ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ประสบการสัมผัสที่หก (สาม)

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย ป้าติ๋ม » ศุกร์ ธ.ค. 03, 2010 12:00 pm

Layla เขียน:ปรกติแต้วไม่รู้ว่าจะใช้ธรรมะในการตัดสินคนผิดหรือถูกมันเป็นอย่างไร เพราะแต่ละคนก็ล้วนแล้วแต่บอกว่าตัวเองก็มีธรรมะ มีน้อยที่จะยอมรับว่าตัวเองมีกิเลส อันนี้เป็นธรรมชาติของคน

แต้วก็ไม่รู้ตัวเองมีธรรมะอะไรในใจหรือเปล่า เพราะไม่รู้ว่าเราจะเอาดัชนีอะไรมาวัด มันไม่มีสถิติ มันไม่มีค่าความแตกต่างที่ทางวิทยาศาสตร์กำหนด เพราะธรรมะเกิดจากใจที่สุจริต วัดได้ที่ความสุขที่เกิดจากใจต่อผู้อื่นและตัวเอง

เมื่อไม่รู้ว่าตัวเองจะใช้ธรรมะข้อไหน ทุกครั้งที่คิดจะโทษใครว่าผิดหรือถูก แต้วจะใช้ศิลปะของการบริหารมาคิดแทนเสมอ คือ อย่าคิดอะไรให้สุดโต่งหรือสุดเหวี่ยง 100 เปอร์เซ็นต์ จงเผื่อ ความ ถูกและผิด ในสิ่งนั้นๆในใจเสมอ ซัก 10 เปอร์เซ็นต์ เผื่อมันจะทำให้เราได้ตระหนักคิด และรอบคอบยิ่งขี้น มองโลกในแง่ดียิ่งขึ้น เป็นการให้โอกาสคนที่เรากำลังจะตัดสินนั้นยังพอมีความยุติธรรมบ้าง....

<span style='font-size:14pt;line-height:100%'>อ่านข้อความของน้องแต้วเป็นหลายรอบ</span> <span style='font-size:14pt;line-height:100%'>

ป้าติ๋มก็เพิ่งมา ก.ไก่ ข.ไข่ ในเรื่องคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลายอย่างที่เราก็ลืมใช้ศีลมากำกับเหมือนกันเมื่อมีเหตุมากระทบผัสสะ ยังไม่บอกว่าผัสสะหมายถึงอะไรก่อนเดี๋ยวจะได้ร่ายมนต์เรียกสาวๆที่ใฝ่รู้ในธรรมะเอามาบอกเอง</span>
<span style='color:blue'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>ธรรมะ</span></span><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>ไม่ใช่เครื่องมือชี้วัดหรือ Balanced scorecard ในการตัดสินใครในเรื่องของความถูกความผิด แต่
</span><span style='color:blue'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>ธรรมะ</span></span> <span style='font-size:14pt;line-height:100%'>ในความหมายของท่านพุทธทาสภิกขุ " ธรรมะ " คือ หน้าที่ ที่มนุษย์จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ เพื่อความมีชีวิตอย่างผาสุก ทั้งโดยส่วนตัวและโดยส่วนรวม
ธรรมะ ช่วยให้เรารู้จักมีชีวิตอย่างถูกต้อง รู้จักมีสิ่งแวดล้อมชีวิต และใช้มันอย่างถูกต้อง มีหน้าที่การงาน ทรัพย์สมบัติ เกียรติยศชื่อเสียง มิตรสหาย ฯลฯ อย่างถูกต้อง คือเป็นไปเพื่อสันติสุขส่วนบุคคล และสันติภาพของส่วนรวมโดยส่วนเดียว ไม่สร้างวิกฤตกาลใดๆขึ้นแก่ใคร แม้แก่สัตว์เดรัจฉานและพฤกษชาติทั้งปวง ไม่เป็นคนทำลายโลก หรือหนักแผ่นดินแม้แต่หน่อยเดียว สิ่งที่เรียกว่าบาป โชคร้าย หรือ ซวยตลอดชาติ ย่อมไม่มีแก่ผู้ปฏิบัติธรรม ข้อนี้หมายความว่า นรก ไม่มีสำหรับบุคคลชนิดนี้ มีแต่สวรรค์ นับตั้งแต่วินาทีที่เขาประพฤติธรรม เป็นต้นไปทีเดียว…

การที่น้องแต้วใช้ศิลปะของการบริหาร "เป็นการให้โอกาสคนที่เรากำลังจะตัดสินนั้นยังพอมีความยุติธรรมบ้าง" นั่นก็คือธรรมะของผู้บริหาร ในเรื่องของ พรหมวิหาร 4 นั่นเอง
*เมตตา
*กรุณา
*มุทิตา
*อุเบกขา
น้องแต้วได้ใช้ไปแล้วโดยธรรม+ชาติ

พระพุทธเจ้าทรงกล่าวว่าอย่าลังเลในธรรม แค่นี้ก่อนนะจ๊ะแต้ว...ยินดีที่น้องแต้วกำลังเขยิบๆๆเข้ามาเรียนรู้เรื่องของธรรมแล้วจ้า</span>
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าติ๋ม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 282
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 21, 2010 4:26 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » ศุกร์ ธ.ค. 03, 2010 1:07 pm

Layla เขียน:
ปรกติแต้วไม่รู้ว่าจะใช้ธรรมะในการตัดสินคนผิดหรือถูกมันเป็นอย่างไร เพราะแต่ละคนก็ล้วนแล้วแต่บอกว่าตัวเองก็มีธรรมะ มีน้อยที่จะยอมรับว่าตัวเองมีกิเลส อันนี้เป็นธรรมชาติของคน


พระพุทธองค์ทรงใช้คำว่า "กรรม" เป็นหลักในการพิจารณาบุคคลค่ะ

คนที่มีธรรมะ ถือศีล ปฏิบัติธรรม จนได้ขั้นโสดาบัน ก็ยังไม่พ้นมีข้อพร่องนะคะ
สิ่งที่จะทำให้หนูสบายใจมากกว่าเดิมก็คือ

ขออโหสิกรรมจากทุกคน ไม่ว่าคนที่ทำให้เราเสียใจหรือทำให้เขาเสียใจ
แผ่เมตตาให้ตัวเอง ให้ผู้อื่น
และเริ่มต้นใหม่ด้วยการมีสติ บอกตัวเองว่า
เราจะไม่ทำในสิ่งที่เราเคยทำแล้วไม่ให้ผลดีต่อตัวเองและผู้อื่น
หากมีคนมาเตือนในตอนที่เราเริ่มจะไขว้เขว เราก็จงขอบคุณเขา
อย่าถืออหังการ อย่าเคืองผู้ที่มาเตือนเราไม่ว่าด้วยมโนสุจริตหรือมโนทุจริต
ให้รับฟังไว้ แล้วขอบคุณเขา

ทำไมหญิงป้าจึงบอกว่าอย่าเคืองผู้ที่เตือนเราด้วยมโนทุจริต
เพราะถ้าเราไปเคืองเขา เราก็จะไปต่อกรรมให้มีต่อกัน ด้วยมโนทุจริตเช่นกันค่ะ


หญิงป้าเองก็ไม่ได้เก่งนะคะ เพียงแต่ช่วยชี้ทางได้ก็ชี้ให้
จะปฏิบัติหรือไม่นี่ แล้วแต่ผูั้มารับรู้ค่ะ
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย Layla » ศุกร์ ธ.ค. 03, 2010 2:02 pm

ธรรมะไม่ใช่เครื่องมือชี้วัดหรือ Balanced scorecard ในการตัดสินใครในเรื่องของความถูกความผิด แต่ ธรรมะ ในความหมายของท่านพุทธทาสภิกขุ " ธรรมะ " คือ หน้าที่ ที่มนุษย์จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ เพื่อความมีชีวิตอย่างผาสุก ทั้งโดยส่วนตัวและโดยส่วนรวม ธรรมะ ช่วยให้เรารู้จักมีชีวิตอย่างถูกต้อง รู้จักมีสิ่งแวดล้อมชีวิต และใช้มันอย่างถูกต้อง มีหน้าที่การงาน ทรัพย์สมบัติ เกียรติยศชื่อเสียง มิตรสหาย ฯลฯ อย่างถูกต้อง คือเป็นไปเพื่อสันติสุขส่วนบุคคล และสันติภาพของส่วนรวมโดยส่วนเดียว ไม่สร้างวิกฤตกาลใดๆขึ้นแก่ใคร แม้แก่สัตว์เดรัจฉานและพฤกษชาติทั้งปวง ไม่เป็นคนทำลายโลก หรือหนักแผ่นดินแม้แต่หน่อยเดียว สิ่งที่เรียกว่าบาป โชคร้าย หรือ ซวยตลอดชาติ ย่อมไม่มีแก่ผู้ปฏิบัติธรรม ข้อนี้หมายความว่า นรก ไม่มีสำหรับบุคคลชนิดนี้ มีแต่สวรรค์ นับตั้งแต่วินาทีที่เขาประพฤติธรรม เป็นต้นไปทีเดียว


ขอบคุณค่ะป้าติ๋ม แต้วพอเข้าใจยิ่งขี้นนะคะ จริงๆไม่ได้กลัวธรรม เพราะคิดว่าตัวเอง มีพอเพียงสำหรับคำว่า เป็นคนดี จ๊ะป้า

แต่มีคำถามต่ออีกค่ะว่า ทุกวันนี้ ปัญหาบ้านเมือง หรือหลายๆปัญหา เกิดจากการมองต่างมุมของคนสองฝ่ายหรือหลายๆฝ่าย เมื่อไหร่ที่คนหล่านี้มีความขัดแย้งกันทางความคิด มองแตกต่างในมุมมอง อีกฝ่ายบอกว่าถูก อีกฝ่ายบอกว่าผิด ตัดสินไม่ได้ เพราะมันก้ำกึ่งกับคำว่าจริยธรรมและมโนธรรม ที่ซึ่งไม่มีผู้ใดกำหนดว่าอันไหนผิดหรือถูก บอกไม่ได้ว่าฉันควรถูกหรือเธอควรผิด มันไม่เหมือนกฏหมายที่บรรหยัดไว้ชัดเจน จึงเป็นที่มาของการขัดแย้ง

อันนี้คือที่มาของคำถามของแต้วค่ะป้าติ๋ว เพราะคำว่า เพื่อความมีชีวิตอย่างผาสุก ครอบคลุมกว้างมาก เขาก็ผาสุกในมุมมองของเขา เราก็ว่าเราผาสุกในมุมมองของเรา มันเลยจูนกันไม่ติด
แต้วถามเพราะว่า ทำอย่างไร เราถึงจะจูนคนสองฝ่ายหรือหลายฝ่ายให้เข้าใจกันได้ โดยถ้ามันไม่มีกฏหมายกำหนด อย่างน้อย การใช้ธรรมะน่าจะทำอะไรให้ดีขึ้นได้ แต่นี่ไม่ได้ค่ะ เพราะธรรมะของคนแต่ละฝ่าย มันผิดกัน จูนกันไม่ติด ผิดใจกันไปเลย

ป้าติ๋วอย่างงแต้วนะคะ แต้วเป็นพวกจินตนาการสูงมากค่ะ แต่มันคาใจจริงๆ


ขออโหสิกรรมจากทุกคน ไม่ว่าคนที่ทำให้เราเสียใจหรือทำให้เขาเสียใจ
แผ่เมตตาให้ตัวเอง ให้ผู้อื่น และเริ่มต้นใหม่ด้วยการมีสติ บอกตัวเองว่า
เราจะไม่ทำในสิ่งที่เราเคยทำแล้วไม่ให้ผลดีต่อตัวเองและผู้อื่น
หากมีคนมาเตือนในตอนที่เราเริ่มจะไขว้เขว เราก็จงขอบคุณเขา
อย่าถืออหังการ อย่าเคืองผู้ที่มาเตือนเราไม่ว่าด้วยมโนสุจริตหรือมโนทุจริต
ให้รับฟังไว้ แล้วขอบคุณเขา

ทำไมหญิงป้าจึงบอกว่าอย่าเคืองผู้ที่เตือนเราด้วยมโนทุจริต
เพราะถ้าเราไปเคืองเขา เราก็จะไปต่อกรรมให้มีต่อกัน ด้วยมโนทุจริตเช่นกันค่ะ 



อันนี้น่าคิดนะคะคุณหญิงป้า แต้วอยากทราบว่า ถ้าเราไปเตือนเขา แล้วเขาไม่รับ ไม่ฟัง แถมมาหาว่าเราดีมาจากไหน ถ้าเก่งจริงก็คงมีชีวิตที่ดีกว่านี้ เริดกว่านี้แล้วซิ หากินหัวซุกหัวซุนอย่างนี้ จะมาเตือนเขาทำไม อย่างนี้ ถือว่าเราบาปไหม ที่ไปเตือนเขา เรามีมโนสุจริตที่ไปเตือน แต่เขาไม่รับ ไม่ฟัง เพราะคิดว่าเขาก็ถูก ดังนั้น ถ้าทำเช่นนี้เราบาป เพราะเราเตือนเขาแล้วเขาโกรธ พาลทะเลาะ สังคมวุ่นวายแตกแยก ดังนั้น สมควรเตือนกันหรือไม่ หรือว่าปล่อยไปเลย ไม่มีการตักเตือนกัน อย่างนั้นใช่หรือไม่

คำถามนี้ใช้เฉพาะคนที่มีมโนสุจริตในการที่จะไปตักเตือนใครนะคะ ไม่เกี่ยวกับคนที่มีผลประโยชน์ส่วนตน เช่น ไม่เตือนเพราะกลัวผิดใจเพื่อน ไม่เตือนเพราะกลัวเสียผลประโยชน์ ไม่เตือนเพราะไม่อยากมีเรื่อง อยากฉลาด ขอเอาตัวรอดไว้ก่อน เป็นต้น

หมายเหตุ
ที่แต้วตั้งคำถามทุกอย่าง เกิดจาก ความอยากรู้ส่วนตัวนะคะ เพราะแต้วอยากให้มีการเสวนา ในมุมมองของหลายๆคนว่า ทำไม ธรรมะ ถึงแก้ปัญหาอะไรหลายๆอย่างในสังคมไม่ได้ และทำไมธรรมะไม่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ในทุกๆเรื่อง ไม่สามารถจูนกันได้ หรือแค่เพราะ
คนเรา ระดับของธรรมะในใจ มันแตกต่างกัน


ขอบคุณผู้มีธรรมะในใจทุกท่านที่มาให้คำแนะนำแต้วนะคะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Layla
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 505
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ก.พ. 16, 2009 4:09 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » ศุกร์ ธ.ค. 03, 2010 2:37 pm

Layla เขียน:

อันนี้น่าคิดนะคะคุณหญิงป้า แต้วอยากทราบว่า ถ้าเราไปเตือนเขา แล้วเขาไม่รับ ไม่ฟัง แถมมาหาว่าเราดีมาจากไหน ถ้าเก่งจริงก็คงมีชีวิตที่ดีกว่านี้ เริดกว่านี้แล้วซิ หากินหัวซุกหัวซุนอย่างนี้ จะมาเตือนเขาทำไม อย่างนี้ ถือว่าเราบาปไหม ที่ไปเตือนเขา เรามีมโนสุจริตที่ไปเตือน แต่เขาไม่รับ ไม่ฟัง เพราะคิดว่าเขาก็ถูก ดังนั้น ถ้าทำเช่นนี้เราบาป เพราะเราเตือนเขาแล้วเขาโกรธ พาลทะเลาะ สังคมวุ่นวายแตกแยก ดังนั้น สมควรเตือนกันหรือไม่ หรือว่าปล่อยไปเลย ไม่มีการตักเตือนกัน อย่างนั้นใช่หรือไม่




คำตอบมีอยู่อย่างเดียวค่ะ

<span style='color:red'>ใครทำ ใครได้</span>

เมื่อเราเตือนเขาแล้ว เขาไม่เห็น หรือโต้ตอบ
เราต้องหยุดที่ตัวเราค่ะ

แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่า เราจะเลิกแผ่เมตตาให้เขานะคะ

เราไม่ยุ่งในเรื่องที่เขาไม่ต้องการให้เราไปเกี่ยวข้อง
แต่เขาอาจจะต้องการแรงสนับสนุนทางธรรมะ
เราก็ให้เขาด้วยจิตใจที่เมตตา


หญิงป้าย้ำคำพระพุทธองค์อีกครั้งว่า ให้ดูที่กรรมของแต่ละคนค่ะ

เมื่อรู้ว่าเขามีกรรมเป็นตัวกำหนดให้เขาเป็นอย่างนี้
หนูจะไปช่วยเขา เขาไม่รับ ให้หนูพิจารณาที่ตัวเอง
คือ ต้องเคารพในความต้องการของเขา คือเขาไม่ต้องการ
ถึงเขาจะว่าเราอย่างไร เราก็ไม่ควรจะเอาธรรมะของพระพุทธองค์ไปย้ำเขาอีก
และไม่ผูกใจเจ็บเขา ไม่เยาะเย้ยเขาหากเขายังอยู่ในความทุกข์

ให้หนูอยู่ในเขตอภัยทาน
ให้อภัยตัวเอง และตัวเขา ด้วยความจริงใจ
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย Layla » ศุกร์ ธ.ค. 03, 2010 2:50 pm

ขอบคุณค่ะคุณหญิงป้า ยังไม่มีใครมาว่าแต้วหรอกนะคะ แต้วแค่สมมติไปเอาเองนะคะ
เพราะถ้ามันเกิดกับเราวันใดวันหนึ่ง จะได้รู้ทางสว่างว่าควรทำอย่างไร อันนี้ชัดเจน และแต้วก็เห็นด้วยนะคะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Layla
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 505
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ก.พ. 16, 2009 4:09 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » ศุกร์ ธ.ค. 03, 2010 2:54 pm

Layla เขียน:
หมายเหตุ
ที่แต้วตั้งคำถามทุกอย่าง เกิดจาก ความอยากรู้ส่วนตัวนะคะ เพราะแต้วอยากให้มีการเสวนา ในมุมมองของหลายๆคนว่า ทำไม ธรรมะ ถึงแก้ปัญหาอะไรหลายๆอย่างในสังคมไม่ได้ และทำไมธรรมะไม่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ในทุกๆเรื่อง ไม่สามารถจูนกันได้ หรือแค่เพราะ
คนเรา ระดับของธรรมะในใจ มันแตกต่างกัน



คนที่หิว ทุกข์จากอาการหิว
เราหาอาหารให้เขากิน ถ้าเขาไม่กิน เขาก็ยังอยู่ในสภาวะหิวต่อไป

ธรรมะนั้นก็เช่นกัน
ถ้าเรานำไปให้ผู้ที่อยู่ในห้วงแห่งความทุกข์
แต่ถ้าเขาไม่ต้องการแก้ไขทุกข์ให้ลุล่วงด้วยธรรมะ
ต่อให้เรายกตู้พระไตรปิฎกไปให้เขา เขาก็จะไม่เห็นทางแก้ปัญหา
และเราก็ไม่ควรจะไปกล่าวหาว่าเขาเป็นคนบาป
แต่เราควรจะมองเขาอย่างมีเมตตาว่าเขายังอยู่ในทุกข์

ทุกครั้งที่หนูแต้วมีปัญหากับคนรอบข้าง
อาจจะเป็นเพราะว่า ระดับความต้องการในการแก้ปัญหาไม่เท่ากัน
หนูแต้วจะต้องไม่ดื้อรั้น ให้ใครมายอมรับความคิดของหนู
แต่หนูควรจะทำใจของตัวเองให้หยุดนิ่ง (และไม่หาทาง ฟื้นฝอยหาตะเข็บอีกต่อไป)
สิ่งที่เกิดขึ้น ผ่านมาแล้ว หากกลับไม่ได้ ต้องปล่อยให้ผ่านไป
สิ่งที่กำลังจะเกิดต่างหาก ที่หนูควรจะมองว่า เราควรจะตั้งสติอย่างไร
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแบบเก่าๆอีก

ทางที่ดีที่สุด อย่าไปแก้ไขคนอื่น
แต่ให้ปรับปรุงตัวเราเอง...ปรับปรุงไปเรื่อยๆแม้ว่าเราจะมีผู้เอ่ยขานว่า เราเป็นคนดีแล้ว
แต่ความดีนั้น สามารถทำได้โดยไม่มีข้อจำกัด และไม่มีหน่วยของความดีค่ะ
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย ป้าติ๋ม » ศุกร์ ธ.ค. 03, 2010 3:40 pm

ธรรมะสวัสดีอีกรอบจ๊ะน้องแต้ว
จากที่อ่านข้อเขียนของน้องแต้ว ก็ทึกทักเอาได้ว่าน้องแต้วเป็นคนหัวคิดทันสมัยมีความรู้และสนใจในหลายๆเรื่อง แต่เอเรื่องการมุ้งการเมืองมันจะผิด concept ของทู้สัมผัสที่หกไปอ่ะเปล่า
แต่ไม่เป็นไรไหนๆมันก็โยงมาในเรื่องของธรรมะแล้วนี่เน้าะ....ตามมาค่ะ

* ป้าติ๋ม ยกเอาปาฐกถาของท่านพระธรรมโกศาจารย์(ท่านพุทธทาสภิกขุ) ซึ่งเป็นปาฐากถาที่มีประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังๆได้สำเหนียกว่ามนุษย์มีหน้าที่ๆต้องทำไปตามธรรมชาติ คือ หน้าที่ ที่มนุษย์จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ <span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>เพื่อความมีชีวิตอย่างผาสุก</span></span> ทั้งโดยส่วนตัวและโดยส่วนรวมนั่นหมายถึง
1.เป็นบุตรที่ดี
2.เป็นศิษย์ที่ดี
3.เป็นเพื่อนที่ดี
4.เป็นพลเมืองที่ดี
5.เป็นศาสนิกที่ดี

การที่จะเป็นมนุษย์ที่เต็มนั้น ต้องเป็นบุตรที่ดีของบิดามารดา คือทำให้บิดามารดาชื่นอกชื่นใจอยู่ตลอดเวลา เป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์นั้น ก็คือครูบาอาจารย์นำไปได้ตามประสงค์ ศิษย์คนนี้ประสบความสำเร็จสูงสุดของความเป็นมนุษย์ เป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อนนั้น ได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในลักษณะเป็นเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ หมายความว่าเห็นแก่ชาติยิ่งกว่าเห็นแก่ตัวเอง หรือเห็นแก่พรรคพวกของตัวเอง คนเรามักจะเห็นแก่ตัวเองหรือพรรคพวกของตัวเอง มากกว่าเห็นแก่ชาติ เห็นแก่ศาสนานั้นหมายความว่า เห็นแก่เพื่อนมนุษย์หรือโลกเป็นส่วนรวม เพราะว่าศาสนานั้นมีอยู่สำหรับคนทั้งโลกรอดได้

ที่นี้มาถึงคำถามของน้องแต้ว ว่าปัญหาบ้านเมืองหรือปัญหามากมายที่เกิดจากการมองต่างมุมของคนสองฝ่ายเพราะคำว่าจริยธรรมกับมโนธรรมมันกำกึ่งกันและจริยธรรมไม่ได้บัญญัติไว้เหมือนกฏหมาย และธรรมะของแต่ละฝ่ายมันผิดกัน

อย่างแรกที่จะบอกน้องแต้วคือ ธรรมะไม่มีข้างไม่มีฝ่ายถ้าจะมีฝ่ายก็เห็นจะเป็นฝ่ายที่ผู้มีศีลเป็นเครื่องกำกับและนำชีวิตประพฤติปฏิบัติกุศลกรรมบทสิบ คงต้องย้อนไปอ่านที่จานโจ๊กเขียนในเรื่องกรรมบทสิบ

คนที่อุปโลกน์ยึดเอาธรรมะไปตีความกันเองต่างหากจึงเป็นคำล้อเลียนกันทั่วไปว่าฝ่ายธรรมะ และฝ่ายอธรรม อย่าลืมว่า
<span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>การเมือง</span></span>เป็นเรื่องของการขึ้นไปยืนบนหลังเสือ เมื่อขึ้นไปแล้วลงยาก เพราะอาจถูกเสือกัด จึงต้องระวังตัวเหมือนกันเพื่อมิให้เพลี่ยงพล้ำตกลงมาให้เสือตัวที่ตัวคุมขย้ำ หรือเสือตัวอื่นฉีกเนื้อเอาได้
และ<span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>การเมือง</span></span> มีฝ่ายคือฝ่ายที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ ฝ่ายใดมีอำนาจปกครองบ้านเมืองก็ได้ประโยชน์ในการบริหารประเทศเป็นต้นเอาแค่นี้คงพอมองออกเพราะหากเขียนอย่างที่ใจอยากเขียนเดี๋ยวถูกจับไม่ได้เข้าครัวก็เป็นที่เว-ทะ-นา เมื่อมีอำนาจมุมมองก็เปลี่ยนไปตามกระแสปัจจัยอย่างที่น้องแต้วคงทราบ จึงมีการชนะคะคานกันในหลายกลุ่ม แสดงออกกันในหลายแบบ น้องแต้วไม่แปลกใจหรือ ทำไมนักการเมืองต้องใช้ชีวิตบรรพชิตกันหลายคน เพราะอิ่มเอมรู้รสของคำว่า "อยาก" มีอำนาจมากก็" อยากมาก" มีอำนาจน้อยถึงอยากมากก็ได้แค่ "อยากน้อย" ที่นี้มาถึงว่าทำไงธรรมะจึงจะจูนกันให้ติดได้ <span style='color:blue'><span style='font-size:21pt;line-height:100%'>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</span></span> นั่นไง ทรงเป็นผู้มีธรรมะอันประเสริฐและที่ชัดเจน ไม่มีฝ่ายไม่มีข้าง ทุกคนเป็นพระสกนิกรของล้นเกล้าล้นกระหม่อมทั้งสิ้น เมื่อมีเหตุการณ์ใดในบ้านเมืองเราก็จะคลี่คลายไปได้ทุกครั้ง หากพูดและขยายกว่านี้คงไม่จบง่ายๆ ป้าติ๋มคิดว่าน้องแต้วเป็นผู้มีความรู้ดีคงเข้าใจไม่ยาก เพราะงั้นต้องกลับไปเริ่มที่หน้าที่มนุษย์และกุศลกรรมบท10 จ๊ะ
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าติ๋ม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 282
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 21, 2010 4:26 pm

โพสต์โดย หนูป้อม » ศุกร์ ธ.ค. 03, 2010 3:53 pm

ตอนนี้มีเวลาเมื่อไหร่จะเข้ามาที่ครัวไกลบ้าน แห่งนี้ และเข้ามาที่กระทู้แห่งนี้ เพราะว่า
สบายใจค่ะ อ่านเรื่องราวต่างๆ(กระทู้1-3นี้)ของท่านหญิงป้า ป้าติ๋ม พี่ปุย พี่มะเหมี่ยว พี่ปาน
และพี่ๆอีกหลายๆท่าน (แต่พี่วิไลช่วงนี้เงียบจัง...เยยเนอะพี่ทัด)
แล้วทำให้ได้คิด หรือเปลี่ยนความคิด ก็หนูป้อมเองเป็นเพียงผู้เริ่มต้น
ได้ผู้ชี้ทางธรรม ปฏิบัติธรรมมาก่อนเช่น ท่านหญิงป้า หนูป้อมก็รู้สึกว่ามีผู้ใหญ่ที่เรา ถามได้ ดั่ง ครูอาจารย์ธรรมได้
จากบางทีการที่ได้ออกไปพบเจอคนนิสัยต่างๆข้างนอก มีอารมณ์ไม่ดีบ้างแบบป้าติ๋ม ได้บอกไว้
มีเหตุมากระทบผัสสะ



บางครั้งหนูก็มี คำถามในใจคล้ายๆพี่แต้ว
(คล้ายๆบ้าง...นะคะพี่แต้ว..)

แต่หนูป้อมคิดเอาเองว่า เราเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆในสังคม(โดนกดดันง่ายๆ)
และหลักธรรมะเราก็ไม่ได้ดีเด่น จะเสนอใบหน้าก็ไม่ได้ ทำได้แต่ประพฤติปฏิบัติให้สมกับฐานะของตัว ปฎิบัติตัวกิริยาเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนคนอื่นจะทำตัวอย่างไรนั้นมันเป็นเรื่องส่วนตัวเขา บางคนพูดคุยได้ แต่บางคนพูดด้วยไม่ได้
หนูป้อมจะหันมองดูที่ตัวของเราให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ถ้าหากว่าจะติจะว่าคนอื่นก็ให้ติตัวกูของกูเสียก่อน เมื่ออยากจะโทษคนอื่นก็จงโทษตัวเราก่อน ถ้าตัวเราดีแล้วใครเล่าเขาจะมาติ มาด่า มาว่าเรา ทำร้ายเรา ก็ไม่มี..แม้จะมีก็ต้องปล่อยวาง..เฮ้อ...สวดมนต์ๆ
ไม่รู้หนูเองได้แต่คิดแบบนี้..... มารไม่มีบารมีไม่เกิด
กว่าจะเป็นเพชรก็ต้องโดนเจียระไนก่อน มันก็ต้องมีเจ็บ มีการสูญเสียเนื้อเพชร ราคาเพชรก็จะแปรตามคุณภาพของการเจียระไน กว่าเพชรจะมีไฟสวยๆ

เพชรThe Golden Jubilee
รูปภาพ

The Centenary
รูปภาพ

อรหันต์

พระอรรถกถาจารย์แสดงความหมายของพระอรหันต์ไว้ 5 นัย คือ

1. ไกลจากกิเลส
2. กำจัดกิเลสได้หมดสิ้น
3. เป็นผู้หมดสังสารวัฏ คือ การเวียนว่ายตายเกิด
4. เป็นผู้ควรแก่การบูชาพิเศษของเทพและมนุษย์ทั้งหลาย
5. ไม่มีที่ลับในการทำบาป ไม่มีความชั่วเสียหายที่จะต้องปิดบัง ที่มาwikipedia

รูปภาพ
<img src='http://images.lovelovekitty.multiply.com/image/oRDcKeSOhJP29Y7O0WLamA/photos/1M/300x300/2163/dMy-DocumentsMy-PicturesMiscL8066944-0.jpg?et=86rooCd76XJH4ZwkffO8Qw&nmid=0&nmid=340064964' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
หนูป้อม
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 364
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ต.ค. 27, 2009 1:42 pm

โพสต์โดย Layla » ศุกร์ ธ.ค. 03, 2010 4:01 pm

<span style='color:red'> จากที่อ่านข้อเขียนของน้องแต้ว ก็ทึกทักเอาได้ว่าน้องแต้วเป็นคนหัวคิดทันสมัยมีความรู้และสนใจในหลายๆเรื่อง แต่เอเรื่องการมุ้งการเมืองมันจะผิด concept ของทู้สัมผัสที่หกไปอ่ะเปล่า</span>

คริๆ ป้าติ๋มรู้ทางจริงเชียว แต่แต้วมีเหตุผลนะคะป้า เดี๋ยวบอกตอนท้ายๆค่ะ


<span style='color:blue'>เพราะงั้นต้องกลับไปเริ่มที่หน้าที่มนุษย์และกุศลกรรมบท10 จ๊ะ </span>

ขอบคุณค่ะป้า เดี๋ยวแต้วตามไปอ่านนะคะ ตอนนี้อ่านแพทย์หญิงอมรา ยังไม่จบดีเลยค่ะ ขอเวลาผู้น้อยจักน้อยยย นะคะป้า แต่ว่าเรายังอยู่ที่ทู้สัมผัสที่หก และธรรมะอยู่จ๊ะป้า เพียงแต่แต้วพล่ามคำถามว่า ทำไมธรรมะแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไม่ได้ทุกเรื่อง ซึ่งคุณหญิงป้าได้เข้ามาให้ทางสว่างแต้ว ในเรื่องของการระงับความดื้อรั้น อันนี้คือเคสของแต้วถ้าไปมีเรื่องขัดใจกับใคร ซึ่งแต้วคงต้องแก้ไขและปฏิบัติให้ได้ ขอบคุณคุณหญิงป้ามากๆเลยค่ะ

แต่ทั้งหมดของคำถามแต้ว โยงไปทั่วค่ะ ความขัดแย้งทั้งการเมือง ทั้งส่วนตัว ไม่ว่าของใครๆก็ตาม ไม่ใช่เฉพาะของแต้วอย่างเดียว และที่สำคัญที่บอกป้าติ๋มไว้ว่า ทำไมแต้วถึงยกการเมืองมาด้วย เพราะในครัวไกลบ้าน แต้วก็เห็นกระทู้การเมืองบ่อยค่ะ แต่ว่าก็ไม่เคยไปรอดเลย เพราะยังไม่ถึงไหนก็ด่ากันเสียก่อน ไม่พูดและคุยกันทางการเมือง แต่ไปวิจารณ์นิสัยอีกคนที่เป็นฝ่ายตรงข้ามว่าเขาเขลาบ้าง โง่ บ้าง หลายครั้งก็ทะเลาะกันได้ เพราะคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น เอาเรื่องความคิดเห็นส่วนตัวมาวิจารณ์กัน แทนที่จะเสวนากันในเรื่องของการเมืองอย่างมีเหตุมีผล และที่สำคัญ ไม่คุยกันด้วยธรรมะ เลยถือว่าธรรมะก็แก้ไม้ได้ เลยทะเลาะกันเสียก่อนทุ้กที

นี่คือคำถามของแต้วทั้งหมดค่ะ เพราะไม่ว่าจะการเมือง หรือการมุ้ง ก็อยากให้มีธรรมะกันทุกคน
ทุกสถานการณ์เลยค่ะ


ขอบพระคุณทุกท่านค่ะ ที่ทำให้แต้วได้หมดคำถามและบรรลุแล้วซึ่งคำตอบค่ะEM130
ขอบคุณจากใจค่ะ เดี๋ยวถ้ามีอะไรสงกะสัยแต้วจะเข้ามาใหม่ค่ะ อย่าหนีหายแต้วไปไหนนะคะ อิอิ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Layla
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 505
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ก.พ. 16, 2009 4:09 pm

โพสต์โดย หนูป้อม » ศุกร์ ธ.ค. 03, 2010 4:15 pm

เชื่อไหมคะท่านหญิงป้า ป้าติ๋ม หนูกำลังคิดเรื่อง

ธรรมะสวัสดี และ หันมองดูที่ตัวของเรา

พอโพสมา ก็มาเจอ ท่านหญิงป้า กับป้าติ๋ม เลยค่ะ ใช่ธรรมะสื่อใจ..ไหมคะ
ดันโพสมาแล้ว(เจอระดับอาจารย์ ^O^)
<img src='http://images.lovelovekitty.multiply.com/image/oRDcKeSOhJP29Y7O0WLamA/photos/1M/300x300/2163/dMy-DocumentsMy-PicturesMiscL8066944-0.jpg?et=86rooCd76XJH4ZwkffO8Qw&nmid=0&nmid=340064964' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
หนูป้อม
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 364
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ต.ค. 27, 2009 1:42 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » ศุกร์ ธ.ค. 03, 2010 4:17 pm

อย่าลืมที่พระท่านสอนไว้ว่า<span style='font-size:14pt;line-height:100%'>
<span style='color:red'>
พระธรรมไม่ได้มีไว้ให้อ่าน แต่มีไว้ให้ปฏิบัติ</span></span>


กระทู้นี้ เราคุยกันเรื่อง หนทางพ้นทุกข์ การสวดมนต์ การปฏิบัติธรรม

เรื่องลูกหนีโรงเรียน สามีไม่ช่วยเก็บบ้าน หญิงป้าไม่ตอบนะคะ
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย Layla » ศุกร์ ธ.ค. 03, 2010 5:13 pm

ว่าจะเอาลูกไปอาบน้ำ พอเจออันนี้ของป้อมขอต่ออีกนิด
แต่หนูป้อมคิดเอาเองว่า เราเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆในสังคม(โดนกดดันง่ายๆ)
และหลักธรรมะเราก็ไม่ได้ดีเด่น จะเสนอใบหน้าก็ไม่ได้ ทำได้แต่ประพฤติปฏิบัติให้สมกับฐานะของตัว ปฎิบัติตัวกิริยาเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนคนอื่นจะทำตัวอย่างไรนั้นมันเป็นเรื่องส่วนตัวเขา บางคนพูดคุยได้ แต่บางคนพูดด้วยไม่ได้
หนูป้อมจะหันมองดูที่ตัวของเราให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ถ้าหากว่าจะติจะว่าคนอื่นก็ให้ติตัวกูของกูเสียก่อน เมื่ออยากจะโทษคนอื่นก็จงโทษตัวเราก่อน ถ้าตัวเราดีแล้วใครเล่าเขาจะมาติ มาด่า มาว่าเรา ทำร้ายเรา ก็ไม่มี..แม้จะมีก็ต้องปล่อยวาง..เฮ้อ...สวดมนต์ๆ
ไม่รู้หนูเองได้แต่คิดแบบนี้.....


พี่ชอบมากเลยป้อม ถือว่าป้อมบรรลุแล้วล่ะ ขอบใจมากๆ หลายคนก็บอกพี่แบบนี้แต่พี่ก็ดันทุรังแบบที่คุณหญิงป้าว่า ต่อไปต้องหันกลับมาดูที่ตัวของเราก่อนที่จะติหรือว่าใคร ถูกใจให้กิ๊ปเลยจ๊ะ


กระทู้นี้ เราคุยกันเรื่อง หนทางพ้นทุกข์ การสวดมนต์ การปฏิบัติธรรม

เรื่องลูกหนีโรงเรียน สามีไม่ช่วยเก็บบ้าน หญิงป้าไม่ตอบนะคะ


คุณหญิงป้า อย่าเพิ่งท้อนะคะ แต้วอยากหมดความคาใจ ก็ถามไปให้หมด อีกอย่างคำถามแต้ว ก็มีอาจมีหลายคนที่สงสัย แต้วขอเป็นตัวแทนในการถามเพื่อจะได้เอาคำตอบมาให้ทุกคนได้อ่าน ว่า ต่อไป เราจะคุยกันอย่างมีธรรมะ ในทุกเรื่องและทุกสถานการณ์ แต้วก็ด้วยนะคะ ตอนนี้เริ่มบรรลุไป 1 ข้อแล้วค่ะ คือ มองที่ดูเราของเราก่อนที่จะไปติหรือว่าใคร เหมือนที่น้องป้อมได้ปฏิบัติซึ่งเป็นสิ่งที่แต้วต้องทำให้ได้ในตอนนี้ค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Layla
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 505
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ก.พ. 16, 2009 4:09 pm

โพสต์โดย หนูป้อม » จันทร์ ธ.ค. 06, 2010 4:59 am

หญิงป้า  ข้อความนี้เขียนขึ้นเมื่อ December 04, 2010 12:17 am
อย่าลืมที่พระท่านสอนไว้ว่า

พระธรรมไม่ได้มีไว้ให้อ่าน แต่มีไว้ให้ปฏิบัติ


โหอ่านแล้ว ....โดนค่ะ ท่านหญิงป้า โดนไปเต็มๆเลย...(อาย..ค่ะ ..อาย)

เนื่องจากหนูป้อมได้ โพสไว้ ที่ หนังสือที่อ่านกัน กระทู้ของคุณAnchovy

โพสว่า
หนังสือธรรม ,หนังสือปฎิบัติกรรมฐานของหลวงพ่อจรัล วัดอัมพวัน ,
พระไตรปิฎก ฉบับประชาชน(อ่านได้นิดเดียวเอง),
(อันนี้ อ่านบ้าง เก็บบ้าง ยังไม่ได้อ่านก็เยอะ)


หนูป้อมยอมรับค่ะ ว่าอ่านก็ยังอ่านไม่หมด (หุหุ..เขินจัง)
ปฎิบัติธรรม..ก็ยังไม่คล่อง..ยังไม่ได้เข้าใจ และละเอียดพอ
การเห็นอริยสัจจ์นั้นย่อมต้องการฝึกฝนอย่างจริงจังเป็นพิเศษ..

ได้แนวทางปฏิบัติมาจากหลวงปู่คือ ศีล สมาธิ ปัญญา
รูปภาพ

ไตรสิกขา
รูปภาพ
<img src='http://images.lovelovekitty.multiply.com/image/oRDcKeSOhJP29Y7O0WLamA/photos/1M/300x300/2163/dMy-DocumentsMy-PicturesMiscL8066944-0.jpg?et=86rooCd76XJH4ZwkffO8Qw&nmid=0&nmid=340064964' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
หนูป้อม
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 364
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ต.ค. 27, 2009 1:42 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » จันทร์ ธ.ค. 06, 2010 7:10 am

แผนภูมิที่หนูป้อมมาลงไว้ น่ารักมาก ดูแล้วเข้าใจค่ะ

หญิงป้าเคยคิดว่า มนุษย์เรานี้ ถ้ายังมีความอดทนในการปฏิบัติไม่มาก
แค่ศีลห้า กรรมบถสิบ ก็นับว่าประเสริฐมากนะคะ
เพราะว่าถ้าพิจารณาถึงหลักศาสนาอื่น เช่นในคริสตจักร เขาก็จะมีบัญญัติสิบประการของโมเสส
นั่นก็คล้ายๆกันค่ะ
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » จันทร์ ธ.ค. 06, 2010 7:12 am

หรือเพียงแค่สามอย่างที่ท่านพุทธทาสบอกไว้

<span style='color:red'>คิดดี พูดดี ทำดี</span>
ถ้าทำได้เท่านี้ ก็ถือว่าเห็นสัจธรรมเช่นกัน
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน