มาแล้วจ้า.. เล่าได้วันละนิดละหน่อย นี่ขนาดเป็นคนพิมพ์ได้เร็วแล้วนะ แต่กว่าจะได้ลงมือพิมพ์นี่ซิ มันเหนื่อยอ่ะ ตอนนี้ทำโอทีนรกทุกวันเลย ถึงบ้านปุ๊บ น็อคปั๊บ เรื่องนี้อ่ะมันเป็นเรื่องยาว ๖ ปีจบ ฉะนั้น อยากฟังก็ต้องใจเย็นๆ ฟังไปวันละนิดละหน่อย อิ.. อิ.. EM101
วันนั้นตกลงไม่ได้ถีบผู้จัดการหรอกค่ะ ทั้งๆที่อยากถีบจะแย่ อีตานี่พูดจาหมาเมินจริงๆ เป็นฝรั่งปากหมาที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย วันนั้นทะเลาะกันแรงมาก แกก็โมโหที่เราเถียง เราก็โมโหที่แกพูดจาไม่ดี แถมขี้เก๊ก ทำมาข่มเรา ทะเลาะกันแรงถึงขั้นลุกขึ้นตบโต๊ะเลยเชียวนะ แกบอกว่าจะไม่ให้ผ่านโปร เราก็ว่าไม่เห็นจะแคร์ ออกเป็นออก แต่เราจะไปแจ้งความด้วยเพราะเขาทำผิดกฏหมาย ไม่ยอมให้เราพักเบรค แล้วก็ละเมิดเรื่อง health and safety ในที่ทำงาน วางของบนชั้นสูงๆ บันไดให้ปีนหยิบก็ไม่มี ลิฟท์ก็เสียทุกวัน ต้องให้เราวิ่งขึ้นวิ่งลง ทำงานเกินเวลาไม่จ่ายค่าแรงอีก คือเวลาโมโหนะ มันขุดเรื่องมาด่าได้เยอะ อีตาผู้จัดการก็นั่งลงหมดแรง ถามว่าจะแจ้งความจริงๆเหรอ เราก็บอกว่าจริง เพราะเขาไม่แคร์เรา เราก็ต้องไม่แคร์เขาเหมือนกัน แถมทำผิดสัญญา บอกว่าจะให้เรานั่งทิล กลับให้เราไปขนของในสโตร์ หาของ จัดของบนชั้น ในที่สุดวันนั้นผู้จัดการเอ่ยปากขอโทษ แล้วบอกว่าจะให้กลับไปนั่งทิลเก็บเงินเหมือนเดิม แต่เพราะคนขาด เลยขอให้ทำ ๒ อย่างสลับกัน หลังจากวันนั้นมานะ สังเกตว่าพวกฝรั่งที่ที่ทำงานไม่กล้าเอาเปรียบเวลาพักเราอีก ใจจริงแล้วเราไม่อยากไปพักหรอก เพราะตั้งแต่ทำงานมาก็ไม่เคยต้องพักเบรคดื่มกาแฟกับเขาสักครั้งเดียว แต่เพราะไม่อยากให้ใครมาเอาเปรียบไง ทุกๆ ๑๐ โมงครึ่ง เราเลยเดินหนีออกไปพักเลย ไม่สนใจว่าใครจะอยู่หน้าร้านหรือเปล่า แรกๆผู้จัดการก็ว่านะ แต่เราก็เถียงว่า คนที่สมควรถูกว่าก็คือคนที่ใช้เวลาพักเกินเวลาต่างหาก ไม่ใช่เรา ในเมื่อเขาไม่เคารพกติกา ไม่รักษาเวลา เราก็ไม่จำเป็นต้องรักษาเช่นกัน หากทุกคนทำหน้าที่ของตัว ทำตามกฎ ก็จะไม่มีใครต้องมาเอาเปรียบใครให้เดือดร้อน ทุกคนที่นั่นเลยรู้ฤทธิ์เราว่าเราไม่ยอมคนนะ ไม่ใช่เห็นเป็นคนเอเซียแล้วจะมาข่มกันง่ายๆ
เรื่องทะเลาะกับฝรั่งนี่ มันส์จริงๆค่ะ มีครั้งหนึ่งนะ ยัยฝรั่งคนหนึ่งบอกว่าจะไปห้องน้ำ ให้เราช่วยไปนั่งที่เครื่องเก็บเงินให้หน่อย เราก็ว่ากำลังยุ่งอยู่ เพราะต้องเก็บของเข้าชั้นให้หมด ร้านก็จะปิดแล้ว เหลืออีกแค่ครึ่งชั่วโมงเอง ถ้าทำไม่เสร็จก็ไม่ได้กลับบ้าน หล่อนก็ไม่ยอม บอกว่าอยากเข้าห้องน้ำมาก จะรีบไปรีบกลับ ๑๕ นาทีผ่านไปหล่อนก็ยังไม่กลับมา ที่เครื่องเก็บเงินก็ยุ่งเสียจนเราทิ้งไม่ได้ ยิ่งร้านใกล้ปิด คนก็ยิ่งเยอะ กำลังเก็บเงินลูกค้าอยู่ ก็ได้ยินเสียงแม่ตัวดีหัวเราะคิกๆคักๆ ยืนคุยกับเพื่อนอยู่กลุ่มเบ้อเริ่มเลย โห.. ของขึ้นเลยอิชั้น งานเราก็มีต้องรีบทำ ยังต้องมาช่วย นังตัวดีกลับไปยืนหน้าระรื่นคุยกัน ไม่ยอมทำงาน ยัยคนนี้ชอบทำนิสัยแบบนี้หลายครั้งแล้ว ครั้งนี้เลยฟิวส์ขาด ปิดเครื่องเก็บเงินแล้วเดินไปว่าเขาตรงนั้นเลย ลูกค้าก็ยืนอยู่เยอะ เพื่อนร่วมงานที่ยืนคุยกันอยู่อีกหลายคน วงแตกเลย ยัยนั่นร้องไห้กระซิกๆวิ่งหนีไป อีกพักหนึ่งผู้จัดการก็ให้คนมาเรียกเข้าห้อง เห็นยัยตัวดียืนร้องไห้อยู่ อีตาผู้จัดการบ้าจี้ก็ไม่ฟัง ไม่ถามอะไรทั้งนั้น พอเห็นหน้าเราก็ว่าเอาๆ โหย.. เป็นไงเป็นกันซิวะงานนี้ ทะเลาะกันอีก แต่ก็ไม่โดนไล่ออกนะ วันรุ่งขึ้นก็กลับมาทำงานเหมือนเดิม ยัยแสบนั่นถูกย้ายไปทำแผนกอื่น เราก็ถูกย้ายไปทำงานให้ห้อง admin ชั้นบน ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใคร วันๆนั่งอยู่กับคอมพิวเตอร์ แล้วก็นับเงิน เอาเงินเข้าแบงค์ สบายใจเฉิบ
ทำงานที่ร้านบูทส์ได้เกือบ ๖ เดือน ประมาณ ๒ สัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นปี ฝ่ายบุคคลที่บริษัทที่ลุงเด๋อทำงานอยู่ก็โทรมาตามว่าสนใจจะทำงานมั้ย บริษัทนี้เป็นบริษัทแรกที่หมูแดงไปทำงานมาก่อนหน้านี้แล้วเบื่อที่ไม่มีอะไรทำเลยลาออกมาไงคะ เขาโทรมาตามบอกว่าต้องการพนักงานชั่วคราว ๖ คน ไปทำงานเกี่ยวกับฐานข้อมูลของลูกค้าที่อีกออฟฟิศหนึ่ง เป็นออฟฟิศเล็กๆ แต่มีรถรับส่งเข้าเมืองทุกวัน ไม่ต้องลังเลเลยค่ะ ทันทีที่เขาโทรมาก็ตอบตกลงไปเลยทันที เขาก็บอกว่างั้นเริ่มงานตอนปีใหม่เลยนะ เราก็บอกว่าได้ แล้วก็เลยไปพิมพ์จดหมายลาออก ผู้จัดการคงดีใจจนเนื้อเต้นแหละที่นังแสบลาออกไปเสียได้ เลยรีบเซ็นต์อนุมัติให้ แต่ก็บอกว่าถ้าอยากกลับมาทำงานอีกก็มาได้นะ ยินดีต้อนรับ เราเลยบอกว่าไม่กลับมาแน่ ถึงตกงาน ก็จะไม่มีวันกลับมาทำงานที่นี่แน่นอน ไม่ชอบคนไม่รักษาสัจจะ บอกว่าจะให้ทำอย่างหนึ่ง มาแล้วก็ให้ทำอีกอย่างหนึ่ง แกก็ยิ้มเจื่อนๆ
แต่ก็มีเรื่องให้ใจหายใจคว่ำเหมือนกันนะ หลังจากที่ลาออกได้ ๑ อาทิตย์ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลก็ฝากบอกมากับลุงเด๋อว่าได้คนครบแล้ว ไม่เอาเราแล้วละ อ้าว.. ไหงยังงั้นล่ะ ลูกน้องบอกว่ารับเราทำงาน ผู้จัดการดันมาบอกไม่เอาซะยังงั้น แถมเราลาออกจากงานเก่าแล้วด้วย คืนนั้นพอลุงเด๋อบอก เราก็เลยพิมพ์จดหมายไปถึงเขา ถามเขาให้แน่ใจว่าไม่รับเราทำงานจริงเหรอ แล้วเหตุผลคืออะไร ผู้ช่วยคุณเป็นคนบอกรับเรานะ คอนเฟิร์มวันทำงานกันเรียบร้อย ถึงแม้จะเป็นการตกลงกันด้วยวาจา ตกลงกันทางโทรศัพท์ก็ตาม แล้วเราลาออกจากงานเก่าแล้วนะ จะให้ทำยังไง ให้เขาตอบมาเป็นลายลักษณ์อักษร วันรุ่งขึ้นเขาก็ส่งจดหมายมาขอโทษบอกว่าเข้าใจผิดกัน แล้วก็ยืนยันว่าให้ไปทำงานได้ บอกวันนัด บอกรายละเอียดมา เฮ้อ.. โล่งอกไปที งานใหม่ที่จะทำเป็นอะไรก็ยังไม่รู้ชัด แต่คิดว่ายังไงก็ดีกว่างานที่ร้านนรกนี่แน่ๆ ชอบหรือไม่ชอบเดี๋ยวไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า




