ชอบกระทู้นี้มากถึงมากที่สุดเลย เข้ามาอ่านได้ทุกวันทุกคอมเม้น ยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบ เหมือนพี่พิมว่าเลย ยิ่งอ่านยิ่งเหมือนได้เที่ยวรอบโลกเลย อยากให้เพื่อนๆเข้ามาแชร์กันเยอะๆ กระทู้ดีมีสาระ อ่านแล้วรู้สึกดีมีความสุข(แบบว่าอ่านไปจินตนาการไปด้วยว่าเราอยู่เมืองนั้นๆ ฮ่าๆๆ) ขอบคุณพี่ปุยเจ้าของกระทู้ และเพื่อนๆที่มาแชร์เรื่องราวของเมืองน่าอยู่น่ะคะ เพื่อนๆเขียนละเอียดอ่านแล้วได้ทั้งความรู้ เหมือนได้ไปอยู่เมืองนั้นๆเองเลย คะ อืม..อ่านแล้วก็อยากไปเที่ยวทุกๆเมืองที่ว่ามาเลยน่ะนี่
เมื่อวานก่อนโดนยึดรถหนึ่งวัน(ไม่ได้โดนลงโทษอะไรหรอกจ้า คุณสามียืมขับหนึ่งวันก็แค่นั้นเอง อิอิ) เช้ามืดตีสี่เค้าไปส่งที่ทำงานแล้วก็ยึดรถไปเลยทั้งวัน ที่ทำงานรตีอยู่ห่างจากสถานีรถไฟใหญ่ของเมืองแค่ห้านาที(เดิน) ก็เลยไม่ลำบากเรื่องนั่งรถไฟใต้ดิน และต่อรถเมล์กลับบ้านเอง
ตอนนั่งรถก็คิดถึงกระทู้นี้ก็เลยอยากมาแจม ข้อดีข้อเสียของเมืองนี้เพิ่มเติม (เรียกร้องความสนใจจากพี่ปุยและเพื่อนๆให้ชอบเมืองนี้ตามรตี เอิ้กๆๆๆ ทำยังกะบ้านเมืองตัวเองเลยเนอะ)
ต่อคะ<span style='color:red'>ข้อดี</span>เรื่องการจราจร
นอกการจราจรที่ว่าดีมีระเบียบแล้ว ยังตรงต่อเวลามากๆด้วยคะ รถไฟใต้ดินที่รตีนั้งจากในตัวเมืองกลับบ้าน จะมีป้ายบอกวันเวลาไว้อย่างชัดเจน และรถก็จะมาตามเวลาที่บอกเป๊ะๆ ไม่คลาดเคลื่อนแม้แต่หนึ่งนาที ถ้าเกิดปัญหาติดขัดประการใด ทางสถานีนั้นๆก็จะประกาศ ให้รู้ว่ารถมาช้ากว่าเวลาที่บอกไว้ในแปลนเพราะอะไรเค้าก็จะแจ้งให้ทราบ ถ้าเกิดการประท้วงจากพนักงานขับรถ ไม่ออกทำงานไม่มาขับรถ ทางบริษัทข่นส่งก็จะรับผิดชอบกับผู้โดยสาร โดยให้นั่งแท็กซี่ฟรี เค้าจะจัดให้เป็นสายๆไป (ผู้โดยสารที่ไปทางเดียวกันก็นั่งรวมๆกันไป)
ส่วนรถเมล์ก็บริการดีมากๆ ออกตรงเวลาเป๊ะๆเหมือนกัน ทุกป้ายทุกสถานี้จะมีป้ายบอกไว้อย่างชัดเจน เบอร์อะไรไปไหน ออกเวลาเท่าไหร่ มีป้ายไหนบ้าง และเวลากลางวันตามปรกติ ก็จะออกทุกๆสิบนาที หลังจากสี่โมงเย็นก็ยี่สิบนาที ยิ่งมืดยิ่งดึกก็จะยิ่งออกช้าขึ้นเรื่อยๆ จากสิบนาทีเป็น ยี่สิบ สามสิบ และหลังจากเที่ยงคืน ก็มีรถ(บัส)เฉพาะสายกลางคืนโดยเฉพาะ จะมีแค่เที่ยวสองเที่ยวเท่านั้น อีกอย่างที่ประทับใจมากๆคือ รถบัสที่นี่ มาถึงป้ายรับผู้โดยสาร ถ้าเค้าเห็นมีรถเข็ญเด็ก คนแก่คนพิการรออยู่ด้วย รถก็จะปรับตะแคง คือตัวรถตะแคงจนเอียงติดพื้น เลยคะ ทางขึ้นลงรถติดกับพื้นถนน เพื่อให้รถเข็ญเด็ก คนแก่ คนพิการได้ขึ้นลงง่ายๆ ไม่ต้องยกเท้ายกขากว้างๆสูงๆให้ลำบาก ถ้าคนพิการที่นั่งรถเข็ญขึ้นลงเองไม่ได้ คนขับรถก็จะลงมาช่วยทุกครั้งที่ขึ้นลงจากรถ ข้อนี้ประทับใจมาก ออ...รถเมล์ก็จะวิ่งรวมๆบนถนนกับรถอื่นๆตามปรกติ แต่เมื่อถึงไฟแดงหรือทางแยก รถเมล์ จะมีทางส่วนตัว มีไฟแดงเขียวส่วนตัว ซึ่งตรงนี้ทำให้เค้าไม่ต้องรอเวลารถติด รถเมล์ถึงได้ ตรงเวลาทุกป้ายทุกสถานีคะ
การตรวจบัตรโดยสาร ก็ไม่การตรรวจทุกวัน (ไว้ใจผู้โดยสาร) ซื้อตั๋วเอาเองที่ตู้อัตโนมัติ เที่ยวเดียว หรือไปกลับ หรือตั๋ววัน เดือน ปี ซื้อแล้วก็เก็บไว้ ไม่ต้องโชว์ใคร นอกจากจะมีการสุ่มตรวจ (รตีอยู่นี่สิบสามปี เจอสุ่มตรวจบัตรโดยสารไม่เกินสิบครั้ง) ถ้าวันไหนมีการสุ่มตรวจขึ้นมา ในรถไฟใต้ดิน หรือรถบัสประจำทาง จะสนุกสนานคึกคักมาก เพราะอยู่ๆพนักงานจากบริษัทขนส่งที่ขึ้นมาบนรถพร้อมๆกันกับผู้โดยสารอื่นๆ เค้าแต่งนอกเครื่องแบบไม่มีใครรู้ว่าพนักงานตรวจบัตรโดยสาร เมื่อประตูรถปิดปั๊บ รถออกปุ๊ป เค้าก็จะโชว์บัตรแสดงตัวว่าพนักงานจากบริษัทข่นส่ง มาขอตรวจบัตรโดยสาร ใครที่แอบนั้งโดยไม่จ่ายค่าโดยสาร ก็จะโดนเก็บข้อมูลจดบันทึก จ่ายค่าปรับหลายเท่าของราคาเช่น จาก สองยูโร เป็นห้าสิบยูโรเลยทีเดียว
<span style='color:red'>ข้อเสีย</span>
ค่าโดยสาร ทั้งรถไฟ รถเมล์ค่อนข้างแพง จากบ้านรตีเข้าตัวเมือง สิบกิโลเมตร เริ่มจากนั้งรถเมล์ ต่อรถไฟใต้ดิน ราคาตั๋วขาเดียว 2.10 ยูโร และราคาก็จะขึ้นเกือบทุกปี ปีละ สิบเซ็น ราคานี้ซื้อครั้งเดียวนั้งได้ ขาเดียว จะต่อรถเมล์ รถราง รถไฟใต้ดิน ก็ได้หมด แต่ต้องขาเดียวเท่านั้น
ช่วงวันเทศกาลต่างๆคนเยอะ ขึ้นลงต้องแย่งๆและเบียดๆกันนิดหน่อย ตั๋วขาเดียวซื้อแล้วต้องใช้เลยทันที เพราะมีอายุการใช้งานแค่เก้าสิบนาที งงมั้ยคะ รตีเขียนเองงงเองนิดหน่อย อิอิ








