โดย ขุนสุพรรณ » อังคาร ต.ค. 21, 2008 11:13 am
ตอนสี่
ตอนเช้าตื่นขึ้นมาพร้อมกับความหิว แต่ยังจะกินอะไรไม่ได้ นอกจากน้ำ แล้วก้อ...คิดขึ้นมาก็น่าสงสาร เพราะว่าผมจะต้องทำร้ายตัวเอง ด้วยการเอาเข็มแหลมจิ้มลงไปที่ปลายนิ้ว จิ้มเบาๆได้ไหม ? อาจมีคนอยากรู้ ผมลองจิ้มเบาๆดูแล้วไม่ได้ผลครับ จิ้มเบาๆแล้วก็พยายามบีบเค้นเพื่อจะให้เลือดออกมาในจำนวนที่พอจะให้เครื่องตรวจมันอ่านผลได้ แต่ก็เจ็บฟรีเพราะเลือดออกมาแค่จิ๊ดเดียว เลยต้องเจ็บอีกครั้ง คราวนี้กัดฟันจิ้มแรงหน่อย จึ๊ก..เจ็บซีครับ..พอได้เลือดแล้วก็เอาป้ายลงที่ปลายเครื่องเทสต์ที่คล้ายกระดาษแข็งกว้างราว 5มม ยาวราวนิ้ว ที่ปลายด้านหนึ่งเสียบติดอยู่กับเครื่องวัดที่มีขนาดและรูปร่างคล้ายกับเครื่องเล่นเกมส์จิ๋ว แล้วก็คอยจ้องที่จอดูเลขมันนับถอยหลังพร้อมกับสวดมนต์ไปด้วย..ภาวนาขอให้เลขมันไปหยุดอยู่ตรงที่จำนวนน้อยๆ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวจากเข็มฉีดยาอีกน่ะครับ
.......ไม่สำเร็จครับ ระดับน้ำตาลยังสูงเกินพิกัดอยู่ทั้งที่เมื่อคืนหลังจาก 8 โมงไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย..ครับ ก็ต้องทำร้ายร่างกายตัวเองอีกครั้ง คราวนี้ต้องฉีดยาตัวเองครับ...เรื่องฉีดยานี่ก็มีเรื่องขำท่ามกลางความหวาดเสียวมาเล่าอีกแล้วครับ คือเช้านั้นลูกสาวที่เคยทำหน้าที่ฉีดยาเขาไปทำงานแล้ว ภรรยาผมนั่นแน่นอนละ รีบหลบไปทำสวนตั้งแต่ได้ยินเสียงผมพูดว่าต้องฉีดยาแล้ว..คราวนี้ก็เหลือหลานชายวัยรุ่นที่คิดว่าคงพอจะพึงได้น่ะ พอเรียกมาบอกว่าจะให้ฉีดยาเขาก็รีบปฏิเสทเสียงลั่นบอกไม่อาว ผมไม่กล้า ผมกลัว..ผมชักเกิดโมโห..ถามว่าถ้าผมฉีดที่ตัวเขาจะเอาไหม เขาตอบโอเคทันที...ส่วนผมเองก้อ....แหะ.แหะ ไม่กล้าฉีดตัวเองครับ..มันเสียวนะ เข็มฉีดยาอันนิดเดียว แต่มันก็ยาว...การฉีดยาที่เขาเรียกว่า อินซุลินนี้ จะฉีดตรงไหนก็ได้ที่มี่กล้ามเนื้อมากหน่อย และการฉีดให้ตัวเองนั้นหมอเขาแนะนำให้ฉีดแถวต้นขา หรือบริเวณพุง ..ความจริงเรื่องฉีดยานี่ผมเคยฉีดมาเป็นร้อยๆแล้วนะครับ แต่ฉีดคนอื่นน่ะ คือสมัยรุ่นตอนโรงเรียนปิดเทอม ผมกลับไปบ้านซี่งอยู่บ้านนอก คุณพ่อผมเป็นหมออนามัยตำบล ในช่วงที่อวิวาต์ระบาดต้องมีการฉีดวัคซีป้องกันการระบาด ผมก็ทำหน้าที่อาสาสมัครจำเป็น ช่วยฉีดวัคซีนให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จำนวนเป็นร้อยอย่างที่บอกแหละครับ
.......แต่วันนี้ผมจะต้องมาฉีดให้ตัวเอง...ทำไงดีล่ะ ไม่มีทางหลีกเลี่ยงแล้ว แกะซองที่บรรจุเข็มฉีดยาที่มาพร้อมกระบอกฉีดเรียบร้อย ฉีกซองออกก็ใช้ได้ไม่ต้องไม่ต้มฆ่าเชื้อเหมือนสมัยก่อน และใช้ครั้งเดียวทิ้งเลย..ตัวยาอินซุลินมาในขวดเล็กซึ่งต้องเก็บในตู้เย็น ผมค่อยๆเยื้องย่างนวยนาดไปเอาออกมา พยายามทำทุกอย่างให้เป็นแบบสโลว์โมชั่น...ประวิงเวลา..เผื่อว่าโชคดีของผมที่อาจเป็นโชคร้ายของเพื่อนผมบางคนที่เขาหลงเข้ามาเยี่ยมตอนนี้ จะได้วานให้ทำหน้าที่อันน่าหวาดเสียวนี้แทน แต่ว่านี่มันก็ยังเช้าจัง เฮ้อ..
........ค่อยๆใช้เข็มดูดยาออกมาในปริมาณตามที่เขากำหนด เอาละนะ ฉีดก็ฉีด แต่ว่า เอ จะฉีดตรงไหนดีหว่า...หมอสั่งว่าจุดที่ฉีดได้ถนัดและไม่ต้องกลัวว่าจะไปโดนเส้นโดนเอ็นอะไรคือตรงพุง ผมนึกไปถึงเรื่องที่มีชาวญิ่ปุ่นทำฮาราคีรี คือคว้านท้องตัวเอง....วุ้ย..เสียวครับ นี่ผมจะต้องใช้เข็มฉีดยาแทงพุงตัวเองหรือครับ...แล้วมันจะไม่ทะลุเข้าไปโดนอะไรในท้องหรือเนี่ย...คงไม่หรอกน่ะ ก็พุงผมมีไขมันเป็นบั้งๆขนาดนี้กับเข็มที่ยาวแค่ครึ่งนี้ว...แต่ก็น่าหวาดเสียวอยู่นั่นแหละ หาที่ใหม่ดีกว่ามั๊ง.. ต้องรีบตัดสินใจแล้ว ขืนชักช้าเดี่ยวเกิดเรื่องอีก งั้นเอาที่ตรงโคนขาก็แล้วกันนะ ทำใจให้เข้มแข็งเข้าไว้ นึกเสียว่าเป็นการชดใช้เวรกรรมที่เคยเชือดคอไก่เมื่อตอนวัยรุ่น ใช้กระดาษที่ชุบแอลกอฮอล์ทาตรงโคนขาจุดที่ลองกดดูแล้วคิดว่าคงไม่มีอะไร..หนี่ง ส่อง ซ้ำ...คราวนี้ทั้งกัดฟันแถมหลับตา..ทิ่มจึ๊กลงไป...ไม่เจ็บเท่าไรหรอกครับ เหมือนมดกัด ตอนเจาะเลือดที่ปลายนิ้วเจ็บกว่านี้อีก ก็คงเป็นเพราะที่ปลายนิ้วนั่นเนื้อมันน้อยนั่นแหละถึงได้รู้สึกว่าเจ็มมาก.,,,,.เดินยานิดเดียวก็เสร็จ...ไม่เห็นยากเลย...แต่ว่า คราวต่อไปถ้ามีคนอื่นฉีดให้ผมคิดว่าต้องดีกว่าแน่นอนครับ
.........กาแฟเช้านี้ต้องพิเศษละครับ เขาให้งดหรือลดอาหารประเภทแป้ง อย่างอื่นหมอบอกกินเข้าไปจะได้มีแรง งั้นก็ขอเป็นไข่ดาว 2 ฟอง ไส้กรอกอีก 2ชิ้น....เอ ไม่อิ่ม แถมอีกชิ้น..ค่อย.ตึงท้องหน่อย...พอสายชักหิวอีก ก็คนมันกินข้าวมาทุกเช้าจนท้องเคยแล้วน่ะ จะเอาอะไรมาแทนมันก็เบาๆท้องอยู่นั่นแหละ...ตัดสินใจซดน้ำข้าวต้มที่แสนจะเจือจางไปอีกหนึ่งชาม...เออ ค่อยยังชั่ว
.......แล้วก็ไปพบหมอตามนัดครับ ก่อนพบหมอพนักงานก็มาเจาะเลือดตรวจน้ำตาลอีกโดยไม่ฟังเสียงผมที่บอกว่าเมื่อเช้าผมเจาะมาแล้ว..แต่ก็ยังดีที่ไม่โดนฉีดยาอีกรอบ สงสัยยาที่กินหลังอาหารยังคงออกฤทธิอยู่ จากนั้นคุณหมอก็เข้ามาพบด้วนสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ประโยคที่คุณหมอพูดทำเอาผมใจแป้ว คุณหมอบอกว่า “<span style='color:red'>คุณรู้มั้ย เมื่อวานผมไม่ได้บอกคุณว่า ผมคิดว่าคุณจะตาย</span>”
........ผมสะดุ้ง..นี่..หมายความว่าเมื่อวานอาการของผมถึงขั้นเฉียดตายเลยเหรอ..
คุณหมออธิบายว่าระดับน้ำตาลในเลือดผมสูงมาก สูงขนาดที่สามารถอาจจะมีอาการช็อคได้ทันที....คุณหมอว่าย่อๆถึงระดับน้ำตาลที่ควรรู้คือ ถ้าวัดตอนเช้าก่อนทานอาหารไม่ควรเกิน 120 และถ้าทานอาหารแล้วไม่ควรเกิน 160 ถ้าสูงกว่านั้น ต้องไปพบหมอทันที และระดับที่คนทั่วไปที่ไม่เป็นเบาหวานมักจะไม่เกิน 80 ก่อนทานอาหาร...แต่ของผมวันที่ไปพบหมอนั้น มัน <span style='color:red'>475</span> ครับ ผมพิมพ์ไม่ผิดครับ สี่ร้อยเจ็ดสิบห้า..มิน่าเล่าผมนึกออกแล้วว่าทำไมตอนนั้นคุณหมอถึงได้สั่งให้พยาบาลรีบมาฉีดยาให้ผมด้วยเสียงดังลั่นห้อง...คุณหมออธิบายต่อไปว่า ที่ผมไม่ถึงกับมีอาการมาช็อกตายคาคลีนิคหมอนั้น <span style='color:red'>เพราะผมไม่มีอาการความดันโลหิตสูง</span>เป็นตัวช่วยไม่ให้เกิดการช็อค...และร่างกายผมก็แข็งแรงพอควร ผมฟังแล้วก็นึกเลยไปว่าคงเป็นด้วยกุศลผลบุญที่ผมเพียรทำอยู่เสมอมีส่วนช่วยอยู่ด้วย ถ้าไม่เช่นนั้นก้อ คงไม่มีโอกาสมาโม้ให้ฟังอยู่อย่างนี้หรอกครับ
วันนี้แค่นี้นะครับ เหนื่อยและง่วงด้วยครับ
<br><img src='http://i77.photobucket.com/albums/j54/suphanca/Avatar/campange300.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br>