ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ถามแม่ ๆ ชอบเลี้ยงลูกเองหรือว่า?

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » อาทิตย์ มิ.ย. 06, 2010 7:35 pm

keetar เขียน: ข้อความทั้งหมดนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ ถ้าใครไม่เห็นชอบ หรือไม่ชอบ หน่อยก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ


สถานก่อนเข้าอนุบาลเป็นการฝึกเด็กให้มีระเบียบ และมีสังคมในการอยู่ร่วมจ้ะ

อันนี้ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาต่อว่าหนูหรอก เพราะแต่ละคนก็มีความจำเป็นไปแล้วแต่สถานภาพ
อย่างหนูนั้น เห็นว่า ทางแก้ที่ลูกพูดช้า ก็คือการเอาไปฝากเลี้ยง
นี่ก็เป็นการเลี้ยงลูกอย่างเอาใจใส่ที่ดีนะคะ
เพราะหนูไม่ใช่คุณแม่ที่รอเวลาให้ปัญหาเกิดกับลูกเยอะๆ แล้วค่อยแก้ไข

เลี้ยงลูกนั้น ไม่มีตำราเล่มไหนดีเท่าแม่ของลูกเองจ้ะ
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย Puimek » อาทิตย์ มิ.ย. 06, 2010 8:03 pm

pimlapas เขียน: อ่านทู้นี่แล้วเศร้าอ๊ะ เราไม่ได้เลี้ยงเอง แต่เกือบๆแล้วล่ะ รออีกนิดเดียว

เศร้าเหมือนกัน พี่พิมยังได้เลี้ยงลูกทางเน็ต
ปุยไม่มีให้เลี้ยงซักคน รอมาสิบปี...แห้ว...
เลยต้องยืมลูกชาวบ้านมาเลี้ยงเวลาซัมเมอร์ค่ะ
พี่มั่ง เพื่อนมั่ง คอยส่งหลานๆ มาให้ดูแลตอนปิดเทอม
ถึงไม่ได้เป็นแม่..แต่ได้เป็นน้า เป็นป้าใจดีให้หลานๆ
ก็ถูไถไปได้เหมือนกัน...

ปล. เจ้าของกระทู้หรือพี่น้องชาวครัว ใครอยากส่งมาให้ปุยเลี้ยงให้มั่งก็เชิญนะคะ
<img src='http://i862.photobucket.com/albums/ab189/puimek09/robert%20redford/ottawa-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
Puimek
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2117
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 06, 2009 8:14 pm

โพสต์โดย prettypass2000 » อาทิตย์ มิ.ย. 06, 2010 8:16 pm

ชอบเลี้ยงลูกเองค่ะ แต่เคยไปทำงานอยู่ช่วงหนึ่งตอนชาร์ลอตต์ขวบนิดแล้วออกมาอยู่บ้านเป็นการถาวรตอนเขาสองขวบนิดๆค่ะ ถ้าให้กลับไปทำงานอีกก็คงไม่ไปแล้ว ขออยู่บ้านเลี้ยงลูกดีกว่าค่ะ ชอบเลี้ยงลูกเองค่ะ เราได้ดูแลและเห็นการพัฒนาการของเขาด้วยนะคะ แต่จะมีบ้างที่จ้าง baby sitter มาดูเวลาที่ต้องไปทำธุระหรืออยากออกไปกินข้าวนอกบ้านกับสามีแค่สองคนค่ะ ที่บ้านเลี้ยงลูกเองหมดเลยสี่คนและตอนนี้ก็รอเจ้าคนที่ห้าที่จะออกมาดูโลกสิ้นปีนี้ค่ะ วุ่ยวาย เหนื่อย และบางทีก็มีล้ามากๆแต่พอได้เห็นลูกๆสีหน้าเปี่ยมสุขและหัวเราะสนุกสนานแล้วความเหนื่อยเหล่านั้นหายไปหมดเลยนะคะ ที่สำคัญเราได้สอนเขาในทุกๆเรื่องและได้ช่วยเขาเรื่องการเรียนด้วยค่ะ

คุณสามีบอกว่าไม่ให้ทำงานอีกแล้วจนกว่าคนสุดท้องจะเข้ามหาวิทยาลัยค่ะเพราะเราคิดเหมือนกันคือ ถ้ามีลูกแล้วอย่างน้อยพ่อหรือแม่ก็ควรจะอยู่บ้านเลี้ยงลูกเพื่อที่ลูกจะได้มีเราเป็นคนชี้นำทางไปในทางที่ดีค่ะ และอีกอย่างคือเด็กๆโตเร็วและอีกไม่นานเขาก็เป็นผู้ใหญ่และคงไม่ต้องการพ่อและแม่เหมือนเคยแล้ว เลยขอใช้เวลากับเขาในช่วงที่เขายังต้องการเราดีกว่าค่ะ อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ

ตอนนี้รร.เด็กๆปิดเทอมแล้วก็เริ่มวุ่นวายแล้วค่ะเพราะที่บ้านมีเด็กๆสี่คนไล่เลียงกันตั้งแต่อายุ 11-1.5ขวบ ต้องพยายามหากิจกรรมที่ให้เขาทำด้วยกันได้เช่น ไปทำกิจกรรมที่ห้องสมุด ไปว่ายน้ำ ไปทัศนศึกษา และไปเก็บผลไม้กันค่ะ เขาตื่นเต้นและรอคอยให้หน้าร้อนมาถึงทุกปี ยอมรับเลยว่าเหนื่อยมากแต่เป็นเหนื่อยที่มีความสุข จะให้เหนื่อยแค่ไหนก็ยอมจริงๆค่ะ
<img src='http://i134.photobucket.com/albums/q90/prettypass2000/180032_160763360641641_100001239355999_351328_6246049_n-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
prettypass2000
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2049
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 23, 2006 3:22 am

โพสต์โดย Janeen » อาทิตย์ มิ.ย. 06, 2010 10:07 pm

Puimek เขียน:
pimlapas เขียน: อ่านทู้นี่แล้วเศร้าอ๊ะ เราไม่ได้เลี้ยงเอง แต่เกือบๆแล้วล่ะ รออีกนิดเดียว

เศร้าเหมือนกัน พี่พิมยังได้เลี้ยงลูกทางเน็ต
ปุยไม่มีให้เลี้ยงซักคน รอมาสิบปี...แห้ว...
เลยต้องยืมลูกชาวบ้านมาเลี้ยงเวลาซัมเมอร์ค่ะ
พี่มั่ง เพื่อนมั่ง คอยส่งหลานๆ มาให้ดูแลตอนปิดเทอม
ถึงไม่ได้เป็นแม่..แต่ได้เป็นน้า เป็นป้าใจดีให้หลานๆ
ก็ถูไถไปได้เหมือนกัน...

ปล. เจ้าของกระทู้หรือพี่น้องชาวครัว ใครอยากส่งมาให้ปุยเลี้ยงให้มั่งก็เชิญนะคะ

พี่ปุยขา รออีกสองปีนะคะ แล้วหนูจะส่งอาตี๋น้อยไปให้เลี้ยงฟรีๆไม่คิดตัง เอ๊ะ ยังไงกันแน่เนี่ย
หนูก็กะว่าอีกหน่อยถ้าจะมีลูก ก็คงจะออกจากงานมาเลี้ยงลูกเองแล้วหละค่ะ เพราะว่าถ้าไปทำงานแล้วได้เงินมาต้องเอามาจ่ายค่าพี่เลี้ยงลูก สู้เราเลี้ยงเองไม่ดีกว่าเหรอ นี่หนูยังเคยคิดๆว่า โฮสต์คนอเมริกันที่เค้าจ้างออแพร์มาจากประเทศอื่น (ออแพร์ไืทย ออแพร์ยุโรป ออแพร์ชาตินู้นนี้) เค้าใจกล้าเนอะ ใครก็ไม่รู้ มาจากประเทศอื่นด้วย แล้วยังพูดจาภาษาอังกฤษก็เพี้ยนๆ ให้มาเลี้ยงลูกเราทั้งวันๆอีก เป็นหนู หนูคงใจไม่กล้าพอ ขืนฝากให้คนอื่นเลี้ยงหนูคงไปทำงานด้วยความกระวนกระวายใจ เป็นห่วลูกทั้งวันแน่ๆ หนูเคยถามโฮสต์ด้วยว่า ยูไม่กลัวเหรอ ไอเป็นใครก็ไม่รู้มาเลี้ยงลูกๆของยูเนี่ย แต่โฮสต์เค้าบอกว่า ไม่หรอก พวกไอเชื่อใจยู ปลื้มใจมากค่ะ แต่พอมาถึงตัวเอง เริ่มไม่เชื่อใจคนอื่นค่ะ เล็งแม่ของตัวเองไว้แล้วว่าจะให้แม่แกมาช่วยเลี้ยงหลาน อิอิ
<span style='font-family:Courier'>Law Offices of Michael C. O'Young <br> apply for Green card/citizenship , changing visa status and accident cases<br> In California , USA <br> มีเจ้าหน้าที่คนไทยคอยให้บริการค่ะ<br> moyounglaw@gmail.com <br></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
Janeen
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1434
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ก.พ. 01, 2008 4:51 am
ที่อยู่: California

โพสต์โดย stefano » อาทิตย์ มิ.ย. 06, 2010 10:17 pm

พอมาถึงตัวเอง เริ่มไม่เชื่อใจคนอื่นค่ะ เล็งแม่ของตัวเองไว้แล้วว่าจะให้แม่แกมาช่วยเลี้ยงหลาน อิอิ


พี่หนิง ตอนแรกพินก็ว่าจะพาแม่มาอยู่ด้วยเพื่อช่วยเลี้ยงหลาน แต่คิดไปคิดมาแม่เราจะไหวเหรออยู่ที่นี่ ต่างบ้านต่างเมือง ไหนจะเรื่องอาหารการกิน อยู่บ้านเราแกยังทักทายคนโน้นคนนี้ที ถ้าพามาอยู่กับเราจริง ๆ แกคงจะเหงา สรุปแล้วคือเลี้ยงเองดีกว่า อิอิ สงสารคนแก่

พินเลี้ยงลูกเองค่ะ จะจ้างคนมาเลี้ยงที่บ้านก็ไม่ไว้ใจเหมือนพี่หนิงว่า ตอนนี้อายุขวบครึ่งแล้ว เอาไปฝากเนิสแล้ว ฝากแค่วันละสี่ชั่วโมงเฉพาะตอนที่พินไปเรียน พอเลิกเรียนแล้วก็ไปรับ เวลาเราเลี้ยงลูกเองแล้วภูมิใจนะคะ เหนื่อยค่ะ ..... เหนื่อยมาก..... เหนือย แต่มีความสุข.....
พิน....แม่น้อง STEFANO
ภาพประจำตัวสมาชิก
stefano
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 233
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 11, 2009 2:00 pm

โพสต์โดย mooeye » อาทิตย์ มิ.ย. 06, 2010 11:26 pm

stefano เขียน:
พอมาถึงตัวเอง เริ่มไม่เชื่อใจคนอื่นค่ะ เล็งแม่ของตัวเองไว้แล้วว่าจะให้แม่แกมาช่วยเลี้ยงหลาน อิอิ


พี่หนิง ตอนแรกพินก็ว่าจะพาแม่มาอยู่ด้วยเพื่อช่วยเลี้ยงหลาน แต่คิดไปคิดมาแม่เราจะไหวเหรออยู่ที่นี่ ต่างบ้านต่างเมือง ไหนจะเรื่องอาหารการกิน อยู่บ้านเราแกยังทักทายคนโน้นคนนี้ที ถ้าพามาอยู่กับเราจริง ๆ แกคงจะเหงา สรุปแล้วคือเลี้ยงเองดีกว่า อิอิ สงสารคนแก่

พินเลี้ยงลูกเองค่ะ จะจ้างคนมาเลี้ยงที่บ้านก็ไม่ไว้ใจเหมือนพี่หนิงว่า ตอนนี้อายุขวบครึ่งแล้ว เอาไปฝากเนิสแล้ว ฝากแค่วันละสี่ชั่วโมงเฉพาะตอนที่พินไปเรียน พอเลิกเรียนแล้วก็ไปรับ เวลาเราเลี้ยงลูกเองแล้วภูมิใจนะคะ เหนื่อยค่ะ ..... เหนื่อยมาก..... เหนือย แต่มีความสุข.....

แม่เคยมาอยู่ด้วยค่ะ ช่วงนั้นคลอดพอดี มีผู้ใหญ่อยู่ด้วยรู้สึกอบอุ่น แม่คอยแนะนำว่าจะต้องทำยัง เลี้ยงลูกเอง ให้ช่วยดูบ้างเวลาทำอาหาร ทำความสะอาด บ้าน แม่มาอยู่ด้วยจนลูกชายอายุ 7 เดือน แกถึงกลับ แม่อยู่ได้เพราะหลาน ไม่รู้สึกเหงาอะไร และดิฉันเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ความสัมพันธ์แม่ลูกยิ่งกระชับ และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทำให้ลูกสุขภาพดี อารมณ์ดีด้วยค่ะ และดิฉันสังเกตดูช่วงให้นมลูก เขาไม่เจ็บ เลี้ยงง่าย ดิฉันว่าเลี้ยงลูกเองดีกว่าค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
mooeye
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 46
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ต.ค. 24, 2009 1:43 pm

โพสต์โดย นิรินธนา » จันทร์ มิ.ย. 07, 2010 3:50 am

Puimek เขียน:
pimlapas เขียน: อ่านทู้นี่แล้วเศร้าอ๊ะ เราไม่ได้เลี้ยงเอง แต่เกือบๆแล้วล่ะ รออีกนิดเดียว

เศร้าเหมือนกัน พี่พิมยังได้เลี้ยงลูกทางเน็ต
ปุยไม่มีให้เลี้ยงซักคน รอมาสิบปี...แห้ว...
เลยต้องยืมลูกชาวบ้านมาเลี้ยงเวลาซัมเมอร์ค่ะ
พี่มั่ง เพื่อนมั่ง คอยส่งหลานๆ มาให้ดูแลตอนปิดเทอม
ถึงไม่ได้เป็นแม่..แต่ได้เป็นน้า เป็นป้าใจดีให้หลานๆ
ก็ถูไถไปได้เหมือนกัน...

ปล. เจ้าของกระทู้หรือพี่น้องชาวครัว ใครอยากส่งมาให้ปุยเลี้ยงให้มั่งก็เชิญนะคะ

<span style='color:deeppink'>ถือโอกาสจองคิวไว้เลยได้รึเปล่าคะป้าปุย อิ อิ เอาแค่ช่วงสปริงเบรคสักอาทิตย์ได้มั้ยคะ
ขอนับญาติกับป้าปุยเลย นี่ถ้าอยู่ใกล้ๆกันนะเสาร์-อาทิตย์จะเอาไปส่งไว้บ้านป้าปุยเลยแหละค่ะ

ขอตอบเจ้าของกระทู้ด้วยนะคะว่า
เมื่อเริ่มเป็นสาว เรียนจบม.6ยังไม่เคยคิดเรื่องมีแฟนรึเรื่องมีชีวิตครอบครัว
แต่พอเข้าเรียนพยาบาลปี1 ตั้งใจแน่วแน่ว่า ถ้าได้(ถ้าได้นะคะ)แต่งงาน แล้วมีลูก
จะขอเลี้ยงลูกเอง(งั้นสิอยู่เมืองไทยทำงานมาจนอายุปาเข้าไปสามสิบกว่าๆนิดนิ้ด
ถึงไม่ได้แต่งงานซะทีอิ อิ)จะขอเลี้ยงลูกเองเพราะอยากดูแลเค้า
(อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ) คือ คิดว่าการได้เจริญเติบโตมาด้วยสองมือแม่นี้ที่สร้างให้เราเกิดมา
ช่างเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเลยแหละ
ถ้าอยู่เมืองไทย พ่อบ้านคงต้องทำงานรายได้มากๆพอสมควร ถึงจะลาออกจากงานมาเลี้ยงลูกได้
แต่การที่มีครอบครัวในต่างแดน เป็นเรื่องที่ค่อนข้างปรกติ และง่ายมากๆ(ความคิดเห็นส่วนตัวอีกแล้ว)
คือถ้าอยู่เมืองไทยนี่ ถ้าลาออกจากงานดีๆและมั่นคงเพื่อมาเลี้ยงลูกนี่คงทำได้ยากอ่ะนะ




</span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
นิรินธนา
แม่ไข่นกกระทา พ่อไข่จะละเม็ด
 
โพสต์: 2540
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ก.ย. 11, 2006 3:29 pm

โพสต์โดย naddyswiss » จันทร์ มิ.ย. 07, 2010 7:02 am

หญิงป้า เขียน: เลี้ยงลูกนั้น ไม่มีตำราเล่มไหนดีเท่าแม่ของลูกเองจ้ะ

สวัสดีฮ่ะ หญิงป้า เข้ามาสนับสนุนคำพูดนี้กะหญิงป้าด้วยคนนะฮ๊า

หะโหน่งเป็นหนึ่งในคนที่ไม่ค่อยอ่านตำราเรื่องการเลี้ยงลูก เพราะเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือน่ะค่ะ อิอิ

แอนดี้หลุดออกมาจากตัวหะโหน่ง ยายเหน่งกังวลมากๆ กลัวเราเลี้ยงลูกเองไม่ได้ เพราะว่าเห็นเราอยู่เมืองนอกคนเดียว โหน่งบอกแม่ว่า โหน่งไม่ขอให้ใครช่วยทั้งนั้นอ่ะ เพราะโหน่งไม่รู้สึกว่ามันยากตรงไหน ที่จะเลี้ยงลูกของเราเอง โหน่งทำทุกอย่างตอนลูกเกิดใหม่ๆ ได้ด้วยตัวเอง เพราะโหน่งรู้สึกว่า มันอยู่ในสัญชาตญานของเราเอง พยาบาลก้อถามว่า เธอเคยมีลูกมาก่อนเหรอ ฉันเห็นเธอเปลี่ยนแพมเพิร์สได้ ใส่เสื้อผ้าลูกเองได้ ไม่ต้องสอน

โหน่งก้อคิด "มันยากตรงไหนเนี่ย" ก้อแค่ใส่ กร๊ากๆๆ ทำไมเค้าคิดว่าเราโง่วะคะเนี่ย แต่มันใช่มันโดดเดี่ยวที่เราคลอดลูกต่างแดน และพ่อแม่เราไม่ได้อยู่กะเรา เหมือนสาวๆที่เมืองไทย แต่โหน่งคิดอย่างเดียวคือ "นี่คือชีวิตครอบครัว" เพราะสุดท้ายเราก้อต้องไม่มีพ่อแม่อยู่กะเราจนเราตายอยู่ดี ดังนั้นก้อทำเอง ฮ่าๆๆๆ

แต่ตอนคลอดนาตาลีนั้นแม่มาอยู่ด้วยก้อจริง แต่หลังจากสามเดือนโหน่งก้อต้องผจญชีวิตลูกหัวปีท้ายปี ทำเองหมด ซื้อของก้อกระเตงไปกันทั้งสองคน ขับรถแร่ดไป แร่ดมา เออ ชีวิตก้อดีนะ สนุกดี

ส่วนเรื่องการเลี้ยงลูกบอกตามตรง โหน่งชอบเลี้ยงแบบธรรมชาติ อิอิ ธรรมชาติคือ "ปล่อย" แต่ไม่ปล่อยปะละเลย คือเด็กเค้าอยากทำไร ก้อให้เค้าทำไปเหอะ ขี้เกียจบังคับ ให้เค้าเรียนรู้ที่จะเป็นตัวของเค้าเอง

ในความเห็นของโหน่ง โหน่งโตมาเพราะย่าโหน่งเลี้ยง แล้วย่าก้อเลี้ยงหลานๆของย่าอีกโขลงนึง ในบรรดาหลานๆของย่าอีกโขลงนึง มีหกคน ติดยาสองคน พิการหนึ่งคน เป็นผู้เป็นคนอยู่สามคน คำถามคือ ย่าเลี้ยงเหมือนกัน ทำไมเค้าคิดต่างกัน

สรุปได้ใจความในความคิดของโหน่งคือ "เด็กจะดี เค้าดีของเค้าเอง" เด็กที่จะโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มันอยู่ที่จิตสำนึกของเด็กคนนั้นเอง พ่อแม่ ไปกระตุ้น ไปจี้ๆๆๆ ไปด่าๆๆๆๆๆ ให้เค้าเป็นคนดี ถ้าเค้าไม่อยากเป็น ทำไปก้อเสียเวลา

เพราะโหน่งเคยอยู่กับเด็กวัยรุ่น โหน่งต้องตามเค้า บอกเค้า ห้ามเค้า เรื่องต่างนานา แต่มันไม่เป็นผล เพราะเค้าไม่อยากทำตามสิ่งที่โหน่งบอก และตอนนี้เธอก้อเรียนไม่จบ ไปขายข้าวโพดคั่ว ตากแดดร้อนๆ แถมมีลูกอีก เธอยังอายุน้อย แต่ถ้าเธอคิดได้ เธอคงจะคิด "กรูเชื่อพี่โหน่ง กรูคงไม่ลำบาก"

เพราะในหัวโหน่งตั้งแต่เด็กๆ โหน่งคิดที่จะทำตัวเองให้ไม่ลำบากเหมือนตอนเด็ก โหน่งฝัน โหน่งทำนู่น ทำนี่เพือที่จะได้หลุดออกมาจากสภาพเลวๆที่โหน่งเห็นมา แต่เด็กบางคนไม่คิด ชีวิตของเค้าเลยเดินทางลำบาก และในหัวโหน่งที่โหน่งคิดได้ พ่อแม่ไม่เคยที่จะต้องบอกในสิ่งที่โหน่งคิด เพราะโหน่งคิดได้ด้วยตัวของโหน่งเอง

ดังนั้นโหน่งเลยรู้ว่า การที่จะคิดได้ไม่ได้นั้น มันมาจากตัวของเด็กเอง ถ้าเค้าคิดไม่ได้ สอนมากไป เค้าไม่รับอะไรเลยสักอย่าง

โหน่งเลยวิเคราะห์ได้ว่า "น้องเนยรักหญิงป้ามากๆ เพราะน้องเนยเป็นเด็กที่มีความคิดที่จะรักแม่มากๆ" หญิงป้าไม่ต้องทำอะไร เค้าก้อรักหญิงป้ามากๆ เพราะพื้นฐานเค้ารักหญิงป้าอยู่แว๊วค่ะ

มีเด็กมากมายที่ในหัวเค้าต่อต้านคนที่รักเค้านะ โหน่งก้อไม่เข้าใจว่าทำไม แต่โหน่งไม่อยากเจอสภาพแบบนั้น ทุกวันนี้นะ เวลาโหน่งโกรธนาตาลีนะ เธอเดินเข้ามาประจบแล้วพูดว่า "อ๊าก มามี่ อ๊าก" (ไรวะ อ๊าก อ๋อชีบอกว่า รัก) กร๊ากๆๆๆ ก้อหนุกหนานดี ก้อขอให้รัก "แม่"ตลอดไปแว๊วกัน อิอิ
naddyswiss
 

โพสต์โดย nongmaxi » จันทร์ มิ.ย. 07, 2010 9:16 am

หญิงป้า เขียน:
keetar เขียน: ข้อความทั้งหมดนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ ถ้าใครไม่เห็นชอบ หรือไม่ชอบ หน่อยก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ


สถานก่อนเข้าอนุบาลเป็นการฝึกเด็กให้มีระเบียบ และมีสังคมในการอยู่ร่วมจ้ะ

อันนี้ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาต่อว่าหนูหรอก เพราะแต่ละคนก็มีความจำเป็นไปแล้วแต่สถานภาพ
อย่างหนูนั้น เห็นว่า ทางแก้ที่ลูกพูดช้า ก็คือการเอาไปฝากเลี้ยง
นี่ก็เป็นการเลี้ยงลูกอย่างเอาใจใส่ที่ดีนะคะ
เพราะหนูไม่ใช่คุณแม่ที่รอเวลาให้ปัญหาเกิดกับลูกเยอะๆ แล้วค่อยแก้ไข

เลี้ยงลูกนั้น ไม่มีตำราเล่มไหนดีเท่าแม่ของลูกเองจ้ะ

อ่านข้อความของคุณหญิงป้าแล้ว ทำให้รู้สึกดีขึ้นจริงๆค่ะ อ้อมก็มีปัญหา คล้ายกับคุณหน่อย เรื่องลูกพูดค่อนข้างช้า แต่
ได้คำแนะนำ ให้ลูกอยู่ที่ อนุบาล นานขึ้น และเขาก็พูดได้ดีขึ้นจริงๆ

อ้อมคลอดลูกที่เมืองไทย เพราะคิดว่า มีแม่และพี่สาว ที่จะช่วยเลี้ยงลูก ตอนแบเบาะ หลังผ่าคลอด ได้ ๕ วัน กลับบ้าน
วันแรกแม่เป็นคนอาบน้ำให้หลาน พออีกวันนึง แม่จะอาบให้อีก อ้อมเองมีความคิดขึ้น ไม่ได้นะ วันนี้ เราต้องอาบให้เอง
ทังๆที่กลัวลูกตกในน้ำ ทั้งเจ็บแผลที่ผ่าคลอด เพราะในอนาคต แม่ไม่ได้ตามมาเลี้ยงหลานที่เยอรมันด้วย

จากวันนั้นจนวันนี้ อ้อมเลี้ยงลูกด้วยตัวอ้อมเอง เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ แต่ไม่ท้อ คนเป็นแม่นี้ หยุดพักไม่เป็นเลย สนับสนุน
คุณแม่ท่านอื่นๆให้เลี้ยงลูกเอง ตอนที่เขายังเด็กๆ อยู่ค่ะ ความรักที่แม่มีต่อลูก แค่หนึ่งนาทีเราก็ แสดง และมีให้กันได้

คุณแม่ที่มีความจำเป็น ต้องทำงาน และ เลี้ยงลูกไปด้วย ช่างน่าชื่นชมอย่างยิ่งค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
nongmaxi
แม่ไข่ยัดไส้ พ่อไข่ลูกเขย
 
โพสต์: 621
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ย. 17, 2008 8:19 am

โพสต์โดย puy2 » จันทร์ มิ.ย. 07, 2010 9:23 am

ตัวปุ้ยเลี้ยงลูกทั้งสองคนด้วยตัวเองมาตลอด..เพราะปุ้ยอยู่บ้านเฉยๆไม่ได้ทำงานเลยมีเวลาเลี้ยงเอง..
เหนื่อยบ้างขี้เกียจบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา..แต่ก็มีความสุขและมีความหวังด้วยว่าโตขึ้นเค้าจะเป็นคนยังไง
เด็กๆต้องเติบโตและใช้ชีวิตไปตามวัยของเค้า..ตามขั้นตอนและสังคม..ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเค้า
จะเป็นการสอนและการเรียนรู้ให้เค้าสามารถรู้จักเอาตัวรอดได้ในกับทุกๆสังคมที่เค้าจะต้องเจอ

ส่วนคนที่เอาลูกไปฝากคนอื่นเลี้ยงก็คงมีเหตุผลต่างๆกันไป..อาจจะเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวหรือความจำเป็นอื่นๆ
แต่อย่างไรก็ตาม..ครอบครัว..จะเป็นสถาบันแรกที่สำคัญที่สุด..ที่จะทำให้เด็กๆได้รับรู้และเข้าใจถึงความ..ดี.และ.ไม่ดี..จะเริ่มต้นจากคนในครอบครัวเช่น..พ่อและแม่...ที่จะทำให้เด็กได้เข้าใจก่อน
<img src='http://i774.photobucket.com/albums/yy22/elsajulie/IMG_3810-1.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br><br><br><span style='color:purple'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>""""""" Elles Sont ma vie """""""</span></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
puy2
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 276
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ มิ.ย. 06, 2009 12:18 pm

โพสต์โดย nongmaxi » จันทร์ มิ.ย. 07, 2010 9:26 am

mooeye เขียน: ดิฉันเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ความสัมพันธ์แม่ลูกยิ่งกระชับ และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทำให้ลูกสุขภาพดี อารมณ์ดีด้วยค่ะ และดิฉันสังเกตดูช่วงให้นมลูก เขาไม่เจ็บ เลี้ยงง่าย

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ อ้อมให้นมเขาจนเขา หนึ่งขวบเต็มๆเลย ไม่ต้องซื้อหา ไม่ต้องตระเตรียม ให้ได้ทุกที่ทุกเวลา
ภาพประจำตัวสมาชิก
nongmaxi
แม่ไข่ยัดไส้ พ่อไข่ลูกเขย
 
โพสต์: 621
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ย. 17, 2008 8:19 am

โพสต์โดย charisma » อังคาร มิ.ย. 08, 2010 9:26 pm

ขอบคุณสำหรับทุก ๆ คำตอบ...อ่านแล้ว ส่วนใหญ่อยากเลี้ยงลููกด้วยตัวเองมากกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
charisma
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 29
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ พ.ย. 22, 2006 12:15 am

โพสต์โดย prettypass2000 » พุธ มิ.ย. 09, 2010 2:49 am

คุณอ้อม[nongmaxi] ชาร์ลอตต์ก็พูดช้าค่ะ เขาเริ่มพูดเป็นคำๆก่อนแล้วไม่ยอมพูดเป็นประโยค พี่เลยพาไปหา speech specialistเพราะคุณหมอเด็กแนะนำไป ผลออกมาคือเขาสับสนภาษาค่ะ คุณหมอเลยแนะนำให้พี่ไม่บังคับให้ชาร์ลอตต์พูดภาษาไทย คือถ้าพี่พูดไทยกับเขาแล้วเขาตอบเป็นอังกฤษก็ให้โอเค พอพี่ลองทำตามก็ได้ผลนะคะ ตอนนี้เขาต่อยหอยมาก พูดไม่หยุดเลย เหอๆๆๆๆๆ แถมหากใครทำเขาเสียใจเขาจะทำหน้าเศร้าแล้วบอกว่า เขาเสียใจ และคุณกำลังหักอกชั้นพร้อมทั้งทำมือประกอบด้วย อิอิอิ แต่ไข่แดงพูดเร็วค่ะ เขาพูดเป็นคำๆและเป็นประโยค เช่น Thank you, read it, I want this, catch it ได้แล้วค่ะ
<img src='http://i134.photobucket.com/albums/q90/prettypass2000/180032_160763360641641_100001239355999_351328_6246049_n-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
prettypass2000
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2049
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 23, 2006 3:22 am

โพสต์โดย nongmaxi » พุธ มิ.ย. 09, 2010 9:58 am

prettypass2000 เขียน: คุณอ้อม[nongmaxi] ชาร์ลอตต์ก็พูดช้าค่ะ เขาเริ่มพูดเป็นคำๆก่อนแล้วไม่ยอมพูดเป็นประโยค พี่เลยพาไปหา speech specialistเพราะคุณหมอเด็กแนะนำไป ผลออกมาคือเขาสับสนภาษาค่ะ คุณหมอเลยแนะนำให้พี่ไม่บังคับให้ชาร์ลอตต์พูดภาษาไทย คือถ้าพี่พูดไทยกับเขาแล้วเขาตอบเป็นอังกฤษก็ให้โอเค พอพี่ลองทำตามก็ได้ผลนะคะ ตอนนี้เขาต่อยหอยมาก พูดไม่หยุดเลย เหอๆๆๆๆๆ แถมหากใครทำเขาเสียใจเขาจะทำหน้าเศร้าแล้วบอกว่า เขาเสียใจ และคุณกำลังหักอกชั้นพร้อมทั้งทำมือประกอบด้วย อิอิอิ แต่ไข่แดงพูดเร็วค่ะ เขาพูดเป็นคำๆและเป็นประโยค เช่น Thank you, read it, I want this, catch it ได้แล้วค่ะ

ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำดีๆ ตอนแรกเราก็คิดว่าเขาสับสนทางภาษา แต่ได้คำแนะนำ จาก รร อนุบาลของเขาให้ไปเช็ค พัฒนาการ ตามอายุของเขา (ปรกติเขาก็็เช็คจากหมอเด็กทุกปีอยู่แล้ว) ที่หน่วยงานหนึ่ง (kinderzentrum) เช็ค หมดเลยหูตา ร่างกาย การทรงตัว สมอง ความรู้ความสามารถตามวัย (ตอนนั้นไปเช็ค เขาประมาณ๓ขวบครึ่ง)ได้รับคำตอบ ลูกปรกติดี แต่มีปัญหา พูดช้า เรางงนะ งงมาก ตอนแรกทำใจไม่ได้กลัวลูกพูดไม่ได้

หลังจากได้คำแนะนำจาก คุณครูเขาจาก รร อนุบาล และ หน่วยงานที่เรา พาลูกไปตรวจเช็ึค สรุปว่าอ้อม ต้องพูดกับลูกภาษไทย พ่อเขา พูดกับลูกภาษาเยอรมัน เรา คือสามีและอ้อม ต้องพูดภาษาเยอรมันด้วยกัน ซึ่งเมื่อก่อนเราจะพูดภาษาอังกฤษกัน และลูกต้องไปฝึกพูด ที่(logopädie) อันนี้อ้อมไม่รู้ จะแปลยังไง เออ theraphy พูด และออกเสียงให้ถูกต้อง อะไรประมาณนั้นนะ อันนี้ ทำแบบprivat ครั้งละ ๔๕ นาที ต่อ อาทิตย์ และ ทำที่ รร อนุบาล เขาอีก อาทิตยืละครั้ง คือ จะมีคุณครู ซึ่งจะเล่น สนทนา ทำกิจกรรม เฉพาะกับเขาตัวต่อตัว ประมาณ๑ชั่วโมงนะ

ตอนนี้ผ่านมาปีกว่า เราดีใจมากผลที่ได้รับดีจริงๆ เขาพูด ตอบโต้ แสดงความคิดเห็นความต้องการได้อย่างน่าพอใจ ถึงจะไม่มากมายเท่ากับเด็กรุ่นเดียวกันแต่ก็ดีใจที่เขาพูดได้ดีขึ้น แถมเถียงเก่งด้วย

มดใช่ไหมค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะสำหรับคำแนะนำ ตอนนี้อ้อมพูดกับเขาภาษาไทย แต่เวลา อ้อมโมโห ลั่นภาษาใต้เลยแหละ

ล่่าสุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เรานั่งรถไฟไปเที่ยวกับลูก บังเอิญว่า มีผู้โดยสารคนหนึ่ง คุยโทรศัพท์ แบบเสียงดัง มาก พร้อมทำไม้ทำมือประกอบด้วยอ้อมกับลูกซึ่งนั่งใกล้ ก็ได้ยินแบบเต็มเลยนะ เจ้าลูกชายมองหน้าเรา แล้วพูดเป็นภาษาไทยว่า"มามาเขาบ้าหรือ" อ้อมอยากจะหัวเราะให้ดังจ้ากกก แต่ก็ทำไม่ได้ เออเจ้าลูกชายก็ใช้ภาษาไทยได้ถูกกาละเทศะดี แบบไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนนะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
nongmaxi
แม่ไข่ยัดไส้ พ่อไข่ลูกเขย
 
โพสต์: 621
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ย. 17, 2008 8:19 am

โพสต์โดย naddyswiss » พุธ มิ.ย. 09, 2010 11:03 am

prettypass2000 เขียน: คุณอ้อม[nongmaxi] ชาร์ลอตต์ก็พูดช้าค่ะ เขาเริ่มพูดเป็นคำๆก่อนแล้วไม่ยอมพูดเป็นประโยค พี่เลยพาไปหา speech specialistเพราะคุณหมอเด็กแนะนำไป ผลออกมาคือเขาสับสนภาษาค่ะ คุณหมอเลยแนะนำให้พี่ไม่บังคับให้ชาร์ลอตต์พูดภาษาไทย คือถ้าพี่พูดไทยกับเขาแล้วเขาตอบเป็นอังกฤษก็ให้โอเค พอพี่ลองทำตามก็ได้ผลนะคะ ตอนนี้เขาต่อยหอยมาก พูดไม่หยุดเลย เหอๆๆๆๆๆ แถมหากใครทำเขาเสียใจเขาจะทำหน้าเศร้าแล้วบอกว่า เขาเสียใจ และคุณกำลังหักอกชั้นพร้อมทั้งทำมือประกอบด้วย อิอิอิ แต่ไข่แดงพูดเร็วค่ะ เขาพูดเป็นคำๆและเป็นประโยค เช่น Thank you, read it, I want this, catch it ได้แล้วค่ะ

ตอนนี้นาตาลีดันพูดแต่ภาษาไทย แต่ภาษาพ่อเค้าพูดไม่รู้เรื่อง ถ้าหมอให้เจ๊หยุดพูดไทยกะลูก เจ๊ไม่รู้จะทำไงดี เพราะภาษาเยอรมันเจ๊ไม่แข็งแรงว่ะค่ะ เหอๆๆๆ ทำได้คือย้ายนาตาลีไปอยู่เมืองไทยแทน โทษฐานไม่ยอมพูดภาษาประเทศที่ตัวเองเกิด อิอิ

ทุกวันนี้ก้อยังงงงวยว่า เค้าอยู่ประเทศที่คนพูดภาษาเยอรมันกัน ในบ้านมีคนพูดเยอรมันได้ดีสองคนคือ แอนดี้และพ่อเค้า เจ๊พูดไทยอยู่คนเดียว กลับเป็นนาตาลีพูดภาษาไทยได้มากกว่าภาษาเยอรมัน ทั้งๆที่แอนดี้พูดกะน้องเป็นภาษาเยอรมันนะ แอนดี้ไม่พูดไทยด้วย แต่กะพี่แอนดี้พูดไทยอย่างเดียวไม่พูดภาษาเยอรมัน แอนดี้ไปเจอแอน ฮอลแลนด์ แอนดี้ก้อพูดไทยด้วย
naddyswiss
 

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
cron