ก เลยเอามาโพสไว้เผื่อใครจะลองทำทานบ้าง หากใครเคยซื้อทานและจำรสชาติได้ จะลองทำและปรับเพิ่มเติมได้ตามชอบ เราทำเป็นเพียงแนวทางเท่านั้นไม่ใช่มาตรฐานสากลอะไร และถ้าใครมีสูตรทำขนมครกสิงคโปร์แบบสมัยก่อนก็เอามาแบ่งปันกันได้
หน้าตาขนมครกสิงคโปร์ของเราไม่เหมือนกับที่เคยซื้อทานสมัยก่อนนะ เพราะเราไม่มีพิมพ์ทำขนมครกสิงคโปร์แบบเป็นดอกขอบหยักๆก็เลยใช้เต้าขนมครกไทยทำ และทำชิ้นใหญ่ตามขนาดเต้าขนมครก ใครมีพิมพ์ขนมไข่ก็ใช้ทำได้ หรือใช้ถ้วยอลูมิเนียมอบเอาก็ได้ หรือไม่มีอะไรเลยก็ทอดแบบแพนเค้กหรือทำแบบวาฟเฟิลก็ได้
เราจะโพสไว้ ๓ สูตร สำหรับเป็นทางเลือก คนที่จะทำจะได้เลือกใช้แป้งที่หาได้ง่ายๆ ไม่ต้องเสาะแสวงหาให้ยาก มีอะไรก็ใช้แบบนั้น หรือหาแป้งทุกอย่างได้ง่ายแต่ชอบความนุ่มเหนียวต่างกัน ทุกสูตรทำออกมาแล้วเนื้อจะเหนียวนุ่ม ไม่ร่วนแบบเนื้อเค้ก
(ทุกสูตรทำได้ประมาณ ๒๔ ช้ิน ขนาดเท่าเต้าขนมครกแบบ ๒๘ เต้า ใครใช้แตกต่างกว่านี้ก็ได้จำนวนชิ้นต่างกันไป)
สูตร ๑
เครื่องประกอบด้วย:-
แป้งสาลีอเนกประสงค์ ๑/๒ ถ้วยตวง
แป้งมันสำปะหลัง ๑/๔ ถ้วยตวง
ไข่ไก่ ๑ ฟอง
กะทิข้น ๑/๔ ถ้วยตวง
น้ำใบเตย ๑/๔ ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย ๓ - ๔ ช้อนโต๊ะ หรือมากน้อยกว่านี้ตามความหวานที่ชอบ
เกลือป่น ๑/๘ ช้อนชาอ่อนๆ ตวงแล้วก็เขี่ยออกนิดหน่อย
ผงฟู ๓/๘ ช้อนชา (ใช้ช้อนตวงขนาด ๑/๘ ช้อนชา ตวง ๓ ครั้ง หรือใช้ช้อนขนาด ๑/๒ ช้อนชาตวง แล้วเขี่ยออกไปนิดหน่อย)
น้ำมันพืช ๒ ช้อนโต๊ะ
สีผสมอาหารสีเขียว ๑ - ๒ หยด (ไม่ใช้ก็ได้)
***หมายเหตุ***
๑. ใช้กะทิ ๖ ช้อนโต๊ะ น้ำใบเตยข้น ๒ ช้อนโต๊ะก็ได้
๒. หากไม่ใช้น้ำมันพืช ก็เปลี่ยนเป็นน้ำกะทิแทนได้ ที่เราใส่น้ำมันพืชเพื่อไม่ให้เนื้อในขนมแห้ง
๓. ส่วนประกอบของเรามีแป้งมันเพราะว่า คนสมัยก่อนนั้นเค้าเรียก "แป้งมันสำปะหลัง" ว่า "แป้งสิงคโปร์" ดังนั้นชื่อขนมครกสิงคโปร์ก็ต้องมีแป้งมันประกอบแน่นอน
สูตร ๒
เครื่องประกอบด้วย:-
แป้งข้าวเจ้า ๑/๔ ถ้วยตวง
แป้งข้าวเหนียว ๑/๔ ถ้วยตวง
แป้งมันสำปะหลัง ๖ ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ ๑ ฟอง
กะทิข้น ๑/๔ ถ้วยตวง
น้ำใบเตย ๓ ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย ๓ - ๔ ช้อนโต๊ะ หรือมากน้อยกว่านี้ตามชอบ
เกลือป่น ๑/๘ ช้อนชาอ่อนๆ
ผงฟู ๓/๘ ช้อนชา
น้ำมันพืช ๒ ช้อนโต๊ะ
สีผสมอาหารสีเขียว ๑ - ๒ หยด (ไม่ใส่ก็ได้)
สูตร ๓
เครื่องประกอบด้วย:-
แป้งสาลีอเนกประสงค์ ๖ ช้อนโต๊ะ
แป้งมันสำปะหลัง ๖ ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ ๑ ฟอง
กะทิข้น ๑/๔ ถ้วยตวง
น้ำใบเตย ๑/๔ ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย ๓ - ๔ ช้อนโต๊ะ หรือมากน้อยกว่านี้ตามความหวานที่ชอบ
เกลือป่น ๑/๘ ช้อนชาอ่อนๆ ตวงแล้วก็เขี่ยออกนิดหน่อย
ผงฟู ๓/๘ ช้อนชา (ใช้ช้อนตวงขนาด ๑/๘ ช้อนชา ตวง ๓ ครั้ง หรือใช้ช้อนขนาด ๑/๒ ช้อนชาตวง แล้วเขี่ยออกไปนิดหน่อย)
น้ำมันพืช ๒ ช้อนโต๊ะ
สีผสมอาหารสีเขียว ๑ - ๒ หยด (ไม่ใช้ก็ได้)
(สูตร ๒ และสูตร ๓ ส่วนผสมที่เป็นของเหลวปรับเปลี่ยนสลับกันได้ คล้ายกับสูตร ๑ ที่หมายเหตุไว้)

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มี.ค. 10, 2011 10:51 pm
โดย แตง
ภาพเครื่องประกอบ (ต่อ)

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มี.ค. 10, 2011 10:51 pm
โดย แตง
อุปกรณ์ประกอบ:-
เบ้าทำขนมครกไทย หรือ เตาขนมครกไฟฟ้าของต่างประเทศ หรือ พิมพ์ขนมไข่ หรือถ้วยอลูมิเนียมเล็กๆ หรือ
ถาดมัฟฟินขนาดเล็ก หรืออื่นๆตามชอบ
บ้านเรามีแบบนี้เลยมีรูปให้ดูแค่นี้ ถาดมัฟฟินเก็บเข้ากล่องจนหาไม่เจอ เลยไม่ได้เอามาถ่ายรูปด้วย
ถ้าใครใช้แบบไฟฟ้าเลือกแบบที่สามารถปรับเพิ่มลดไฟได้ดีที่สุด หากไม่สามารถปรับไฟได้ แนะนำให้ซื้อแบบตั้งเตาดีกว่า ที่เราไม่ได้ซื้อหรอกไปช่วยเพื่อนฝรั่งขนของย้ายบ้านเค้าก็ให้มา

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มี.ค. 10, 2011 10:52 pm
โดย แตง
วิธีทำทุกสูตรทำเหมือนกันหมด
ตวงส่วนผสมที่เป็นของแห้งทุกอย่างใส่ชาม คนให้เข้ากัน ทำหลุมตรงกลางแป้ง ใส่น้ำมันพืช น้ำกะทิ น้ำใบเตย และตอกไข่ใส่ลงไป
ตีให้เข้ากันดี แป้งไม่จับเป็นเม็ด
ถ้าสีใบเตยไม่เขียวพอ หยดสีผสมอาหารลงไป
ตีให้เข้ากันดีใช้ได้ ถ้าไม่รีบร้อนก็พักส่วนผสมไว้ ๑๐ นาที เพื่อให้แป้งดูดซึมน้ำได้เต็มที่ จะไม่พักก็ได้

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มี.ค. 10, 2011 10:56 pm
โดย แตง
เอาที่ทำขนมครก หรือขนมไข่ ตั้งบนเตาใช้ไฟปานกลางพอให้ร้อนแล้วค่อยหรี่ให้อ่อน ทาน้ำมันบางๆที่พิมพ์ แล้วตักแป้งหยอดใส่ลงไป ไม่ต้องหยอดจนเต็มขอบ เพราะขนมจะฟูขึ้นมาอีก
หาฝาปิดพักไว้สักครู่
ขนมจะฟูมากน้อยแล้วแต่ความร้อนที่ได้รับ บางชิ้นก็มีรูพรุน บางชิ้นก็ไม่มี ไม่เป็นไร เมื่อหน้าขนมสุกจะดูใส
แคะออกใส่จานได้
***ถ้าใครใช้ถาดมัฟฟินหรือถ้วยอลูมิเนียมเล็กทำ ก็ใช้วิธีอบ สำหรับคนที่ใช้พิมพ์ขนมไข่ จะทำแบบนี้หรืออบก็ได้เช่นกัน ใช้ไฟ ๓๕๐ ฟาเรนไฮต์ อบประมาณ ๑๐ - ๑๕ นาที หรือนานกว่านี้แล้วแต่ขนาดพิมพ์ที่ใช้***
(ภาพประกอบชุดนี้ ทำแบบสูตร ๑)

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มี.ค. 10, 2011 10:58 pm
โดย แตง
ให้ดูเปรียบเทียบระหว่างภาพนี้กับภาพข้างล่างถัดไป
ใช้สูตรเดียวกันแต่ได้ขนมต่างกันขนมชิ้นที่ได้รับความร้อนมาก ด้านล่างจะไหม้หน่อยๆ เนื้อจะดูฟู ส่วนที่ได้รับความร้อนน้อยไม่ฟูมาก และบางทีเวลาเราแคะออกก็จะแฟบลงไปอีก
***สีของภาพแตกต่างกันเพราะว่าภาพแรกทำตอนกลางคืนถ่ายรูปใช้แสงไฟฟ้าช่วย
ส่วนภาพล่างทำกลางวัน ถ่ายรูปใช้แสงแดดช่วย***

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มี.ค. 10, 2011 11:00 pm
โดย แตง
ภาพนี้เปรียบเทียบกับภาพข้างบน

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มี.ค. 10, 2011 11:01 pm
โดย แตง
ถ้าหยอดแป้งหนาแล้วเนื้อขนมฟู ข้างในจะเป็นแบบนี้

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มี.ค. 10, 2011 11:09 pm
โดย แตง
ภาพนี้สาธิตการใช้พิมพ์ไฟฟ้าแบบไม่สามารถปรับความร้อนได้
เสียบปลั๊กไฟแป๊บหนึ่งใช้นิ้วมือลองแตะดูว่าเริ่มร้อนหรือยัง ถ้าพอเริ่มร้อนก็ทาน้ำมันบางๆ แล้วตักแป้งหยอดลงไปไม่ต้องตักจนเต็มขอบเพราะขนมจะฟูขึ้นมาอีก เราตักแค่ครึ่งพิมพ์เพราะมันลึก
หาฝาปิดไว้
พอเห็นขนมเริ่มฟูมีรูพรุนลองเขี่ยดูขอบข้างๆหากเห็นเป็นสีน้ำตาลมากก็ถอดปลั๊กออกแล้วปิดฝาไว้ต่อรอให้ขนมสุก หากไม่ถอดปลั๊กออกก้นขนมจะไหม้ก่อนหน้าสุกเพราะไฟแรงเกินไป
หรือใช้วิธีกลับหน้าขนมลงด้านล่าง เขี่ยดูว่าด้านข้างๆเริ่มเป็นสีน้ำตาลแก่ก็เอาช้อนหรือไม้จิ้มฟัน พลิกกลับด้านขนม พักแป๊บเดียวแคะออกได้
ขนมจะหน้าตาแบบนี้เพราะเราพลิก ๑ จังหวะ แต่ถ้าใครชอบแบบกลมๆเปลือกนอกกรอบก็พลิก ๒ หรือ ๓ จังหวะ เอาไว้ว่างๆจะมาสาธิตให้ดู

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มี.ค. 10, 2011 11:10 pm
โดย แตง
เราทำเสร็จแล้วได้รูปร่างประมาณนี้
ถ้าใครทำก็อาจไม่เหมือนเราหรอกนะ ขึ้นอยู่กับการทำของแต่ละคน

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มี.ค. 10, 2011 11:10 pm
โดย แตง
เนื้อในเป็นแบบนี้

โพสต์แล้ว:
พฤหัสฯ. มี.ค. 10, 2011 11:11 pm
โดย แตง
ภาพประกอบนี้ใช้สูตร ๒ ทำ
วิธีทำเหมือนภาพสาธิตสูตร ๑ แต่สูตรนี้เนื้อแป้งจะฟูและอยู่ตัวกว่าสูตร ๑