ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

มีใครอยู่เมืองนอกแล้วทำงานกันบ้างคะ

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย หมูแดง » อังคาร ก.พ. 21, 2006 9:26 pm

มาแล้วจ้า.. เล่าได้วันละนิดละหน่อย นี่ขนาดเป็นคนพิมพ์ได้เร็วแล้วนะ แต่กว่าจะได้ลงมือพิมพ์นี่ซิ มันเหนื่อยอ่ะ ตอนนี้ทำโอทีนรกทุกวันเลย ถึงบ้านปุ๊บ น็อคปั๊บ เรื่องนี้อ่ะมันเป็นเรื่องยาว ๖ ปีจบ ฉะนั้น อยากฟังก็ต้องใจเย็นๆ ฟังไปวันละนิดละหน่อย อิ.. อิ.. EM101

วันนั้นตกลงไม่ได้ถีบผู้จัดการหรอกค่ะ ทั้งๆที่อยากถีบจะแย่ อีตานี่พูดจาหมาเมินจริงๆ เป็นฝรั่งปากหมาที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย วันนั้นทะเลาะกันแรงมาก แกก็โมโหที่เราเถียง เราก็โมโหที่แกพูดจาไม่ดี แถมขี้เก๊ก ทำมาข่มเรา ทะเลาะกันแรงถึงขั้นลุกขึ้นตบโต๊ะเลยเชียวนะ แกบอกว่าจะไม่ให้ผ่านโปร เราก็ว่าไม่เห็นจะแคร์ ออกเป็นออก แต่เราจะไปแจ้งความด้วยเพราะเขาทำผิดกฏหมาย ไม่ยอมให้เราพักเบรค แล้วก็ละเมิดเรื่อง health and safety ในที่ทำงาน วางของบนชั้นสูงๆ บันไดให้ปีนหยิบก็ไม่มี ลิฟท์ก็เสียทุกวัน ต้องให้เราวิ่งขึ้นวิ่งลง ทำงานเกินเวลาไม่จ่ายค่าแรงอีก คือเวลาโมโหนะ มันขุดเรื่องมาด่าได้เยอะ อีตาผู้จัดการก็นั่งลงหมดแรง ถามว่าจะแจ้งความจริงๆเหรอ เราก็บอกว่าจริง เพราะเขาไม่แคร์เรา เราก็ต้องไม่แคร์เขาเหมือนกัน แถมทำผิดสัญญา บอกว่าจะให้เรานั่งทิล กลับให้เราไปขนของในสโตร์ หาของ จัดของบนชั้น ในที่สุดวันนั้นผู้จัดการเอ่ยปากขอโทษ แล้วบอกว่าจะให้กลับไปนั่งทิลเก็บเงินเหมือนเดิม แต่เพราะคนขาด เลยขอให้ทำ ๒ อย่างสลับกัน หลังจากวันนั้นมานะ สังเกตว่าพวกฝรั่งที่ที่ทำงานไม่กล้าเอาเปรียบเวลาพักเราอีก ใจจริงแล้วเราไม่อยากไปพักหรอก เพราะตั้งแต่ทำงานมาก็ไม่เคยต้องพักเบรคดื่มกาแฟกับเขาสักครั้งเดียว แต่เพราะไม่อยากให้ใครมาเอาเปรียบไง ทุกๆ ๑๐ โมงครึ่ง เราเลยเดินหนีออกไปพักเลย ไม่สนใจว่าใครจะอยู่หน้าร้านหรือเปล่า แรกๆผู้จัดการก็ว่านะ แต่เราก็เถียงว่า คนที่สมควรถูกว่าก็คือคนที่ใช้เวลาพักเกินเวลาต่างหาก ไม่ใช่เรา ในเมื่อเขาไม่เคารพกติกา ไม่รักษาเวลา เราก็ไม่จำเป็นต้องรักษาเช่นกัน หากทุกคนทำหน้าที่ของตัว ทำตามกฎ ก็จะไม่มีใครต้องมาเอาเปรียบใครให้เดือดร้อน ทุกคนที่นั่นเลยรู้ฤทธิ์เราว่าเราไม่ยอมคนนะ ไม่ใช่เห็นเป็นคนเอเซียแล้วจะมาข่มกันง่ายๆ

เรื่องทะเลาะกับฝรั่งนี่ มันส์จริงๆค่ะ มีครั้งหนึ่งนะ ยัยฝรั่งคนหนึ่งบอกว่าจะไปห้องน้ำ ให้เราช่วยไปนั่งที่เครื่องเก็บเงินให้หน่อย เราก็ว่ากำลังยุ่งอยู่ เพราะต้องเก็บของเข้าชั้นให้หมด ร้านก็จะปิดแล้ว เหลืออีกแค่ครึ่งชั่วโมงเอง ถ้าทำไม่เสร็จก็ไม่ได้กลับบ้าน หล่อนก็ไม่ยอม บอกว่าอยากเข้าห้องน้ำมาก จะรีบไปรีบกลับ ๑๕ นาทีผ่านไปหล่อนก็ยังไม่กลับมา ที่เครื่องเก็บเงินก็ยุ่งเสียจนเราทิ้งไม่ได้ ยิ่งร้านใกล้ปิด คนก็ยิ่งเยอะ กำลังเก็บเงินลูกค้าอยู่ ก็ได้ยินเสียงแม่ตัวดีหัวเราะคิกๆคักๆ ยืนคุยกับเพื่อนอยู่กลุ่มเบ้อเริ่มเลย โห.. ของขึ้นเลยอิชั้น งานเราก็มีต้องรีบทำ ยังต้องมาช่วย นังตัวดีกลับไปยืนหน้าระรื่นคุยกัน ไม่ยอมทำงาน ยัยคนนี้ชอบทำนิสัยแบบนี้หลายครั้งแล้ว ครั้งนี้เลยฟิวส์ขาด ปิดเครื่องเก็บเงินแล้วเดินไปว่าเขาตรงนั้นเลย ลูกค้าก็ยืนอยู่เยอะ เพื่อนร่วมงานที่ยืนคุยกันอยู่อีกหลายคน วงแตกเลย ยัยนั่นร้องไห้กระซิกๆวิ่งหนีไป อีกพักหนึ่งผู้จัดการก็ให้คนมาเรียกเข้าห้อง เห็นยัยตัวดียืนร้องไห้อยู่ อีตาผู้จัดการบ้าจี้ก็ไม่ฟัง ไม่ถามอะไรทั้งนั้น พอเห็นหน้าเราก็ว่าเอาๆ โหย.. เป็นไงเป็นกันซิวะงานนี้ ทะเลาะกันอีก แต่ก็ไม่โดนไล่ออกนะ วันรุ่งขึ้นก็กลับมาทำงานเหมือนเดิม ยัยแสบนั่นถูกย้ายไปทำแผนกอื่น เราก็ถูกย้ายไปทำงานให้ห้อง admin ชั้นบน ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใคร วันๆนั่งอยู่กับคอมพิวเตอร์ แล้วก็นับเงิน เอาเงินเข้าแบงค์ สบายใจเฉิบ

ทำงานที่ร้านบูทส์ได้เกือบ ๖ เดือน ประมาณ ๒ สัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นปี ฝ่ายบุคคลที่บริษัทที่ลุงเด๋อทำงานอยู่ก็โทรมาตามว่าสนใจจะทำงานมั้ย บริษัทนี้เป็นบริษัทแรกที่หมูแดงไปทำงานมาก่อนหน้านี้แล้วเบื่อที่ไม่มีอะไรทำเลยลาออกมาไงคะ เขาโทรมาตามบอกว่าต้องการพนักงานชั่วคราว ๖ คน ไปทำงานเกี่ยวกับฐานข้อมูลของลูกค้าที่อีกออฟฟิศหนึ่ง เป็นออฟฟิศเล็กๆ แต่มีรถรับส่งเข้าเมืองทุกวัน ไม่ต้องลังเลเลยค่ะ ทันทีที่เขาโทรมาก็ตอบตกลงไปเลยทันที เขาก็บอกว่างั้นเริ่มงานตอนปีใหม่เลยนะ เราก็บอกว่าได้ แล้วก็เลยไปพิมพ์จดหมายลาออก ผู้จัดการคงดีใจจนเนื้อเต้นแหละที่นังแสบลาออกไปเสียได้ เลยรีบเซ็นต์อนุมัติให้ แต่ก็บอกว่าถ้าอยากกลับมาทำงานอีกก็มาได้นะ ยินดีต้อนรับ เราเลยบอกว่าไม่กลับมาแน่ ถึงตกงาน ก็จะไม่มีวันกลับมาทำงานที่นี่แน่นอน ไม่ชอบคนไม่รักษาสัจจะ บอกว่าจะให้ทำอย่างหนึ่ง มาแล้วก็ให้ทำอีกอย่างหนึ่ง แกก็ยิ้มเจื่อนๆ

แต่ก็มีเรื่องให้ใจหายใจคว่ำเหมือนกันนะ หลังจากที่ลาออกได้ ๑ อาทิตย์ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลก็ฝากบอกมากับลุงเด๋อว่าได้คนครบแล้ว ไม่เอาเราแล้วละ อ้าว.. ไหงยังงั้นล่ะ ลูกน้องบอกว่ารับเราทำงาน ผู้จัดการดันมาบอกไม่เอาซะยังงั้น แถมเราลาออกจากงานเก่าแล้วด้วย คืนนั้นพอลุงเด๋อบอก เราก็เลยพิมพ์จดหมายไปถึงเขา ถามเขาให้แน่ใจว่าไม่รับเราทำงานจริงเหรอ แล้วเหตุผลคืออะไร ผู้ช่วยคุณเป็นคนบอกรับเรานะ คอนเฟิร์มวันทำงานกันเรียบร้อย ถึงแม้จะเป็นการตกลงกันด้วยวาจา ตกลงกันทางโทรศัพท์ก็ตาม แล้วเราลาออกจากงานเก่าแล้วนะ จะให้ทำยังไง ให้เขาตอบมาเป็นลายลักษณ์อักษร วันรุ่งขึ้นเขาก็ส่งจดหมายมาขอโทษบอกว่าเข้าใจผิดกัน แล้วก็ยืนยันว่าให้ไปทำงานได้ บอกวันนัด บอกรายละเอียดมา เฮ้อ.. โล่งอกไปที งานใหม่ที่จะทำเป็นอะไรก็ยังไม่รู้ชัด แต่คิดว่ายังไงก็ดีกว่างานที่ร้านนรกนี่แน่ๆ ชอบหรือไม่ชอบเดี๋ยวไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า
<div align="center"><img src='http://i27.photobucket.com/albums/c166/Moodaeng/Web%20Icon/ICON054.gif' border='0' alt='user posted image' /><span style='color:#CC66CC'> น้ำใจใสพิสุทธิ์ แด่เพื่อนมนุษย์ร่วมโลก เอาความรักกลบความทุกข์โศก เพื่อโลกนี้สดใส ขอเชิญชวนเพื่อนพ้อง เปลี่ยนทำนองเสียงร้องไห้ เป็นเสียงเพลงบรรเลงน้ำใจ แบ่งปันความรักให้ซึ่งกันและกัน</span><br><font size=3 color=#FF0059><b>บริการโอนเงินกลับประเทศไทย ในอัตราค่าบริการเพียงร้อยละ ๓ บาท รับได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน สนใจใช้บริการ <a href="http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?showtopic=43345">ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ</a></font><br><font size=3 color=#339900>ติดต่อด่วนโทรมาได้ตลอดเวลานะคะ ๐๘๙-๕๓๓๑๙๕๔ ยินดีให้บริการค่ะ</font></b></div>
ภาพประจำตัวสมาชิก
หมูแดง
แม่ไข่คาร์เวียร์
 
โพสต์: 6836
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ธ.ค. 24, 2005 11:24 am
ที่อยู่: England

โพสต์โดย ศุภนิตา » อังคาร ก.พ. 21, 2006 10:31 pm

เข้ามาแสดงความคิดเห็นอีกคนคะ ส่วนตัวมี่เองไม่ได้ทำงานเป็นกิจลักษณะ แต่ที่ทำอยู่คืองานยามว่างจากการเลี้ยงลูก ช่วงนี้คือเลี้ยงคนเล็กอยู่ พอลูกคนเล็กอายุได้สามขวบ กะว่าจะไปเรียนให้จบแล้วค่อยทำงานเป็นกิจลักษณะคือทำเป็นอย่างๆเสียก่อนนะคะ งานยามว่างจากการเลี้ยงลูกที่ว่าคือ การนวด มีทั้งนวดไทย นวดสปา อโรมาเทอราปี และนวดเท้าคะ และบริการอบตัว สำหรับแม่ลูกอ่อนที่เพิ่งคลอด และอยากหุ่นสวยและมดลูกเข้าอู่เร็ว ตู้อบและสมุนไพรนี้ได้มาจากความกรุณาของพ่อ กับ แม่ เมื่อช่วงที่ท่านมาเยี่ยมมี่ในปี2004 คลอดลูกคนเล็ก พอตัวเองเลิกใช้ก็นำมาทำให้เกิดประโยชน์ ได้มีอะไรทำเล็กๆน้อยๆ ได้ค่าขนมให้ลูกสองคนด้วย แต่เน้นว่าทำเฉพาะหลังจากที่สามีเลิกงานมาแล้ว และเลี้ยงลูกให้เท่านั้นคะ ความรู้เรื่องการนวดนี้เพิ่งไปเรียนมาช่วงที่พาลูกๆไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่เมืองไทย เมื่อเดือนเมษายนปี2005 เองคะ ไปอยู่สามเดือนเลยไม่อยากอยู่เฉยได้ความรู้ติดตัวมาด้วย ฝันอยากเรียนต่อเกี่ยวกับพวกการรักษาใบหน้าและมีร้านครบวงจรเกี่ยวกับเรื่องความสวยความงามและการพักคลายอยู่คะ ที่พูดมาทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวกับสายที่มี่จบมาหรอกคะ มี่จบการบริหารการบัญชีมา แต่หัวมันให้ขี้เลื่อยเข้าไปอยู่แล้วเพราะไม่ใช้มันมานาน และไม่ชอบด้วย อย่ างว่าและคะทำอะไรก็ได้ที่ใจมันรักจะทำแล้วงานจะออกมาดี ขอให้คุณได้งานทำเร็วนะคะ EM198
ใครจะนินทาว่าร้ายก็ช่างเขาเถอะ เรามีปากเอาไว้กินข้าว ไม่ชอบเอาไปเห่าเหมือนหมา คนที่เราเคารพคือพ่อกับแม่ คนไม่ชอบเรามันไม่ใช่เทวดา ปล่อยมันไปเถิดหนาอย่าสนใจ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ศุภนิตา
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 2
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 16, 2006 12:57 pm

โพสต์โดย บีอาหย่อย » อังคาร ก.พ. 21, 2006 10:50 pm

อย่างไรก็ตาม เป็นกำลังใจให้ได้งานไวไวนะคะ จริงจริงแล้วงานหาได้ไม่ยากเลยถ้าเราไม่เลือกงาน แต่อย่างที่ความเห็นนึงเขียนมา อย่าปล่อยให้เวลาผ่านเลยไปเลย ถึงแม้แฟนของคุณอาจจะทำงานหาเงินได้เยอะอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เสียหายอะไรที่เราจะทำงานด้วย ได้เงินมาก็เงินของเรา จะซื้อของจะทำอะไรได้ตามสบาย แต่ว่าพูดถึงถ้าถึงเวลาอยากซื้ออะไรขึ้นมาก็ไม่ซื้อหรอก มีแต่เก็บ เก็บ เก็บ เพราะเสียดายเงิน หิหิ ตัวเองเป็นบ่อยมาก ทำงานช่วงแรกแรกดีใจมากได้เงินมากมาย อยากซื้อนู่นซื้อนี่ ไปเอาแคตตาล็อครถมาดูด้วยน้า เอามาหมดเลย รถแพงแพงทั้งหลาย แต่สุดท้ายก็มาลงเอยที่โตโยต้าคันค่อนข้างเก่ามือสอง จ่ายไปเงินสดสามพันกว่าเหรียญ เพราะคิดว่าจะจ่ายดอกเบี้ยเพื่ออะไรกัน โดนคนแซวด้วย "Where's your Volvo?? BMW?? What!!" แต่ว่ายังไงก็ตาม การสมัครงานของตัวเองคือ หาจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นนั่นแหล่ะค่ะ เลือกเอาเลยอยากทำอะไร แล้วก็ไปสมัครให้หมด แล้วก็งานบางอย่างที่เราอยากทำที่ไม่ได้ลงประกาศรับสมัครไว้ ก็ใจกล้าเดินเข้าไปหาเค้าเลยค่ะ แล้วก็ขอใบสมัครงานมากรอกเลย ไม่ยากเย็นอะไร ขอให้ได้งานไวไวแล้วกันนะคะ คำแนะนำอันนี้เบสิคที่สุดแล้วน่ะค่ะ รับรองได้งานชัวร์ค่ะ

ตุ๊ด ตุ๊ด ถึงพี่หมูแดง อยากอ่านข้อความที่พี่เขียนไว้จัง เห็นมีแต่คนบอกว่าสนุก เข้ามารอตอนต่อไปกันเป็นแถวเลย แต่ข้อความยาวจังค่ะ ไว้จะมาอ่านทีหลังดีก่า
บีอาหย่อย
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 8
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 20, 2006 2:50 pm

โพสต์โดย ผ้าไหมไทย » พุธ ก.พ. 22, 2006 12:07 am

ตอนอยู่เมืองไทย เป็นเลขาผู้บริหาร บริษัทไฟแนนซ์คะ พอบริษัทล้ม ตอนช่วงฟองสบู่ ก็ได้ไปเรียนภาษาเพิ่มเติม และทำงาน ที่ New Zealand คะ ไปได้ 6 เดือน พ่อบ้าน ตอนนั้นเป็นคู่หมั้นกันอยู่ กลัวเราจะเปลี่ยนใจ เลยขอแต่งงาน ก็เลยต้องกลับมาแต่งงาน และมาอยู่ USA คะ

มาช่วงแรกๆ ก็ยังไม่ได้ทำงานคะ ต้องรอเอกสาร work permit และ SSN ก่อน เบื่อมากคะอยู่บ้านทั้งวัน ไม่ได้ไปไหน รถก็ยังขับไม่ได้เพราะไม่มีใบขับขี่ แล่นเนตทั้งวัน จนในที่สุดก็ได้เอกสารมา ก็เริ่มหางานซิคะ เมื่องที่อยู่เป็นเมืองเล็กๆคะ ห่างจากเมืองหลวง 45 ไมล์ พ่อบ้านทำงานในเมืองตอนนี้ ต้องขับรถไปกลับทุกวัน

หางานไม่ได้เลยคะ สมัครเกือบทุกที่ งานหายากมาก เพราะเป็นเมืองเล็ก ไปสมุ้ครไม่มีใครเรียกเลย จนพ่อบ้านพาไปบริษัทจัดหางาน เราก็ไปทดสอบ พวกภาษา และคำนวณคะ ภาษาได้เกือบเต็ม ส่วนคำนวณได้เต็ม คะ แต่เค้าบอกเราว่า ให้เรา ไปฝึกพูดให้ภาษาให้คล่องก่อน แล้วเค้าจะให้งาน แล้วไอ้ที่เรียกเราไปสัมภาษณ์ ตั้ง 2 หน เค้าฟังเราไม่ออกเลยหรือ โมโหคะ อย่างงี้เค้าเรียกกีดกันผิวหรือเปล่า หนอ.....

ในที่สุด เพื่อนของพ่อบ้านก็ฝากงานให้ เ ป็นร้านขายของเบ็ดเตล็ด ขายพวก เสื้อผ้า วิกผม ผมที่เค้าซื้อไปต่อ ทำทรงต่างๆ ที่คนผิวดำเค้าทำกันนะคะ เจ้าของเป็นคนเกาหลีคะ แต่งงานกับคนผิวดำ ใจดีทั้งคู่ (คิดว่าเธอรับเราเพราะเป็นคนเอเชียเหมือนกัน อันนี้คิดเอาเองนะ) ทำทุกอย่าง ยกเว้นสั่งสินค้า กับทำความสะอาดคะ เพราะโทรสั่งของไม่เป็นเพราะพูดภาษาเกาหลีไม่ได้ มีเด็กแม็กซิกัน เป็นคนทำความสะอาด เราเป็นทั้งแคชเชียร จัดสินค้า เช็คสต๊อก จัดดอกไม้ตามสั่ง และที่สำคัญที่สุด จับขโมยคะ จับได้เกือบทุกวัน

เราเป็นที่ชื่นอบของเจ้าของร้านมาก เธอแสนใจดี ตอนกลางวันเธอกินอะไร เราก็กินอันนั้น เธอชอบทำอาหารเกาหลีให้ทานเกือบทุกวัน เราเรียนรู้อาหารเกาหลีจากเธอที่นี่ มีความสุขมากช่วงนั้น แต่ก็กลัวพวกหัวขโมยที่เราจับได้ เอาปืมายิง เป็นที่กังวลของพ่อบ้านมาก ต้องตัดสินใจลาออก เพราะกลัวตายก่อนเวลา

ช่วงนั้นพ่อบ้านได้งานใหม่ อีกรัฐหนึ่ง เราก็เลยตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้า ทิ้งบ้านไว้ให้ พ่อสามี กับน้องชายที่ไม่แต่งงาน ช่วยดูแล เพราะอยู่บริเวณเดียวกัน พอย้ายมาอยู่รัฐใหม่ สมัครงาน ไปแค่ 2 อาทิตย์ เค้าก็เรียกตัว ดีใจที่สุด เพราะคิดว่า คนที่นี้เค้าให้โอกาส มากกว่าเราอยู่รัฐเก่า

งานแรกเป็น sale ของ วิกติเรีย ซีเคส เขียนถูกหรือเปล่าไม่รู้ ขายชุดชั้นใน เราได้ฟรีตลอด แต่เป็นรุ่นๆนะ เวลาซื้อก็ได้ส่วนลดของพนักงาน แต่เราว่า ชุดชั้นในเมืองไทยสวยกว่าตั้งเยอะ

ทำมาเกือบ 3 เดือน บริษัทใหม่ก็เรียกตัวอีก เราก็ไปสัมภาษณ์ ได้เป็น Bookeepper ได้เงินเยอะกว่าตั้งหลายเหรียญ เราก็เลยลาออก ไปทำงานใหม่ งานใหม่สนุกดี วันๆ ดูแต่บิล อยู่ในห้องทำงานคนเดียว ไม่วุ่นวายกับใคร ทำเกือบ 9 เดือน เจ้านายใจดีลาออก ทางบริษัทแม่ ส่งผู้จัดการมาใหม่ นิสัยไม่ดี ตัดชั่วโมงเราเลือกวันละ 3 ช.ม จากเราทำวันละ 8 ช.ม เสาร์-อาทิตย์หยุด อันนี้เค้าเรียกว่าการไล่เราออกทางอ้อม ช่วงนั้นเราก็ไปหาสมัครงานทิ้งไว้เหมือนกัน จนในที่สุดที่ทำงานใหม่เรียกตัว เราก็โทรมาลาออก

งานใหม่เป็นร้านอาหารฝรั่ง เราบอกตัวเองว่าชาตินี้จะไม่ทำงานร้านอาหารอีก เพราะทำอาหารขายกับแม่มาตั้งแต่ เด็กๆ เบื่อมาก ไปไหนไม่ได้เลย ต้องช่วยแม่ทำกับข้าวขายหน้าบ้าน เพราะไม่ทำก็ไม่มีเงินไปโรงเรียน เงินเดือนราชการของแม่ ไม่ต้องพูดถึง เดือนๆ แม่แถบไม่เห็นเงินเดือนตัวเอง เพราะค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมทั่งลูก ตั้ง 4 คน กำลังเรียนทั้งนั้น แต่ก็ต้องติดสินใจทำ เพราะต้องการออกจากงานเก่า

รัฐนี้เป็นรัฐ ที่เราชอบมากในความเห็นส่วนตัวเรานะ เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี มีอะไรให้เรียนเยอะมาก ฟรี วาดรูป คอมพิวเตอร์ โยคะ สเก็ตน้ำแข็งเห็นเด็กๆ เค้าเรียนกัน เทวันโด ว่ายน้ำ พวกศิลปะ ต่างๆ ฟรีคะ หรือเสียค่า Free เล็กน้อย เราลงเรียนภาษา อังกฤษ ESL กับภาษาสแปนนิส สนุกมาก เพราะที่นี้หาคนผิวดำไม่ค่อยมี มีแต่แม็กซิกัน

ลืมเล่าตอนไปสัมภาษณ์ รองผู้จัดการสัมภาษณ์เราคะ เราสมัคร ตำแหน่ง แคชเชียร์ แต่ท่านรองผู้จัดการบอกเราว่า ให้เราทำความสะอาดร้านตอนกลางคืน (เพิ่งทราบตอนหลังว่า ท่านรองท่านนี้ ท่านมาจากรัฐเดียวกับเรา ก่อนเราย้ายมา) เราคิดในใจ อะไรวะ สมัครตำแหน่งนี้ ดันให้เราไปทำความสะอาดร้าน ตอนกลางคืน พ่อบ้านเรา คงไม่ยอมแน่เลย ไม่ได้ดูถูกงานนะคะ แต่ทำไมเค้าดูผิดเราขนาดนี้ เราส่ง Resume แนบไปกับพใบสมัคร ท่านไม่อ่านเลย ก็เลยตอบท่านรองไปว่า I want you read my resume before you hire me . แล้วก็ลุกเดินออกมาเลย คิดในใจว่าคงไม่ได้งานแล้ว

พอถึงบ้านเปิด ไม่ถึง 5 นาที ไอ้ท่านรอง ก็โทรมาให้เราไปคุยอีกพรุ่งนี้ ตอนแรกเราจะไม่ไปนะคะ แต่อยากรู้ว่า ว่า ท่านรองจะให้ทำอะไรอีก ตัดสินใจว่า ยังไงก็ไม่ทำร้านนี้เด็ดขาย พอวันรุ่งขึ้นเราก็ไปตามเวลานัด แต่ที่นี้ไปเจอ GM สัมภาษณ์เรา ก็คุยกันพอสมควร จนในที่สุดเราก็ตกลงทำงาน แต่เป็น cook และทำ เบอเกอรี่ ทำสลัด ทำนองนั้น อันนี้ของหมูๆคะ เพราะประสบการณ์เพียบตอนเป็นเด็ก ทำกับแม่มาไม่กลัว แต่ก็ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่เพิ่มเติม เพราะเรามีพื้นฐาน ไปเรียนเบอเกอรี่ เรียนทำอาหารมา ดีใจกลับถึงบ้านเล่าให้พ่อบ้านฟัง เค้าก็ดีใจ ทำมาให้เกือบ 3 ปีแล้วคะ ตอนนี้ได้เป็นหัวหน้าดูแลในครัวแล้วคะ ภูมิใจคะ เป็นคนเอเซียคนเดียวในนั้น วันๆ ต้องพูด 2 ภาษา อังกฤษ กับ สแปนนิสคะ สิ่งที่ภูมิใจอีกอย่างหนึ่ง ได้เป็น เป็นพนักดีเด่น 2 ปีซ้อนแล้วคะ นึกถึงคำสอนแม่ตลอดคะ ว่า ขยันแล้วไม่อดตาย ยังมีเรื่องสนุกๆ จากที่ทำงานอีกมากมายคะ เอาไว้ว่างๆ จะมาเล่าให้ฟังคะ ทั้งตลก ทั้งอยากจะร้องไห้
ภาพประจำตัวสมาชิก
ผ้าไหมไทย
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 3
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.พ. 21, 2006 4:55 pm

โพสต์โดย moonshine » พุธ ก.พ. 22, 2006 6:07 am

Koon Moodaeng When are you going to come back. to tell us again. I like your job biography.sound like you have a lot of experience it is fun. EM256
ภาพประจำตัวสมาชิก
moonshine
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 5
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.พ. 11, 2006 9:14 pm

โพสต์โดย อ้อย จ้า » พุธ ก.พ. 22, 2006 10:19 am

EM010สุดยอดค่ะพี่หมูแดงอ่านของพี่แล้วมันส์อย่าบอกใครค่ะอิอิอิไอ้พวกฝรั่งเฮงซวยพวกนี้มันต้องเจอคนอย่างพี่หมูแดงค่ะมันถึงจะรู้สึกสะจาย.......มากๆเลยค่ะอ้อยก็เคยโดนเอาเปรีบยตอนที่ทำงานเสริฟที่โรงแรมน่ะค่ะให้เราออกไปเสริฟแต่ข้างนอกพวกฝรั่งมันอยู่แต่ข้างในจนเจ้าของโรงแรมเขาว่าเอานะแบบที่โรงแรมจะมีสวนให้นั่งทานอาหารหน้าร้อนได้น่ะค่ะเดินวันๆหนึ่งไม่รู้กี่สิบกิโลถ้าเอาต่อๆกันน่ะเดินจนขาลากแล้วไหนจะแบกถาดอาหารอีกมันหนักมากกกกกกกเลยแหละพวกฝรั่งเขาเห็นเราหัวดำก็จะเอาเปรียบเราตลอดแหละมันก็ต้องมีเถียงกันบ้างทะเลาะกันอย่าไปยอมมันนั่นแหละดีที่สุดไม่งั้นมันก็เอาเปรียบเราไม่เลิก
สุดมือสอย..ก็ปล่อยมันไป๊ๆๆๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
อ้อย จ้า
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 544
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.พ. 14, 2006 3:48 pm

โพสต์โดย หมูแดง » พุธ ก.พ. 22, 2006 8:49 pm

เล่าไปเล่ามาชักหวั่นๆว่าจะมีใครเข้าใจผิดว่าเราเป็นคนเกเรหรือเปล่า ไม่ใช่นะคะ ขอแก้ข่าวก่อน แต่เป็นคนไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบน่ะค่ะ ไม่ยอมถูกรังแก ไม่ยอมถูกใส่ร้ายป้ายสี เรื่องทำงานนี่เป็นหัวใจของหมูแดงเลยนะ จะไม่ยอมให้พลาดเด็ดขาด หมายถึงพลาดโดยความไม่เอาใจใส่นะคะ คือจะไม่ยอมทำอะไรลวกๆ ถ้าจะต้องเสียเวลาทำนานหน่อย หรือต้องอยู่เลยเวลาทำงาน ทำฟรี ก็ยอมทำด้วยความเต็มใจและมีความสุขค่ะ แต่ถ้าพลาดเพราะความไม่รู้ หรือเหตุสุดวิสัยอื่นอันนี้ก็รับได้ค่ะ ถือว่าเป็นบทเรียน

แต่เพราะด้วยนิสัยใจร้อน แล้วไม่ยอมคนนี่แหละ ทำงานที่ไหนมีอันต้องมีเรื่องทะเลาะกับเขาไปทุกที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวโตๆในออฟฟิศทั้งหลาย เคยทะเลาะกับเจ้านายซึ่งเป็น Senior Vice President ถึงขนาดเดินออกมาปิดประตูใส่หน้าเขาดังปังเลย เรียกว่าได้ยินกันทั้งออฟฟิศ อีกครั้งยั๊วะเจ้านายฝรั่งมาก นายเดินไปประชุม นังเลขาฯส่งอีเมลล์ลาออกแล้วขึ้นรถบัสกลับบ้านเลย เจ้านายต้องตามมาง้อถึงคอนโดฯ โอ๊ย.. มันส์ค่ะ คดีเยอะจริงๆ เอาไว้เล่าให้ฟังวันหลังละกันนะ ตอนนี้ขอนินทาฝรั่งก่อน

แล้วในที่สุดนะคะ ก็ได้ออกมาจากร้านบูทส์หลังจากทำงานไปได้ ๖ เดือนเต็ม ลาออกมาตอนสิ้นปีพอดี ได้หยุดพักปีใหม่ ๒ วันแล้วก็ต้องไปเริ่มงานใหม่ที่บริษัทซาก้า ก็บริษัทที่ทำงานอยู่ในปัจจุบันนี้แหละค่ะ วันแรกที่เข้าไปทำงานในตำแหน่ง Clerk หรือเสมียนนั่นเอง เป็นพนักงานชั่วคราวนะคะ วันนั้นมีไปทั้งหมด ๖ คน มีหัวหน้าแผนกอยู่ ๓ คนมารออยู่ เขาต้องการพนักงานกันแผนกละ ๒ คนค่ะ หลังจากฟังสรุปย่อๆแล้ว หัวหน้าแผนกแต่ละคนก็มาเลือกว่าจะเอาใครไปทำงานด้วย เชื่อมั้ยคะ วันนั้นไม่มีใครเลือกหมูแดงเลย หัวหน้า ๒ คนเลือกไปเสร็จแล้ว เหลืออยู่อีก ๒ คน คือหมูแดงกับฝรั่งผู้ชายอีกคนนึง เขาก็บอกว่าไม่มีทางเลือกนะเนี่ย เพราะเหลือแค่ ๒ คนสุดท้าย ไม่อยากได้ก็ต้องเอา อูยย... ฟังแล้วของขึ้นเลย แหม.. ทำงานวันแรกก็ไม่พูดจาให้กำลังใจกันบ้างเลยเชียว นึกในใจนะว่าเดี๋ยวต้องโชว์ฝีมือกันหน่อย

งานที่เราต้องไปทำเป็นแผนกแบบสอบถามค่ะ คือเขาให้ทำหน้าที่คีย์คะแนนแบบสอบถามของลูกค้าค่ะ บริษัทซาก้านี่เป็น tour operator ค่ะ เวลาลูกค้าไปเที่ยว เขาก็จะให้กรอกแบบสอบถามเพื่อประเมินการบริการ แบบสอบถามพวกนี้แหละที่จะถูกส่งกลับมาให้หมูแดงคีย์ข้อมูลเข้าไป หัวหน้าบอกว่าต้องทำให้ได้ชั่วโมงละ ๔๐ ชุดนะ ถึงจะได้เกณฑ์มาตรฐานของเขา แต่พนักงานใหม่เขาให้เวลาฝึกประมาณ ๒ อาทิตย์ ระหว่างนี้ให้ทำให้ได้ ๑๕ ชุดต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ย วันนั้นหมูแดงเห็นแบบสอบถามกองเป็นตั้งสูง ประมาณพันกว่าชุดได้มั้งคะ คือเขามัดเอาไว้เป็นมัดๆ มัดละเท่าๆกัน เลยใช้กลยุทธ์แอบคำนวณในใจคร่าวๆว่าถ้าเป็นพนักงานเก่าที่ทำจนชำนาญแล้วก็คงต้องใช้เวลาทำประมาณ ๔-๕ วัน แล้วเราล่ะ มือใหม่แบบนี้ สงสัยนานเป็นหลายอาทิตย์แน่ๆเลย แต่เอาวะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ลองดูซักตั้งก็ไม่เสียหายอะไรนี่หว่า ลองทายดูมั้ยว่าหมูแดงใช้เวลาทำกี่วัน สำหรับแบบสอบถาม ๑๒๐๐ ชุดนี่ (ทำคนเดียวนะ ไม่มีคนช่วยเลย)
<div align="center"><img src='http://i27.photobucket.com/albums/c166/Moodaeng/Web%20Icon/ICON054.gif' border='0' alt='user posted image' /><span style='color:#CC66CC'> น้ำใจใสพิสุทธิ์ แด่เพื่อนมนุษย์ร่วมโลก เอาความรักกลบความทุกข์โศก เพื่อโลกนี้สดใส ขอเชิญชวนเพื่อนพ้อง เปลี่ยนทำนองเสียงร้องไห้ เป็นเสียงเพลงบรรเลงน้ำใจ แบ่งปันความรักให้ซึ่งกันและกัน</span><br><font size=3 color=#FF0059><b>บริการโอนเงินกลับประเทศไทย ในอัตราค่าบริการเพียงร้อยละ ๓ บาท รับได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน สนใจใช้บริการ <a href="http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?showtopic=43345">ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ</a></font><br><font size=3 color=#339900>ติดต่อด่วนโทรมาได้ตลอดเวลานะคะ ๐๘๙-๕๓๓๑๙๕๔ ยินดีให้บริการค่ะ</font></b></div>
ภาพประจำตัวสมาชิก
หมูแดง
แม่ไข่คาร์เวียร์
 
โพสต์: 6836
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ธ.ค. 24, 2005 11:24 am
ที่อยู่: England

โพสต์โดย พิงค์กี้ » พุธ ก.พ. 22, 2006 8:57 pm

อ่านเรื่องพี่หมูแดงก็คอยลุ้นไปด้วย ดีแล้วล่ะคะ อยู่ต่างบ้านต่างเมือง คนพวกนี้ชอบดูถูกคนอื่น เราก็ต้องทำให้เค้าเห็นว่าเราทำได้ ไม่ได้ด้อยไปกว่าเค้า ขอทายว่า 1200 ชุด พี่หมูแดงใช้เวลา 3 วันในการทำงาน
ภาพประจำตัวสมาชิก
พิงค์กี้
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 37
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 16, 2006 6:24 pm

โพสต์โดย moonshine » พฤหัสฯ. ก.พ. 23, 2006 4:13 am

Koon moodaeng please keep continue your story.come back and tell us Flag America again your story is thrilling .sorry I have to use English.for now I can't figure it out how to type in thai when I konw I'll do that. EM127
ภาพประจำตัวสมาชิก
moonshine
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 5
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.พ. 11, 2006 9:14 pm

โพสต์โดย น้ำพริก » พฤหัสฯ. ก.พ. 23, 2006 4:22 am

อย่างพี่หมูแดง 2 วันเสร็จค่ะชัวร์
<span style='font-size:21pt;line-height:100%'><span style='color:green'>Numprik@U.S.A</span></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำพริก
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 113
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ม.ค. 15, 2006 7:34 pm

โพสต์โดย หมูแดง » พฤหัสฯ. ก.พ. 23, 2006 6:40 am

อุ๊ย.. มีคนตอบถูกด้วยแฮะ นึกว่าจะไม่มีซะอีกแน่ะ น้องนัทตอบถูกต้องแล้วค่ะ หมูแดงใช้เวลา ๒ วันในการคีย์คะแนนแบบสอบถาม ๑๒๐๐ ชุด เล่นเอางงกันทั้งออฟฟิศเลย เพราะปรกติถ้าพวกเขาทำกันชั่วโมงละ ๔๐ ชุดเนี่ย ต้องใช้เวลาทำถึง ๓๐ ชั่วโมง หรือ ๔ วันกว่าๆ แต่เราใช้เวลา ๒ วันก็เสร็จค่ะ เพราะมันเป็นงานที่ง่ายมากๆ หลับตาทำยังได้เลยถ้าใช้คีย์บอร์ดคล่องๆน่ะค่ะ สำคัญอยู่แต่ว่าจะทำกันหรือเปล่าเท่านั้นแหละ มันง่ายเสียจนหมูแดงนั่งหาวเลยค่ะ ก็อย่างที่เล่าคือเราเป็นคนไฮเปอร์มาก นั่งเฉยๆไม่ได้ งานแบบนี้มันน่าเบื่อมาก เพราะสมองไม่ได้คิดอะไรเลยค่ะ ตาก็มองอยู่แต่ที่แบบสอบถาม มือก็กดตัวเลขบนคีย์บอร์ด หมูแดงใช้คีย์บอร์ดคล่องมาก ฉะนั้น การใส่ตัวเลข ๑, ๒, ๓, ๔ มันเลยเป็นเรื่องหมูๆ ใน ๑ ชั่วโมงเนี่ย เราคีย์แบบสอบถามได้กว่า ๑๐๐ ชุดเลย หากเป็นโปรแกรมทัวร์ง่ายๆ แต่ถ้าเป็นทัวร์ที่ซับซ้อนหน่อย ไปหลายวันหน่อย ต้องพักหลายๆโรงแรม อันนี้จะใช้เวลาคีย์นานหน่อย แต่ก็ยังเยอะกว่าพวกเขาทำอยู่ดี ทำงานที่นี่ได้ ๒ วัน แบบสอบถามก็หมดค่ะ ไม่มีงานให้ทำต่ออีก เพราะแบบสอบถามไม่ได้มีเข้ามาทุกวัน บางวันมี บางวันก็ไม่มี มากบ้าง น้อยบ้าง พอมีงานเราก็ทำไป หาวไป พอเสร็จงานเราก็นั่งเฉยๆ เพราะไม่รู้จะทำอะไร หัวหน้าก็ไม่หาอะไรมาให้ทำอีก เราก็ไม่รู้จะหันไปทำอะไร ถามเขาว่ามีอะไรให้ช่วยทำอีกมั้ย ใครๆก็บอกไม่มีทั้งนั้น เขาคงเห็นเราเป็นพนักงานใหม่ เพิ่งทำงานได้แค่ ๒ วัน เลยไม่มีใครอยากให้ช่วยอะไร เพราะไม่มั่นใจว่าเราจะทำได้จริงๆไง หมูแดงเลยเซ็งมากๆเลย เริ่มรู้สึกไม่สนุกค่ะ เลยพูดกับหัวหน้าว่าขอทำงานอื่นด้วยได้ไหม ขอร้อง เราทำงานได้ทุกอย่างแหละ แล้วเราก็เป็นคนไฮเปอร์ นั่งเฉยๆไม่ได้ มันง่วงค่ะ เขาก็บอกว่าเราทำไม่ได้หรอก คือมันมีอีกงานหนึ่งต้องใช้ฐานข้อมูลลูกค้า โปรแกรมที่ใช้เรียกว่า Oscar ค่ะ เขาบอกว่าต้องใช้ experienced staffs ทำเพราะมันเสี่ยงมาก หากข้อมูลลูกค้าผิดไปก็จะยุ่ง เขาให้พนักงานที่ประสบการณ์เยอะๆทำ เราก็มอง เออ.. ท่าจะจริงแฮะ คนที่ทำมีแต่แก่ๆทั้งนั้น แต่แหม.. พอเขาพูดดูถูกเราแบบนี้ ของก็ขึ้นอีกแล้วซิ ดูถูกกันไม่เลิกเลยนะยัยคนนี้ ตั้งแต่วันแรกก็บอกว่าไม่อยากได้เรามาทำงานด้วย วันนี้ก็มาบอกว่าเราทำไม่ได้หรอก ยั๊วะมากค่ะ โกรธมากๆเลย ก็เลยแอบไปถามพนักงานคนอื่นว่าใครใหญ่ที่สุดที่ออฟฟิศนี้ เขาก็บอกว่าผู้จัดการชื่อเดฟ อยู่ชั้นบน หมูแดงเดินขึ้นไปเลยค่ะ ไปหาผู้จัดการเลย งานนี้เป็นไงเป็นกัน ยอมเสี่ยงค่ะ

ก็เข้าไปคุยกับผู้จัดการว่ามีงานอะไรให้ทำที่มันยากกว่าการคีย์ข้อมูลแบบสอบถามมั้ย เพราะเราทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง ความรู้เราก็มีเยอะ ทักษะเราก็มากมาย เค้าน่าจะใช้ประโยชน์จากเราให้คุ้มกว่าการที่ให้เรามาคีย์ข้อมูลง่ายๆแบบนี้ งานพวกนี้ ใช้แค่เด็กนักเรียนเพิ่งจบมาใหม่ทำงานก็ได้ ไม่ต้องให้เราทำหรอก วันนั้นก็เลยได้นั่งคุยกันค่ะว่าเราเคยทำอะไรมาบ้าง เขาเรียกเอาแฟ้มประวัติมาดู อ่าน CV แล้วก็ถามว่าเราจบปริญญาตรีเชียวหรือ ทำงานมาเยอะขนาดนี้เชียวหรือ เขาเองยังจบแค่ชั้นมัธยมเท่านั้นนะ ที่ออฟฟิศนี้ไม่มีใครเรียนจนจบปริญญาตรีเลยซักคนเดียว แต่ทำงานกันตั้งแต่อายุน้อยๆแล้วไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ เราบอกว่าความรู้จริงๆมันไม่สำคัญเท่าไหร่หรอก ประสบการณ์การทำงานและหัวใจสำคัญกว่า ถ้ามีแต่ความรู้แต่ไม่มีประสบการณ์มันก็พลาดได้ ทำงานไม่ได้ดี หรือถ้ามีประสบการณ์มากมาย แต่ไม่มีหัวใจสู้เลย ไม่รักการทำงาน ไม่อยากทำให้ได้ดี งานมันก็ไม่เดิน ดูอย่างงานแบบสอบถามนั่นซิ ตั้ง target ไว้ต่ำมากแค่ ๔๐ ชุด/ชั่วโมง เราเป็นพนักงานใหม่แท้ๆยังทำได้เกิน ๑๐๐ ผู้จัดการน่าจะลงไปดูว่าเขาทำงานกันยังไงบ้าง ทำกันจริงๆจังๆ หรือทำกันเล่นๆ วันนั้นเราบอกผู้จัดการว่าขอทำงานอย่างอื่นเถอะ มีอะไรที่ยากกว่านี้ ขอทำทุกอย่าง เขาก็เลยให้เราช่วยทำแบบสอบถาม ควบคู่ไปกับการทำฐานข้อมูล ก็เลยรู้สึกว่าสนุกขึ้นมาหน่อย เพราะการอัพเดทข้อมูลลูกค้านี่สนุกมากๆเลยค่ะ มีอะไรให้ทำ ให้คิด เยอะกว่าการหลับตาเอามือจิ้มคีย์บอ์ดเฉยๆ

ทำงานแบบนี้อยู่ได้ประมาณ ๑ เดือน เราก็เดินไปคุยกับผู้จัดการอีกว่าเขาสนใจที่จะรับเราเป็นพนักงานประจำมั้ย เราอยากได้งานที่มั่นคงกว่านี้ การเป็นพนักงานชั่วคราว รับค่าแรงเป็นรายชั่วโมงมันไม่ค่อยมั่นคงสำหรับเรา หากเราได้งานที่ดีกว่านี้ เราก็จะไปละนะ ทั้งๆที่เราชอบที่นี่แล้ว แต่เพราะสถานภาพเรามันไม่มั่นคงเราเลยต้องหาทางขยับขยายนะ เขาก็บอกว่ถ้าอย่างนั้นลองเขียนจดหมายไปหาฝ่ายบุคคล แล้วส่ง CV มาใหม่ เราก็ทำค่ะ บอกว่าขอสมัครเป็นพนักงานประจำแทน อีก ๓ วันหลังจากนั้น ผู้จัดการก็เรียกเราไปสัมภาษณ์แบบเป็นทางการ ตามระเบียบการรับพนักงานเป๊ะๆเลย มีการสอบข้อเขียน สอบภาคปฏิบัติ ทำแบบทดสอบทุกอย่าง ผู้จัดการบอกว่าแล้วจะแจ้งให้ทราบว่าจะได้หรือเปล่า ก็รออยู่อาทิตย์กว่าๆ เขาก็ประกาศค่ะว่าเราได้เป็นพนักงานประจำแล้ว เริ่มมีผลบังคับในเดือนหน้า สรุปคือเราทำงานที่ออฟฟิศนี้ในฐานะพนักงานชั่วคราว ๒ เดือน คือเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ พอเริ่มวันที่ ๑ มีนาคม เราก็เป็นพนักงานประจำ รับค่าแรงรายเดือนทุกๆวันที่ ๑๕ ไม่ใช่ค่าแรงรายวันรับเงินทุกวันศุกร์อีกต่อไปค่ะ แต่พอผู้จัดการแจ้งเงินเดือนใหทราบเราแทบหงายหลังเลย เพราะการเป็นพนักงานประจำนั้นได้รับเงินสุทธิน้อยกว่าตอนที่เป็นพนักงานชั่วคราวเสียอีกแน่ะ ปรกติเป็นพนักงานชั่วคราวได้ค่าแรงชั่วโมงละ ๕.๕๐ ปอนด์ วันละ ๗ ชั่วโมงก็จะได้ ๓๘.๕๐ ปอนด์/วัน หรือ ๑๙๒.๕๐/สัปดาห์ แต่พอเป็นพนักงานประจำแล้ว จะได้เงินเดือนที่ ๘๕๐๐ ปอนด์/ปี ก็เท่ากับ ๑๖๓.๔๖ ปอนด์/สัปดาห์ เงินหายไปอีก ๒๙ ปอนด์/สัปดาห์ เอ๊ะ.. นี่เราคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่เนี่ย EM135

ระหว่างที่ทำงานที่ออฟฟิศนี้ มีอะไรสนุกๆเยอะเลย เอาไว้คืนนี้จะมาเล่าให้ฟังต่อค่ะ EM140
<div align="center"><img src='http://i27.photobucket.com/albums/c166/Moodaeng/Web%20Icon/ICON054.gif' border='0' alt='user posted image' /><span style='color:#CC66CC'> น้ำใจใสพิสุทธิ์ แด่เพื่อนมนุษย์ร่วมโลก เอาความรักกลบความทุกข์โศก เพื่อโลกนี้สดใส ขอเชิญชวนเพื่อนพ้อง เปลี่ยนทำนองเสียงร้องไห้ เป็นเสียงเพลงบรรเลงน้ำใจ แบ่งปันความรักให้ซึ่งกันและกัน</span><br><font size=3 color=#FF0059><b>บริการโอนเงินกลับประเทศไทย ในอัตราค่าบริการเพียงร้อยละ ๓ บาท รับได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน สนใจใช้บริการ <a href="http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?showtopic=43345">ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ</a></font><br><font size=3 color=#339900>ติดต่อด่วนโทรมาได้ตลอดเวลานะคะ ๐๘๙-๕๓๓๑๙๕๔ ยินดีให้บริการค่ะ</font></b></div>
ภาพประจำตัวสมาชิก
หมูแดง
แม่ไข่คาร์เวียร์
 
โพสต์: 6836
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ธ.ค. 24, 2005 11:24 am
ที่อยู่: England

โพสต์โดย แอมเบอร์ » พฤหัสฯ. ก.พ. 23, 2006 8:01 am

มานั่งรอฟังเรื่องการทำงานของคุณหมูแดงนะคะ
<span style='color:red'>แม่น้อง <b>Dino</b> สุดหล่อ ครับผม</span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
แอมเบอร์
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 351
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ม.ค. 15, 2006 4:58 pm

โพสต์โดย อ้อย จ้า » พฤหัสฯ. ก.พ. 23, 2006 10:21 am

พี่หมูแดงอ้อยก้มานั่งรอนอนรออ่านอีกคนค่ะขอชมค่ะพี่หมูแดงเก่งมากๆเลยค่ะแล้วจะรออ่านตอนต่อไปนะค่ะ
สุดมือสอย..ก็ปล่อยมันไป๊ๆๆๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
อ้อย จ้า
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 544
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.พ. 14, 2006 3:48 pm

โพสต์โดย ออย » พฤหัสฯ. ก.พ. 23, 2006 2:26 pm

คุ้มค่าการรอคอยจริงๆ พี่หมูแดง
<img src='http://i69.photobucket.com/albums/i45/oye15/jubal-1.gif' border='0' alt='user posted image' /><br><br>
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออย
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 512
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.พ. 08, 2006 3:36 pm

โพสต์โดย ตุ้ยนุ้ย » ศุกร์ ก.พ. 24, 2006 10:04 am

อ่านเรื่องพี่หมูแดง แล้ว มันส์ค่ะ เคยพะบู๊เหมือนกันกับเจ้านาย....เพราะเจ้านายไม่ยุติธรรม... เคยคิดเหมือนกันค่ะ อยากเอาเท้าไปกระแทก ซอกคอ เจ้านายเก่าสักป้าป.... อ่านของพี่หมูแดงดีกว่า ติดตามตอนต่อไป.... เหมือนมินิซีรีส์เลย อิ อิ อิ รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ตุ้ยนุ้ย
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 599
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 20, 2006 3:33 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน