ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ใครเคยดัดฟันที่อเมริกาบ้างคะ

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย moree » พุธ ก.ค. 14, 2010 12:27 am

สวัสดีค่ะ ตอนนี้อายุ 30++ แล้ว แต่อยากดัดฟันค่ะ พี่ๆเพื่อนๆน้องๆท่านไหนเคยดัดฟันที่อเมริกา (แถวที่เราอยู่เลยยิ่งดี ตอนนี้อยู่ bellveue ,WA ค่ะ) ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะ ที่อยากรู้มากๆคือ ค่าใช่จ่าย มีแบบผ่อนแบบเมืองไทยมั้ยคะ เข้าใจว่าราคาแต่ละ case แต่ละที่ ไม่เท่ากัน แต่อยากรู้เป็นแนวทางค่ะ ขอบคุณค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
moree
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 18
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ย. 13, 2006 12:07 am

โพสต์โดย prettypass2000 » พุธ ก.ค. 14, 2010 2:04 am

ไม่เคยดัดฟันค่ะ แต่สองสาวคนโตที่บ้านจะไปดัดฟันอีกไม่ช้านี้ รอให้ฟันอีกสองซี่หลุดก่อนแล้วจะเริ่มค่ะ ก่อนอื่นหากจะดัดฟันก็ไปหาหมอฟันปรกติ[dentist]ก่อนนะคะ เขาจะตรวจให้แล้วเขาจะบอกว่าเราควรจะไปหาหมอจัดฟัน[orthodontist]หรือไม่ค่ะ แนะนำให้ไปหาหมอจัดฟันที่หมอฟันเราแนะนำเพราะเขาอาจจะไม่คิดค่าไปหาครั้งแรก หรือ consultant feeนะคะ แล้วให้เช็คกับประกันฟันที่ใช้อยู่ด้วยว่า life time maximumเขาออกให้เท่าไหร่ แต่ละบริษัทจะต่างกันค่ะ อย่างประกันที่มดใช้นั้น life-time maximum for orthodonticอยู่ที่ $1,600ต่อคนค่ะ นอกนั้นก็ออกเอง แต่ดีที่เขาให้ life-time maxแยกสำหรับอย่างอื่นด้วยค่ะ ที่นี่เกือบทุกบริษัทประกันฟันจะไม่ออกค่าเจอหมอจัดฟันครั้งแรกหรือค่า consultant feeให้นะคะ ราคาก็แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหมอ หมอของเด็กๆที่ไปหาจะอยู่ที่ $300ต่อครั้งแรกซึ่งกินเวลาหนึ่งชั่วโมงค่ะแต่ไม่ได้จ่ายเพราะหมอฟันของเขาแนะนำไปค่ะ

ที่นี้ตอนที่ไปหาหรือปรึกษานั้นเขาจะบอกรายละเอียดต่างๆรวมถึงราคาด้วย ซึ่งราคานั้นก็จะต่างกันไปขึ้นอยู่กับความยากง่ายของการจัดและวัสดุที่ใช้ในการจัดฟันด้วยค่ะ ของสองสาวอยู่ที่คนละ $4,000ซึ่งจะใช้เวลายี่สิบเดือนนะคะแล้วเขาจะนัดไปจัดเดือนละครั้งนะคะ หมอจัดฟันหลายที่จะมีให้ผ่อนจ่ายค่ะ แต่ที่จะไปนั้นหากเริ่มจัดเมื่อไหร่ก็ต้องไปปรึกษาอีกรอบ[ฟรี]และต้องจ่ายเงินต้นคนละ $1,500แล้วก็ผ่อนจ่ายรายเดือนๆละ $200ต่อคนค่ะซึ่งจะจ่ายหมดตอนจัดฟันเสร็จพอดี ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะผ่อนจ่ายหรือจะจ่ายหมดเลยทีเดียว ตอนนี้ก็รอให้ฟันเขาหลุดคือรอให้หลอก่อนแล้วจะได้จัดให้เสร็จค่ะ
<img src='http://i134.photobucket.com/albums/q90/prettypass2000/180032_160763360641641_100001239355999_351328_6246049_n-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
prettypass2000
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2049
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 23, 2006 3:22 am

โพสต์โดย moree » พุธ ก.ค. 14, 2010 2:31 am

ขอบคุณ คุณมดมากนะคะ เข้ามาตอบให้อย่างละเอียดทีเดียว ยังไม่ได้เช็คประกันแต่เคยอ่านผ่านๆว่า การจัดฟันจัดเป็น cosmetic dental ประกันไม่ครอบคลุมสำหรับผู้ที่มีอายุเกิน 18 เลยค่อนข้างกังวลกับค่าใช้จ่ายค่ะ ถ้ามีแบบผ่อนก็ใจชื้นหน่อยเพราะไม่อยากจ่ายเป็นก้อน ใจหายค่ะ :)
ภาพประจำตัวสมาชิก
moree
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 18
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ย. 13, 2006 12:07 am

โพสต์โดย โทนโทน » พุธ ก.ค. 14, 2010 2:51 am

กำลังดัดอยู่ค่ะ แต่ี่แคนาดานะคะ

จ่ายงวดแรก สามพันคะ งวดต่อไป แปดร้อยทุกสามเดือน รวม เจ็ดพันสามร้อยค่ะ

เจ็บมากๆๆๆๆๆ

มันเป็นแบบ Damon ใสๆ ฟันหน้า ฟันล่างเป็นสีเงิน น่ะค่ะ ฟันเข้าเร็วมาก ดึงเชาเย็นก็เขาแล้วค่ะ

ดัดมาแปดเืดืออนแล้ว อีกนึ่งปีก็็ ถอดเหล็กได้ค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
โทนโทน
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 9
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ม.ค. 29, 2006 10:01 pm

โพสต์โดย prettypass2000 » พุธ ก.ค. 14, 2010 3:33 am

คุณโมรี ให้หมอฟันเป็นคนแนะนำไปค่ะเพราะไม่งั้นบางทีบริษัทประกันจะคิดว่าเป็น cosmetic ของเด็กๆที่บ้านนั้นหมอฟันเขามีเครื่องเอ๊กซเรย์แบบที่ใช้ใน orthordonticด้วยแล้วเขาเลยเอ๊กซเรย์ให้แล้วทำจดหมายแนะนำค่ะ เขาแนะนำมาให้ทั้งหมดห้าคนแต่เลือกหมอที่อยู่ออฟฟิซติดกันน่ะค่ะ ครั้งที่ไปครั้งแรกก็ยื่นใบเอ๊กซเรย์ให้เขาดูนะคะ แต่หมอแนะนำให้รอให้ฟันหลุดเพิ่มแล้วให้มาอีกรอบค่ะ หากตกลงต่างๆเสร็จเขาก็จะทำโมเดลฟันแล้วก็เริ่มจัดค่ะ ช่วงแรกๆจะเป็นแบบทุกๆห้าถึงสิบอาทิตย์แล้วแต่คุณหมอนัดนะคะ ส่วนจ่ายเป็นงวดก็จ่ายทุกๆสิ้นเดือนค่ะ แต่ถ้าจ่ายเป็นเงินสดหมดทีเดียวแล้วเขาจะมีส่วนลดให้ซึ่งคิดว่าดีกว่าค่ะ

ส่วนเรื่องประกันฟันนั้นแนะนำให้เช็คดีๆนะคะ ประกันฟันแต่ละบริษัทต่างกันค่ะ คือประกันฟันทุกบริษัทนั้นเขาจะให้life-time maximum สำหรับทำฟัน[ค่าตรวจฟันปีละสองครั้งฟรี]ต่อคนนะคะซึ่งเงินจำนวนนี้ใช้หมดแล้วก็หมดเลย บางบริษัทจะแยก life-time maxของ orthodonticออกจาก life-time maxปรกติแต่บางบริษัทเขาก็ไม่ได้แยกค่ะ พอดีเปลี่ยนบริษัทประกันฟันมาสามหนแล้ว สองที่แรกเป็น life-time maxแบบรวม แต่อันที่ใช้ปัจจุบันเป็นแบบแยกค่ะ แต่คุยกับหมอฟันเด็กเขาก็บอกว่าถ้าเขาเป็นคนแนะนำไปว่าเด็กต้องจัดฟันจริงๆ บริษัทประกันก็ต้องออก life-time maxให้เรานะคะ แต่ค่า consultant feeครั้งแรกนั้นทั้งสามบริษัทที่เคยและใช้อยู่ไม่ออกให้ค่ะเพราะเขาบอกว่าเป็นค่าคำปรึกษา ไม่ใช่ค่ารักษาฟัน แต่อย่างที่บอกว่าได้ฟรีเพราะหมอฟันเด็กเป็นคนแนะนำไปนะคะ บริษัทประกันฟันที่อเมริกาไม่ค่อยจะโอเคเท่าไหร่หรอกค่ะ กฏจุ๋มจิ๋มต่างๆเยอะทีเดียว เรียกว่าต้องเช็คอย่างละเอียดรอบคอบบ่อยๆเลยค่ะ
<img src='http://i134.photobucket.com/albums/q90/prettypass2000/180032_160763360641641_100001239355999_351328_6246049_n-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
prettypass2000
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2049
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 23, 2006 3:22 am

โพสต์โดย prettypass2000 » พุธ ก.ค. 14, 2010 3:40 am

ขอต่ออีกนิดนะคะ life-time max เป็นเงินที่ทางบริษัทประกันให้เราในขณะที่เราเป็นลูกค้าเขา คือตราบใดที่เราเป็นลูกค้าเขา เราก็มีสิทธิ์ในเงินส่วนนี้แต่หากเราใช้หมดแล้วเราก็จะต้องออกค่าหมอเองหรืออาจจะออกตามเปอร์เซ็นต์แล้วแต่ข้อตกลง ปรกติค่าตรวจฟันปีละสองครั้งที่นี่ฟรีนะคะ แต่ค่าเอ๊กซเรย์นั้นบางทีก็ไม่ฟรีแล้วแต่แพลนประกันและบริษัทฟันของเรา ส่วนค่ารักษาอื่นๆนั้นก็แล้วแต่เขาจะกำหนดมาในแพลนประกันค่ะ อย่างของที่บ้านนั้น life-time maxปรกติจะได้ $1500ต่อคน ซึ่งหากเด็กๆหรือมดเองต้องอุดฟันหรือรักษาฟันเขาก็จะหักออกจากส่วนนี้ หากหมดแล้วก็ต้องเริ่มจ่ายค่าบิลเอง 20%ในขณะที่บริษัทประกันออกอีก 80%ค่ะ ตอนแรกก็งงแต่พอใช้ไปเรื่อยๆก็ชิน โชคดีที่เด็กๆที่บ้านไม่เคยฟันผุเลยนะคะเลยยังไม่เคยได้ใช้เงินส่วนนั้นเลยค่ะ
<img src='http://i134.photobucket.com/albums/q90/prettypass2000/180032_160763360641641_100001239355999_351328_6246049_n-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
prettypass2000
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2049
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 23, 2006 3:22 am

โพสต์โดย moree » พุธ ก.ค. 14, 2010 5:06 am

ขอบคุณ คุณโทนโทน ค่ะที่มาแบ่งปัน.... 7300 เหรียญ!!!! อุแม่เจ้า เคยเห็นตัวเลขราคานี้ตามเว็บที่ส่วนใหญ่จะบอกเป็นช่วง ในใจแอบคาดหวังค่ะว่ากรณีเราจะได้ราคาไม่เกิน 5000 18 เดือนเร็วทันใจดีนะคะ ส่วนตัวก็อยากได้แบบเร็วเหมือนกัน แต่งานนี้คงต้องดูราคาประกอบด้วย

คุณมดคะ ขอสารภาพค่ะว่าไม่เคยศีกษาประกันฟันเลย เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะทำฟันที่นี่ เหมารวมกลับไปทำที่ไทยทุกที ตอนซื้อสามีก็เป็นคนซื้อ ดิฉันทราบแค่ ขูดหินปูนฟรี แต่ไม่เคยใช้บริการ พูดง่ายๆว่าดิฉันไม่เคยไปหาหมอฟันทีนี่เลย :) เดี๋ยวจะไปลองดูตามที่คุณมดแนะนำค่ะ ไม่ทราบคุณมดบอกได้มั้ยคะว่าใช้ประกันบริษัทไหน ขอบคุณค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
moree
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 18
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ย. 13, 2006 12:07 am

โพสต์โดย prettypass2000 » พุธ ก.ค. 14, 2010 5:32 am

มดใช้ของ cigna PPOค่ะ เป็นแบบ core planนะคะ ประกันฟันแต่ละบริษัทมีหลากหลายแพลนมาก ที่บ้านได้ผ่านจากที่ทำงานสามีค่ะ เขาให้ประกันสุขภาพ ฟัน และตาแยกบริษัทกันเลยค่ะ ที่บ้านเลยมีแฟ้มแพลนประกันสุขภาพสามแฟ้มให้อ่าน เหอๆๆๆๆ แนะนำว่าหากไม่เข้าใจก็ให้โทรหาบริษัทประกันนะคะและก็จดชื่อคนที่เราคุยด้วยเพราะบางทีเผื่อเราโทรกลับไปใหม่แล้วเขาให้ข้อมูลต่างกันเราจะได้แย้งได้ว่าเราคุยกับคนนี้เขาบอกว่าอย่างนี้ค่ะ ประกันที่นี่ถ้าเป็นแบบ PPOนั้นเราสามารถเลือกหมอเองได้แต่เขาจะแบ่งเป็น in network และ out-of-networkนะคะ ซึ่งแนะนำให้หาแบบ in networkเพราะจะได้ตัดปัญหาเรื่องบิลค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าหมอไหนรับประกันเราบ้างก็เข้าหน้าเวปของบริษัทประกันเขาจะมีให้เสิร์ชหานะคะ

อันนี้่เป็นตัวอย่างแพลนประกันของมดนะคะ ขอโทษที่ๆบอกผิด คือว่า มดได้ Life-time max for orthodontic และ Individual Maximum per Calendar Year ค่ะ อันที่บอกไปเป็นของแพลนเก่า เหอๆๆๆๆ เอาแบบอันนี้นะคะ ไปเปิดแฟ้มมาให้ค่ะ คือ

Cigna PPO Core Plan

Life-time Maximum for Orthodontic
$1,600 `[ใช้หมดแล้วหมดเลย ไม่มีให้คืน]

Individual Maximum per Calendar Year $1,300` [ให้ตามรายปีนับจากวันที่เราเป็นลูกค้าเขา เช่น มดเริ่มเป็นเมื่อ 12/14/2009 ซึ่งจะไปได้จำนวนเงินนี้อีกรอบก็วันที่ 14 ธันวาปีถัดไป ในกรณีที่ไปทำฟันอื่นๆที่ไม่ขูดหินปูนก็ไม่ต้องออกเองจนกว่าจะใช้เงินนี้หมดในปีนั้น หากหมดก่อนมดต้องจ่ายค่าบิลเอง 20% for basic restorativeเช่นอุดฟัน และ 50% for major restorative เช่นรักษารากฟันค่ะ อันนี้เป็นสำหรับ in-network dentistนะคะ ถ้าเป็นแบบ out-of-networkก็จะเป็น 30% & 65%ค่ะ]

deductible [per calendar year] $25 [ยกเว้นค่าขูดหินปูนและตรวจสุขภาพฟัน]

Procedure In-Network

Oral Exam Twice per Calendar Year
Full Mouth X-Rays Once per 36 Consecutive Months
Adult Cleaning Twice per Calendar Year
Child Fluoride [Under Age 14] Once per Calendar Year /
Topical Sealant Application [Under Age 14] Once per 36 Consecutive Months
Crown Once per 60 Consecutive Months
Bridge Work Once per 60 Consecutive Months
Orthodontics Family Coverage
<img src='http://i134.photobucket.com/albums/q90/prettypass2000/180032_160763360641641_100001239355999_351328_6246049_n-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
prettypass2000
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2049
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 23, 2006 3:22 am

โพสต์โดย moree » พุธ ก.ค. 14, 2010 2:49 pm

รู้สึกขอบคุณและเกรงใจมาก คุณมดพิมพ์ตอบอย่างละเอียด แถมเสริมข้อมูลที่ต้องรู้ให้อีก ประกันของดิฉันก็เป็นแบบบริษัทของสามีแนะนำให้แต่ไม่ได้จ่ายให้นะคะ :D ตอนนี้กำลังศึกษาตัวประกันที่มีอยู่ สามีบอกว่าถ้าซื้อของที่อี่นแล้วช่วยประหยัดก็เปลี่ยนประกันได้ จะลองดูประกันที่คุณมดใช้ด้วยค่ะ ตอนนี้ที่เล็งร้านหมอฟันไว้ก็เป็น Bright now dental เพราะใกล้บ้าน
ขอบคุณคุณมดมากๆอีกครั้งนะคะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
moree
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 18
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ย. 13, 2006 12:07 am

โพสต์โดย modnoi » พุธ ก.ค. 14, 2010 7:10 pm

กำลังอยากตั้งกระทู้ถามอยู่พอดี
แหมใจตรงกันจัง อายุก็พอๆกัน
แต่อยากดัดฟัน แต่เสียตรงที่เรา
อยู่คนละประเทศกัน ข้อมูลข้างบน
เลยได้แต่อ่านไว้เป็นความรู้ค่ะ
<span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='font-family:Courier'><b>ฉันไม่ใช่คนสวย... แต่เป็นคนสวยมาก</b></span></span></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
modnoi
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 484
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ต.ค. 07, 2007 8:00 am

โพสต์โดย prettypass2000 » พุธ ก.ค. 14, 2010 7:47 pm

คุณโมรี ไม่เป็นไรค่ะ ช่วยได้ก็ช่วยกันไปค่ะ เป็นเพื่อนมนุษย์เหมือนกันก็ควรที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกันค่ะ เรื่องราคาประกันนั้นถ้าได้ผ่านที่ทำงานจะถูกกว่าแบบที่ต้องหาซื้อเอาเองนะคะ พอดีเคยลองเปรียบราคาดู คือ ของ Kaiser Permanente เป็นประกันสุขภาพไม่รวมฟันและตาแบบ HMO[ไม่สามารถเลือกหมอได้เพราะเขามี medical buildingของเขาเอง]ซึ่งมดเคยใช้ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนนะคะ ถ้าได้ผ่านบริษัทจะตกที่เดือนละ $150สำหรับ family + แต่ถ้าซื้อเองจะตกที่เดือนละ $500สำหรับ family +น่ะค่ะ เพราะถ้าได้ผ่านบ.นั้นเราจะจ่ายไม่เต็มค่ะ

แต่บ.ใหม่ของคุณสามีเปลี่ยนประกันสุขภาพให้กับพนักงานทุกคนเพราะว่าประกันอันเก่านั้นเขาต้องจ่ายแพง อันใหม่เขาจ่ายถูกลงและทำให้ค่าประกันรายเดือนถูกลงด้วยและสามารถเลือกหมอเองได้ค่ะ แต่เขามี deductibleซึ่งต่างกันไปตามระดับรายได้เงินเดือน deductibleของที่บ้านอยู่ที่ $2,400ต่อ calendar yearสำหรับครอบครัวนะคะ และยังมี out-of-pocket maximum อีกปีละ $11,000สำหรับครอบครัวซึ่งเขาบอกว่า หากจ่ายดีดัคทิเบิลครบก็ออกค่ารักษาพยาบาลเอง 10%ต่อบิลจนกระทั่งครบ out-of-pocket maximumแล้วถึงจะไม่ต้องออกอะไรเลย แต่ตรวจสุขภาพฟรีและตรวจครรภ์ฟรี ยกเว้นค่าแลป ค่าอัลตร้าซาวน์ที่ต้องออกเอง 20% ส่วนค่ายาก็ต้องออกเองหมดแต่สามารถให้หมอเขียนใบสั่งยา 90วันแต่จ่ายในราคา 30วันได้ค่ะ ที่ทำงานสามีเขาบ่นกันเพราะแผนกเขาโดนจ่ายกันแบบนี้แต่บ.บอกว่าเขายอมให้เงินเดือนทุกคนตามที่ขอกันก็ห้ามต่อรองเรื่องนี้น่ะค่ะ ได้อย่างเสียอย่างแล้วกันเนอะคะ แต่ชอบที่เลือกหมอเองได้ค่ะ เลยได้เฟ้นหาอย่างดีเลยคราวนี้ อิอิอิ
<img src='http://i134.photobucket.com/albums/q90/prettypass2000/180032_160763360641641_100001239355999_351328_6246049_n-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
prettypass2000
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2049
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 23, 2006 3:22 am

โพสต์โดย prettypass2000 » พุธ ก.ค. 14, 2010 7:51 pm

ไหนๆแนะนำแล้วก็ต่อด้วยประกันตาแล้วกันนะคะ ประกันตาเวลาเลือกก็ให้ดูดีๆค่ะ ที่บ้านใช้ประกันอะไรก็ไม่ทราบจำชื่อไม่ได้ แต่ว่าเขาให้ตรวจตาฟรีปีละครั้งแบบไม่มีโคเพย์นะคะ แล้วถ้าตัดแว่นก็จะได้ $200ต่อคนต่อแว่นหนึ่งอันค่ะ นอกนั้นหากอยากได้แบบแพงขึ้นก็เสียส่วนต่างเอาค่ะ ส่วนคอนแทคเลนส์นั้นจ่ายแค่ $25สำหรับ one-year supplyค่ะ หากต้องรักษาตาก็ต้องออกค่าบิลเอง 30%ของบิลจักษุแพทย์ ค่าเลสิคนั้นจะครอบคลุมก็ต่อเมื่อจักษุแพทย์ประจำตัวทำหนังสือแนะนำว่าจำเป็นต้องทำ ไม่งั้นเขาจะถือว่าเป็นความงามค่ะ แต่จะต้องได้รับการอนุมัติจากบ.ประกันก่อนที่จะเริ่มทำซึ่งจะต้องออกเอง 50%ของบิลค่ะ เด็กๆสองคนโตที่บ้านต้องใส่แว่นตาค่ะ ส่วนคนที่สามหมอบอกให้ไปตรวจก่อนขึ้นอนุบาลค่ะ ปีหน้าเลยจะพาไป หวังว่าจะไม่ต้องใส่แว่นเหมือนพี่เขาน่ะค่ะ เหอๆๆๆ
<img src='http://i134.photobucket.com/albums/q90/prettypass2000/180032_160763360641641_100001239355999_351328_6246049_n-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
prettypass2000
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2049
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 23, 2006 3:22 am


ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน