หน้า 1 จากทั้งหมด 3

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 28, 2011 6:22 pm
โดย แตง
เนื่องจากมีคนโพสถามทีเว๊ปไซด์เราว่าจะใช้อะไรแทนพิมพ์ทอดตือคาโค ดี เราเลยโพสการทำไว้เป็นแนวทางสำหรับคนที่ไม่มีพิมพ์ทอด และนำมาโพสไว้ที่นี่ด้วย เผื่อใครจะลองทำบ้าง

ที่จริงตือคาโคจะคล้ายๆกับของทอดจำพวกเผือก ถั่วดำ หัวไชเท้าฯลฯ ส่วนมากจะทอดเป็นชิ้นไม่ใหญ่มาก หรือทอดเป็นแผ่นขนาดพอดี มักขายคู่กับเต้าหู้ทอด ส่วนตือคาโคจะทอดใส่พิมพ์เป็นก้อนกลมทรงกระบอก ทอดเสร็จแล้วจะคล้ายๆขาหมูที่หั่นตามขวาง

คำว่า "ตือ แปลว่า หมู" "คา แปลว่า ขา" "โคว แปลว่า วงกลมๆ" เมื่อรวมคำกันเป็น "ตือคาโค แปลว่า ขาหมูกลมๆ" บางคนเรียกว่า "ขนมขาหมู"

เราผสมแป้ง และน้ำจิ้ม หลายอย่างเพื่อเป็นทางเลือกในการใช้วัตถุดิบที่หาง่ายหรือมีอยู่แล้วทำซึ่งเป็นเพียงแนวทางในการทำเท่านั้นไม่ใช่มาตรฐานอะไร ชอบแบบไหนหรือมีเครื่องแบบไหนใช้อันนั้นทำ สำหรับส่วนผสมแป้ง และน้ำจิ้ม ดัดแปลงได้ตามชอบ หากจะทำปริมาณมาก เพิ่มสัดส่วนเอาเอง

สำหรับคนไม่มีพิมพ์ตือคาโค ซึ่งเป็นพิมพ์ทรงกระบอก มีแบบ ๑ หัว และ ๔ หัว อาจทำพิมพ์ทอดเองหรือใช้อย่างอื่นแทนได้ ใช้วัสดุที่มีอยู่ที่บ้านมาประดิษฐ์เองแบบง่ายๆ วิธีการทำอยู่ท้ายกระทู้ ดูเป็นแนวทางได้

***ทุกส่วนผสมจะทำได้ประมาณ ๔ ชิ้น ขนาดตามรูปที่เห็น อาจมากน้อยกว่านี้ได้***
ส่วนผสมแป้งแบบที่ ๑
เครื่องประกอบด้วย:-

แป้งสาลีอเนกประสงค์ ๑/๒ ถ้วยตวง
น้ำสะอาดหรือกะทิ ๑/๒ ถ้วยตวง
เกลือป่น ๑/๔ - ๑/๒ ช้อนชา (หรือไม่ใส่ สำหรับคนที่ควบคุมความเค็ม)
น้ำตาลทราย ๑ ช้อนชา(ไม่ใส่ได้)
(แบบนี้แป้งจะกรอบนอกนุ่มใน กรอบแบบนุ่มนวลไม่แข็ง)

แบบที่ ๒
เครื่องประกอบด้วย:-

แป้งสาลีอเนกประสงค์ ๑/๔ ถ้วยตวง
แป้งข้าวเจ้า ๑/๔ ถ้วยตวง
น้ำสะอาดหรือกะทิ ๕ ช้อนโต๊ะ
น้ำปูนใส ๒ ช้อนโต๊ะ (หากไม่ใช้เปลี่ยนเป็นน้ำสะอาดหรือกะทิแทน)
เกลือป่น ๑/๔ - ๑/๒ ช้อนชา (หรือไม่ใส่ สำหรับคนที่ควบคุมความเค็ม)
น้ำตาลทราย ๑ ช้อนชา (ไม่ใส่ได้)
(แบบนี้แป้งจะกรอบนอกนุ่มใน แต่กรอบแข็งกว่าแบบที่ ๑ เพราะน้ำปูนใสช่วยให้กรอบมากขึ้น และแป้งข้าวเจ้าจะกรอบแข็งกว่าแป้งสาลี)

แบบที่ ๓
เครื่องประกอบด้วย:-

แป้งสาลีอเนกประสงค์ ๖ ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวเจ้า ๒ ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาดหรือกะทิ ๖ - ๘ ช่้อนโต๊ะ
เกลือป่น ๑/๔ - ๑/๒ ช้อนโต๊ะ (หรือไม่ใส่ สำหรับคนที่ควบคุมความเค็ม)
น้ำตาลทราย ๑ ช้อนชา (ไม่ใส่ได้)

(แบบนี้จะกรอบนอกนุ่มใน กรอบแข็งกว่าแบบที่ ๑ แต่ไม่แข็งเท่าแบบที่ ๒)

แบบที่ ๔
เครื่องประกอบด้วย:-

**แป้งข้าวเจ้า ๖ ช้อนโต๊ะ
**แป้งข้าวเหนียว ๓ ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาดหรือกะทิ ๔ - ๕ ช้อนโต๊ะ
น้ำปูนใส ๒ ช้อนโต๊ะ (หากไม่ใช้ให้เปลี่ยนเป็นน้ำสะอาดหรือกะทิแทน)
เกลือป่น ๑/๔ - ๑/๒ ช้อนโต๊ะ (หรือไม่ใส่ สำหรับคนที่ควบคุมความเค็ม)
น้ำตาลทราย ๑ ช้อนชา (ไม่ใส่ได้)
(แบบนี้แป้งจะกรอบนอกนุ่มใน คล้ายแบบที่ ๑)

**ใช้สัดส่วนแป้งข้าวเจ้าต่อแป้งข้าวเหนียว ๒:๑ จะใช้ ๑:๑ คือ แป้งข้าวเจ้า ๔ ช้อนโต๊ะ แป้งข้าวเหนียว ๔ ช้อนโต๊ะก็ได้ **

(ภาพประกอบไม่มีน้ำ หรือกะทิ หรือน้ำปูนใส เพราะไม่ได้ถ่ายรูปไว้)

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 28, 2011 6:23 pm
โดย แตง
เครื่องประกอบอื่น:-
เผือก ซอยเป็นชิ้นพอดี (เราไม่มีเผือกหัวใหญ่เลยใช้ลูกเผือกแทน ใครแพ้เผือกให้ลวกหรือต้มพอสุกก่อน แล้วค่อยปอกเปลือกซอยจะได้ไม่คันมือ)
ถั่วดำต้มสุก
หัวไชเท้าขูดหรือซอยเป็นชิ้นพอดี
ข้าวโพดต้มสุก หรือดิบ
ใบกุยช่ายหั่น
มันฝรั่งซอยเป็นชิ้นพอดี หรือขูด
หรืออื่นๆตามชอบ เช่น ถั่วเขียวต้มสุก ถั่วลิสงต้ม ฯลฯ

ปริมาณที่ใช้ประมาณ ๑ ถ้วยตวง หากใช้หลายอย่างผสมกันก็รวมกันให้ได้ ๑ ถ้วยตวงหรือกว่า
ปริมาณนี้ทำออกมาแล้วจะมีเนื้อมาก เพราะเน้นเนื้อไม่เน้นแป้ง ใครไม่เน้นเนื้อมากจะใช้แค่ ๑/๒ ถ้วยตวงหรือตามชอบได้

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 28, 2011 6:24 pm
โดย แตง
เครื่องประกอบต่ออีกภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 28, 2011 6:24 pm
โดย แตง
น้ำจิ้ม มีทั้งแบบผสมเอง และแบบใช้น้ำจิ้มสำเร็จรูป เลือกทำตามชอบ

แบบที่ ๑
เครื่องประกอบด้วย:-

น้ำส้มสายชู ๑/๔ ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย ๑/๔ ถ้วยตวง
เกลือป่น ๑/๒ - ๑ ช้อนชา
พริกขี้หนูสด ๕ - ๖ เม็ด หรือมากน้อยกว่านี้
ถั่วลิสงคั่วป่น ๒ - ๓ ช้อนโต๊ะ หรือมากน้อยกว่านี้
แป้งข้าวโพด ๑/๒ ช้อนชา ผสมน้ำ ๒ ช้อนโต๊ะ (ไม่ใช้ก็ได้ หากเคี่ยวแล้วน้ำจิ้มไม่ข้นพอค่อยใช้)
ผักชีสับ ตามชอบ

(แบบนี้จะได้น้ำจิ้มรสชาติจัดจ้าน เปรี้ยว หวาน เผ็ด ใครชอบทานตือคาโคมีชื่อที่เชียงใหม่ ลองทำน้ำจิ้มแบบนี้แล้วจะใกล้เคียงกัน หากทำปริมาณมาก เพิ่มสัดส่วน แล้วเคี่ยวน้ำตาล น้าส้มสายชู และเกลือป่นไว้ พักให้เย็นเก็บใส่ขวดไว้ได้หลายวัน เวลาจะใช้ค่อยเติมพริกและถั่วลิสงคั่วป่น)

แบบที่ ๒
เครื่องประกอบด้วย:-

น้ำจิ้มไก่ย่างสำเร็จรูป
ถั่วลิสงคั่วป่น
ผักชีสับ ตามชอบ
(ปริมาณทุกอย่างตามชอบ)

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 28, 2011 6:25 pm
โดย แตง
วิธีทำ
แบบที่ ๑:-

ผสมน้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย เกลือป่น ใส่กระทะใบเล็กหรือหม้อเล็กๆ ยกตั้งไฟปานกลาง เคี่ยวพอให้ส่วนผสมเหนียวข้นใช้ได้
(หากใครใส่แป้งข้าวโพดด้วย เมื่อส่วนผสมเดือดน้ำตาลละลายดีแล้วเทแป้งข้าวโพดที่ละลายกับน้ำลงไป เคี่ยวพอหนืดปิดไฟได้)

พักให้เย็น ใส่พริกขี้หนูโขลกพอแหลกหรือสับลงไป

ตามด้วยถั่วลิสงคั่วป่น คนเข้ากัน

ใส่ผักชีซอย คนเข้ากันหรือแค่โรยหน้าก็ได้

(ผักชีนี้มีประโยชน์มากมาย ไม่ใช่แค่โรยหน้าเพื่อความสวยงามเท่านั้น ว่างๆลองเปิดหาอ่านประโยชน์ของผักชีดู)

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 28, 2011 6:26 pm
โดย แตง
วิธีทำน้ำจิ้มแบบที่ ๒:-
เทน้ำจิ้มไก่ย่างใส่ถ้วย ตามด้วยถั่วลิสงคั่วป่น

คนให้เข้ากัน

โรยหน้าด้วยผักชีซอย

(แบบนี้จะออกรสชาติหวานๆ ไม่เผ็ดมาก หากต้องการให้รสจัดขึ้น บีบน้ำมะนาวใส่เพิ่ม เติมพริกขี้หนูสดสับพอแหลก และเกลือป่นเข้าไปอีกนิดหน่อย)

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 28, 2011 6:27 pm
โดย แตง
เพิ่มน้ำจิ้มอีกแบบหนึ่ง เผื่อใครจะลองทำ
เครื่องประกอบด้วย:-
ซีอิ๊วหวาน ๒ ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชู ๒ ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย ๑/๒ ช้อนชา (ซีอิ๊วใครไม่หวาน ใส่น้ำตาลทราย ๑ - ๒ ช้อนชา ได้)
กระเทียมสับ ๑ กลีบใหญ่ หรือ ๑/๒ ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูสด ๒ - ๓ เม็ด โขลกหรือสับพอแหลก

วิธีทำ:-
ผสมทุกอย่างรวมกัน คนให้น้ำตาลทรายละลายดีใช้ได้ ชิมรสเปรี้ยว หวาน เผ็ด ขาดเหลือเพิ่มเติมได้ตามชอบ

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 28, 2011 6:27 pm
โดย แตง
วิธีทำขนมขาหมูหรือตือคาโค:-
ผสมแป้งที่ใช้ น้ำตาลทราย และเกลือป่นใส่ชาม คนให้เข้ากัน

เทส่วนผสมที่เป็นของเหลวลงไป เหลือไว้นิดหน่อยอย่าทีเดียวจนหมด

คนหรือนวดให้เข้ากัน หากข้นเกินไปเติมของเหลวที่เหลือลงไปเพิ่ม

คนหรือนวดจนได้ที่แล้วคือไม่เหลวหรือข้นจนเกินไปหรือตามชอบ ใส่เผือกซอยหรืออื่นๆที่ใช้ลงไป

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 28, 2011 6:28 pm
โดย แตง
คนให้เข้ากันดีใช้ได้

เทน้ำมันใส่กระทะก้นลึกหรือใครจะใช้หม้อก็ได้ กะปริมาณให้น้ำมันท่วมพิมพ์ที่ทอด ตั้งไฟปานกลางพอให้น้้ำมันร้อนจัด ใส่พิมพ์ทอดลงไปในน้ำมัน
(ตัวอย่างนี้เป็นพิมพ์ทำเอง เพราะที่บ้านไม่มีพิมพ์ทอดตือคาโค ใครมีกะบวยตักซุปที่เป็นอลูมิเนียมหรือสแตนเลส หรือพิมพ์กระทงทอง ใช้แทนด้เช่นกัน)

พอพิมพ์ร้อนยกออกมา ตักส่วนผสมที่ทำไว้ใส่ในพิมพ์ ใส่พิมพ์ลงไปในน้ำมันสักครู่พอกะให้ส่วนผสมร่อนได้ ใช้ไม้ปลายแหลม(เราใช้ไม้เสียบลูกชิ้นปิ้งอันใหญ่)แคะส่วนผสมออกจากพิมพ์ และทอดต่อจนสุก

***หากใครใส่น้ำมันไม่ท่วมพิมพ์ เวลาทอดให้ใช้ตะหลิวตักน้ำมันรดส่วนที่น้ำมันไม่ท่วม จะช่วยให้ส่วนผสมที่ไม่จมน้ำมันสุกและแคะออกได้ง่ายเช่นกัน***

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 28, 2011 6:28 pm
โดย แตง
ทอดจนเหลืองกรอบตามชอบแล้วตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน

หน้าตาตือคาโคทอดจากอุปกรณ์ประดิษฐ์เอง

(เนื่องจากภาพประกอบมาก เลยเอามารวมๆกัน จะได้ไม่เปลืองพื้นที่)

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 28, 2011 6:29 pm
โดย แตง
ใครไม่มีพิมพ์ตือคาโคจะทำแบบนี้ก็ได้ ใช้ถ้วยอะไรก็ได้ที่เข้าไมโครเวฟหรือนึ่งได้ ตัวอย่างนี้เราใช้ที่ทอดไข่ดาวด้วยไมโครเวฟ อีกอันเป็นถ้วยน้ำจิ้ม ตักแป้งที่ผสมเสร็จแล้ว ใส่ถ้วย เข้าไมโครเวฟใช้เวลาประมาณ ๓๐ วินาที หรือมากน้อยกว่านี้ตามชอบ กะให้แค่ส่วนผสมเกาะเป็นก้อน ไม่ต้องให้สุก จะนึ่งก็ได้

ดูรูปที่ทำแป้งรอบๆจะจับตัวไม่เหลว

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 28, 2011 6:29 pm
โดย แตง
แคะออกเอาไปทอดต่อให้สุก
(เวลาทำตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน แล้วตักแป้งใส่ถ้วยไมโครเวฟ พอแคะออกจะได้ทอดต่อทันที)

ทอดจนสุกเหลืองกรอบตามชอบตักออกพักให้สะเด็ดน้ำมัน

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 28, 2011 6:29 pm
โดย แตง
จานนี้ใช้เผือกทำ ทานกับน้ำจิ้มทำเอง

(ดูเนื้อใน เนื่องจากเน้นเนื้่อไม่เน้นแป้ง ข้างในเลยเต็มไปด้วยเนื้อเผือก)

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 28, 2011 6:30 pm
โดย แตง
ภาพนี้ใช้มันฝรั่งทำ ส่วนภาพล่างใช้มันฝรั่ง ข้าวโพดต้ม และใบกุยช่าย

โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 28, 2011 6:30 pm
โดย แตง
หั่นเป็นชิ้นพอคำเสริฟกับน้ำจิ้มตามชอบ