ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ความรู้สึกของตากับยาย

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย สะใภ้เบลเยี่ยม » ศุกร์ ม.ค. 21, 2011 7:54 pm

สวัสดีคะทุกๆคน
วันนี้แตงขอเข้ามาปรึกษาซักเรื่องหนึ่งนะคะ คือว่าแตงได้มาอยู่เบลเยี่ยมได้ปีกว่าๆแล้ว หลังจากทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี แยกอาศัยกับพ่อแม่สามีแล้ว และมีบ้านเป็นของเราแล้ว และทีนี้แตงอยากจะพาลูกสาวมาอยู่ด้วย ส่วนสามีก็ยินดีมากที่จะพาลูกสาวมาอยู่ด้วย และเค้าก็จะทำเรื่องรับลูกสาวแตงเป็นลูกบุญธรรมถ้าเรากลับไปรับเค้าที่เมืองไทยคะ

แต่ทีนี้ได้คุยกับพ่อแม่แตงว่าจะรับลูกสาวมาอยู่ด้วย พ่อกับแม่คิดหนักมากคะ แม่บอกว่าแกนอนไม่หลับเลยหลังจากที่แตงพูดกะแกไป แกกลัวว่าแตงจะพาลูกมาลำบาก กลัวเอาลูกมาแล้ว และเป็นภาระให้กับตัวแตง กลัวไม่มีเวลาให้ลูก เพราะต้องทำงาน อะไรต่างๆนานา แกสองคนก็หาข้ออ้างมาสารพัด แตงรู้คะว่าพ่อกับแม่แตงท่านเลี้ยงลูกแตงมาตั้งแต่เกิดจนตอนนี้ย่างแปดขวบ ท่านก็ไม่อยากให้กลับคืนแตงซะแล้ว ท่านบอกว่าท่านเลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออด แถมยังบอกกับลูกสาวแตงว่า ถ้าแตงเอาลูกสาวมา พ่อแตงต้องเป็นบ้าแน่ๆ เหมือนคนบ้าที่เดินตามถนน แล้วเดินตามหาหลานสาว นี่ลูกสาวแตงบอกคะ ว่าตาเค้าพูดอย่างนั้น แตงอยากขอความคิดเห็นจากผู้ใหญ่ในนี้ช่วยแตงคิดคำพูดที่จะไปพูดกับพ่อแม่หน่อยคะ ที่พูดไปแล้วทำให้ท่านทั้งสองสบายใจกัน ไม่ต้องห่วงหลานสาวมาก ตอนนี้แตงอายุจะ๒๖ปีแล้ว ก็มีความคิดมากพอที่จะเลี้ยงดูลูกสาวได้แล้ว แต่พ่อแม่แตงท่านทั้งสองยังคิดตลอดเวลาว่าแตงยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอคะ

ต้องขอโทษด้วยนะคะที่แตงเขียนมาปรึกษาซะยาว แต่แตงอยากขอคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ในนี้จริงๆคะ มันเป็นเรื่องที่คิดไม่ตกจริงๆคะ
เราจะก้าวไปสู่วันข้างหน้าพร้อมๆกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
สะใภ้เบลเยี่ยม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 113
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ม.ค. 23, 2010 6:34 pm

โพสต์โดย สะใภ้เบลเยี่ยม » ศุกร์ ม.ค. 21, 2011 8:04 pm

ลืมบอกไปคะว่าแตงได้พูดกับพ่อแม่ไปแล้วว่า แตงอยากอยู่ใกล้ลูกมากขึ้นทุกวัน ยิ่งทุกวันที่เราแชทด้วยกัน แตงยิ่งสงสารลูก บางทีเค้าเล่าให้ฟังว่าไปโรงเรียนก็โดนเพื่อนล้อว่ามีพ่อใหม่เป็นฝรั่ง แล้วแม่จริงๆก็ไม่รักเค้าอะไรทำนองนี่ (ได้ยินลูกพูดแล้วมันจุกในใจยังไงไม่รู้คะ) แล้วแตงก็บอกพ่อไปว่าให้หลานมาที่นี่เค้าจะได้มีการศึกษาที่ดีขึ้น มีการดำรงชีวิตที่ดีขึ้น แล้วแตงจะดูแลเค้าเป็นอย่างดีพ่อไม่ต้องห่วง แตงพูดไปหลายต่อหลายอย่าง แต่แกก็บอกว่ายังทำใจไม่ได้คะ
เราจะก้าวไปสู่วันข้างหน้าพร้อมๆกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
สะใภ้เบลเยี่ยม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 113
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ม.ค. 23, 2010 6:34 pm

โพสต์โดย chiangmai » ศุกร์ ม.ค. 21, 2011 8:25 pm

คือ...พ่อแม่น้องแตงเลี้ยงลูกสาวน้องแตงตั้งแต่เด็กๆๆเขาก็รักเหมือนลูก ก็คงทำใจไม่ได้ที่น้องแตงจะรับลูกสาวมาเลี้ยงเองในส่วนตัวพี่เข้าใจทั้งสองฝ่าย เพราะพี่มีลูกชายแม่พี่เลี้ยงเขาตั้งแต่เด็กๆเหมือนกันมีอยู่ครั้งหนึ่งหลายปีดีดักทะเลาะกะแม่ๆไล่ให้เอาลูกชายไปเลี้ยงเองพี่ก็ไปรับมาอยู่้้ด้วย(ยังอยู่ในไทย)ผ่านไปแค่คืนเดียวเช้าขึ้นมาแม่โทรมา "เอาลูกตูคืนมา กินไ่ม่ได้นอนไม่หลับ เอามาส่งเช้านี้เลยนะ" นี้แค่ผ่านไปคืนเดียวนะเนี้ย ถ้าพี่เอาลูกมาอยู่เมกาด้วยแกคงเป็นบ้าไปเลย

ดั้งแม่น้องแตงว่าพ่อน้องคงเป็นบ้าถ้าน้องแตงเอาลูกสาวมาอยู่ด้วย สำหรับพี่ถ้าลูกชายมีเพื่อนที่ไทยและอาหารการกินพร้อม,เข้าโรงเรียนดีๆๆ,มีแม่กะพ่อทีู่ดูแลเอาใจใส่ตลอดเวลา,สะดวกสบายทุกอย่าง พี่ให้ลูกอยู่ที่ไทยดีกว่า ในความคิดอยากใ้ห้ลูกมาอยู่ด้วยแต่ถ้าเปรียบเทียบอะไรหลายๆๆอย่างแล้วอยู่บ้านเราดีที่สุด หรืออาจพามาเที่ยวที่เมกาบางครั้งถึงอยู่ไกลกันลูกก็ยังคือลูกเราค่ะเราสามารถไปหาได้

แต่สำหรับตากะยายเลี้ยงเขามาคงทำใจไม่ได้แน่ๆๆเลยค่ะ ยังไงถ้าอยากเอาลูกมาอยู่ด้วยจริงๆๆค่อยๆๆพูดกับแก แต่คิดว่าแกคงใจสลายแน่ๆๆเลยค่ะน้องแตง ขอโทษนะคะถ้าไม่ได้ช่วยอะไรแต่มาเป็นกำลังใจให้ทั้งสองฝ่ายค่ะ

ลูกพี่เพื่อนๆๆก็ล้อว่ามีพ่อใหม่เป็นฝรั่งแม่มาอยู่เมกา,มีน้องใหม่ อีกหน่อยต้องเป็นหมาเน่าแม่ไม่รัก แม่ถึงไม่รับไปอยู่ด้วย แรกๆๆลูกชายก็น้อยใจแต่ก็อธิบายและเปรียบเทียบหลายๆๆเหตุผลให้ฝังและคำว่า "ลูกของแม่ๆรักลูกเสมอไม่ว่าเราห่างไกลกันไม่ได้อยู่ด้วยกัน แม่ก็รักลูกไม่มีวันเปลี่ยนไม่ว่ามีน้องกี่คนลูกก็คือลูกแม่เหมือนกันนะจงจำคำๆๆของแม่ไว้และอีกอย่างตากับยายรักลูกมากๆยิ่งกว่ารักแม่อีกนะ ลูกควรภูมิใจ" อาจใช้เวลานิดหนึ่งแ่ค่นี้ค่ะลูกชายก็เข้าใจ ใครจะว่าอะไรอย่าไปสนใจ ใครจะพูดอะไรช่างเขารู้แต่ว่าแม่รักก็พอ
<span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:red'>ครอบครัวสุขสันต์เบนด้าจ๊า</span></span><br><img src='http://davm.daisypath.com/UcKQm9.png' border='0' alt='user posted image' /><br><img src='http://lbym.lilypie.com/A05om9.png' border='0' alt='user posted image' /><br><img src='http://lbym.lilypie.com/e6Lvm9.png' border='0' alt='user posted image' /><img src='http://lb5m.lilypie.com/U6N7m9.png' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
chiangmai
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1034
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ต.ค. 18, 2008 12:42 am

โพสต์โดย tawud » ศุกร์ ม.ค. 21, 2011 8:42 pm

พ่อแม่ของคุณแตงใช้หลานเป็นตัวแทนของลูกหรือเปล่าเอ่ย ด้วยความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกก็เหมือนกับที่คุณแตงมีต่อลูกสาวนั้นแหละ เข้าใจเขาเข้าใจเรา แล้วอย่างที่คุณแตงบอกว่าตากับยายเลี้ยงหลายมาตั้งแต่เกิด คิดดูนะว่าจะผูกพันกับหลานขนาดไหน แล้วนี่หลานจะไปอยู่ถึงเมืองนอกนะ ตากับยายจะไปเยื่ยมได้บ่อยแค่ไหนเชียว หลานกลับมาเมืองไทยแล้วจะยังคุยภาษาไทยกับตาและยายอยู่ได้เหมือนเดิมไหม
ไม่ได้ช่วยอะไรคุณแตงได้มากอย่างที่คุณแตงถาม แต่แค่อยากให้คุณแตงมองความรู้สึกด้านตากับยายด้วยนะครับเพราะตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 8 ขวบนี้ความทรงจำและความผูกพันมันมากเอาการเลยนะครับ
<span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:red'>ทุกอย่างล้วนมีสองด้าน หรือมากกว่านั้นเสมอ</span></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
tawud
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1314
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 30, 2006 7:43 pm

โพสต์โดย pen » ศุกร์ ม.ค. 21, 2011 9:08 pm

เหมือนกันกับพี่จ๊ะน้องแตง พี่รับลูกชายมาอยู่ด้วยปีกว่าๆแล้ว
ตอนมาอายุ 14 ปี ตอนนี้ 15 กว่า แม่พี่ร้องไห้ใหญ่ เพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เกิด
พี่ใช้วิธีให้เค้ามาวีซ่าท่องเที่ยวก่อน เพื่อให้ยายได้แน่ใจหลานไม่ได้มาลำบาก
แรกๆก็ทำใจยากอ่ะน่ะ ต้องให้โทรไปคุยบ่อยๆ เดียวนี้จางลง อาทิตย์ละครั้งเอง
ก่อนมาก็ชักแม่น้ำร้อยกว่าสายเพื่อให้ได้ลูกมาเหมือนกัน
สุดท้ายยายบอกทำใจแล้วเพื่ออนาคตหลานยอมให้มา
มาได้ 6 เดือนกว่าๆก็พากลับไปเยี่ยมยาย ตั้งใจว่าจะพากลับทุกปีจ๊ะ
เอาใจคนแก่หน่อย ปีนี้ก็ไปเดือนเมษา

ของพี่ยังดีเพราะน้องชายเอาหลานมาให้เลี้ยงทำให้ยายวุ่นๆ จนลืม
น้องแตงมีหลานๆคนอื่นๆอีกหรือเปล่าจ๊ะ ลองใช้วิธีของพี่ได้น่ะ
หลานเหมือนกันเลี้ยงจนเพลินไปเลย
นี้เจ้าน้องชายดันมีความคิดจะส่งลูกมาเรียนที่อังกฤษ
พอยายรู้เข้าไม่บ่นแล้วแหะ บอกเออดี เพื่ออนาคต เป็นงั้นไป
เพ็ญ UK จ้า
ภาพประจำตัวสมาชิก
pen
แม่ไข่ยัดไส้ พ่อไข่ลูกเขย
 
โพสต์: 748
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ม.ค. 31, 2008 3:34 pm

โพสต์โดย สะใภ้เบลเยี่ยม » ศุกร์ ม.ค. 21, 2011 9:39 pm

ขอบคุณมากๆคะคุณchiangmai สำหรับคำแนะนำคะและที่เข้ามาแชร์ความคิดเห็นคะ ไม่ทราบว่าคุณเป็นคนเชียงใหม่ไหม่คะ ดูจากชื่อสมาชิกคะ แตงเป็นคนเชียงรายคะ
ดิฉันชอบข้อความนี้ที่คุณเขียนมากคะ
<span style='color:blue'>ลูกพี่เพื่อนๆๆก็ล้อว่ามีพ่อใหม่เป็นฝรั่งแม่มาอยู่เมกา,มีน้องใหม่ อีกหน่อยต้องเป็นหมาเน่าแม่ไม่รัก แม่ถึงไม่รับไปอยู่ด้วย แรกๆๆลูกชายก็น้อยใจแต่ก็อธิบายและเปรียบเทียบหลายๆๆเหตุผลให้ฝังและคำว่า<span style='color:red'> "ลูกของแม่ๆรักลูกเสมอไม่ว่าเราห่างไกลกันไม่ได้อยู่ด้วยกัน แม่ก็รักลูกไม่มีวันเปลี่ยนไม่ว่ามีน้องกี่คนลูกก็คือลูกแม่เหมือนกันนะจงจำคำๆๆของแม่ไว้และอีกอย่างตากับยายรักลูกมากๆยิ่งกว่ารักแม่อีกนะ ลูกควรภูมิใจ"</span> อาจใช้เวลานิดหนึ่งแ่ค่นี้ค่ะลูกชายก็เข้าใจ ใครจะว่าอะไรอย่าไปสนใจ ใครจะพูดอะไรช่างเขารู้แต่ว่าแม่รักก็พอ</span>
ดิฉันก็ได้พูดกับลูกสาวไปอย่างนั้นคะ
เราจะก้าวไปสู่วันข้างหน้าพร้อมๆกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
สะใภ้เบลเยี่ยม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 113
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ม.ค. 23, 2010 6:34 pm

โพสต์โดย สะใภ้เบลเยี่ยม » ศุกร์ ม.ค. 21, 2011 9:52 pm

<span style='color:blue'>สวัสดีคะคุณวุฒิ กับคุณpen</span> ขอบคุณมากๆคะ ที่เข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็นคะ แตงเองก็เข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่มากๆคะ เดี๋ยวต้องหาทางออกที่ดีที่สุดทั้งตัวพ่อแม่ แตง และลูกสาว คะ แต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออกคะ แต่รู้ว่าทางพ่อแม่ตอนนี้ยังทำใจกัน นี่ขนาดว่ายังไม่ระบุเวลาว่าจะพามานะคะ เพราะต้องให้พ่อกับแม่ทำใจกันคะ ถ้าไม่ให้เอามาจริงๆ คงทำอะไรไม่ได้คะ เพราะแตงกลัวใจของพ่อแม่คะ

แต่ก็คิดไว้อย่างที่คุณ pen ว่าไว้นะคะ ว่าตอนแรกพาลูกมาแล้วให้ไปโรงเรียนและปรับตัวกับการอยู่ที่นี่ พอโรงเรียนปิดเทอมก็กลับไปเที่ยวไทย ปีละสองครั้งก็ได้ ก็บอกพ่อกับแม่ไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่ายังจะคิดกันยังไง ฮื้ออ ส่วนหลานๆคนอื่นไม่มีเลยคะ แตงเองเป็นลูกสาวคนเล็ก แล้วมีลูกก่อนไว พ่อแม่ยังไม่แก่กันเลย ได้เป็นตายายตั้งแต่สามสิบกว่าๆกันคะ ตอนนี้พ่อกับแม่ก็พึ่งสี่สิบกว่าๆคะ
เราจะก้าวไปสู่วันข้างหน้าพร้อมๆกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
สะใภ้เบลเยี่ยม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 113
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ม.ค. 23, 2010 6:34 pm

โพสต์โดย Mooyong » เสาร์ ม.ค. 22, 2011 12:43 am

คุณตาคุณยายแก่แล้ว มีเด็กๆอยู่ในบ้านก็ชื่นใจ พอห่างกันก็ใจหาย ยิ่งเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อย ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย อยากให้พาท่านทั้งสองมาด้วย ตอนรับลูกมา หรือตามมาทีหลังก็ได้ ให้ท่านได้เห็นว่าหลานท่านจะไม่ลำบาก หรือมีความเป็นอยู่อย่างไร ถ้าให้ท่านมาเยี่ยมได้ปีละครั้ง เราพาลูกกลับปีละครั้ง (เจอกันปีละสองครั้ง) ก็คงลดความเหงา ความกังวลใจของท่านได้นะคะ ถ้าไม่สะดวก ก็ให้หลานต่อเวบแคมคุยกับท่านทุกวัน สม่ำเสมอ สักพักก็คงคลายความเหงา ความกังวลไปได้ค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mooyong
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 555
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร มิ.ย. 27, 2006 4:36 am

โพสต์โดย Puimek » เสาร์ ม.ค. 22, 2011 3:12 am

คุณแม่ของน้องอายุสี่สิบกว่าเองเหรอคะ
งั้นก็พอๆ กับพี่ปุยเลยสิ...อู้หู... ได้เป็นยายแล้ว ดีจัง

พี่เองก็ไม่มีลูก(ของตัวเอง) แต่อ่านแล้วอยากให้ความเห็นนิดหน่อยค่ะ
พี่ว่าลูกควรได้อยู่กับพ่อแม่ แม้ว่าตายายจะรักมากแค่ไหน
แต่ถ้าเขาได้อยู่กับแม่ เขาจะได้ความรู้สึกเต็มๆ โตขึ้นจะไม่ขาด
อีกอย่าง แม้เขาจะรู้ว่าแม่รัก แต่ลึกๆ แล้วเขาจะโหยหานะคะ

ถ้าเป็นพี่ พี่คงต้องค่อยๆ อธิบายให้คุณตาคุณยายของลูกเข้าใจ
แรกๆ เขาต้องคิดถึงมาก หัวใจแทบขาด.. แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยได้
โทรศัพท์เอย.. เว็บแคมเอย... คุยกันได้ทุกวันก็ช่วยบรรเทาความคิดถึง
ถ้าเป็นไปได้ก็พาท่านมาเยี่ยมหลาน พาหลานกลับไปเยี่ยมท่าน
ขี้คร้านทีหลังท่านอาจจะดีใจ ว่าตัดสินใจถูกที่ให้หลานได้อยู่กับแม่

เอาใจช่วยนะคะ
<img src='http://i862.photobucket.com/albums/ab189/puimek09/robert%20redford/ottawa-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
Puimek
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2117
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 06, 2009 8:14 pm

โพสต์โดย มาราตี » เสาร์ ม.ค. 22, 2011 9:26 am

เมื่อก่อนน้องเจมส์ก็อยู่กับยาย อยู่จนครบอายุหกขวบ รตีก็ไปรับมาอยู่ด้วยที่เยอรมัน แต่ก่อนที่จะให้เจมส์มาอยู่เลย รตีก็จะให้น้องมาเที่ยวก่อน ช่วงปิดเทอม ครั้งละหนึ่งเดือน เพื่อที่ยายจะได้ชินเวลาหลานไม่อยู่ด้วยจริงๆ และทุกครั้งก็ค่อยๆบอกแม่ว่า น้องเจมส์จบ ป.หนึ่ง เราจะพาเค้ามาเรียนที่เยอรมันน่ะ แม่ก็เศร้าน่ะ และก็คิดถึงหลานจนนอนไม่หลับอยู่นานเลยทีเดียว แต่สุดท้าย ก็ทำใจได้ คะ ตอนเจมส์มาใหม่ๆก้ให้เขียน จดหมายหรือโทรศัพย์หาบ่อยๆ ทางนี้ก็ช่วยยายให้หายเหงาและคิดถึงหลานได้บ้าง

รตีว่า ตา ยายเค้าก็เศร้าและคิดถึงหลานเป็นธรรดาคะเค้าเลี้ยงมาและอยู่ด้วยกันทุกวัน
พาเค้ามาแล้วก้ให้เค้าขยันติดต่อ ตา ยาย ทั้งจดหมายและโทรศัพย์ ตา ยายก็คงหายเศร้าเร็ววันละจ๊ะ
<a href='http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=maratee' target='_blank'>แวะชมงานฝืมือของรตีได้ที่นี่คะ</a><br><img src='http://i48.photobucket.com/albums/f215/ratee/newfoto2.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
มาราตี
แม่ไข่นกกระทา พ่อไข่จะละเม็ด
 
โพสต์: 3097
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ม.ค. 04, 2006 10:22 pm
ที่อยู่: Germany

โพสต์โดย panisara_david » เสาร์ ม.ค. 22, 2011 11:18 am

น้องแตง.....ปีนี้พี่อายุ 44 ปี อีกวันสองวันนี้พี่ก็เป็นคุณย่าแล้วค่ะและอีก2เดือนข้างหน้าก็จะเป็นคุณยาย พี่ขอออกความคิดเห็นด้วยคนนะคะ แต่ถ้าทำให้น้องแตงไม่สบายใจพี่ก็ขอโทษไว้นะ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ พี่ขอพูดในฐานะยายก่อนนะคะว่าถ้าเป็นพี่ เลี้ยงหลานมาแต่อ้อนแต่ออกอยู่ๆจะมาพรากไปพี่คงทำใจลำบากมากและหัวเด็ดตีนขาดยังไงพี่ก็ไม่ยอมให้แน่นอน อาจดูเป็นความเห็นแก่ตัวเกินไปหน่อย แต่ลองย้อนกลับมาดูความเป็นจริงและความรู้สึกความผูกพันธ์ที่หลานและตายายมีให้แก่กัน ความเศร้าโศกความเสียใจของทั้งสองฝ่ายจะมีมากแค่ไหนมันคุ้มกันไหมกับคำว่า<span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>เพื่ออนาคต</span></span>อนาคตอยู่ตรงไหนมันก็มีอนาคตด้วยกันทั้งนั้นและค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวเด็กว่าจะเลือกทางเดินไปทางไหนเด็กบางคนเกิดมาในสลัมที่อดมื้อกินมื้อดิ้นรนทุกอย่างยังได้เป็นดอร์เตอร์ก็มี บางคนเกิดมาบนกองเงินกองทองคาบช้อนแก้วช้อนทองออกมาแต่กลับไปใช้ชีวิตอยู่ในคุกในตาราง และอีกอย่างพ่อแม่ของน้องแตงก็ยังไม่ได้แก่เฒ่าเลยสักนิด ท่านทั้งสองสามารถดูแลหลานได้เป็นอย่างดี เราไม่ต้องไปกังวลว่าเด็กจะเรียกร้องหาความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่ พี่คิดว่าความรักจากคนอื่นหรือแม้แต่ตัวพ่อแม่เอง ถ้าเราให้ความรักความอบอุ่นเติมเ็ต็มในสิ่งที่ขาดหายไปเด็กก็ไม่เรียกร้องหาอะไรอีกแล้วหล่ะค่ะ และอย่าลืมคำโบราณที่ว่า <span style='color:blue'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>แขนงแรงกว่าหน่อ</span></span> มันยังใช้ได้ดีนะคะ ลูกเราแค่รัก แต่หลานเราทั้งรักและห่วง(กลัวว่าพ่อแม่หลานจะเลี้ยงไม่รอด) พี่พูดในฐานะและความรู้สึกของยาย-ย่านะคะ

ทีนี้มาพูดถึงในฐานะแม่บ้างจริงอยู่ลูกใครใครก็รักอยากให้มีอนาคตที่ดีแต่ลองย้อนกลับไปดูซิว่าแต่ก่อนเราให้ความรักความห่วงใยเขามากแค่ไหน?ใช่บางคนมีความจำเป็นและเหตุผลที่ต้องทิ้งลูกไป และเมื่อเราสามารถทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นได้เราก็อยากเอาลูกมาอยู่มาใกล้ชิดใกล้หูใกล้ตา แต่ถามเด็กสักคำไหมว่าใจเขามาอยู่กับเราด้วยหรือเปล่า?และลองย้อนถามตัวเองซิว่าทุกวันนี้เราเลี้ยงลูกด้วยใจหรือว่าเลี้ยงลูกด้วยเงิน ถ้าเราเลี้ยงลูกด้วยใจและคิดว่ามีเวลาให้เขามากพอก็เอาเขามาแต่ถ้าเอาเขามาเพื่อมาเติมครอบครัวใหม่ของเราให้สมบูรณ์หรือเอามาเพื่อคำว่ารับผิดชอบหรือเอาเพื่อหน้าที่อย่าเอาเขามาดีกว่าค่ะ อย่างที่พี่บอกนั้นแหละค่ะอนาคตอยู่ที่ไหนก็มีอนาคต และที่สำคัญลองคิดดูซิเรามาอยู่ต่างบ้าน ต่างเมือง ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม เรามีสามีนอนกอดเคียงข้าง บางครั้งเรายังเหงา หว้าเหว่ เดียวดาย จนโรคซึมเศร้าถามหา แล้วเด็กหล่ะค่ะเขามีใครบ้างนอกจากแม่ และถ้าแม่ไม่มีเวลาให้ลูกเราจะหันหน้าไปหาใคร? และอีกข้อหนึ่ง ตรงนี้พี่ขอบอกก่อนว่าไม่ได้ว่าใครปรักปรำใครแต่มันเป็นความกลัวส่วนตัว ถ้าเป็นลูกชายโอเคอยู่ค่ะ แต่ถ้าเป็นลูกสาวคิดหนักหน่อยกับคำว่าพ่อเลี้ยงลูกเลี้ยงจริงอยู่พ่อเลี้ยงบางคนเขาอาจจะรักลูกเราด้วยใจจริง แต่เขาไม่ใช่พ่อแท้สักวันเขามากอดมาหอมลูกเราขอถามหน่อยว่ายอมรับได้เต็ม 100 ไหมกับอ้อมกอดอันนี้? ยังไงซะพี่ว่าอ้อมกอดของ ตากับปู่ มันเป็นอ้อมกอดที่สนิทใจมากกว่านะ

แต่ถ้าเราเลี้ยงลูกด้วยเงิน ก็ไม่ได้เสียหายตรงไหนดีเสียอีกที่เราสามารถทนแทนสิ่งที่เขาไม่เคยได้รับมาตั้งแต่ต้น แต่วันนี้เราสามารถ ให้อนาคตให้ความสุขสบาย เราก็ให้ตรงจุดนี้ไป แต่สิ่งที่เราให้เขาไม่ได้คือเวลาและความผูกพันธ์ ตรงนี้เราก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตากับยายมาเติมเต็มกับสิ่งที่ลูกเราขาดไป แค่นี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็ลงตัว ไม่มีใครเสียใจ เราอยู่กับชีวิตใหม่สร้างครอบครัวใหม่ แต่เราก็ไม่ได้ทิ้งครอบครัวเก่า ทำให้ 2 ครอบครัวรวมตัวเป็นครอบครัวเดียวกันด้วยความกลมกลืนทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเราไม่ได้สูญเสียใครไป ถึงอยู่ไกลกันสุดหล้าฟ้าเขียว แต่ถ้าใจเราไม่ทิ้งกันอยู่ใกล้กันความอบอุ่นความสุขมันก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม ดีกว่าให้รู้สึกว่า<span style='color:purple'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ ยิ่งสูงยิ่งหนาว นะคะ </span></span>
<span style='color:red'><span style='font-size:21pt;line-height:100%'><b>น้ำตามีวันหยุดไหล น้ำใจไม่มีวันหมด</b></span></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
panisara_david
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 942
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 15, 2007 8:30 am
ที่อยู่: อยุธยา

โพสต์โดย สะใภ้เบลเยี่ยม » เสาร์ ม.ค. 22, 2011 1:06 pm

ขอบคุณมากๆคะที่พี่ๆทุกคนได้เข้ามาแชร์ประสบการณ์และแสดงความคิดเห็นคะ แตงอ่านของทุกๆความคิดเห็นแล้ว แต่ก็คิดว่าจะพามาดีไหม? ใจหนึ่งก็สงสารพ่อแม่ แต่ก็ถามลูกสาวแล้ว และเค้าบอกว่าอยากมาอยู่กับแตงมากๆ เพราะบางทีเค้าบอกว่าเค้ากลัวนิดหน่อยเวลาตายายทะเลาะกัน ยิ่งเวลาตาเมา แล้วตาทะเลาะกับยายแล้วชอบปาข้าวของในบ้าน แตงได้ยินลูกบอกอย่างนี้แล้วก็ยิ่งอยากพาเข้ามาไวๆคะ
แต่เวลาที่ตาไม่เมาก็จะใจดีมากๆ ในวันสำคัญๆบางวันก็จะซื้อนู้นนี่ให้หลาน พาหลานไปนู้นนี่เป็นบางครั้ง
เราจะก้าวไปสู่วันข้างหน้าพร้อมๆกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
สะใภ้เบลเยี่ยม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 113
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ม.ค. 23, 2010 6:34 pm

โพสต์โดย Thai-Sakhon » เสาร์ ม.ค. 22, 2011 5:55 pm

ไม่มีลูกที่อยู่เมืองไทยนะคะ มีแต่หลาน(ลูกชายพี่สาว)ที่พี่รับส่งเสียเขามาตั้งแต่พี่ทำงาน และพี่ก็ช่วยคุณแม่ของพี่เลี้ยงเขา ตอนพี่เรียนหนังสืออยู่ พ่อแม่ของพี่เลี้ยงเขามาตั้งแต่ 2เดือน จนปัจจุบันนี้ เริ่มเป็นหนุ่มน้อย อายุ14 ปี เร็วๆนี้ พี่เคยขอเขามาเลี้ยง ที่นี้ด้วย เพราะอยากให้เขาได้เรียนในที่ๆ พี่คิดว่าดีสำหรับเขา พ่อแม่พี่รักเขามากๆ แต่คนที่เราควรถาม ความรู้สึกคือตัวเด็ก ถ้าเขาอยากมา หรือ ไม่อยากมา เราต้องยอมรับการตัดสินใจของเขา พี่ว่าถามความรุู้สึกเด็กด้วยนะคะ คุณตา คุณยาย เราเขาใจความรู้สึกเขานะคะ เพราะพี่เห็นคุณพ่อ คุณแม่พี่ เลี้ยงลูกของพี่สาวพี่ มา ทั้ง เจ้าคนโตและคนเล็ก ความผูกพันธ์มากมายเลยแหละ

ตัวพี่เองมีลูกของตัวเอง 2คนแต่อยากได้ หลานชายคนโตมาอยู่ด้วย เพราะแม่เขาแต่งงานใหม่ มีลูกชายอีกคน แต่หลานชายพี่ เขาไม่อยากมา เพราะเขารัก และ ห่วง พ่อจ๋า แม่จ๋า ของเขามาก (คุณตา คุณยาย) เขาเลือกที่จะอยู่เมืองไทย และพี่ก็ยังสนับสนุนเขา ให้เลือกเรียนในโรงเรียนดีๆ มีคุณภาพ ส่งเสริมเขาทุกด้าน หลานชายเรียนค่อนข้างดี ได้ เกรด 3.98 ปีนี้จะขึ้น ม. 3 แล้ว เราเป็นฝ่ายสนับสนุนการเงิน ส่วนคุณตา คุณยายคือคนที่ให้ทั้งความรัก ความอบอุ่น แบบที่เรียกว่า ไม่ได้ขาดเลยถึงไม่มีคุณพ่อ คุณแม่จริง ไปนั่งเลี้ยงดู ที่เล่ามาถึงไม่ช่วยในเรื่องน้องอะไรมากมาย แต่ก็มาแชร์ค่ะ
กตัญญูต่อ บุพการี มีความซื่อตรง ซื่อสัตย์ และจริงใจ<br>
ภาพประจำตัวสมาชิก
Thai-Sakhon
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 194
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ย. 10, 2008 4:55 pm

โพสต์โดย pen » เสาร์ ม.ค. 22, 2011 6:12 pm

มาแชร์ค่ะน้องแตง เมษาปีที่แล้วพี่พาลูกกลับบ้าน สามีกับน้องชาย น้องสะใภ้ ของสามี
ไปเที่ยวด้วย อันที่จริงน้องสามีกับภรรยาเค้าก็ไปเมืองไทยกันอยู่บ่อยๆเมษาปีนี้ก็ตามไป
เที่ยวกับเราอีก ครั้งนี้ก็ครบ 10 ครั้งพอดี ที่จะเล่าก็คือ แม่พี่เห็นหลานพูดภาษาอังกฤษ
กับสามีและญาติ เค้ารู้เรื่อง จากที่ไม่เคยสือสารกันเข้าใจเลย เมื่อปีที่แล้วได้เห็นพัฒนาการ
ของหลานแล้วยายก็ปลื้ม ยิ้มไม่หุบ
สำหรับเมษานี้ แม่พี่ก็ต้องแปลกใจมากขึ้นไปอีก
ลูกชายพี่ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนอีก พี่คิดว่ามันเป็นโอกาสของเด็กน่ะค่ะ
พี่บอกกับลูกว่าแม่ไม่ได้ร่ำรวย ไม่มีสมบัตมากมายที่จะให้ แต่สิ่งที่แม่ให้ได้คือการศีกษา
ถ้าเราได้ภาษาอังกฤษติดตัวไปด้วย โอกาสที่จะก้าวหน้ามันก็มีได้สูง มันอยู่ที่ตัวเราด้วย
ลำพังพรสวรรค์ลูกพี่ไม่มีติดมาเลยค่ะ เพราะไม่เห็นมีอะไรแสดงให้เห็น จำต้องหาพรแสวง
เอาไว้ติดตัว

เมี่อมาอยู่ด้วยกันแรกๆลูกชายบอกว่า ถ้าเรียนจบแล้วขอกลับไปอยู่เมืองไทยน่ะแม่
แต่ตอนนี้เห็นจะเปลี่ยนใจเพราะบอกว่าเรียนจบแล้วขอทำงานที่นี้ก่อน

จะว่าไปเด็กที่เรียนต่างประเทศก็ดีหลายอย่างน่ะค่ะ อย่างเรื่องการเรียน
เค้าจะให้เด็กเป็นศูนย์กลางการเรียน มีโน้ตบุ้คแจกให้ใช้ฟรี สำหรับเด็กต่างชาติ
เล่นเกมส์ไม่ได้ค่ะ เพราะเค้าล็อกไว้ มีกิจกรรมทีให้เด็กได้แสดงความสามารถออกแบบ
ด้วยตัวเอง เจ้าลูกชายพี่เพิ่งได้รับจดหมายจากโรงเรียน เรื่อง Design and Technology
ที่เค้าออกแบบ และผลิตออกมา ได้รับคัดเลือกให้ตั้งโชว์ทั้งผลงานและชื่อที่โรงเรียนค่ะ
ลูกชายพี่เค้าปลื้มใจใหญ่ พี่เองก็ภูมืใจ นี้ก็เก็บวารสารของโรงเรียนที่ลงรูปลุกชายเอาไว้
ไปอวดยายด้วย แต่ก็ได้คุยอวดกันทางโทรศัพท์เป็นที่เรียบร้อยค่ะ

ตอนนี้ทั้งยายทั้งหลานนับถอยหลังวันที่จะได้เจอกันที่เมืองไทย ตอนแรกไม่รู้หรอกค่ะ
จนลูกชายบอกว่าเหลืออีก 2 เดือนกับ 18 วันจะได้กลับไทยแล้ว คิดถึงยายจัง
เพ็ญ UK จ้า
ภาพประจำตัวสมาชิก
pen
แม่ไข่ยัดไส้ พ่อไข่ลูกเขย
 
โพสต์: 748
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ม.ค. 31, 2008 3:34 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » เสาร์ ม.ค. 22, 2011 7:03 pm

ยังไม่มีโอกาสได้แย่งลูกของลูกมาเลี้ยง
แต่ไม่เคยคิดว่า ถ้ามีแล้ว จะชิงสถานภาพของลูกสะใภ้ ด้วยการเอาหลานมาเลี้ยง
เพราะตัวเองเป็นแม่ ที่ไม่ยอมให้ยายของลูกมาช่วงชิงสถานภาพของตัวเอง (หญิงป้าโหดมั้ยคะ)

ลูกชายเกิดที่เมืองไทย ยายเจ้าเนยพยายามช่วงชิงสถานภาพของเราผู้เป็นแม่ (ฮิฮิ คิดเอาเอง)
เพราะว่าตอนเราเล็กๆ เขาไม่ได้เลี้ยงเรา
เขาจึงอยากจะทดแทนความรู้สึกด้วยการเอาหลานไปเลี้ยง
แต่บอกเขาว่า ลูกกับหลานไม่เหมือนกัน
ลูกมีไว้เลี้ยงดู แต่หลานมีไว้ภูมิใจ
จากนั้นก็หอบลูกชายวัยเจ็ดเดือนขึ้นเครื่องไปอยู่ฮอลแลนด์ตั้งแต่นั้น
แต่บอกยายของลูกว่า ไม่ต้องกลัวว่าจะคุยกับหลานไม่รู้เรื่อง
จะทดแทนบุญคุณแม่ด้วยการเลี้ยงหลานให้คุยกับแม่รู้เรื่อง

ตอนนี้ลูกชายอายุ ๒๑ เลี้ยงด้วยตัวเองมาตลอด
ภูมิใจที่ตอนนี้ความรู้ปริญญาโทหายหมด
คณิตศาสตร์ชั้นสูง เหลือเพียง ข้าว ๑ ถ้วยต่อน้ำ ๑ ๑/๒ ถ้วย
แต่สามารถเลี้ยงลูกชายให้เป็นที่รักของใครๆ
และเป็นหนุ่มน้อยที่มีจิตใจดีต่อคนอื่นเสมอ


ความจำเป็นที่ต้องทิ้งลูกไว้กับปู่ย่าตายายเลี้ยงแทนเรานั้น
มันกลายเป็นดาบสองคมเสมอ...ทำให้ตัดสินใจยาก
แต่เวลาจะบอกเองว่า จะตัดสินใจอย่างไร
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน