tAd natchadapOrn เขียน: ปูเสื่อรอฟังอยู่จ้ะ<span style='color:red'>ป้าติ๋ม </span> แล้วก็นั่งชื่นชมกับ<span style='color:red'>นางแบบในชุดกะลาแดงไปพรางๆก่อน ยิ่งดูก็ยิ่งงามตา....</span>
แต่ชุดแดงพิเศษตัวนี้ ห่านคงไม่กล้าวิ่งไล่งับ หรอกนะคะ
หญิงป้าเธออธิษฐานขอพรให้เจอชุดกะลาแดงชุดนี้แบบความคิดบรรเจิดและสร้างสรรค์
แต่ป้าติ๋ม อธิษฐานเพราะความคับแค้นแน่นอุราเล็กๆราวห้าศอกเศษ ความว่า.........
ป้าติ๋มเคยคับแค้นใจเมื่อมีเวรกะผู้หญิงคนหนึ่งที่เราคิดว่าเขาทำเรา
เหมือนสูญเสียเพื่อน หน้าที่การงานแกว่ง ยากเกินเยียวยา
ลึกๆในใจตอนนั้นอยากออกจากงานไม่อยากไปทำงาน
เราพลัดบ้านพลัดถิ่นไป และคนพลัดถิ่นก็ไม่ได้อยากให้ไม่มีใครรัก
มันเหมือนเป็นความต้องการตามทฤษฎีบันได 5 ขั้นของมาสโลว์
(เอาอีกแล้ว...ป้าติ๋มไม่เล่าเรื่องบันได 5 ขั้นของมาสโลวฺน่ะ
เดี๋ยวร่ายมนต์ก็จะมีสาวๆมาตอบ..ไม่งั้นเดี๋ยวไม่จบเรื่องอธิษฐาน)
เก็บกดมากบอกใครก็ไม่ได้ แก้ไขไงก็ไม่ได้เหมือนเป็นกรรม
โทษไปที่กรรม หมดที่พึ่งและไม่หวังพึ่งมนุษย์ตนไหนๆ
เดินไปที่ศาลพระภูมิหน้าสำนักงาน ยกมือไหว้ท่านแล้วบอกว่า
"ลูกมาถึงที่นี่ต้องการมาอยู่กับครอบครัวพร้อมหน้ากันและได้เคย
ปวารณาตัวว่าหากได้ย้ายมาทำงานและอยู่เป็นครอบครัว
จะทำงานให้กับหน่วยงานอย่างเต็มความรู้ความสามรถและจะจงรักภักดี
องค์กรเพราะองค์กรเป็นหม้อข้าวใบใหญ่เลี้ยงเราทั้งครอบครัวให้มีกินมีอยู่
มีสวัสดิการที่ดีและเราไม่เคยคิดร้ายต่อผู้ใด ยินดีเมื่อคนอื่นได้ดีไม่เคยคิดทำร้ายใคร
แต่มาเดี๋ยวนี้แทบยืนไม่ได้ เหมือนโดนแกล้งดัดให้เตี้ยเป็นตะโกแคระตะโกดัด
ขอพึ่งพระภูมิเจ้าที่ช่วยให้คนที่ทำกะเราแสนสาหัสนี้ได้รู้รสชาติความขมขื่น
และความอึดอัด คับข้องใจแค่ครึ่งหนึ่งที่เรามี " ต่อมาไม่ถึง 7 วัน
คู่ปรับของป้าติ๋ม มาในมาดใหม่นั่งวีนแชร์ตรงหน้าลิฟท์ชั้นหนึ่งรอลิฟท์
ขึ้นไปทำงานที่ชั้น2 ของอาคาร ป้าติ๋มไม่รู้ว่าเขาป่วยเพราะว่าพอเจอกันหน้าลิฟท์
เขาก็ลุกขึ้นยืนแต่ไม่เดินและมีลูกน้องเขายืนอยู่ใกล้ๆ เขาหลบหน้าป้าติ๋มก็ยังนึกว่ามาแปลกๆ
ผ่านมาได้สัก 3 วันลูกน้องเขาอีกคนเพื่อนป้าติ๋มมาที่แผนกแล้วเล่าให้ฟังว่าคู่ปรับป้าติ๋ม
เป็นอัมพฤต แล้วตอนนี้มาเซ็นต์ชื่ออย่างเดียวแล้วไป รพ.ทำกายภาพบำบัด
และกลับบ้านไปรอให้ลูกน้องเอางานไปให้ลงนามเอกสารที่บ้าน(นี่เธอมีบุญอยู่อย่าง
ที่นายใหญ่เมตตา) เจอกันกี่ครั้งเธอก็พยายามลุกขึ้นยืน จนมีวันหนึ่งเธอลุกขึ้นไม่ได้
ป้าติ๋มเห็นพอดีด้วยอาการรีบร้อนทุลักทุเล ภาพนั้นมันทำให้ป้าติ๋มเกิดความสงสาร
เพราะไม่มีวี่แววว่าเธอจะเป็นอัมพฤตเลย อยากอโหสิกรรมแต่ใจยังไม่ยอม
ต่อมาเพื่อนคนเดิมเอางานมาที่แผนกป้าติ๋มแล้วเล่าว่าเธอคนนี้เอ่ยปาก
ถึงกรรมเวรว่า เธอไปมีเวรกับใครไปทำบาปทำกรรมกับใครจึงเป็นอย่างนี้
พอป้าติมได้ยินเพื่อนพูดอย่างนั้น ป้าติ๋มก็พูดสวนออกไปอย่างเร็วและดัง
ยังตกใจว่าพูดออกไปได้อย่างไร ป้าติ๋มพูดว่า " เธอไปถามเขาสิเขาเคยดัดใครไว้หล่ะ "
เพื่อนในสำนักงานทุกแผนกไปเยี่ยมเธอที่บ้านเพราะตอนนี้ไม่มาที่สำนักงานแล้ว
ลูกน้องจะเอาบัญชีลงเวลาไปให้เซ็นต์ที่บ้าน จริงๆแล้วป้าติ๋มอยากฟ้องไปที่สำนักงาน
ในส่วนกลางนะว่าทุพพลภาพ และไม่ได้ทำงานแล้วต้องออกคือให้ออกอย่างเดียว
แต่ด้วยพ่อแม่สอนมาให้รู้จักกำกับความโกรธ ยังเหลือความคิดดีอยู่บ้างเลยไม่ทำทั้งๆที่
ใจอยากทำมาก เราโดนเธอทำสารพัด แต่ป้าติ๋มจะไม่ต่อกรกะคนที่ไม่แข็งแรง
พอถึงคราวที่แผนกป้าติ๋มจะไปเยี่ยมเธอบ้าง ไม่รู้ว่ามีสายลับไปบอกหรืออย่างไร
แผนกป้าติ๋มยกเลิกไม่ได้ไปเยี่ยม แต่ต่อมาอีกหนึ่งอาทิตย์น้องในแผนกพูดปนหัวเราะๆว่า
ป้าติ๋มจะไปเยี่ยมแกไม่อยู่แต่พวกเขาไปเยี่ยมแกอยู่ ก็แค่ขำๆ ไปตามแกน
แต่ในใจนึกสงสารจับใจสงสารจริงๆ ว่าเขาคงอายเรา
ทำไงที่นี้!! เดือดร้อนพระภูมิอีก
ป้าติ๋มไปยกมือไหว้ท่านอีกว่า "ท่านเจ้าขาหากเธอผู้นี้ได้รับวิบากจากคำอธิษฐานของลูก
ลูกขอถอนคำอธิษฐาน ขอให้เธอหายจากโรคที่เป็นนี้เถิด และหากเป็นอย่างนี้จริง
ขอให้เธอได้สำเหนียกในจิตว่าไม่ควรรังแกใครๆเขาและให้รู้จักเมตตาเป็น
<span style='color:red'>
....เจอกันอีกทีเธอเดินปร๋อเลย.....</span>
หากใครได้อ่านแล้วอาจนึกคลางแคลงใจว่าไม่น่าเป็นไปได้.....
ก็เข้ามาเขียนเล่าสู่ฟังด้วยนะคะ เพราะจะได้เล่าให้ฟังอีกสักเหตุการณ์เพื่อ
ตอกย้ำว่า แรงจิตอธิษฐานมีจริงหรือไม่ แต่ไม่ใช่ว่าจะมีกันได้ทุกคนนะคะ
เราต้องมีความดีและมีใจบริสุทธิ์ต่อคนอื่นด้วย แต่ตอนนั้นป้าติ๋มไม่ได้
ไหว้พระสวดมนต์จะทำเมื่อเวลาตื่นนอนและก่อนนอนเท่านั้น
แต่หากเข้าข้างตัวเองคือ เป็นคนที่คิดดี ใจบริสุทธิ์ ไม่คิดร้ายใครๆ
อันนี้ขอเป็นอุทธาหรณ์ให้คนเกรงกลัวบาป จากการกระทำให้ใครเขาคับแค้นใจ
จากการกระทำของตนไม่ว่าจะพูดก็ดีเขียนก็ดีให้สำเหนียกในกรรมของตนคือ
ให้มี<span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>
โอตัปปะ</span></span>
ให้กลัวก่อนการก่อกรรมผูกเวร แล้วมานึกเสียใจว่า ไม่น่าเลยตรู ก็เมื่อเสวยกรรมบาปแล้ว
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................