โดย หมูแดง » อาทิตย์ ก.พ. 19, 2006 10:38 pm
กลับมาเล่าต่อเรื่องประสบการณ์การทำงานที่ร้านบูทส์นะคะ ร้านนี้เป็นร้านเดียวกันกับร้านที่มีสาขาอยู่ที่เมืองไทย ต้นกำเนิดของร้านบูทส์ก็อยู่ที่ประเทศอังกฤษนี่แหละค่ะ แต่เดิมเป็นเพียงร้านขายยา แล้วขยายกิจการมาเรื่อยๆจนเดี๋ยวนี้เป็นร้าน consumer ขายสินค้ามากมาย ล้วนแต่เป็นของจำเป็นต้องใช้ภายในบ้านทั้งนั้น ตอนที่ไปสมัครงานเขาบอกว่าจะให้เป็น Customer Assistant มีหน้าที่นั่งเก็บเงินที่ till หรือเครื่องเก็บเงินน่ะค่ะ พูดง่ายๆภาษาคนไทยที่เข้าใจกันก็คือเป็นแคชเชียร์ (cashier) นั่นเอง ช่วงแรกๆเขาก็ให้ทำนะคะ นั่งที่เครื่องเก็บเงินทั้งวัน พอทำไปได้สัก ๒ อาทิตย์เขาก็มาบอกว่าต้องสลับนะ คือต้องนั่งเก็บเงินด้วย และช่วยที่ floor shop ด้วย คือคอยดูแลลูกค้า จัดของ หาของให้ลูกค้า เช็คสต็อก ทำทุกอย่างแหละค่ะ ตอนนั้นเริ่มตะหงิดๆหน่อยๆแล้วว่าตอนที่จ้างเราไม่ได้บอกนี่ว่าต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย แต่ใจก็คิดว่าไม่เป็นไร ถือเสียว่าเป็นประสบการณ์ของเราที่จะได้เรียนรู้งานหลายๆอย่าง แต่ทำไปทำมา งานมันหนักกว่านั้นค่ะ เพราะเราเป็นคนทำงานเร็ว พอได้ลงมือทำงานแล้วจะลืมทุกอย่าง ลูกบ้าเที่ยวล่าสุดเลยค่ะ งานหนักๆก็ทำไม่ระย่อ เวลาพัก เวลาเบรคก็ไม่ไป เพื่อนฝรั่งที่ทำงานอยู่ด้วยกันก็เริ่มออกลาย คอยฝากงานตอนพวกเขาไปเบรค ให้ช่วยดู คือทุกคนจะได้รับอนุญาตให้พักเบรค ๒ ช่วงๆละ ๑๕ นาทีนะคะ เช้าครั้งหนึ่ง และบ่ายอีกครั้งหนึ่ง ใครจะไปตอนไหนก็ตกลงกันเอง เพราะต้องมีคนที่อยู่ชั้นล่างคอยดูแลลูกค้าด้วย คนที่จะพักก็ขึ้นไปชั้นบน เราก็จะโดนขอเป็นประจำ พอถึงเวลา ๑๐ โมงครึ่งที่เป็นเวลาของเรา อ้าว.. ไอ้คนที่ไปพักก่อนหน้านี้ยังไม่ยอมลงมาอีก พอเขาไม่ลงมา เราก็ทิ้งไปไม่ได้เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครอยู่ทำงานเลย เราก็รอไปซิ ผ่านไปครึ่งชั่วโมง นั่นหมายถึงเขาใช้เวลาพักของเขาไป ๑๕ นาที แล้วกินเวลาเราไปอีก ๑๕ นาที พอเขาลงมา เราก็จะขอตัวขึ้นไปบ้าง ไอ้คนที่รอไปพักต่อจากเราก็บอกว่าถึงเวลาที่เขาต้องไปแล้ว เราก็เอ๊ะ.. ยังไง เธอก็ต้องรอเราลงมาก่อนซิ เพราะไอ้ชุดแรกมันเลทมา ไม่ใช่ความผิดของเราซักหน่อยที่เราไปช้า เขาก็ไม่ฟังหรอกค่ะ แรกๆหมูแดงก็หยวนนะ ครั้งแรก ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม พอหลายๆครั้งเข้า เอ๊ะ.. ชักถี่ นี่มันฮั้วกันแกล้งเราหรือเปล่าหว่า ก็เลยไม่ยอม พอไม่ยอมก็เถียงกันซิทีนี้ ด่ากันเลยแหละ เราคนไทยหัวดำๆนี่แหละ ด่าฝรั่งไฟแล่บเลย ก็เป็นเรื่องซิคะ ผู้จัดการเรียกไปว่า ก็ไปด่าผู้จัดการอีก คือตอนนั้นนะมันเลือดขึ้นหน้ามากๆ โกรธมากๆ โดยเฉพาะเรารู้สึกว่าพวกฝรั่งเนี่ย เห็นเราเป็นคนเอเซียเลยไม่เห็นเรามีคุณค่าไง นึกจะโขกจะสับยังไงก็ได้ สิ่งที่เขาทำกับเรา เขาไม่ยักกะทำกับพวกฝรั่งด้วยกัน เขาไม่ได้ทรีตเราเป็นคน และมองเห็นความไม่เท่าเทียมกันชัดเจน
ตอนนั้นนะ นึกว่ายังไงคงถูกไล่ออกแน่ๆ แล้วก็ยังไม่พ้น probation หรือช่วงทดลองงาน ๓ เดือนด้วย แต่เขาก็ไม่ได้ไล่ออกนะ แค่ตัดคะแนน ให้เซ็นต์ชื่อยอมรับว่าเป็นคนหาเรื่องทะเลาะกับเพื่อน เราก็ไม่เซ็นต์หรอกเพราะไม่ยอมรับไง เราไม่ใช่คนก่อเรื่อง แต่พวกเขาเอาเปรียบเรา และขี้โกงเวลาพักเบรคของเราต่างหาก ผู้จัดการไม่กล้าไล่ออกเพราะขาดคนทำงาน เลยย้ายเราไปทำงานในห้องสโตร์แทน โอ๊ย.. คุณขา นรกชัดๆ
ร้านบูทส์ที่เมืองนี้นะคะ เป็นตึก ๔ ชั้น มีลิฟท์ขนของ ๓ ตัว แต่ทุกวันจะต้องมีตัวใดตัวหนึ่งเสีย หรือไม่ก็เสียหมดทั้ง ๓ ตัว เราต้องวิ่งขึ้นวิ่งลงบันไดเอาเองเวลาหาของให้ลูกค้า ที่อังกฤษนี่ลูกค้าใหญ่มากๆเลยค่ะ จะเอาอะไรก็ต้องหาให้ได้ ถ้าหาให้ไม่ได้ก็เป็นเรื่องค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของที่โฆษณาไว้ ไม่ว่าลูกค้าจะไปเห็นโฆษณาที่ไหนมา ถ้าเป็นของร้านบูทส์แล้วเขาต้องการซื้อ เราต้องหาให้เขาให้ได้ค่ะ ไม่งั้นฟ้องกันแหลกราญหมดเลย ผู้จัดการจะกลัวกรณีแบบนี้มากๆ ฉะนั้น ทุกครั้งที่ลูกค้าหาของไม่เจอ เราต้องเช็คให้เขาว่ามีในสต็อกมั้ย โดยการเช็คจากเครื่องเก็บเงินนั่นแหละค่ะ มันจะมีระบบให้เช็คได้ ถ้าเครื่องบอกว่ามีเหลืออยู่ เราก็ต้องไปหยิบมาให้ลูกค้าให้ได้ และบ่อยครั้งที่ของมันไม่ได้อยู่ที่ชั้นวางขาย เราก็ต้องวิ่งขึ้นไปหาที่ห้องสโตร์ให้ แล้วถ้าลิฟท์เสียนะคุณเอ๊ย.. วิ่งขึ้นบันไดไปอีก ๓ ชั้นค่ะ ไม่ได้ขึ้นง่ายๆนะ ต้องมีบัตร มีรหัสกดผ่าน กว่าจะไปได้ก็เกือบกระอักเลือดนั่นแหละค่ะ เพราะต้องหาให้ได้โดยเร็วที่สุด การหาของในสโตร์เหมือนงมเข็มในมหาสมุทรเลยค่ะ เพราะพวกฝรั่งนี่ชุ่ยสุดๆ ไม่เคยเอาของเก็บเข้าที่เข้าทางกันเลย ผ้าอ้อมที่ควรจะหาเจอที่ชั้นผ้าอ้อม อาจจะไปอยู่รวมกับผ้าอนามัยได้ ยิ่งของชิ้นเล็กเท่าไหร่ ก็ยิ่งหาได้ยากเท่านั้น
ห้องสโตร์ที่นี่นะคะ เขาใช้ชั้นเหล็กธรรมดาๆนี่แหละ คงพอนึกภาพกันออก แต่ซ้อนกันประมาณ ๕ ชั้น การเอาของขึ้นไปเก็บ กับการยกของลงมาคือฝันร้ายที่ไม่มีใครอยากเจอ บริษัทก็ใหญ่โต แต่ไม่มีบันไดให้ใช้นะคะ แล้วคิดดู หุ่นเตี้ยล่ำอย่างหมูแดงเนี่ย อย่างดีก็ตะกายได้แค่ชั้น ๓ ถ้าของวางอยู่ที่ชั้น ๔ หรือชั้น ๕ ก็ไม่มีทางจะหยิบถึงได้ นอกจากการปีน มีครั้งหนึ่ง ต้องปีนขึ้นไปเอากล่องทิชชูบนชั้น ๕ นึกสภาพนะคะ ไม่ใช่ทิชชูกล่องเล็กๆที่เราซื้อมาใช้ แต่เป็นกล่องที่ใส่ทิชชูประมาณ ๑๐๐ กล่องอยู่ในนั้น มันจะมโหฬารและหนักขนาดไหน แล้วหมูแดงพลาดค่ะ กล่องใหญ่ๆนั่นตกลงมาใส่หัวหมูแดง ถึงทรุดเลยนะคะ มึนมาก ดาวขึ้นมาเต็มท้องฟ้าเลย นั่งอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ นึกว่าคอหักซะแล้ว เจ็บมากๆ ถึงกับน้ำตาร่วงเลยนะ เจ็บจริงๆ โทรศัพท์ก็ดังกริ๊งกร๊างมาตาม แต่ไม่ไหวค่ะ ลุกไม่ขึ้นเลย ผู้จัดการจอมโหดมาว่าอีกว่าหาของช้า ไม่ว่าจะอธิบายยังไงว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็ไม่ฟังค่ะ แทนที่จะพาเราไปหาหมอ กลับมาหาว่าเป็นความผิดของเรา อยากกระโดดถีบหน้าผู้จัดการมากๆเลยตอนนั้น
<div align="center"><img src='http://i27.photobucket.com/albums/c166/Moodaeng/Web%20Icon/ICON054.gif' border='0' alt='user posted image' /><span style='color:#CC66CC'> น้ำใจใสพิสุทธิ์ แด่เพื่อนมนุษย์ร่วมโลก เอาความรักกลบความทุกข์โศก เพื่อโลกนี้สดใส ขอเชิญชวนเพื่อนพ้อง เปลี่ยนทำนองเสียงร้องไห้ เป็นเสียงเพลงบรรเลงน้ำใจ แบ่งปันความรักให้ซึ่งกันและกัน</span><br><font size=3 color=#FF0059><b>บริการโอนเงินกลับประเทศไทย ในอัตราค่าบริการเพียงร้อยละ ๓ บาท รับได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน สนใจใช้บริการ <a href="http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?showtopic=43345">ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ</a></font><br><font size=3 color=#339900>ติดต่อด่วนโทรมาได้ตลอดเวลานะคะ ๐๘๙-๕๓๓๑๙๕๔ ยินดีให้บริการค่ะ</font></b></div>