ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ถามแม่ ๆ ชอบเลี้ยงลูกเองหรือว่า?

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย prettypass2000 » พุธ มิ.ย. 09, 2010 5:55 pm

พี่โหน่ง หนูก็อยากให้ชาร์ลอตต์พูดไทยได้มากๆค่ะ แต่เขาไม่พูด ปัญหาหนูอยู่ตรงที่ลูกเลี้ยงหนูเขาอยู่ด้วย แล้วเขาพูดภาษาไทยไม่ได้[หนูสอนทั้งสี่คนเลยค่ะ] ชาร์ลอตต์ก็เลยไม่ยอมพูด หนูพาชาร์ลอตต์ไปหา speech therapistมานะคะ เขาบอกกะ therapistว่าเขาไม่อยากพูดเพราะไม่มีใครพูดภาษาไทยกับเขานอกจากแม่ แต่ถ้าพูดภาษาไทยด้วยเขาก็ฟังแต่จะตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษแทนน่ะค่ะ หนูเลยไม่รู้จะทำอย่างไรดีเพราะลองหมดตั้งแต่ไม้อ่อนยังไม้แข็งเลยค่ะ เหอๆๆๆ เลยเอาเป็นว่าให้ฟังได้ก็พอก่อน ส่วนไข่แดงพูดปนๆกันนะคะ ทั้งไทยทั้งอังกฤษแต่จะออกอังกฤษมากหน่อยเพราะพี่ๆเขาชอบสอนให้พูดน่ะค่ะ เมื่อวานเขาเอาไม้ตีแมลงวันมาเล่น แล้วเคิร์กเอาไปเก็บ เขาวิ่งไปบอกพ่อเขาว่า I want that หลายรอบมาก พอไม่ได้ก็มีแกล้งปิดหน้าร้องไห้อีกต่างหากแต่หาน้ำตาไม่เจอน่ะค่ะ อิอิอิอิ

คุณnongmaxi
ชาร์ลอตต์ก็ต้องไปหา speech therapistเพื่อทดสอบระดับภาษาก่อนเข้าเตรียมอนุบาลค่ะเพราะเขาใช้สองภาษาในการฟัง แต่ผลออกมาดีไม่มีอะไรต้องห่วงค่ะ มดลองสังเกตดูจากลูกๆที่บ้านนะคะ เขาจะพูดมากแต่จะเป็นเฉพาะเวลาเขาอยู่ด้วยกันนะคะ อันนี้ speech specialist บอกมาว่า เด็กแต่ละคนนั้นพัฒนาการทางการพูดแตกต่างกัน บางคนช้า บางคนเร็วค่ะ แต่เขาจะเน้นมากกว่าทางด้านที่เด็กสามารถ comprehend ได้หรือไม่ ในที่นี่คือ การที่เด็กฟังคำสั่งและสามารถปฏิบัติตามได้หรือไม่ ตอนที่พาไปหานั้น นอกจากเขาจะถามให้ตอบซึ่งแค่ 40%เท่านั้น อีก 60%เป็นการที่เขาถามหรือบอกแล้วให้ชาร์ลอตต์ทำตามนะคะ แล้วเขาจะเอาคะแนนมาคำนวนแล้วเปรียบเทียบกับวัยเขาน่ะค่ะ มดไปนั่งดูก็สนุกดีนะคะ เพราะเขาจะเล่นกินน้ำชากันแล้วก็ให้ทำโน่นนี่ระหว่างเล่นกินน้ำชาค่ะ
<img src='http://i134.photobucket.com/albums/q90/prettypass2000/180032_160763360641641_100001239355999_351328_6246049_n-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
prettypass2000
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2049
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 23, 2006 3:22 am

โพสต์โดย bchaiwan » พุธ มิ.ย. 09, 2010 7:32 pm

พูดถึงพัฒนาการในการพูดของลูกนะคะ

ลูกสาวลิอายุ ห้า ขวบแล้ว พัฒนาการในการพูดของเขาเหมือนเด็ก สอง ขวบ ที่เริ่มจะหัดพูดเป็น
คำๆ แต่ก่อนตอนที่เห็นเด็กในวัยเดียวกันกับลูกพูดได้ เป็นคำๆ หรือบางคนก็พูดประโยคสั่นๆ ได้ ลิ
จะเป็นกังวลมาก เพราะลูกลิพูดเหมือนกัน แต่พูดภาษามนุษย์ต่างดาว หรืออีกอย่างเรียกภาษา
ส่วนตัวซึ่งไม่มีใครเข้าใจ นอกจากเขาคนเดียว แต่ก่อนจะโมโหให้ลูกมากๆ ทำมัยลูกเราไม่เหมือน
ลูกคนอื่นเขานะ

พอเอาลูกเขาเดย์แคร์ที่ไอซ์แลนด์อีกเมืองหนึ่ง เขาเริ่มเห็นพัฒนาการของลูกสาวลิ แล้วก็
เลยคุยกับลิและแฟนว่า ลูกเรามีสิ่งผิดปรกตินะ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่อยากจะเชื่อ ทางคนที่ดูแลเด็กเลย
ให้ลิและแฟนเซ็นต์เอกสารในการตรวจเช็คเด็ก เราสองคนก็เลยตัดสินใจที่จะตรวจดูว่าลูกเราผิด
ปรกติหรือเปล่า

ผลสรุปว่าลูกสาวลิเป็น ออทิคสติก ประเภท ADHD คือเขาจะไม่กลัวคน ไม่สบตาเวลาเราพูดด้วย
เหมือนเด็กไม่มีสมาธิ ไม่สนใจและทำเหมือนเด็กหูหนวกถ้าเขาไม่ชอบที่จะทำ ได้ยินแม้เราจะพูด
เสียงเบาถ้าเป็นเรื่องที่เขาชอบ พัฒนาการในการพูดตอนนี้เหมือนเด็กเพิ่งหัดพูด คือพูดเป็นคำๆ
หรือเป็นประโยคสั่นๆ แต่เขาจะมีพัฒนาการบางอยากเกินอายุ เช่น จับปากกาแบบผู้ใหญ่ได้ตั้งแต่
อายุได้ประมาณ หนึ่ง ขวบ วาดรูปโดยเขาจะไม่ยกมือ ทำเหมือนคนที่มีความมั่นใจในการวาดรูป
ต่อจิ๊กซอได้เหมือนผู้ใหญ่ ชอบดนตรี ร้องเพลง เต้นรำ แต่ความซน ไม่อยู่กับทีกินขาดเลย

เคยคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ ตอนที่ประชุมกันเรื่องลูกสาว ก็ถามเขาว่าที่พัฒนาการในการพูด
ของเขาช้านี่เป็นเพราะว่าแม่พูดภาษาหนึ่ง พ่อพูดภาษาหนึ่ง พ่อกับแม่พูดกันอีกภาษาหนึ่ง และ
ถิ่นที่อยู่พูดอีกภาษาหนึ่งหรือเปล่า จำเป็นหรือเปล่าที่เราจะพูดกันแค่ภาษาเดียวกับลูก เขาก็บอก
ว่าไม่จำเป็น พูดไปเถอะ เขาแค่ช้า แต่เขาเข้าใจ ไม่จำเป็นต้องพูดภาษาเดียว ตอนนี้เมลิสสาก็จะ
พูดแบบคำๆ ได้ สี่ ภาษา แต่ดานนี่อยู่แต่กับแม่ ก็จะพูดภาษาไทยมากกว่าภาษาอื่น

ตอนนี้เลี้ยงลูกชายอยู่บ้าน ถ้าไม่มีความจำเป็นเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ก็อยากเลี้ยงลูกเองค่ะ
ถึงแม้จะยุ่งยากมากสำหรับการเลี้ยงเด็ก ออทิคสติก ที่ตอนนี้เลี้ยงลูกสองคนเหมือนเลี้ยงเด็กห้าคน
แต่ความจำเป็นในการดำรงชีวิตนะคะ ทำให้เราต้องไปหางานทำ เพื่อชีวิตที่ดีของลูก เพราะลูกสาว
ลิต้องการเพื่อน และชีวิตข้างนอก เพื่อชีวิตของเขาในอนาคตในการอยู่ในสังคมนะคะ

ปล. ถ้านอกเรื่องก็ต้องขอโทษนะคะ อยากเล่าสู่กันฟังนะคะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
bchaiwan
แม่ไข่ยัดไส้ พ่อไข่ลูกเขย
 
โพสต์: 760
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. พ.ย. 22, 2007 3:24 pm

โพสต์โดย naumtan » พฤหัสฯ. มิ.ย. 10, 2010 7:10 am

สวัสดีจ้าแม่ๆ ทุกคน
พี่เองก็มีลูกสาวน้อยอายุขวบสิบเดือน พี่ตั้งใจจะเลี้ยงจนเข้าโรงเรียน เพราะช่วงวัยนี้มีความสำคัญกับพัฒนาการหลายๆด้าน โดยเฉพาะด้านภาษา พี่ต้องการให้แอนนี่ได้ภาษาไทย และซึมซับความผูกพันธ์แม่ลูกแบบไทยๆ การพูดคะขา จ๊ะจ๋า

ส่วนภาษาและวัฒนธรรมเนเธอร์แลนด์ ลูกได้แน่ๆ อยู่แล้วเพราะนี่คือภาษาแม่

พี่ไม่ใส่ใจที่จะหางานทำ (ไม่ใช่บ้านรวยนะ)เพราะงานเลี้ยงลูกและดูแลครอบครัวให้อบอุ่นมีค่ามากกว่าเงินทอง และหากพลาดช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ไป มันเรียกกลับคืนไม่ได้
เหนื่อยแต่มีความสุข

และก็อยากบอกว่าเนเธอร์แลนด์จ่ายรายชั่วโมงสูงมากนะคะค่าเลี้ยงเด็ก ไม่ใช่รัฐจ่าย แต่หลังจากขวบครึ่งก็จะให้แอนนี่ไปที่ศูยน์เด็กล็กวันละสองชั่วโมง จะได้เล่นกับเพื่อนรุ่นเดียวกันค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
naumtan
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 140
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ต.ค. 22, 2009 8:40 am

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » พฤหัสฯ. มิ.ย. 10, 2010 3:11 pm

naumtan เขียน:

และก็อยากบอกว่าเนเธอร์แลนด์จ่ายรายชั่วโมงสูงมากนะคะค่าเลี้ยงเด็ก ไม่ใช่รัฐจ่าย แต่หลังจากขวบครึ่งก็จะให้แอนนี่ไปที่ศูยน์เด็กล็กวันละสองชั่วโมง จะได้เล่นกับเพื่อนรุ่นเดียวกันค่ะ

เขาดูที่รายได้ของพ่อแม่ด้วยนะคะ
ถ้าพ่อของแอนนี่ทำงานคนเดียว อาจจะได้เงินช่วยจากรัฐ
หรือได้ภาษีคืนปลายปี

ขนาดน้องเนยยังอยู่กับแม่ตอนนี้ อายุจะยี่สิบเอ็ดแล้ว
แต่แม่ออกค่าเรียนทุกอย่าง
ปลายปีก็ได้เงินคืนมา ปีนี้ได้ประมาณ แปดร้อยกว่ายูโร...

ลูกไม่ต้องกลัวว่าจะพูดภาษาที่เราอยู่ในประเทศนั้นไม่ได้
สังเกตสิคะว่า เด็กที่เขารับอุปการะมาจากจีน ศรีลังกา
มาตอนสี่ห้าขวบก็มี มาแป๊บเดียว พูดภาษาพ่อแม่บุญธรรมได้ทันที
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย Layla » พฤหัสฯ. มิ.ย. 10, 2010 3:49 pm

naumtan เขียน: สวัสดีจ้าแม่ๆ ทุกคน
พี่เองก็มีลูกสาวน้อยอายุขวบสิบเดือน พี่ตั้งใจจะเลี้ยงจนเข้าโรงเรียน เพราะช่วงวัยนี้มีความสำคัญกับพัฒนาการหลายๆด้าน โดยเฉพาะด้านภาษา พี่ต้องการให้แอนนี่ได้ภาษาไทย และซึมซับความผูกพันธ์แม่ลูกแบบไทยๆ การพูดคะขา จ๊ะจ๋า

ส่วนภาษาและวัฒนธรรมเนเธอร์แลนด์ ลูกได้แน่ๆ อยู่แล้วเพราะนี่คือภาษาแม่

พี่ไม่ใส่ใจที่จะหางานทำ (ไม่ใช่บ้านรวยนะ)เพราะงานเลี้ยงลูกและดูแลครอบครัวให้อบอุ่นมีค่ามากกว่าเงินทอง และหากพลาดช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ไป มันเรียกกลับคืนไม่ได้
เหนื่อยแต่มีความสุข

และก็อยากบอกว่าเนเธอร์แลนด์จ่ายรายชั่วโมงสูงมากนะคะค่าเลี้ยงเด็ก ไม่ใช่รัฐจ่าย แต่หลังจากขวบครึ่งก็จะให้แอนนี่ไปที่ศูยน์เด็กล็กวันละสองชั่วโมง จะได้เล่นกับเพื่อนรุ่นเดียวกันค่ะ

หัวอกเดียวกันค่ะพี่ แต้วก็มีลูกสาววัยจะ 12 เดือน เหอๆ
ที่บ้าน 3 ภาษาค่ะพี่ แต่แต้วก็พูดกับลูกภาษาไทย
พ่อพูดตุรกี แต่มาอยุ่ประเทศอังกฤษ
ลูกแต้วยังไม่ขยับปากเลยค่ะ
ได้แต่พูดอะไรไม่รู้ไปวันๆ ไม่ได้ศัพท์
แต้วก็กลัวว่าลูกจะพูดช้าแน่ๆ
แต่ไม่กลัวว่าจะพูดอังกฤษไม่ดี
แต่กลัวลูกพูดไทยไม่เป็นพี่

ลูกแต้วยังไม่ปรบมือพี่ ไม่บ๊ายๆ ไม่ส่งจูบใดๆทั้งสิ้น
เราพาทำเขาก็หัวเราะ แต่ไม่ยอมทำเอง
อย่างนี้พัฒนาการช้าไหมคะ

ลูกพี่ทำไรได้บ้างแล้วพี่ แต้วอยากรู้
บางทีก็ไม่อยากเปรียบเทียบลูกตัวเอง
นะคะ แต่ว่าบางทีก็อดคิดไม่ได้
ว่าทำไมลูกเราช้าจัง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Layla
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 505
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ก.พ. 16, 2009 4:09 pm

โพสต์โดย นิรินธนา » พฤหัสฯ. มิ.ย. 10, 2010 4:13 pm

mooeye เขียน:ดิฉันเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ความสัมพันธ์แม่ลูกยิ่งกระชับ  และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทำให้ลูกสุขภาพดี อารมณ์ดีด้วยค่ะ และดิฉันสังเกตดูช่วงให้นมลูก  เขาไม่เจ็บ เลี้ยงง่าย  ดิฉันว่าเลี้ยงลูกเองดีกว่าค่ะ

<span style='color:deeppink'>อ่านแล้วตื้นตันมากๆเลยค่ะ
เพราะเรานิยมชมชอบคนที่ตั้งใจให้นมลูกเองมากๆเลย
คือการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นี่ใจต้องมาก่อนอันดับแรกเลยนะ
แต่การจะให้นมแม่ได้นานแค่ไหน ก็แล้วแต่แม่แต่ละคน
แค่คิดและพยายามที่จะทำนี่เราว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้วล่ะ
แต่ถ้าใจฝักใฝ่คิดแต่กลัวจะเสียทรงกลัวนั่นกลัวนี่นั่นปราชัยไปกว่าครึ่งแล้วแหละ
555 พร่ำรำพรรณมาซะยาวอีกแล้ว เพราะอ่านแล้วสดุดตรงเรื่องให้นมแม่
ความตั้งใจที่อยากจะเลี้ยงลูกเองถ้ามีลูก ก็เพราะอยากให้นมลูกเองด้วยแหละค่ะ

ขอเพิ่มอีกอย่างคือ อยากคลอดลูกเองด้วยค่ะ อันนี้ผิดหวังไปครึ่งนึง
คือคลอดลูกโดยไม่ต้องผ่า แต่หมอต้องช่วยเอาคีมมาช่วยดึงเจ้าตัวแสบออกมา


</span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
นิรินธนา
แม่ไข่นกกระทา พ่อไข่จะละเม็ด
 
โพสต์: 2540
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ก.ย. 11, 2006 3:29 pm

โพสต์โดย naddyswiss » พฤหัสฯ. มิ.ย. 10, 2010 5:50 pm

นิรินธนา เขียน:

ขอเพิ่มอีกอย่างคือ อยากคลอดลูกเองด้วยค่ะ อันนี้ผิดหวังไปครึ่งนึง
คือคลอดลูกโดยไม่ต้องผ่า แต่หมอต้องช่วยเอาคีมมาช่วยดึงเจ้าตัวแสบออกมา



ป้าเพื่อนหะโหน่งที่เมืองไทย ตอนแรกก้อเป็นมั่นเหมาะว่าจะคลอดเอง

พอวันคลอด เด็กก้อหัวพร้อมออกแล้วป้า แต่เค้าผลุบเข้า ผลุบออก

หมอก้อไม่รอเลยป้า หมอพาเพื่อนหะโหน่งไปผ่าเด็กเลย ทั้งๆที่หัวเด็กก้อจ่อตรงช่องคลอดแว๊วอ่ะ

เง็งว่ะค่ะ หมอบอกว่าหมอเซียนมาก เลยเอาออกทำ แต่เห็นเพื่อนบอกว่าเด็กได้ผลพลวงจากยาที่เค้าบล๊อกหลังด้วยอ่ะป้า แต่ก้อปรกติดีแหละ

รพ. เมืองไทยนะป้า พอเด็กคลอดออกมา ป้อนนมขวดเด็กเลยอ่ะ

หะโหน่งก้อบอกเพื่อนว่า เมืองไทยอากาศร้อน ควรเก็บเกี่ยวการให้นมลูก หะโหน่งบอกไปเลยว่าบอกพยาบาลให้เอาลูกมาดูกระตุ้นเลย ลูกฉันๆ จะทำไรก้อได้ชิมิป้า

แว๊วมีอีกป้า กรี๊ดพยาบาลบอกว่าถ้านมไม่พอก้อให้ชงนมให้ลูกทาน

แต่หะโหน่งบอกเพื่อนว่า ให้เด็กดื่มทุกสอง ถึงสามชั่วโมง และก้อปั๊มทุกชั่วโมง เป็นการกระตุ้นต่อมน้ำนมให้ผลิตน้ำนมเพิ่มตลอดเวลา

แต่เพื่อนหะโหน่งก้อเชื่อค่ะ เธอจัดแจงซื้อที่ปั๊มน้ำนมมาแระ คือตัวเองไม่ได้เลี้ยงด้วยน้ำนมแม่ ทั้งๆที่อยากมีเลี้ยงแบบชาวบ้านเค้าอ่ะ ก้อเลยไปช่วยลูกชาวบ้านเค้าให้ดื่มนมจากเต้ากันค่ะ
naddyswiss
 

โพสต์โดย 2kidsund1mom » เสาร์ มิ.ย. 12, 2010 8:33 pm

ของจี๊นะคะให้ไปโรงเรียน(เด็กเล็ก)นะคะ ภาษาไทยเรียกไรอ่ะ ศูนย์เด็กเล็กเหรอ หรือวาโรงเรียนอนุบาลที่ไอ้ภาษาเยอรมันเรียก kindergarten นะคะประมาณสี่ถึงห้าชั่วโมงค่ะ แล้วก็ไปรับกลับโรงเรียนกับบ้านห่างกันเดินห้านาทีได้มังค่ะ แล้วลูกก็ชอบมากกับการได้ไปโรงเรียนนะคะ แฮปปี้กันมากสองคนเสือใหญ่กับเสือรองไล่จักรยานกันไป แต่ทีให้ไปเพราะพี่มีลูกไล่ ๆ กันนะคะ คนโต สามขวบกับเจ็ดเดือน คนรองสองขวบห้าเดือน ส่วนคนเล็กจะสามเดือนแล้วค่ะ
มีประสบการณืคล้าย ๆ หะโหน่งด้วย ตอนเดือนที่แล้วพี่ทิ้งเขากลับเมืองไทย ไปคนเดียวเลยนะคะกลับมากลางคืนหลังจากหลับไปแล้ว ได้ยินเสียงคนเดินมาในห้อง พอลืมตามาเห็นเสือใหญ่มาแอบดูว่าเรายังอยู่มั้ย เลยสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ไปไหนโดยไม่มีเค้าไปอีกแล้วค่ะ
2kidsund1mom
 

โพสต์โดย prettypass2000 » เสาร์ มิ.ย. 26, 2010 1:58 am

พี่โหน่ง เคยได้ยินว่าที่เมืองไทยส่วนใหญ่หมอจะผ่าคลอดให้ แต่ทำไมหมอที่นี่ถ้าไม่จำเป็นเขาก็ไม่ยอมผ่าเลยน่ะค่ะ ชอบเน้นให้คลอดธรรมชาติ ญาติฝากท้องที่รพ.เอกชนที่กรุงเทพคุณหมอก็แนะนำว่าให้ผ่าแถมมีเป็นแพ๊คเกจมาให้เลือกอีกต่างหากระหว่างผ่าและไม่ผ่า งงน่ะค่ะ อิอิอิ

พี่หนูนา ไข่แดงเพิ่งจะเลิกนมแม่ได้สองอาทิตย์ค่ะ น้ำนมหนูแห้งไปเองเลย เขากินนมแม่จนเกือบขวบครึ่งเลยค่ะ ช่วงอาทิตย์แรกที่นมหมดก็สงสารเขามาก แต่เดี๋ยวนี้เป็นนกรู้เพราะพอหิวนมก็จะรีบบอกว่า หน่มน้ม เพื่อขอกินนมจากซิปปี้คัพแทนน่ะค่ะ เจ้าตัวเล็กในท้องก็คงจะให้นมแม่จนกว่าน้ำนมจะแห้งไปเองเหมือนกันค่ะ อบอุ่นดี หนูชอบค่ะ
<img src='http://i134.photobucket.com/albums/q90/prettypass2000/180032_160763360641641_100001239355999_351328_6246049_n-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
prettypass2000
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2049
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 23, 2006 3:22 am

โพสต์โดย mummy2jasmine » อังคาร มิ.ย. 29, 2010 9:12 pm

เรื่องนี้อ้ำชอบคุยกับเพื่อนบ่อยๆค่ะ ค่อนข้างเป็นเรื่องละเอียดอ่อนนะคะอ้ำว่า
เพราะปัจจัยของแต่ละครอบครัวต่างกัน บางครอบครัวทั้งพ่อและแม่จำเป็นต้องทำงาน
บางครอบครัวพ่อทำงาน แม่อยู่บ้าน แล้วแต่ปัจจัยและความเหมาะสมของแต่ละคน

แต่สำหรับอ้ำแล้ว ทั้งอ้ำและสามีไม่นิยมระบบเนอสเซอร์รี่ค่ะ
เราก้อไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่คิดว่าใช้เงินน้อยลงหน่อย เราก้ออยู่ได้จากรายได้ของสามี
ลูกเป็นของเรา เราควรจะเลี้ยงเอง (ความคิดของพวกอ้ำนะคะ) ดูการเจริญเติบโตของเค้า
เผ้าอบรมเลี้ยงดูนิสัยใจคอ หรือแม้แต่เล่นอะไรบ้าๆบอๆ ก้อควรจะเป็นหน้าที่ของเราพ่อแม่
ป้อนข้าวลูก อาบน้ำลูก ก้อควรจะเป็นเรา ไม่ใช่คนฝากเลี้ยง อ้ำสองคนเลี้ยงลูกกันใกล้ชิดมาก
ไปไหนก้อไปกันสี่คนพ่อแม่ลูกตลอดเวลา ไม่เคยฝากเลี้ยง เลี้ยงเอง 100% จนถึงเกณฑ์
เข้า Pre-School น่ะค่ะ

ตอนนี้เข้าแค่สองวัน วันละสามชั่วโมง พอแล้วค่ะ ไป รร ให้เข้าสังคมเป็น
ให้รู้จักการใช้ชีวิตกับคนอื่น ซึ่งลูกก้อชอบและมีความสุขดี ไม่เคยเข็นเร่งร้อนให้ลูก
ไป รร ก่อนวัย เดี๋ยวห้าขวบก้อต้องไป รร ทุกวันแล้ว ตอนนี้จะเร่งรีบทำไม
ใช้เวลากับน้อง กับพ่อแม่ ในวัยนี้ให้คุ้มค่าดีกว่า แป๊ปๆเดี๋ยวก้อโตแล้ว
ตอนนี้ยังสามารถให้เวลาได้เต็มที่ก้อเอาให้คุ้มค่ะ และที่สำคัญเด็กเติบโตมา
จะเป็นแบบไหนขึ้นอยู่กับการปลูกฝังสามขวบปีแรกนะคะ

มีเพื่อนที่เค้าทำงานฟูลไทม์ คุยกับเค้าเราก้อแอบสลดใจเล็กๆ
ลูกทานอะไรกลางวันยังไม่รู้เลย เพราะอยู่เนอสเซอรี่
การ์ตูนที่ลูกชอบดูตอนเช้าๆก้อไม่เคยนั่งดูกับลูกเพราะต้องไปทำงาน
แต่ก้อเข้าใจเค้าและชื่นชมนะคะ ถ้าเป็นเราคงทำใจยากน่ะ

แต่ว่าจะแบบไหนยังไงเราก้อรักลูกมากที่สุดล่ะเนาะ ^^
<span style='color:red'>ดินภูเขาไฟBentonite พอกหน้าทำDetox,บัวหิมะ,ครีมบาชิ,หมอจุฬา,Haloxyl ลดรอยดำใต้ตา, <br>BB cream, Pro78 palette และอีกมากมาย ที่ตลาดสดค่ะ</span><br><img src='http://i201.photobucket.com/albums/aa75/jasaum/2222.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br><span style='color:red'>www.facebook.com/aumzy.tanner (England)</span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
mummy2jasmine
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 157
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ เม.ย. 08, 2007 11:28 am

โพสต์โดย mummy2jasmine » อังคาร มิ.ย. 29, 2010 9:33 pm

เห็นมีคุณแม่หลายคนพูดถึงเรื่องสอนลูกหลายภาษาเลยสนใจมาบอกต่อค่ะ


อ้ำเองอยู่อังกฤษ ตั้งใจเลี้ยงลูกสองภาษามาตั้งแต่แบเบาะ
อ่านตำรา อ่านประสบการณ์คนอื่น ลองเอง มาเยอะมาก ขอบอกเลยว่า

อย่ากังวลค่ะ [U]***สองหรือสามภาษาเด็กรับได้ ไม่สับสน เรานี่แหละต้องในใส่ใจมากๆ การที่เด็กสองภาษาพูดช้ากว่าคนอื่น ไม่ใช่ว่าเค้าสับสนเลยไม่ยอมพูด แต่เค้ากำลังบรรจุศัพท์คงคลังสมอง***อย่างงค่ะ อันนี้อ้ำอ่านมาและเจอกับตัวเองตรงๆ เด็กไทยอยู่ไทยรับภาษาไทยอย่างเดียวเข้าสมองแล้วก้อปล่อยออกมาเป็นคำพูดเลย แต่เด็กหลายภาษา รับหลายภาษาเข้าสมอง แล้วมันก้อระบบสมองที่เข้าไปเรียบเรียง บรรจุ ทีละภาษาก่อนปล่อยออกมา ตอนแรกอาจพูดช้า แต่พอพูดแล้ว จะพูดคล่องเลยค่ะ

[/U]อย่าพูดปนกับเค้าหลายๆภาษาในประโยคเดียว อ้ำพูดไทยกับลูกตลอด 100% ตั้งแต่เค้า
แบเบาะ พูดอังกฤษกับพ่อเท่านั้น ไทยกับแม่ แบ่งกันไปเลย พูดไปเรื่อยๆค่ะ เห็นอะไรก้อพูด
ก้อบอกไปเรื่อย และอย่าแปล เด็กจะรู้เองว่าอะไรคืออะไร
ระบบสมองเค้าทำงานเองค่ะ เค้าจะพูดตามหรือไม่ก้อช่าง
อย่าไปห่วง ต้องพยายาม อย่าท้อ อย่าอาย ผลลัพธ์ที่ได้จะภูมิใจที่สุดค่ะ

ในกรณีของแจสมิน (ตอนนี้สามขวบครึ่ง) ช่วงเริ่มพูดขวบกว่าๆ พูดแต่อังกฤษอย่างเดียว
เข้าใจภาษาไทยเพราะแม่พูด แต่ตอบเป็นอังกฤษ ไม่ยอมพูดไทย อ้ำก้อจะย้อนกลับเป็นไทย
ไป เช่นเค้าพูดว่า this is a banana อ้ำก้อบอกเค้า ใช่ค่ะกล้วยค่ะ เก่งจังเลยลูก แค่นี้
((อย่าไปแปล บานาน่า กล้วยนะลูก ยังงี้อย่าค่ะ อย่าแปล)) เริ่มโตหน่อยก้อเข้าใจภาษาไทย
อย่างดี แต่ไม่ค่อยพูด อ้ำก้อต้องกระตุ้นเรื่อยๆให้พูด จนโตอีกหน่อยเริ่มพูดแล้ว
กลับไทยทุกปีด้วย กลับไปเจอภาษาไทย มีคนคุยด้วยเลยจ๋อยๆๆๆๆออกมาเลย สื่อสารได้ดี
ไม่มีปัญหาเลย ที่ผ่านมาไม่ค่อยพูดนะ แปลว่ารู้มาตลอดแต่ไม่พูด จากนั้นสองขวบกว่าๆ
ก้อเริ่มพูดไทยเยอะขึ้น ไปซื้อเทสโก้เค้าก้อชี้ไปเรื่อย ส้ม กล้วย แตงกวา เราก้อต้องพูดกับลูกเยอะๆ .....

จนตอนนี้สามขวบกว่าครึ่ง พูดคล่องมากๆทั้งสองภาษา ภาษาไทยยังไม่ค่อยชัด
แต่โตขึ้นก้อจะดีขึ้นเองค่ะ เมื่อเมษาไปอยู่บ้านยายที่กรุงเทพก้อเงียบๆอยู่วันแรก
เท่านั้นแหละคุยจ๋อยๆๆๆๆเลย สื่อสารคล่อง เล่นกับเด็กๆแถวบ้านสบายเลย
เด็กๆแถวบ้านบอก น้องฝรั่งพูดไทยเก่งจัง ^^ ที่ผ่านมามีเหนื่อยมีท้อนะ
ตอนนี้ปลิ้มมากๆ ที่เราพยายามมามันได้ผล เค้าพูดไทยกับเราทั้งวัน
จนพ่อกลับบ้านนั่นแหละ ถึงได้ยินพูดอังกฤษ บอกอะไรเค้าไป
เค้าก้อไปแปลให้พ่อเค้าฟังเป็นอังกฤษ พยายามเข้าค่ะ ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่าจริงๆ
เจ้าคนเล็กขวบครึ่ง เริ่มพูดก้อพูดสองภาษาเลย คงได้ยินพี่สาวกรอกหูตลอดด้วยล่ะเนี่ย
พี่สาวอ่าน กอไก่ ก้อมาเกาะโต๊ะอ่านตามแบบมั่วๆ

ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ๆๆๆๆทุกคนที่สอนลูกสองภาษาค่ะ สู้ๆ
มีอะไรมาคุยกันได้ที่ Facebook นะคะ หาชื่อ aumzy tanner หาเจอแน่นอนค่ะ ^^
<span style='color:red'>ดินภูเขาไฟBentonite พอกหน้าทำDetox,บัวหิมะ,ครีมบาชิ,หมอจุฬา,Haloxyl ลดรอยดำใต้ตา, <br>BB cream, Pro78 palette และอีกมากมาย ที่ตลาดสดค่ะ</span><br><img src='http://i201.photobucket.com/albums/aa75/jasaum/2222.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br><span style='color:red'>www.facebook.com/aumzy.tanner (England)</span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
mummy2jasmine
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 157
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ เม.ย. 08, 2007 11:28 am

โพสต์โดย นิรินธนา » พุธ มิ.ย. 30, 2010 4:06 am

mummy2jasmine เขียน: ที่ผ่านมาไม่ค่อยพูดนะ แปลว่ารู้มาตลอดแต่ไม่พูด จากนั้นสองขวบกว่าๆ
ก้อเริ่มพูดไทยเยอะขึ้น ไปซื้อเทสโก้เค้าก้อชี้ไปเรื่อย ส้ม กล้วย แตงกวา เราก้อต้องพูดกับลูกเยอะๆ .....

จนตอนนี้สามขวบกว่าครึ่ง พูดคล่องมากๆทั้งสองภาษา ภาษาไทยยังไม่ค่อยชัด
แต่โตขึ้นก้อจะดีขึ้นเองค่ะ

<span style='color:deeppink'>น้องอ้ำคะ พี่ล่ะเกือบถอดใจแล้วล่ะ
คือบางทีนะ คิดว่าเออ ไม่พูดก็อย่าพูด
เค้าฟังรู้นะคะ แต่ไม่เคยพูดตอบกลับ
เช่นพี่บอกว่า...ไปหยิบ..ให้แม่หน่อย
เค้าหาไม่เจอ แล้วเดินกลับมาบอกพี่ว่า...I can not find it.
พี่ก็บอกไปว่า...อยู่บนโต๊ะนั่นไงลูก(ไม่ได้ชี้มือด้วยนะคะ)

ทีนี้ก็เดินปร๊อไปเลย
ตอนลูกพี่ขวบกว่าๆ ประมาณสักขวบครึ่งได้ สปริงปีที่แล้ว ไปเข้ากลุ่มที่ไหน
แม่ๆเค้าจะบอกว่าลูกพี่พูดได้ชัดและเคลียมากๆเลยนะ(พี่ไม่ได้พูดเก่งอะไรหรอก
แต่รู้สึกว่าลูกอยากจะสื่อสาร อยากจะพูดกับคนอื่นให้รู้เรื่องมากกว่า)

สุดท้ายพี่จะมาบอกว่าขอบใจน้องอ้ำมากๆเลยนะจ๊ะ พี่จะพยายามต่อ(ความอดทนพี่มันต่ำน่ะค่ะ)
พอน้องอ้ำมาย้ำพี่เลยจะฮึดต่อไปจ้า

อ้อ ลืมไป พักนี้มีตอบกลับมานิดหนึ่งให้ชื่นใจบ้างแล้วค่ะ
ตื่นเช้ามา...พี่บอกให้มาแปรงฟัน ปากเหม็นขี้ฟัน
ทีนี้ล่ะตอบมาชัดแจ๋วเลย...ไม่เหม็นค่ะ

</span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
นิรินธนา
แม่ไข่นกกระทา พ่อไข่จะละเม็ด
 
โพสต์: 2540
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ก.ย. 11, 2006 3:29 pm

โพสต์โดย naddyswiss » พุธ มิ.ย. 30, 2010 6:42 am

mummy2jasmine เขียน: เห็นมีคุณแม่หลายคนพูดถึงเรื่องสอนลูกหลายภาษาเลยสนใจมาบอกต่อค่ะ


อ้ำเองอยู่อังกฤษ ตั้งใจเลี้ยงลูกสองภาษามาตั้งแต่แบเบาะ
อ่านตำรา อ่านประสบการณ์คนอื่น ลองเอง มาเยอะมาก ขอบอกเลยว่า

อย่ากังวลค่ะ [U]***สองหรือสามภาษาเด็กรับได้ ไม่สับสน เรานี่แหละต้องในใส่ใจมากๆ การที่เด็กสองภาษาพูดช้ากว่าคนอื่น ไม่ใช่ว่าเค้าสับสนเลยไม่ยอมพูด แต่เค้ากำลังบรรจุศัพท์คงคลังสมอง***อย่างงค่ะ อันนี้อ้ำอ่านมาและเจอกับตัวเองตรงๆ เด็กไทยอยู่ไทยรับภาษาไทยอย่างเดียวเข้าสมองแล้วก้อปล่อยออกมาเป็นคำพูดเลย แต่เด็กหลายภาษา รับหลายภาษาเข้าสมอง แล้วมันก้อระบบสมองที่เข้าไปเรียบเรียง บรรจุ ทีละภาษาก่อนปล่อยออกมา ตอนแรกอาจพูดช้า แต่พอพูดแล้ว จะพูดคล่องเลยค่ะ

[/U]อย่าพูดปนกับเค้าหลายๆภาษาในประโยคเดียว อ้ำพูดไทยกับลูกตลอด 100% ตั้งแต่เค้า
แบเบาะ พูดอังกฤษกับพ่อเท่านั้น ไทยกับแม่ แบ่งกันไปเลย พูดไปเรื่อยๆค่ะ เห็นอะไรก้อพูด
ก้อบอกไปเรื่อย และอย่าแปล เด็กจะรู้เองว่าอะไรคืออะไร
ระบบสมองเค้าทำงานเองค่ะ เค้าจะพูดตามหรือไม่ก้อช่าง
อย่าไปห่วง ต้องพยายาม อย่าท้อ อย่าอาย ผลลัพธ์ที่ได้จะภูมิใจที่สุดค่ะ

ในกรณีของแจสมิน (ตอนนี้สามขวบครึ่ง) ช่วงเริ่มพูดขวบกว่าๆ พูดแต่อังกฤษอย่างเดียว
เข้าใจภาษาไทยเพราะแม่พูด แต่ตอบเป็นอังกฤษ ไม่ยอมพูดไทย อ้ำก้อจะย้อนกลับเป็นไทย
ไป เช่นเค้าพูดว่า this is a banana อ้ำก้อบอกเค้า ใช่ค่ะกล้วยค่ะ เก่งจังเลยลูก แค่นี้
((อย่าไปแปล บานาน่า กล้วยนะลูก ยังงี้อย่าค่ะ อย่าแปล)) เริ่มโตหน่อยก้อเข้าใจภาษาไทย
อย่างดี แต่ไม่ค่อยพูด อ้ำก้อต้องกระตุ้นเรื่อยๆให้พูด จนโตอีกหน่อยเริ่มพูดแล้ว
กลับไทยทุกปีด้วย กลับไปเจอภาษาไทย มีคนคุยด้วยเลยจ๋อยๆๆๆๆออกมาเลย สื่อสารได้ดี
ไม่มีปัญหาเลย ที่ผ่านมาไม่ค่อยพูดนะ แปลว่ารู้มาตลอดแต่ไม่พูด จากนั้นสองขวบกว่าๆ
ก้อเริ่มพูดไทยเยอะขึ้น ไปซื้อเทสโก้เค้าก้อชี้ไปเรื่อย ส้ม กล้วย แตงกวา เราก้อต้องพูดกับลูกเยอะๆ .....

จนตอนนี้สามขวบกว่าครึ่ง พูดคล่องมากๆทั้งสองภาษา ภาษาไทยยังไม่ค่อยชัด
แต่โตขึ้นก้อจะดีขึ้นเองค่ะ เมื่อเมษาไปอยู่บ้านยายที่กรุงเทพก้อเงียบๆอยู่วันแรก
เท่านั้นแหละคุยจ๋อยๆๆๆๆเลย สื่อสารคล่อง เล่นกับเด็กๆแถวบ้านสบายเลย
เด็กๆแถวบ้านบอก น้องฝรั่งพูดไทยเก่งจัง ^^ ที่ผ่านมามีเหนื่อยมีท้อนะ
ตอนนี้ปลิ้มมากๆ ที่เราพยายามมามันได้ผล เค้าพูดไทยกับเราทั้งวัน
จนพ่อกลับบ้านนั่นแหละ ถึงได้ยินพูดอังกฤษ บอกอะไรเค้าไป
เค้าก้อไปแปลให้พ่อเค้าฟังเป็นอังกฤษ พยายามเข้าค่ะ ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่าจริงๆ
เจ้าคนเล็กขวบครึ่ง เริ่มพูดก้อพูดสองภาษาเลย คงได้ยินพี่สาวกรอกหูตลอดด้วยล่ะเนี่ย
พี่สาวอ่าน กอไก่ ก้อมาเกาะโต๊ะอ่านตามแบบมั่วๆ

ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ๆๆๆๆทุกคนที่สอนลูกสองภาษาค่ะ สู้ๆ
มีอะไรมาคุยกันได้ที่ Facebook นะคะ หาชื่อ aumzy tanner หาเจอแน่นอนค่ะ ^^

เจ๊เห็นด้วยอ่ะน้องอ้ำมากมายค่ะ

ลูกเจ๊สองคนพูดรู้เรื่องได้ช้ากว่าเด็กสวิสที่พูดภาษาเดียวค่ะ

ตอนแรกเจ๊ก้อกังวล แต่เจ๊ก้อคอยดูไปเรื่อยๆ

เจ๊สังเกตว่าตอนแอนดี้ได้สามขวบกว่าๆ เป็นช่วงที่เจ๊พากลับไปเข้าอนุบาลที่ไทย แค่เดือนเดียวไม่เต็มด้วย จากนั้นแอนดี้กลับมาพูดไทยได้คล่องเลย ทุกวันนี้พี่แกพูดได้มากกว่าที่เจ๊คาดหวังไว้เสียอีก กร๊ากๆๆๆ

ตอนนี้เจ๊ลุ้นนาตาลีเพราะเธอพูดช้า แต่ในที่สุดเธอพูดไทยกะเจ๊แว๊วค่ะ แต่ก้อยังไม่ชัด

ด้วยความที่พูดไทยได้ค่ะ ภาษาพ่อเธอพูดไม่ค่อยจะรู้เรื่อง แต่เจ๊ก้อจะรอต่อไปเพราะนาตาลียังไม่สามขวบดี

พี่เห็นด้วยที่อย่าไปแปลให้ลูกทำแบบน้องอ้ำถูกต้องแล้ว เพราะที่ดอยเจ๊พูดภาษาเยอรมันกัน เจ๊พูดไม่แข็งแรง เจ๊ก้อจะไม่พูดภาษาเยอรมันที่ไม่แข็งแรงกะลูกค่ะ เจ๊เลยต้องพูดไทยเท่านั้น

มีอีกนะ แม่ๆที่สวิสบางคน เอาภาษาเยอรมันปนกะภาษาอังกฤษอันน้อยนิดของเธอพูดกะลูก เพราะว่าดูแล้วเท่ห์มากๆ ที่ฉันมีลูกครึ่งแล้วไม่ต้องพูดไทย แต่เจ๊ไม่เห็นด้วย เพราะว่าเจ๊ภูมิใจที่ลูกเจ๊กลับไทย โตสวิส แต่พูดไทยเหมือนเด็กไทย

เจ๊ไปเมืองไทยนะ แม่ค้านึกว่าลูกเจ๊อาศัยที่ประเทศไทย อิอิ นี่เสธแดงมาสวิส เจ้าแอนดี้ก้อพูดไทยกะตาเค้าจ๋อยๆ

ตอนเจ๊ไปเที่ยวฮอลแลนด์ ไปเจอแอนที่ฮอลแลนด์ เจ้าแอนดี้ก้อพูดไทยใส่ เหมือนเค้าแยกสมองได้ว่านี่คือคนไทยนะ เราต้องพูดไทยด้วย

เออแล้วมีเพื่อนบางคนที่ไทยก้อมายุเจ๊ให้พูดภาษาอังกฤษกะลูกนะ เจ๊แบบว่า "ตรูจะพูดไปเพื่อไรวะ" เพื่อนบอกลูกจะได้พูดอังกฤษได้ไง เจ๊ไม่พูดอ่ะ เพราะภาษาอังกฤษ ตอนเด็กพ่อแม่เจ๊ไม่เห็นพูดกะเจ๊ โตมาเจ๊ก้อพูดได้ของเจ๊เอง เจ๊ไม่เคยกลัวเรื่องลูกเจ๊พูดอังกฤษไม่ได้เลย เพราะตราบใดที่เด็กพวกนี้ได้เดินทางท่องเที่ยว เค้าได้เรียนภาษาอังกฤษจากการท่องเที่ยวของเค้าแน่นอน ยิ่งเรียนมหาวิทยาลัยด้วยแล้ว เด็กพวกนี้จะได้เรียนภาษาอังกฤษไปในตัว

ส่วนข้อดีของเด็กที่เจริญเติบโตในสวิส เค้าจะได้เรียนภาษาฝรั่งเศสเพิ่มอีกหนึ่งภาษาเป็นวิชาบังคับ ดังนั้นคิดว่าในอนาคตลูกๆเจ๊ อาจจะพูดได้ทั้งไทย เยอรมัน ฝรั่งเศส และภาษาอังกษ เพราะเสด็จปั๋วของเจ๊ พูดเยอรมัน ฝรั่งเศส และภาษาอังกฤษได้
naddyswiss
 

โพสต์โดย 2kidsund1mom » พุธ มิ.ย. 30, 2010 5:51 pm

prettypass2000 เขียน: พี่โหน่ง เคยได้ยินว่าที่เมืองไทยส่วนใหญ่หมอจะผ่าคลอดให้ แต่ทำไมหมอที่นี่ถ้าไม่จำเป็นเขาก็ไม่ยอมผ่าเลยน่ะค่ะ ชอบเน้นให้คลอดธรรมชาติ ญาติฝากท้องที่รพ.เอกชนที่กรุงเทพคุณหมอก็แนะนำว่าให้ผ่าแถมมีเป็นแพ๊คเกจมาให้เลือกอีกต่างหากระหว่างผ่าและไม่ผ่า งงน่ะค่ะ อิอิอิ

พี่หนูนา ไข่แดงเพิ่งจะเลิกนมแม่ได้สองอาทิตย์ค่ะ น้ำนมหนูแห้งไปเองเลย เขากินนมแม่จนเกือบขวบครึ่งเลยค่ะ ช่วงอาทิตย์แรกที่นมหมดก็สงสารเขามาก แต่เดี๋ยวนี้เป็นนกรู้เพราะพอหิวนมก็จะรีบบอกว่า หน่มน้ม เพื่อขอกินนมจากซิปปี้คัพแทนน่ะค่ะ เจ้าตัวเล็กในท้องก็คงจะให้นมแม่จนกว่าน้ำนมจะแห้งไปเองเหมือนกันค่ะ อบอุ่นดี หนูชอบค่ะ

ขอตอบแทนนิดหนึ่งนะคะ ที่หมออยากให้คลอดธรรมชาติน่าจะเพราะว่ามันจะทำให้ร่างกายและฮอร์โมนของคุณแม่พร้อมจริง ๆ เช่นการให้นมลูกหลังคลอดและสำหรับลูกก็คือถึงเวลาที่ร่างกายของเขาพร้อมที่สุดที่จะออกมาสู่โลกภายนอกมังค่ะ ไม่รู้จริงยังจะเจือกตอบอีกเนาะ

และก็ชอบที่น้องอำ้เขียนมากเลยค่ะ ถูกต้องที่สุดค่ะ จี๊ยืนยัน
2kidsund1mom
 

โพสต์โดย naddyswiss » พุธ มิ.ย. 30, 2010 8:40 pm

2kidsund1mom เขียน: ขอตอบแทนนิดหนึ่งนะคะ ที่หมออยากให้คลอดธรรมชาติน่าจะเพราะว่ามันจะทำให้ร่างกายและฮอร์โมนของคุณแม่พร้อมจริง ๆ เช่นการให้นมลูกหลังคลอดและสำหรับลูกก็คือถึงเวลาที่ร่างกายของเขาพร้อมที่สุดที่จะออกมาสู่โลกภายนอกมังค่ะ ไม่รู้จริงยังจะเจือกตอบอีกเนาะ

และก็ชอบที่น้องอำ้เขียนมากเลยค่ะ ถูกต้องที่สุดค่ะ จี๊ยืนยัน

ขอเม๊าท์กะจิ๊นิดหนึ่ง เห็นลูกๆจิ๊แว๊ว น้องสองคนที่โตแล้วนั่นเป็นแฝดหรือลูกหัวปีท้ายปีคะจิ๊

แบบว่าเห็นลูกๆจิ๊โตไล่ๆกันเลย จิ๊นี่ท้องทุกปีเลยหรือเปล่าคะเนี่ย

หะโหน่งเห็นจิ๊แว๊ว ก้อเลยแบบว่าหัวฟูแทนน่ะฮ่ะ

จิ๊จัดการอย่างไรกะการเป็นคุณแม่ลูกสามคะ เผื่อโหน่งจะได้เอามาเป็นแบบอย่าง กร๊ากๆๆ
naddyswiss
 

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน