ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ประสบการสัมผัสที่หก (สาม)

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย หนูป้อม » พฤหัสฯ. ธ.ค. 16, 2010 2:05 pm

ป้าติ๋ม เขียน:
โทษไปที่กรรม   หมดที่พึ่งและไม่หวังพึ่งมนุษย์ตนไหนๆ 
เดินไปที่ศาลพระภูมิหน้าสำนักงาน  ยกมือไหว้ท่านแล้วบอกว่า
"ลูกมาถึงที่นี่ต้องการมาอยู่กับครอบครัวพร้อมหน้ากันและได้เคย
ปวารณาตัวว่าหากได้ย้ายมาทำงานและอยู่เป็นครอบครัว
จะทำงานให้กับหน่วยงานอย่างเต็มความรู้ความสามรถและจะจงรักภักดี
องค์กรเพราะองค์กรเป็นหม้อข้าวใบใหญ่เลี้ยงเราทั้งครอบครัวให้มีกินมีอยู่
มีสวัสดิการที่ดีและเราไม่เคยคิดร้ายต่อผู้ใด ยินดีเมื่อคนอื่นได้ดีไม่เคยคิดทำร้ายใคร
แต่มาเดี๋ยวนี้แทบยืนไม่ได้  เหมือนโดนแกล้งดัดให้เตี้ยเป็นตะโกแคระตะโกดัด
ขอพึ่งพระภูมิเจ้าที่ช่วยให้คนที่ทำกะเราแสนสาหัสนี้ได้รู้รสชาติความขมขื่น
และความอึดอัด  คับข้องใจแค่ครึ่งหนึ่งที่เรามี "

อยากอโหสิกรรมแต่ใจยังไม่ยอม 

 
หากใครได้อ่านแล้วอาจนึกคลางแคลงใจว่าไม่น่าเป็นไปได้.....
ก็เข้ามาเขียนเล่าสู่ฟังด้วยนะคะ  เพราะจะได้เล่าให้ฟังอีกสักเหตุการณ์เพื่อ
ตอกย้ำว่า แรงจิตอธิษฐานมีจริงหรือไม่ แต่ไม่ใช่ว่าจะมีกันได้ทุกคนนะคะ
เราต้องมีความดีและมีใจบริสุทธิ์ต่อคนอื่นด้วย  แต่ตอนนั้นป้าติ๋มไม่ได้
ไหว้พระสวดมนต์จะทำเมื่อเวลาตื่นนอนและก่อนนอนเท่านั้น
แต่หากเข้าข้างตัวเองคือ เป็นคนที่คิดดี ใจบริสุทธิ์ ไม่คิดร้ายใครๆ
อันนี้ขอเป็นอุทธาหรณ์ให้คนเกรงกลัวบาป จากการกระทำให้ใครเขาคับแค้นใจ
จากการกระทำของตนไม่ว่าจะพูดก็ดีเขียนก็ดีให้สำเหนียกในกรรมของตนคือ
ให้มี<span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>โอตัปปะ</span></span>
ให้กลัวก่อนการก่อกรรมผูกเวร  แล้วมานึกเสียใจว่า ไม่น่าเลยตรู  ก็เมื่อเสวยกรรมบาปแล้ว



<span style='color:blue'>ป้าติ๋มขา หนูป้อม เคยคิดเหมือนป้าติ๋มเลยค่ะ
คิดว่าโดยพื้นเป็นคนที่คิดดี ใจบริสุทธิ์ ไม่คิดร้ายใครๆ

อดีต...เคยคิดเหมือนป้าติ๋มในเรื่องที่จะพึ่งพิง พระภูมิเจ้าที่เทวา ท่าน.....ช่วยให้บุคคลอื่นๆรับรู้การกระทำที่แท้จริง ความคิดของเขา
คนที่ทำกะเราแสนแย่ๆ ล้านๆคำพูดที่ใส่ความนี้ได้รับรู้รสชาติที่เขาทำกับเพื่อนร่วมงานคนคนนี้ และความอึดอัด คับข้องใจในเรื่องที่ ที่ ตัวเราเองไม่ได้ทำ แต่มันมีสีไข่ไก่ไปเปื้อนได้...ยังคลาดว่าเขายัง...ไม่เลิกพูด เลิกกระทำ...แต่ปัจจุบันทำใจได้แล้ว "


คิดว่าคงก่อกรรมผูกเวรกันมาแต่ชาติปางก่อน หนูก็เลยได้แต่สวดมนต์ ไม่ได้เดินไปอธิษฐานจิต กับท่านพระภูมิ ท่าน เพียงแต่ว่า ทุกๆวันพระจะเอาพวงมาลัยไปถวายให้ท่าน และขอให้ท่านคุ้มครองจากศัตรูภัยพาล</span>


และคิดอธิษฐานจิตอยู่ทุกเมื่อ..ว่า...ถ้าหมดเวรหมดกรรมแล้วขอได้ออกจากที่ทำงานนี้เสียที..ไม่มีคนจริงใจเลย คบยาก มีคนเทียมมิตร มิตรที่ไม่ควรคบหา** มากเกินไป
อยู่แล้วจิตตกมากๆ..พูดกันแต่เรื่องที่ไม่สมควรพูด..แค่คิดถึงก็มีอาการจิตตกขี้นมาได้..(เฮ้อ..กรรม)
มีคนบอกว่าที่นี่(ที่ทำงาน)คนดีอยู่ไม่ค่อยได้นาน ต้องขอลาออก ไป (ถ้าอยู่ได้ซัก 2 ปีก็เก่งแล้ว..)


เก็บมาจากทู้ตัวเอง

คนเทียมมิตร มิตรที่ไม่ควรคบหา**โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน

มิตร ปฏิรูปคือ คนเทียมมิตร แหม เรื่องการคบมิตรนี่สำคัญมาก
ที่พระพุทธจ้าท่านกล่าวว่า

<span style='color:red'>อะเสวะนา จะ พาลานัง ปัณฑ ตานัญจะ เสวะนา ปูชา จะ ปูชะนียานัง เอตัมมังคะละมุตมังฯ</span>

ก็หมายความว่าอย่าคบคนชั่วและบูชาแต่บุคคลที่ควรบูชา จัดว่าเป็นอุดม เป็นอันว่าดูสิว่ามิตรปฏิรูปท่านว่าอย่างไรนะ
คือคนที่เทียมมิตรมีอยู่ 4 จำพวก
1 คนปอกลอก ไอ้คนปอกลอกนี่ดีแต่ใช้เงินของเรา กินเอาแต่เสียไม่จ่ายนี่คนปอกลอกประเภทนี้ก็จำไว้ว่าไม่ใช่มิตรแท้ ไม่ควรจะคบ
2 คนดีแต่พูด เวลาคนอื่นเขาทำก็ติโน่นตินี่ เวลาตัวเองทำระยำอัปรีย์ไม่พูดหรอก พูดแต่ชอบจะด่าเขา ไอ้ คนจะด่าคนเหตุผลมันง่ายๆ เหมือนกับคนชกมวยไอ้คนดูบอกไม่ศอกไม่เข่า ตาคนนั้นมันงงเต็มที นี่คนดีแต่พูดแต่ไม่ทำดีนี่อย่าคบ
3 คนหัวประจบสอพลอ คนชอบประจบนี่ ดีก็ตามชั่วก็ตามดีซะเรื่อยอันนี้ก็ไม่ควรคบ
4 คนชักชวนไปในทางฉิบหาย เห็นมั้ย ชักชวนไปในทางฉิบหายนี่ก็ไม่ควรคบ ท่านบอกไอ้คนประเภทนี้มันไม่ใช่มิตรแท้ มันเป็นศัตรู คือต้องถือว่าเป็นศัตรูที่ทำลายความสุข ถ้าฐานะของเราทรงตัวอยู่ไม่ช้าเราก็พังถ้าเราขืนคนประเภทนี้นะ
ทีนี้ดูบาลีของท่านของท่านต่อไป ท่านขยายความว่าลักษณะของคนที่ชอบปอกลอก มิตรปอกลอก ท่านบอกว่าลักษณะมาเป็นอย่างมาเป็นอย่างนี้
คน 4 เหล่านี้ท่านบอกให้ลักษณะว่า
ลักษณะของคนปอกลอก
คนปอกลอก มีลักษณะ 4 คือ
คน ดีแต่พูด ท่านบอกว่า มีลักษณะ 4 เหมือนกัน ลูกจำไว้ให้ดีนะ เพราะลุกจะต้องมีชีวิตต่อไป และบอกลูกหลานเหลนบอกกันต่อๆ ไปว่าคนประเภทนี้อย่าไปคบคนที่ไม่ควรคบ)
<img src='http://images.lovelovekitty.multiply.com/image/oRDcKeSOhJP29Y7O0WLamA/photos/1M/300x300/2163/dMy-DocumentsMy-PicturesMiscL8066944-0.jpg?et=86rooCd76XJH4ZwkffO8Qw&nmid=0&nmid=340064964' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
หนูป้อม
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 364
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ต.ค. 27, 2009 1:42 pm

โพสต์โดย Puimek » พฤหัสฯ. ธ.ค. 16, 2010 2:30 pm

หญิงป้า เขียน:
tAd natchadapOrn เขียน: แต่ชุดแดงพิเศษตัวนี้ ห่านคงไม่กล้าวิ่งไล่งับ หรอกนะคะ
หญิงป้าเคยบอกไว้ในทู้น้องป้อม....ทั้งห่านทั้งฟาย อู๊ยย น้องล่ะเจี๋ยวแทน

วันนั้นใส่ชุดเหมือนทางม้าลาย
พวกเลยคิดว่ามาจากสวนสัตว์...เป็นพวกเลี้ยงลูกด้วยน้ำนม คนละสปีชี่ แต่ไฟลัมเดียวกัน

<span style='color:green'>หนูปุยก็เคยบอกแล้วในทู้คลายเครียดของหนูป้อม
ว่าเครียดเมื่อใด จงงัดเอาเม้นท์หญิงป้ามาอ่าน
ชงัดนักแล...

เช้านี้เครียดเล็กน้อย เพราะใกล้วันปาร์ตี้พี่และพ่อจะมา
พออ่านเม้นท์ท่านหญิงป้าก็หัวเราะได้...
หายเครียดเป็นปลิดทิ้ง...อิอิ... ชงัดจริงจริงนะคร๊าาาา

คิดถึงท่านหญิงป้าและทุกคนจัง
ไว้จะแวะมาคุยใหม่ค่ะ


</span>
<img src='http://i862.photobucket.com/albums/ab189/puimek09/robert%20redford/ottawa-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
Puimek
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2117
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 06, 2009 8:14 pm

โพสต์โดย หนูป้อม » พฤหัสฯ. ธ.ค. 16, 2010 2:44 pm

ใช่ค่ะ พี่ปุย พอมีเรื่องมากระทบผัสสะ ก็จะกลับไปอ่านกระทู้ตัวเอง

พี่ปุยขา วันนี้เครียดเล็กน้อยเหมือนกัน....เอ้า...ไปอ่านเม้นท์ท่านหญิงป้า..กันดีกว่า หุหุ
<img src='http://images.lovelovekitty.multiply.com/image/oRDcKeSOhJP29Y7O0WLamA/photos/1M/300x300/2163/dMy-DocumentsMy-PicturesMiscL8066944-0.jpg?et=86rooCd76XJH4ZwkffO8Qw&nmid=0&nmid=340064964' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
หนูป้อม
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 364
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ต.ค. 27, 2009 1:42 pm

โพสต์โดย ป้าติ๋ม » พฤหัสฯ. ธ.ค. 16, 2010 3:11 pm

Puimek เขียน:
หญิงป้า เขียน:
tAd natchadapOrn เขียน: แต่ชุดแดงพิเศษตัวนี้ ห่านคงไม่กล้าวิ่งไล่งับ หรอกนะคะ
หญิงป้าเคยบอกไว้ในทู้น้องป้อม....ทั้งห่านทั้งฟาย อู๊ยย น้องล่ะเจี๋ยวแทน

วันนั้นใส่ชุดเหมือนทางม้าลาย
พวกเลยคิดว่ามาจากสวนสัตว์...เป็นพวกเลี้ยงลูกด้วยน้ำนม คนละสปีชี่ แต่ไฟลัมเดียวกัน

<span style='color:green'>หนูปุยก็เคยบอกแล้วในทู้คลายเครียดของหนูป้อม
ว่าเครียดเมื่อใด จงงัดเอาเม้นท์หญิงป้ามาอ่าน
ชงัดนักแล...

เช้านี้เครียดเล็กน้อย เพราะใกล้วันปาร์ตี้พี่และพ่อจะมา
พออ่านเม้นท์ท่านหญิงป้าก็หัวเราะได้...
หายเครียดเป็นปลิดทิ้ง...อิอิ... ชงัดจริงจริงนะคร๊าาาา

คิดถึงท่านหญิงป้าและทุกคนจัง
ไว้จะแวะมาคุยใหม่ค่ะ


</span>

หนูป้อม เรื่องที่ป้าติ๋มเล่าก็เล่าเพื่อให้เข้ากับคอนเซปทู้สัมผัสที่หกน่ะค่ะ อีกอย่างมันก็ผ่านมานานแล้วเป็นสิบกว่าปี แต่ที่เอามาเล่าในทู้นี้ก็แค่อยากให้เป็นอุทาหรณ์บอกให้คนที่มีหรือกำลังจะมีมโนทุจริตและวจีทุจริต ตลอดจน เลขทุจริตจะได้หยุด ละเลิกความคิดที่ไม่ดีการกระทำที่ไม่ดีเสีย เพราะผลแห่งการกระทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกายหรือจิตใจมีจริงแต่จะมาในรูปแบบไหนเท่านั้น

ส่วนตัวของป้าติ๋มเมื่อมองย้อนกลับไปก็ได้แง่คิดที่ว่า เราผ่านเรื่องร้ายๆมาได้และมาอยู่ตรงนี้เดี๋ยวนี้ได้ก็เก่งมากที่เดียวที่ไม่ทำตามความอยากของตัวเองคือการลาออกจากงาน เพราะคนๆหนึ่งไม่ได้มีอิทธิพลต่อชีวิตของเรามากมายขนาดจนต้องถึงกับลาออกจากงานสักหน่อย แต่มันก็ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น ต่อให้เจออะไรที่จะหนักหนาสาโหดไปกว่านี้ก็คงไม่ลำบากที่จะตั้งรับแล้ว และปัญหามีไว้ให้แก้ไม่ได้มีไว้ให้กำให้เก็บ....ต้องเตือนตนว่าต้องมีสติ แล้วปัญญาก็จะตามมาแบบอัตโนมัติ แต่ที่ป้าติ๋มต้องพึ่งพระภูมิท่านเพราะอยากรู้ว่าทำดีต้องมีดีคุ้มครองส่วนคนที่ทำไม่ดีต้องมีอันให้เห็นประจักษ์แก่ใจเรา แต่หากบอกคนอื่นในเวลานั้นเขาก็ว่าเราเพ้อเจ้อไป ใครไม่รู้แต่เรารู้ก็พอ

จริงอย่างน้องปุยเธอบอกคะหนูป้อม เมื่อไหร่เครียดเมื่อนั้นเรียกหายากระตุกเส้นฮาได้ เพราะหญิงป้าเธอมีธรรมมาฮาจริงๆ อ่านเม้นท์เธอเมื่อใดก็หัวเราะจนน้ำตาเล็ดเมื่อนั้น
ยาขนานนี้ชงัดนักแล
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าติ๋ม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 282
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 21, 2010 4:26 pm

โพสต์โดย tAd natchadapOrn » พฤหัสฯ. ธ.ค. 16, 2010 9:43 pm

ป้าติ๋ม ข้อความนี้เขียนขึ้นเมื่อ Today at 09:00 am
  หากใครได้อ่านแล้วอาจนึกคลางแคลงใจว่าไม่น่าเป็นไปได้.....
ก็เข้ามาเขียนเล่าสู่ฟังด้วยนะคะ เพราะจะได้เล่าให้ฟังอีกสักเหตุการณ์เพื่อ
ตอกย้ำว่า แรงจิตอธิษฐานมีจริงหรือไม่ แต่ไม่ใช่ว่าจะมีกันได้ทุกคนนะคะ
เราต้องมีความดีและมีใจบริสุทธิ์ต่อคนอื่นด้วย แต่ตอนนั้นป้าติ๋มไม่ได้
ไหว้พระสวดมนต์จะทำเมื่อเวลาตื่นนอนและก่อนนอนเท่านั้น
แต่หากเข้าข้างตัวเองคือ เป็นคนที่คิดดี ใจบริสุทธิ์ ไม่คิดร้ายใครๆ
อันนี้ขอเป็นอุทธาหรณ์ให้คนเกรงกลัวบาป จากการกระทำให้ใครเขาคับแค้นใจ
จากการกระทำของตนไม่ว่าจะพูดก็ดีเขียนก็ดีให้สำเหนียกในกรรมของตนคือ
ให้มีโอตัปปะ
ให้กลัวก่อนการก่อกรรมผูกเวร แล้วมานึกเสียใจว่า ไม่น่าเลยตรู ก็เมื่อเสวยกรรมบาปแล้ว


ทัดว่า ยิ่งคนที่สวดมนต์มากๆบ่อยๆ ถือศีลปฏิบัติธรรมอยู่เสมอ ทำสมาธิ หรือมีจิตที่มั่นคงเป็นสมาธิ ก็มักจะมีวาจาที่อาจถึงขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้
ถ้าเป็นตอนนี้ ป้าติ๋มคงไม่จำเป็นต้องไปขอให้ท่านศาลพระภูมิช่วยมั๊งคะ

ถ้าไม่มีใครไม่เชื่อเรื่องแรงอธิษฐาน ถ้าป้าติ๋มว่างๆมาเล่าเหตุการณ์ที่ว่า อีกเรื่อง จะไม่ขัดข้องเลยค่ะ เป็นคนที่เชื่อเรื่องนี้ และชอบฟังจากผู้มีประสบการณ์มากกว่า
<span style='color:gray'><i><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>วาง&deg;&deg;&deg;เบา&deg;&deg;&deg;ว่าง</span></i></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
tAd natchadapOrn
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 516
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ มิ.ย. 08, 2009 6:31 pm

โพสต์โดย Puimek » ศุกร์ ธ.ค. 17, 2010 3:00 am

tAd natchadapOrn เขียน:
ป้าติ๋ม ข้อความนี้เขียนขึ้นเมื่อ Today at 09:00 am
  หากใครได้อ่านแล้วอาจนึกคลางแคลงใจว่าไม่น่าเป็นไปได้.....
ก็เข้ามาเขียนเล่าสู่ฟังด้วยนะคะ เพราะจะได้เล่าให้ฟังอีกสักเหตุการณ์เพื่อ
ตอกย้ำว่า แรงจิตอธิษฐานมีจริงหรือไม่ แต่ไม่ใช่ว่าจะมีกันได้ทุกคนนะคะ
เราต้องมีความดีและมีใจบริสุทธิ์ต่อคนอื่นด้วย แต่ตอนนั้นป้าติ๋มไม่ได้
ไหว้พระสวดมนต์จะทำเมื่อเวลาตื่นนอนและก่อนนอนเท่านั้น
แต่หากเข้าข้างตัวเองคือ เป็นคนที่คิดดี ใจบริสุทธิ์ ไม่คิดร้ายใครๆ
อันนี้ขอเป็นอุทธาหรณ์ให้คนเกรงกลัวบาป จากการกระทำให้ใครเขาคับแค้นใจ
จากการกระทำของตนไม่ว่าจะพูดก็ดีเขียนก็ดีให้สำเหนียกในกรรมของตนคือ
ให้มีโอตัปปะ
ให้กลัวก่อนการก่อกรรมผูกเวร แล้วมานึกเสียใจว่า ไม่น่าเลยตรู ก็เมื่อเสวยกรรมบาปแล้ว


ทัดว่า ยิ่งคนที่สวดมนต์มากๆบ่อยๆ ถือศีลปฏิบัติธรรมอยู่เสมอ ทำสมาธิ หรือมีจิตที่มั่นคงเป็นสมาธิ ก็มักจะมีวาจาที่อาจถึงขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้
ถ้าเป็นตอนนี้ ป้าติ๋มคงไม่จำเป็นต้องไปขอให้ท่านศาลพระภูมิช่วยมั๊งคะ

ถ้าไม่มีใครไม่เชื่อเรื่องแรงอธิษฐาน ถ้าป้าติ๋มว่างๆมาเล่าเหตุการณ์ที่ว่า อีกเรื่อง จะไม่ขัดข้องเลยค่ะ เป็นคนที่เชื่อเรื่องนี้ และชอบฟังจากผู้มีประสบการณ์มากกว่า

เล่าอีกค่ะป้าติ๋ม... เรื่องแบบนี้ใครเชื่อหรือไม่เชื่อ
ปล่อยให้ขึ้นอยู่กับระดับจิตของแต่ละบุคคลไปเถอะค่ะ
เพราะถ้าเขาเชื่อ และมีความเกรงกลัว ละอายต่อบาปขึ้นมา
มันก็ดีกับตัวเขาเอง หรือถ้าเขาไม่เชื่อ ผลของการไม่เชื่อก็ตกอยู่กับเขา

แต่คนที่เชื่อ และก็ยังอยากฟังอยู่เสมอ เอาไว้เตือนตัวเองไม่ให้หลงลืมนั้นยังมีเยอะค่ะ
ป้าติ๋มเล่านะคะ ปุยอยากฟัง อยากอ่าน เพราะเวลาอ่านแล้วจะจำได้
พอจำได้ ก็จะไม่หลงลืม... พรุ่งนี้จะเข้ามาอ่านอีกนะคะ

ขอบคุณป้าติ๋มค่ะ
<img src='http://i862.photobucket.com/albums/ab189/puimek09/robert%20redford/ottawa-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
Puimek
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2117
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 06, 2009 8:14 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » ศุกร์ ธ.ค. 17, 2010 5:49 am

สำหรับหญิงป้า ถูกท่านยายสั่งห้าม(และให้รับปากกับท่านยายด้วย)ว่า
เวลามีโทสะ ห้ามปรามาส และปรารถนาไม่ดีต่อใคร เพราะว่าจะมีคนรับคำไปทำตาม

ก็เป็นแบบป้าติ๋ม พอเขาได้รับผลจากที่เราคิดเท่านั้น
เขาเจอในสิ่งที่ไม่ดี แต่อย่าลืมว่า คนคิดก็มีบาปไปด้วยนะคะ
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย ป้าติ๋ม » ศุกร์ ธ.ค. 17, 2010 6:29 am

Puimek เขียน:
tAd natchadapOrn เขียน:
ป้าติ๋ม ข้อความนี้เขียนขึ้นเมื่อ Today at 09:00 am
  


ทัดว่า ยิ่งคนที่สวดมนต์มากๆบ่อยๆ ถือศีลปฏิบัติธรรมอยู่เสมอ ทำสมาธิ หรือมีจิตที่มั่นคงเป็นสมาธิ ก็มักจะมีวาจาที่อาจถึงขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้
ถ้าเป็นตอนนี้ ป้าติ๋มคงไม่จำเป็นต้องไปขอให้ท่านศาลพระภูมิช่วยมั๊งคะ

ถ้าไม่มีใครไม่เชื่อเรื่องแรงอธิษฐาน ถ้าป้าติ๋มว่างๆมาเล่าเหตุการณ์ที่ว่า อีกเรื่อง จะไม่ขัดข้องเลยค่ะ เป็นคนที่เชื่อเรื่องนี้ และชอบฟังจากผู้มีประสบการณ์มากกว่า

เล่าอีกค่ะป้าติ๋ม... เรื่องแบบนี้ใครเชื่อหรือไม่เชื่อ
ปล่อยให้ขึ้นอยู่กับระดับจิตของแต่ละบุคคลไปเถอะค่ะ
เพราะถ้าเขาเชื่อ และมีความเกรงกลัว ละอายต่อบาปขึ้นมา
มันก็ดีกับตัวเขาเอง หรือถ้าเขาไม่เชื่อ ผลของการไม่เชื่อก็ตกอยู่กับเขา

แต่คนที่เชื่อ และก็ยังอยากฟังอยู่เสมอ เอาไว้เตือนตัวเองไม่ให้หลงลืมนั้นยังมีเยอะค่ะ
ป้าติ๋มเล่านะคะ ปุยอยากฟัง อยากอ่าน เพราะเวลาอ่านแล้วจะจำได้
พอจำได้ ก็จะไม่หลงลืม... พรุ่งนี้จะเข้ามาอ่านอีกนะคะ

ขอบคุณป้าติ๋มค่ะ

ป้าติ๋มเข้าข่ายสังกัด "คนบ้าจี้" นะ เห็นใครชอบเรื่องเล่าของตัวเองนี่เป็นไม่ได้เลย ต้องเข้ามาเล่าซ้ำ

พระพุทธเจ้าบอกว่าอย่าเชื่อในคำสั่งสอนของพระองค์ ให้ใช้เหตุแลผลวิเคราะห์ พิจารณาในเหตุและผลเสียก่อนแล้วจึงเชื่อ ศาสนาพุทธเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ มีหลักการมีเหตุมีผลในตัวเอง อธิบายตามความเข้าใจของป้าติ๋มเองนะ

สมัยก่อนคุณพ่อติดยานัตถุ และยานัตถุของพ่อเนี่ยจะชอบหมดเอาเวลาพลบค่ำ เวลาอื่นก็ไม่เลือกหมดซะด้วย คุณพ่อเป็นทหารบ้านพักก็อยู่ในค่ายทหารนั่นหล่ะ อาณาบริเวณของค่ายทหารก็มากสุดลูกหูลูกตา แล้วค่ายทหารมีหลายเหล่า เหล่าราบ เหล่าปืนใหญ่ เหล่าทหารม้า
ที่เหล่าทหารม้าเนี่ยแหละค่ะ มีเรื่องเล่ามากมายเลย เขาเล่าว่า...............
เวลาที่ทหาร ลูกเมียทหารกลับจากธุระหรือโรงเรียนมาค่ำๆมืดๆ รถสองแถวที่วิ่งรับ-ส่งจากในตัวเมืองมาในค่ายจะไม่ค่อยมี สมัยก่อนคงเที่ยวกันไม่เป็น ทุ่มนึงนี่เข้าบ้านใครบ้านมันกันหมดแล้วเป็นชั่วโมงจะโผล่มาสักคัน ถ้าใครไม่รอก็จะต้องเดินจากหน้าค่ายเข้าบ้านพักกันเอง หลายต่อหลายปากก็เล่าสู่กันฟังว่า หากเดินกลับกันเป็นกลุ่มๆไม่ค่อยเจอ แต่ถ้าเดินคนหรือสองคนนี้จะเจอประจำ จะได้ยินเสียงเกือกม้า กุบกับ กุบกับตามหลังมาพอเข้าบริเวณบ้านพักก็ไม่มีเสียง เพราะฉะนั้นบางคนจะวิ่งซะมากกว่าเดิน

ที่นี้ร้านค้าในค่ายทหารก็ไม่มียานัตถุขายต้องออกมาซื้อร้านที่อยู่หน้าค่ายหรือเข้าไปซื้อในตัวเมือง เมื่อไหร่ที่ได้ยินพ่อเคาะขวดยานัตถุกะแซคเป่ายานัตถุของพ่อเคาะถี่ๆหล่ะก็ ลูกๆจะต้องมองหน้ากันแล้ววันนี้ถึงรอบเวรใครจะต้องออกไปซื้อ ป้าติ๋มนี่ลูกหัวแก้วหัวแหวน ไม่ค่อยได้ออกไปซื้อเหมือนพี่น้องคนอื่นๆหรอกค่ะ ถ้าไปก็พ่อเป็นเด็กแว๊นซ์ปั่นจักรายานป้าติ๋มก็สก๊อยซ์ไปด้วยกัน ก็เป็นอันรอดว่าไม่ได้ยินเสียงกุ๊บกั๊บๆ แน่ๆ เพราะพ่อเป็นทหาร คิดเอาเองผีกลัวทหารเพราะพ่อใส่เครื่องแบบเหมือนในหลวงไงคิดอย่างนี้สมัยเด็กๆ

ถึงเวรป้าต๋อยกะป้าพิมเขาที่ต้องออกไปซื้อยานัตถุนะ มานึกถึงตอนนี้น่าสงสารมาก รถจักรยานของพ่อก็คันโตนะ อานนั่งก็สูงคุณพ่อตัวสูงมาก แล้วบันไดจักรยานมันก็ต้องกระแต๊กๆ แล้วหมุนไปข้างหน้าได้ทางเดียวหมุนคืนมาข้างหลังไม่ได้ นึกภาพกันออกไหมค่ะ นั่นหล่ะป้าต๋อยแกก็กระแต๊กๆซ้อนป้าพิมไป อานก็นั่งไม่ถึงต้องยืนปั่นไป ก่อนออกจากบ้านก็น้ำตาร่วงไม่อยากไป แต่ไม่ไปไม่ได้ ที่บ้านนี่เถียงพ่อแม่ไม่ได้วินัยทหารเป็นกฎเหล็ก อิดเอื้อนตาละห้อยก็ไม่ได้ มีแต่สายตาแม่ที่สงสารลูกจับใจส่งตามถรูดป้าพิมไป สองพี่น้องจะเผชิญอะไรระหว่างขาไปและขากลับก็ไม่ทราบได้ แต่ขากลับป้าต๋อยกะป้าพิมเขากลับมาบ้านไม่ได้ปั่นจักรยานเหมือนขาไปนะ ป้าพิมวิ่งนำหน้าป้าต๋อยที่จูงจักรยานวิ่งมาด้วยกันเห็นแต่ปากซีดตัดกับสีผิวมาแต่ไกล ไม่มีเสียงร้องไห้ แต่น้ำตาไหลเป็นทางทั้งคู่ พอถึงบ้านป้าต๋อยทิ้งจักรยานโครมวิ่งเข้าเส้นชัยอ้อมกอดของแม่หลังป้าพิม 1 วิ สะอึกสะอื้นกันยกใหญ่แม่ก็ปลอบรับขวัญ แล้วไต่ถามว่าทำไมวิ่งหน้าตั้งมาทั้งสองคน ป้าต๋อยยังไม่หายจากอาการหอบเหนื่อย ป้าพิมเขาก็เล่าแทนว่าปั่นจักรยานกันมาได้ถึงตรงที่เขาว่ามีผีหทารม้าและม้าผีออกมาหลอกหลอนอ่ะ ป้าต๋อยคนปั่นป้าพิมถือขวดยานัตถุพ่อ แล้วหันหน้าหันหลังว่ามีใครตามกรูดข้ามาบ้าง ถนนในค่ายก็ไม่ค่อยดีนักเป็นหลุมเป็นบ่อ จักรยานตกหลุมไม่ลึกนักแต่ป้าพิมก็กระดอนกระเด้งไปตามจังหวะที่จักรยานตกหลุมสองมือเกาะอานจักรยานแน่น ป้าต๋อยก็ปั่นๆ หลบหลุม และปั่นแบบไม่คิดชีวิต มาถึงหน้าบ้านหาขวดยานัตถุไม่เจอนั่นแหละเลยวิ่งหน้าตั้งเข้าบ้านทั้งสองคนกลัวถูกพ่อตี.........นี่ป้าติ๋มเล่าไปก็ขำไปนะ พ่อกะแม่นึกว่าลูกโดนผีหลอกที่ไหนได้.....ขวดยานัตถุหายแล้วกลัวถูกพ่อตี.....ทำไมคุณพ่อถึงให้เราลูกผู้หญิงออกไปซื้อยานัตถุกัน พ่อมาเล่าตอนเรามีครอบครัวมีลูกมีเต้ากันแล้วมาเล่าแบบขำๆว่า "ก็มันตาขาว" มีอย่างที่ไหนพ่อกะผีนี่มันกลัวใครมากกว่ากัน55555555555

เล่าคั่นรายการเรื่องแรงอธิษฐาน แล้วเดี๋ยวจะเล่าว่า เขากะเราผูกเวรซึ่งกันและกันเขาได้รับกรรมไปแล้วๆป้าติ๋มหล่ะจะเป็นอย่างไรหลังจากนั้น เหมือนมีใครมาเตือนให้เล่าเรื่องการผูกกรรม
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าติ๋ม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 282
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 21, 2010 4:26 pm

โพสต์โดย ป้าติ๋ม » ศุกร์ ธ.ค. 17, 2010 6:51 am

เมื่อวานวันหวยไทยออก ทำไมป้าติ๋มซื้อหวยไม่ถูก (แอบซื้อเลขที่วังเอเด้อของหญิงป้าเขาซะด้วยนะ 52 25 หวยออก 24 เป็นไงหล่ะป้าติ๋มไม่ขออนุญาตเจ้าของวังก่อน) 55555

หญิงป้าเข้าครัวฯ มาก่อนป้าติ๋มนิดเดียวเองก็ป้าติ๋มมัวมะงุมมะงาหราแก้ไขที่พิมพ์ผิดตกหล่น.....นั่นไง !!! ใช่เลยค่ะ คนคิดไม่ดีต่อผู้อื่นแม้เพียงรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าการคิดไม่ดีต่อผู้อื่นนั้นเขาจะได้รับกรรมเล็กหรือกรรมใหญ่ ก็มีกรรมติดมาด้วย เหมือนลูกบอลที่โยนลงบนพื้นที่มีน้ำขังอยู่ น้ำกระเซนถูกคนอื่นจะมากหรือน้อยก็ตาม แต่น้ำก็กระเซนถูกตัวคนโยนลูกบอลเหมือนกัน อันนี้ก็เช่นกัน........เดี๋ยวเข้ามาเล่าต่อค่ะ
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าติ๋ม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 282
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 21, 2010 4:26 pm

โพสต์โดย tAd natchadapOrn » ศุกร์ ธ.ค. 17, 2010 7:12 am

ป้าติ๋มเล่า เห็นภาพตามเลย
ลุ้นไปด้วยกับป้าต๋อยและป้าพิมตอนปั่นจักรยาน จะโดนมั้ยเนี่ย(ปี๋หลอก)
แถมมีแอบหัวเราะป้าทั้งสองด้วย ฮิฮิ
งานนี้ป้าพิมเรา(แม่น้องจีโน่)หนังตากระตุกใหญ่แล้ว.....
<span style='color:red'> ถ้าป้าติ๋มบ้าจี้ แล้วช่างเล่า ก็จะขอให้ป้าติ๋ม บ้าจี้ต่อไป<span style='font-size:14pt;line-height:100%'> 555....</span>NonStopๆ.......</span>
<span style='color:gray'><i><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>วาง&deg;&deg;&deg;เบา&deg;&deg;&deg;ว่าง</span></i></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
tAd natchadapOrn
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 516
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ มิ.ย. 08, 2009 6:31 pm

โพสต์โดย หนูป้อม » ศุกร์ ธ.ค. 17, 2010 1:21 pm

หญิงป้า เขียน:สำหรับหญิงป้า ถูกท่านยายสั่งห้าม(และให้รับปากกับท่านยายด้วย)ว่า
เวลามีโทสะ ห้ามปรามาส และปรารถนาไม่ดีต่อใคร เพราะว่าจะมีคนรับคำไปทำตาม

ก็เป็นแบบป้าติ๋ม พอเขาได้รับผลจากที่เราคิดเท่านั้น
เขาเจอในสิ่งที่ไม่ดี แต่อย่าลืมว่า คนคิดก็มีบาปไปด้วยนะคะ


(ท่านหญิงป้า ขา..บาปยังไงคะ....รออธิบาย ...นะเจ้าคะ...อิอิ)

ท่านหญิงป้าขา หนูก็กลัวจะผูกเวรผูกกรรมไปกับเขาไม่จบไม่สิ้น เลยได้แต่ปล่อยเขาไปจนกว่าเขาจะพอใจ เดี๋ยวก็เลิกเอง
คือตอน วัยทีน มีคนเคยว่าหนูป้อมค่ะ แล้วหนูป้อมก็ตอบเขาไปว่า
<span style='color:red'>" ตัวเองไม่เป็นบ้าง ตัวเองลองโดนบ้างซิ เดี๋ยวก็รู้สึกเอง.."</span>

และแล้ว...........คนๆนั้นจะต้องมีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับเขา ....แตกต่างออกไปตามเคจ
ตอนนั้นไม่ค่อยเข้าใจหรอกค่ะ คิดว่า กรรมตอบสนอง

แต่ตอนนี้ ปัจจุบันนี้ กลัวมากค่ะ เพราะไม่ได้ต้องการณ์ให้เขาเป็นอะไรมากมาย

เวลานี้เกิดโทสะ..เหตุมากระทบผัสสะ
จะพยายามระงับอารมณ์ ระงับความคิดไม่ดีที่พุ่งขึ้น(ปรี๊ดๆๆๆ) ให้สงบ
กลัวจะตอบโต้เขาจะให้เขาโดนดี เกรงจะเป็นบาปกรรมกันผูกไปอีก...ไปอีก....

เวลามีเหตุมากระทบก็มีความคิดดีเถียงความคิดไม่ดีขึ้นมา

ความคิดดี : จะไปก่อกรรมเพิ่ม ผูกเวรอีกทำไม ปล่อยเขาไปเถอะ แล้วแผ่เมตตาให้เขาไป
เขาเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเธอไง ที่เธอได้เกิดมาเพื่อจะ สร้างบุญเพิ่ม ปฎิบัติธรรม ไม่ใช่สร้างเวรกรรมเพิ่ม

ความคิดไม่ดี : พวกเขา ทำเธอแย่เลยนะ ให้โดนดีมั่งเหอะพวกเนี๊ยะ ไม่โดนไม่รู้สึกหรอก มันต้องโดนดี EM082

ความคิดดี : อย่าเลยเฉยๆ ไป เดินหนี เขาไปสิไม่ต้องฟังเขา สวดมนต์ให้ใจเย็นสิ อโหสิกรรม ใช้กรรม ให้เขาไปซะ

<span style='color:green'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>ความคิดดี : ที่เกิดมาเพื่อใช้กรรมจากอดีต สร้างบุญบารมีเพื่อให้ถึงตรงสู่พระศรีอาริย์ ให้พบดวงแก้ว ให้ถึงนิพพาน </span></span>EM081

สรุป ความคิดดีชนะใสๆ หัวใจดวงเดียว แต่มี 4ห้อง หุหุ





<span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:orange'>ป้าติ๋ม จ๋า รออ่านเรื่อง น้ำก็กระเซนถูกตัวคนโยนลูกบอล ......อยู่น้า....</span></span>
<img src='http://images.lovelovekitty.multiply.com/image/oRDcKeSOhJP29Y7O0WLamA/photos/1M/300x300/2163/dMy-DocumentsMy-PicturesMiscL8066944-0.jpg?et=86rooCd76XJH4ZwkffO8Qw&nmid=0&nmid=340064964' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
หนูป้อม
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 364
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ต.ค. 27, 2009 1:42 pm

โพสต์โดย หนูป้อม » อาทิตย์ ธ.ค. 19, 2010 1:07 pm

ลองฟังดู นั่งดู คิดดูเอาเอง นะคะ (สำหรับคนชอบเห็นเคจสัมผัสที่6อื่นๆ...)

อาจารย์หมออาจินต์ บุณยเกตุ สื่อ กับ วิญญานด.ญ.พิมพวดี <a href='http://www.youtube.com/watch?v=IlV-umEuU6k&feature=related' target='_blank'>คลิกจ่ะ</a>

ตอนที่2ด.ญ.พิมพวดี โหสกุล บอกเรื่อง....<a href='http://www.youtube.com/watch?v=eFOj1ZWPLl4&feature=related' target='_blank'>คลิก</a>
ตอนที่3ครอบครัว ของอาจารย์หมอ<a href='http://www.youtube.com/watch?v=7FxJwvEuMwg&feature=related' target='_blank'>คลิก</a>
ตอนจบ ทำดีดี ทำชั่วชั่ว <a href='http://www.youtube.com/watch?v=KvY5XYP_uiM&feature=related' target='_blank'>ดูเลยค่ะ </a>

ตายแล้วฟื้น<a href='http://www.youtube.com/watch?v=bECJvaV4Bi8&feature=related' target='_blank'>คลิก ตีสิบ</a>
<img src='http://images.lovelovekitty.multiply.com/image/oRDcKeSOhJP29Y7O0WLamA/photos/1M/300x300/2163/dMy-DocumentsMy-PicturesMiscL8066944-0.jpg?et=86rooCd76XJH4ZwkffO8Qw&nmid=0&nmid=340064964' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
หนูป้อม
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 364
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ต.ค. 27, 2009 1:42 pm

โพสต์โดย ป้าติ๋ม » จันทร์ ธ.ค. 20, 2010 9:46 am

หนูป้อม เขียน:
หญิงป้า เขียน:สำหรับหญิงป้า ถูกท่านยายสั่งห้าม(และให้รับปากกับท่านยายด้วย)ว่า
เวลามีโทสะ ห้ามปรามาส และปรารถนาไม่ดีต่อใคร เพราะว่าจะมีคนรับคำไปทำตาม
ก็เป็นแบบป้าติ๋ม พอเขาได้รับผลจากที่เราคิดเท่านั้น
เขาเจอในสิ่งที่ไม่ดี แต่อย่าลืมว่า คนคิดก็มีบาปไปด้วยนะคะ

(ท่านหญิงป้า ขา..บาปยังไงคะ....รออธิบาย ...นะเจ้าคะ...อิอิ)
ท่านหญิงป้าขา หนูก็กลัวจะผูกเวรผูกกรรมไปกับเขาไม่จบไม่สิ้น เลยได้แต่ปล่อยเขาไปจนกว่าเขาจะพอใจ เดี๋ยวก็เลิกเอง
<span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:orange'>ป้าติ๋ม จ๋า รออ่านเรื่อง น้ำก็กระเซนถูกตัวคนโยนลูกบอล ......อยู่น้า....</span></span>

ไม่ได้เข้ามาหลายวันโน๊ตบุคป่วยต้องเข้าโรงซ่อมค่ะ
<span style='color:green'>ความเดิมตอนที่แล้ว</span>
เมื่อเหตุการณ์นั้นจบลงแล้ว เราก็อโหสิกรรมให้เขาแล้วและก็คิดว่าเราก็ต่างคนต่างอยู่แล้วกันส่วนเขาจะเป็นอย่างไรไม่เกี่ยวแล้วเพราะไอ้ตัวความชอบไม่ชอบกันนี้มันบอกและห้ามกันไม่ได้ แต่ เราห้ามเราได้ ห้ามไม่ยุ่งไม่เกี่ยวไม่ไปรู้สึกมีอารมณ์ร่วม เมื่อก่อนหน้านั้นเราไม่คิดอย่างนี้ไง ตาต่อตา ฟันต่อฟัน แต่สุดท้าย คนไทยนะ ความสงสารเมื่อเห็นคนอื่นมีทุกข์ มันมีขึ้นมาเอง หากจิตใจไม่กระด้างจนเกินไป ความเมตตาความสงสารมันมีมาเองไม่ต้องมีใครสอน เหตุการณ์ครั้งนั้นสำหรับเขาจะจบเรื่องกรรมของเขาหรือไม่เราไม่ทราบแต่ครั้งสุดท้ายที่ได้รับรู้เธอเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านม.....อันนี้ไม่เกี่ยวกะป้าติ๋มแน่ๆ

สำหรับป้าติ๋มไม่ได้จบลงแค่นั้น ถ้าตอนนั้นเราปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติของกฎแห่งกรรม ก็ถือว่าชดใช้หมดวาระกันไป แต่ป้าติ๋มร้องหาผู้ช่วย ให้เขาได้รับความทุกข์ใจความคับแค้นไปตั้งครึ่งนึงด้วยมโนทุจริตและเปล่งเป็นวจีทุจริตด้วย จึงทำให้ต้องเจอวิบากในการทำงานอีกครั้งขึ้นจนได้ คราวนี้วิบากนี้เป็นคนละคนกันนะ ที่ป้าติ๋มบอกว่าน้ำกระเซนถูกคนโยนเหมือนกันคือเราก็หนีกรรมของเรายังไม่พ้นต้องชดใช้ เหมือนสอบไม่ผ่านต้องลงทะเบียนสอบอีกครั้งนั่นเลย คราวนี้เรารู้เท่าทัน ใครจะทำฉันอย่างไร จะปั่นหัวฉันอย่างไร ใช้คาถา "...ช่างเขาเราไม่นะ..." ไม่โต้ตอบ ไม่ชายตาหาเรื่องเหมือนก่อนเก่า ไม่เอาธุระ ไม่ทำเป็นหูติดเรดาร์ ตาเป็นสับปะรด ทำหน้าที่ๆตัวมี บททดสอบนี้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ เพราะคนมันเจอกันทุกวัน
มีเรื่องให้เราต้องนั่งหน้าเป็นคุณบื้อตาใสไม่รู้ไม่ชี้ เออ เขาขับรถผ่านเราเข้าที่ทำงานเขาบอกว่าเราแกล้งเดินให้เขาชน อย่างนี้ก็มี เขาจะไปต่างประเทศเราแล้วไม่เอาหนังสือเอกสารการเดินทางให้เขาก็มี เขามีหัวหน้าหน่วยอีกชั้นก็ต้องผ่านเรื่องไปให้หัวหน้าเขาก่อนค่ะเขาไม่เข้าใจ แต่วิ่งโร่ไปฟ้องผู้บริหาร เขาก็สอบสวน เอ้าเราหลุดข้อหามานั่งหัวร่อ เออพรุ่งนี้เจออะไรอีกฟ่ะ เจอจริงๆ เออเคยเจอไหมวิบากลูกโซ่มีเป็นรายวัน เพื่อนๆผู้ชายที่ออกภาคสนามโทรกลับเข้ามา เฮ่ยยังมีชีวิตหรือเปล่าอย่าเพิ่งชิงตายก่อนนะเดี๋ยวเอาเต้าส้อ(ขนมเปี๊ยะทางใต้)ไปฝาก แล้วก็ฮาๆ กัน นี่มีดีอยู่คือเพื่อนไม่ทิ้งยังปลอบใจอยู่......เดี๋ยวเข้ามาต่อจ๊ะ....
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าติ๋ม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 282
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 21, 2010 4:26 pm

โพสต์โดย หนูป้อม » จันทร์ ธ.ค. 20, 2010 3:45 pm

ป้าติ๋ม เขียน: ใช้คาถา "...ช่างเขาเราไม่นะ..." ไม่โต้ตอบ ไม่ชายตาหาเรื่องเหมือนก่อนเก่า ไม่เอาธุระ ไม่ทำเป็นหูติดเรดาร์ ตาเป็นสับปะรด ทำหน้าที่ๆตัวมี 
บททดสอบนี้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ เพราะคนมันเจอกันทุกวัน
มีเรื่องให้เราต้องนั่งหน้าเป็นคุณบื้อตาใสไม่รู้ไม่ชี้  เออ เขาขับรถผ่านเราเข้าที่ทำงานเขาบอกว่าเราเกรงเดินให้เขาชน อย่างนี้ก็มี  เขาจะไปต่างประเทศเราแกล้วไม่เอาหนังสือให้เอกสารการเดินทางเขาก็มี  เขามีหัวหน้าหน่วยอีกชั้นก็ต้องผ่านเรื่องไปให้หัวหน้าเขาก่อนค่ะเขาไม่เข้าใจ แต่วิ่งโร่ไปฟ้องผู้บริหาร เขาก็สอบสวน เอ้าเราหลุดข้อหามานั่งหัวร่อ เออพรุ่งนี้เจออะไรอีกฟ่ะ  เจอจริงๆ เออเคยเจอไหมวิบากลูกโซ่มีเป็นรายวัน

ว้าว.. ชอบคาถา ป้าติ๋มจังเลย

อ่านแล้วพอเดาได้เลยนะคะ เนี่ยว่าทำงานเกี่ยวกับอะไร
(ทำไมหน่วยงานที่... จะต้องเป็นแบบนี้..นะ..กรรมอะไรกันนะทำให้มารวมในงานแบบนี้ หึหึ)

ที่เคยคิดว่าอยากลาออก เพราะมันไม่ใช่แค่ คนๆเดียว นะคะป้าติ๋ม
วิบากลูกโซ่มีเป็นรายวัน เคยเจอมาแล้วค่ะ เซ็งเป็ดปักกิ่ง เชียวหล่ะค่ะ
นั่งหน้าเป็นคุณบื้อตาใสไม่รู้ไม่ชี้ อันนี้ทำบ่อยๆค่ะ (ก๊ากๆ..เจ็บๆคันๆ ก็ทนอยู่ ไม่นานแล้ว ..เบื่อแล้ว)
อีกอย่างต้องหางานใหม่ได้ก่อนออกอยู่ดี (ใช้กรรมที่เก่าให้หมดก่อน...คงใกล้ๆหมดแล้วหล่ะค่ะ 5555...แล้วค่อยทำที่ใหม่ไงคะ)

ทำงานที่ ทำแล้วจิตไม่ตกดีกว่าค่ะ(สำหรับตัวเอง...ใช้กรรมเสร็จก็จะโบยบิน แล้วค่ะ หุหุ)
<img src='http://images.lovelovekitty.multiply.com/image/oRDcKeSOhJP29Y7O0WLamA/photos/1M/300x300/2163/dMy-DocumentsMy-PicturesMiscL8066944-0.jpg?et=86rooCd76XJH4ZwkffO8Qw&nmid=0&nmid=340064964' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
หนูป้อม
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 364
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ต.ค. 27, 2009 1:42 pm

โพสต์โดย ป้าติ๋ม » อังคาร ธ.ค. 21, 2010 3:08 am

หนูป้อม เขียน: [ ที่เคยคิดว่าอยากลาออก เพราะมันไม่ใช่แค่ คนๆเดียว นะคะป้าติ๋ม
วิบากลูกโซ่มีเป็นรายวัน เคยเจอมาแล้วค่ะ เซ็งเป็ดปักกิ่ง เชียวหล่ะค่ะ
นั่งหน้าเป็นคุณบื้อตาใสไม่รู้ไม่ชี้ อันนี้ทำบ่อยๆค่ะ (ก๊ากๆ..เจ็บๆคันๆ ก็ทนอยู่ ไม่นานแล้ว ..เบื่อแล้ว)
อีกอย่างต้องหางานใหม่ได้ก่อนออกอยู่ดี (ใช้กรรมที่เก่าให้หมดก่อน...คงใกล้ๆหมดแล้วหล่ะค่ะ 5555...แล้วค่อยทำที่ใหม่ไงคะ)

ทำงานที่ ทำแล้วจิตไม่ตกดีกว่าค่ะ(สำหรับตัวเอง...ใช้กรรมเสร็จก็จะโบยบิน แล้วค่ะ หุหุ)

อ้าวหนูป้อมงั้นเราก็คล้ายๆกัน ป้าติ๋มก็ไม่ได้เจอแค่คนเดียวหรอกค่ะ หลายคนเหมือนกัน แต่ว่าเคยได้ไปอ่านข้อความว่า " บททดสอบกรรม" ในหนังสือกฎแห่งกรรมของหลวงพ่อจรัลแต่ไม่ทราบว่าเป็นตอนไหนนะ ก็เลย ปล่อยให้มันเป็นไป ลองไม่โต้ตอบเลยซิมันจะเป็นไง และไม่เคยคิดลาออกอีกเลย <span style='color:red'>อยากบอกว่าเราหนีใครก็หนีได้แต่หนีตัวเองและวิบากกรรมหนีไม่พ้นหรอก</span> สู้ตั้งรับอย่างสงบแล้วก็ทำใจ เพราะคนเราเกิดมา รัก โลภ โกรธ หลง ยังมีกันครบในทุกผู้ตัวคน ยกเว้นว่า สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว เราจึงต้องบอกว่า ต้องใช้ศีลกำกับอยู่เสมอๆ เมื่อเกิดมิจฉาทิฐิ เราก็เอาศีลมากำกับให้รู้เท่าทัน จึงไม่ได้หมายความว่า คนที่พูดเรื่องธรรมะ เรื่องศีลอย่างป้าติ๋มจะสำเร็จอรหันต์ไม่มีรัก โลภ โกรธ หลง ก็ หาไม่ จึงต้องเตือนตัวเองอยู่สม่ำเสมอเหมือนกันค่ะ และก็ได้เอาประสบการณ์ที่เจอมาเล่าสู่ฟัง ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่ก็อยู่ในดุลยพินิจ แต่ถ้าเรารู้เราทราบว่าคนอื่นเขาได้รับกรรมอย่างนี้ในเรื่องอย่างนี้ แล้วเราจะไปทดสอบกรรมให้มันเกิดหลุมแห่งกรรมในชีวิตเราทำไม เออ ถ้าว่า มีคนบอกว่าอย่าไปจับนะมันร้อน เราอยากรู้ว่าที่เขาบอกว่าร้อนๆแค่ไหนก็จับมันไปเลย จะได้รู้ว่าที่ว่าร้อนน่ะมันร้อนขนาดไหน เพราะไม่ได้ผูกกรรมกะใคร เราเรียนรู้ด้วยตัวเองนะใช่ไหม แต่เมื่อไหร่ทดสอบกรรมโดยมีคนอื่นเกี่ยวข้องทำไมเราต้องให้จิตเรามัวหมอง หากเราลำดับจิตของเราก็ไม่ได้ ควบคุมจิตก็ไม่ได้ คอยแต่หาเรื่องร้อนหู ร้อนใจ แล้วเรามีลูกที่ต้องสอนต้องอบรม หรือดูแล เราจะเอาอะไรสอนเขาในเมื่อเราก็ยังไม่รู้เลยว่า "ควบคุมจิต" "ไม่ล่วงละเมิดความคิดคนอื่นให้เป็นไปอย่างเสียหาย แล้วเมื่อไหร่จะรู้ว่าสิ่งไหนควรหรือไม่ควรคิด/ทำอย่างไร เอ้า..อันนี้ภาษาพาไป ไม่เกี่ยวกะหนูป้อมเด้อ ซิบอกก๊อนนน หนูป้อมนี่เก่งกว่าป้าติ๋มในเรื่องการระงับอารมณ์โกรธและเอาคืน เมื่อก่อนเป็นไม่ได้ "ข้าก็หนึ่งในตองอู" แต่มาบัดเดี๋ยวนี้รู้แจ้งเห็นชัดว่า <span style='color:red'>ความเก่งแบบเอาชนะคะค้านไม่ได้ช่วยอะไรเลย</span> จิตใจหมกหม่นกะการเอาคืนให้สาแก่ใจ มันก็ได้สาแก่ใจเราแบบไม่ประเทืองปัญญา มานั่งเสียเวลาเจ้าคิดเจ้าแค้น เศร้าหมอง อกไหม้ไส้ขม สู้เอาเวลานั้นมาหาอะไรทำที่เป็นประโยชน์แก่ครอบครัวเราแล้วเผื่อแผ่ให้คนอื่นได้บ้าง เช่นไม่หวงหนังสือมีหนังสือที่อ่านแล้วรู้สึกดีอ่านจบแจกเพื่อนหรือห้องสมุดไป

เมื่อคิดได้ก็เลยหันกลับมามองตัวเอง ว่า...
*หากเราต้องการให้ใครเขาดีกับเรา เราดีกับเขาก่อนแล้วหรือยัง
*เราอยากให้เขาเข้าใจเรา แล้วเราเล่าเคยเข้าใจใครอื่นเขาบ้างสักคนหรือยัง
*เราอยากให้เขาให้อภัยเรา แล้วเราเคยให้อภัยใครเป็นบ้างไหม แม้แต่การให้อภัยตัวเอง
*เราอยากให้ใครปรารถนาดีกะเราเรามีให้ใครเขาบ้างไหม แม้แต่ตัวเราเคยปรารถนาดีที่จะเอาสิ่งดีๆเข้ามาสู่ชีวิตหรือเปล่า หรือเก่งแต่เอาความหายนะมาสู่อารมณ์และจิตใจของตัวเอง
.......นี่แหละ ที่พอจะคิดได้ จากเหตุของวิบากกรรมที่พบเจอ และตั้งรับแบบไม่สะทกสะท้านแล้ว วิบากกรรมที่เจอคนพาลจึงลดน้อยถอยลง ตามวัยและความคิดที่ไม่ต้องการก่อเวรผูกกรรมไปชาติภพอื่นอีก...
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าติ๋ม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 282
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 21, 2010 4:26 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน