หน้า 1 จากทั้งหมด 1

โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 22, 2006 3:19 am
โดย ขุนสุพรรณ
<span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:#FF0059'>ซุปหางหมู โดย... ขุนสุพรรณ </span></span>

ใช่แล้วครับ ผมพิมพ์ไม่ผิดหรอกครับ ซุปหางหมู ไม่ใช่ซุปหางวัว เห็นหลายคนทำข้าวหมกไก่ผมก็นึกถึงซุปหางวัว เพราะมันของคู่กัน แต่ว่าผมไม่กินเนื้อวัวเลยคิดเอาตำราซุปหางวัวมาดัดแปลงโดยใช้หางหมู ผลงานออกมาใช้ได้ครับ อร่อยมาก และหางหมูก็หาง่าย ราคาก็ไม่แพง หมายถึงที่อเมริกานะ ราคาปอนด์ละเหรียญกว่าๆ เท่านั้นเอง

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 22, 2006 3:56 am
โดย ขุนสุพรรณ
เครื่องปรุง

◊ หางหมู ๓ ปอนด์ ก็ประมาน ๑.๕ กิโลกรัม
◊ มะเขือเทศขนาดกลาง ๔ ลูก
◊ มันฝรั่ง ๒ หัว
◊ หอมหัวใหญ่ ๑ หัว
◊ พริกไทยดำ ๑ ช้อนโต๊ะ
◊ ขิงแก่ ขนาดหัวแม่มือ ๑ แง่ง
◊ อบเชย ๒ ชิ้น
◊ โป๊ยกั๊ก ๓ ดอก
◊ ผงซุปคนอร์ ๑ ช้อนโต๊ะ
◊ หอมแดงเจียว ส้มมะขามเปียก น้ำส้ม ซีอิ๊วขาว ผักคึ่นฉ่าย ผักชี

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 22, 2006 4:08 am
โดย ขุนสุพรรณ
บางคนจะถามว่าทำไมไม่เอารูปหางหมูมาให้ดูบ้าง ตอบว่าไม่ให้ดูหรอกครับ เพราะว่าอาย ก็หางหมูเมืองอเมริกามันยาวแค่ ๒ นิ้วแค่นั้นเอง เป็นเพราะอะไรก็ไม่รู้ถึงตัดเสียเหลือแค่ดุ๊กดิ๊ก อาจมีคำถามต่อว่าแล้วหางหมูกิโลครึ่งนี่มันไม่ตกร่วมร้อยหางหรือ ไม่หรอกครับ ไอ้หางยาวสองนิ้วมันมาพร้อมกับกกหางอีกมากมาย ก็กระดูกติดมันหุ้มหนังนั่นแหละ ผมลองนับดูมีประมาน ๗-๘ หาง

ขั้นตอนทำก็หาหม้อลูกใหญ่หน่อย เพราะหางหมู ๓ ปอนด์นั้นมันมากพอควร หางหมูนี่เขาทำเกลี้ยงมาแล้ว แค่ล้างอีกครั้งแล้วสับให้เป็นท่อนยาวสัก ๒ นิ้ว ใส่หม้อแล้วใส่น้ำให้ท่วมหมูขี้นมาสักครึ่ง เพราะต้องเคี่ยวนาน ใส่เกลือไปสักช้อนชา ตั้งไฟแรง พอเดือดก็ลดไฟกลาง แล้วเคี่ยวต่อไปอีกสัก ๑๕ นาที ระหว่างนั้นก็เตรียมโขลกพริกไทยเม็ดกับขิง ปอกมันฝรั่งแล้วหั่นสี่เหลี่ยม ๑ นิ้ว ใบคึ่นฉ่ายเด็ดออก แต่ผมไม่ทิ้งก้าน พอเคี่ยวหางหมูได้ประมาณ ๑๕ นาทีก็ปิดไฟ ช้อนฟองออก แล้วทิ้งไว้ให้เย็น ตอนนี้ใครจะไปดูข่าวปฏิรูป หรือไปดูละครน้ำตาสะใภ้ น้ำใจแม่ผัว อะไรก็ตามใจ

ถึงช่วงนี้ บางคนเขากลัวไขมันแต่ก็อยากกินหมูเขาจะเปลี่ยนเอาน้ำต้มเก่าออก ก็ตามใจนะครับ แต่ผมไม่ยอมทิ้งหรอกครับ จะกินหมูก็ต้องไม่กลัวมันซิครับ เหตุผลที่ต้องพักให้เย็นแล้วก็ค่อยต้มอีกนั้น เขาว่าทำให้เปื่อยเร็วโดยไม่ต้องเปลืองไฟครับ เอาละพอเย็นแล้วยกขึ้นตั้งไฟอีก ใช้ไฟกลาง ใส่อบเชย โป๊ยกั๊ก พริกไทยที่โขลกกับขิงแก่ ผงซุปคนอร์ น้ำมะขามเปียกตามชอบ มันเทศ ใบคึ่นฉ่ายและก้าน ใส่มันยาวๆยังงั้นแหละ ปรุงรสให้เปรี้ยวนำด้วยส้มมะขามเปียกหรือน้ำส้ม และเค็มด้วยซีอิ๊วขาว ไม่แนะนำน้ำปลาและมะนาว เดี่ยวจะกลายเป็นต้มยำหางหมูไป ลองดูว่าเปื่อยหรือยัง พอเห็นเริ่มเปื่อยก็ใส่มะเขือเทศที่ฝานตามยาว เคี่ยวต่ออีกนีดก็ยกลงได้

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 22, 2006 4:15 am
โดย ขุนสุพรรณ
ตักใส่ชาม โรยด้วยหอมเจียว ผักชี

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 22, 2006 4:07 pm
โดย ขุนสุพรรณ
เครื่องจิ้มก็พริกน้ำส้มสำเร็จ Chili Garlic Sauce แบบที่คุณเมย์ใช้ในสูตรข้าวหมกไก่นั่นแหละ ใครชอบเค็มก็เหยาะซีอิ๊วขาวลงไป กินกับข้าวร้อนๆก็อร่อย หรือจะกินกับข้าวหมกไก่ยิ่งวิเศษ

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ ต.ค. 04, 2006 7:57 pm
โดย cake
ตั้งแต่วันที่ได้เห็นสูตรก็เที่ยวสืบเสาะแสวงหาหางหมู ถามพ่อค้าทีไรก็ทำหน้าแปลกๆ จนเกือบจะท้อซะแล้ว แต่ว่าไม่ท้อหรอกค่ะ เห็นเครื่องปรุงในสูตรแล้วอยากทำมากๆ ในที่สุดโชคก็เขาข้างไปเจอหางหมูโดยบังเอิญ ไม่ผิดหวังเลยค่ะสูตรนี้ มีเครื่องปรุงหลายอย่างที่ลงตัวกันได้ดี ทำให้มีกลิ่นหอม ชวนกิน ไม่ว่าจะเป็นพริกไทยดำ ขิง จะเป็นต้มยำก็ไม่ใช่ ถึงแม้จะใส่อบเชย โป๊ยกั๊ก มีรสเปรี้ยวของมะขามเปียก หวานกลมกล่อมของหอมใหญ่ และน้ำซุปจากกระดูกหางหมู อีกประการหนึ่งก็คือหางหมูที่นี่มีขนาดใหญ่เชียว เวลาเคี้ยวก็รู้สึกถึงเนื้อนุ่มๆมากกว่าที่จะมีกระดูกและหนังเท่านั้น สรุปคืออร่อยมากๆถึงมากที่สุดค่ะ บอกได้เลยค่ะว่านี่แหละอาหารไทยแท้ๆ ขอบคุณครูครูสำหรับสูตรอร่อยๆ ที่ไม่เคยกินมาก่อนค่ะ

รูปภาพ

โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ ต.ค. 04, 2006 7:58 pm
โดย cake
มีน้ำจิ้มตามที่คุณครูแนะนำด้วยค่ะ

รูปภาพ