ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ขอความเห็นชาวครัวไกลบ้าน คิดว่าทำธุระกิจอะไรดีในประเทศไทยตอนนี้

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย aehaeh » อาทิตย์ ส.ค. 01, 2010 7:16 pm

สวัสดีค่ะ เชฟ เมฆ

ชื่อเอ๊ะนะคะ อยู่เยอรมนี เมื่อเดือนที่แล้วเพิ่งไปเที่ยวกรุงปรากมา.. เชฟเมฆโชคดีมากนะคะ ที่อยู่ประเทศที่มีเมืองสวยงามมากๆเลย

กลับเมืองไทยทำอะไรดี...

ถ้าเป็นเชฟฝีมือดี..เปิดร้านอาหารอีสานในเมืองท่องเที่ยวซิค่ะ เพราะคนไทยชอบไปทานร้าน "คนแนะนำกันต่อๆ" ญ เอ๊ะเห็นร้านอาหารอีสาน-ไก่ย่าง ส้มตำ ที่เมืองกาญจน์ร้านนึง คนแน่นมากๆ ทั้งข้าราชการและนักท่องเที่ยวมาทานเต็มตั้งแต่ 11 โมงเชียวค่ะ ไม่ถึง 3 ปี เจ้าของรวยเอาๆ ลูกค้าก็เต็มตลอด ต้องจองกันล่วงหน้า (นี่ขนาดไม่อยู่ในเขตเมืองนะคะ)..น่าสนใจนะคะ

จริงๆ แล้วอยากทำโฮมสเตย์ เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว เปิดร้านกาแฟ (เพราะมีนั่งท่องเที่ยวขี่จักรยานผ่านเยอะ) ส่วนในสวนประมาณ 4 ไร่อยากลงมะนาว มะกรูด ปลูกในบ่อซีเมนส์เหมือนในเว็ปเกษตรพอเพียงแนะนำ สามีก็เห็นด้วย ก็จะปลูกผักหมุนเวียนสลับกันไป ...ส่วนคุณสามีก็เลี้ยงสุนัข ฝึกสุนัข..

ไม่อยากรวย แต่ไม่อยากอยู่นิ่งๆ...ทำอะไรก็ตามที่เหมาะสมกับตัวเรา ทำให้สุขภาพจิตเราดี งานในสวนนี่แหล๊ะเหมาะกับเรา

ยินดีที่รู้จักนะคะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
aehaeh
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 3
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ธ.ค. 17, 2007 9:22 am

โพสต์โดย Isolabella » จันทร์ ส.ค. 02, 2010 9:14 pm

<span style='color:purple'>หวัดดีคะพี่เชฟเมฆ ปอนด์ลองเสนอธุรกิจนี้ดูนะคะ เผื่อเชฟจะสนใจ จริงๆๆอันนี้คิดไว้ว่าจะทำแต่ก็ต้องมาพับโครงการเก็บ เพราะว่าปอนด์ตอนนี้กำลังจะสร้างบ้านสร้างครอบครัวที่เยอรมันคะ งบประมาณก็เลยต้องเอามาลงทุนกับการสร้างบ้านแทนคะ

ถ้าแถวๆๆบ้านเชฟส่วนใหญ่ทำนากันละก้อ ลองซื้อรถเกี่ยวข้าวขนาดใหญ่เอาไว้รับจ้างเกี่ยวข้าวดูสิคะ เห็นพี่ชายบอกว่ารายได้ดีมากๆๆ เพราะตอนนี้คนส่วนใหญ่หันมาใช้บริการเกี่ยวข้าวด้วยรถเกี่ยวข้าวกันทั้งน้้นคะ คู่แข่งก็มีน้อยด้วยคะ เพราะรถเกี่ยวราคามันค่อนข้างสุง ทุนก็อาจจะสุงตามไปด้วย เพราะเราต้องมีรถคันใหญ่พวกสิบล้อเอาไว้ขนรถเกี่ยวข้าวไปในที่ต่างๆๆด้วยอ่ะคะ

คิดว่าธุรกิจตัวนี้น่าจะทำรายได้ในระยาวได้ดีคะ เพราะคนไทยกับอาชียทำนาเป็นของคู่กัน คนยังไงก็ยังทานข้าวกันอยู่

ไม่รู้ว่าจะช่วยเชฟได้หรือเปล่าหนอ??อิอิ</span>
<span style='color:orange'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='font-family:Impact'>"Dress cute wherever you go, life is too short to blend in"</span></span></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
Isolabella
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 290
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ต.ค. 14, 2007 6:10 pm

โพสต์โดย เชฟ เมฆ » พุธ ส.ค. 04, 2010 4:27 pm

Isolabella เขียน: <span style='color:purple'>หวัดดีคะพี่เชฟเมฆ ปอนด์ลองเสนอธุรกิจนี้ดูนะคะ เผื่อเชฟจะสนใจ จริงๆๆอันนี้คิดไว้ว่าจะทำแต่ก็ต้องมาพับโครงการเก็บ เพราะว่าปอนด์ตอนนี้กำลังจะสร้างบ้านสร้างครอบครัวที่เยอรมันคะ งบประมาณก็เลยต้องเอามาลงทุนกับการสร้างบ้านแทนคะ

ถ้าแถวๆๆบ้านเชฟส่วนใหญ่ทำนากันละก้อ ลองซื้อรถเกี่ยวข้าวขนาดใหญ่เอาไว้รับจ้างเกี่ยวข้าวดูสิคะ เห็นพี่ชายบอกว่ารายได้ดีมากๆๆ เพราะตอนนี้คนส่วนใหญ่หันมาใช้บริการเกี่ยวข้าวด้วยรถเกี่ยวข้าวกันทั้งน้้นคะ คู่แข่งก็มีน้อยด้วยคะ เพราะรถเกี่ยวราคามันค่อนข้างสุง ทุนก็อาจจะสุงตามไปด้วย เพราะเราต้องมีรถคันใหญ่พวกสิบล้อเอาไว้ขนรถเกี่ยวข้าวไปในที่ต่างๆๆด้วยอ่ะคะ

คิดว่าธุรกิจตัวนี้น่าจะทำรายได้ในระยาวได้ดีคะ เพราะคนไทยกับอาชียทำนาเป็นของคู่กัน คนยังไงก็ยังทานข้าวกันอยู่

ไม่รู้ว่าจะช่วยเชฟได้หรือเปล่าหนอ??อิอิ</span>

สวัสดีครับ ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ ผมเองเคยมีความคิดอยากที่จำทำเช่นกับคุณปอนด์ แต่ติดที่ผมเป็นกุ๊กไม่รู้เรื่องการใช้เครื่องจักรอีกอย่างใช้เงินเป็นล้านเลยนะครับ ต้องใช้คนงานด้วยผมว่าคงดีสำหรับคนที่มีทุนเยอะครับ ผมทำได้แต่คงนอนไม่หลับแน่ๆ กว่าจะคืนทุน อีกอย่างมันเกินความสามารถเกินกำลังทุนครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
เชฟ เมฆ
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 47
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 18, 2010 11:38 am

โพสต์โดย เชฟ เมฆ » พุธ ส.ค. 04, 2010 4:37 pm

aehaeh เขียน: สวัสดีค่ะ เชฟ เมฆ

ชื่อเอ๊ะนะคะ อยู่เยอรมนี เมื่อเดือนที่แล้วเพิ่งไปเที่ยวกรุงปรากมา.. เชฟเมฆโชคดีมากนะคะ ที่อยู่ประเทศที่มีเมืองสวยงามมากๆเลย

กลับเมืองไทยทำอะไรดี...

ถ้าเป็นเชฟฝีมือดี..เปิดร้านอาหารอีสานในเมืองท่องเที่ยวซิค่ะ เพราะคนไทยชอบไปทานร้าน "คนแนะนำกันต่อๆ" ญ เอ๊ะเห็นร้านอาหารอีสาน-ไก่ย่าง ส้มตำ ที่เมืองกาญจน์ร้านนึง คนแน่นมากๆ ทั้งข้าราชการและนักท่องเที่ยวมาทานเต็มตั้งแต่ 11 โมงเชียวค่ะ ไม่ถึง 3 ปี เจ้าของรวยเอาๆ ลูกค้าก็เต็มตลอด ต้องจองกันล่วงหน้า (นี่ขนาดไม่อยู่ในเขตเมืองนะคะ)..น่าสนใจนะคะ

จริงๆ แล้วอยากทำโฮมสเตย์ เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว เปิดร้านกาแฟ (เพราะมีนั่งท่องเที่ยวขี่จักรยานผ่านเยอะ) ส่วนในสวนประมาณ 4 ไร่อยากลงมะนาว มะกรูด ปลูกในบ่อซีเมนส์เหมือนในเว็ปเกษตรพอเพียงแนะนำ สามีก็เห็นด้วย ก็จะปลูกผักหมุนเวียนสลับกันไป ...ส่วนคุณสามีก็เลี้ยงสุนัข ฝึกสุนัข..

ไม่อยากรวย แต่ไม่อยากอยู่นิ่งๆ...ทำอะไรก็ตามที่เหมาะสมกับตัวเรา ทำให้สุขภาพจิตเราดี งานในสวนนี่แหล๊ะเหมาะกับเรา

ยินดีที่รู้จักนะคะ

สวัสดีครับคุณ เอ๊ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ เยอรมันกับปรากไม่ไกลกันนักครับ ปรากยังคงความเป็นเมืองโบราณที่ค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยื่ยมชมนับล้านคนเลยทีเดียวผมทำงานแถวๆหอนาฬิกาเก่าเขตเมืองเก่า ผมว่าดีครับสำหรับคำแนะนำขอบคุณครับ ผมเองก็แอบเรียนอาหารอีสานไว้พอสมควรกะกลับไทยเป็นหนึ่งในหลายๆโครงการที่ผมตั้งไว้ครับ ถ้าหากมีเวลาแวะมาปรากอีกก็อย่าลืมแวะทักกันบ้างนะครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
เชฟ เมฆ
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 47
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 18, 2010 11:38 am

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » พุธ ส.ค. 04, 2010 4:49 pm

เชฟ เมฆ เขียน: สวัสดีครับ ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ ผมเองเคยมีความคิดอยากที่จำทำเช่นกับคุณปอนด์ แต่ติดที่ผมเป็นกุ๊กไม่รู้เรื่องการใช้เครื่องจักรอีกอย่างใช้เงินเป็นล้านเลยนะครับ ต้องใช้คนงานด้วยผมว่าคงดีสำหรับคนที่มีทุนเยอะครับ ผมทำได้แต่คงนอนไม่หลับแน่ๆ กว่าจะคืนทุน อีกอย่างมันเกินความสามารถเกินกำลังทุนครับ

ถ้าขายเครื่องจักรใหญ่ไป
เชฟเมฆก็ทำเขียงขายก็ได้ค่ะ
มีรูปของเชฟ ลายเซ็นของเชฟติดตรงเขียง

นอกจากนี้ ถ้าขายดี ก็อาจจะได้ขายหม้อ ครก(แน่นอนขายคู่กะสาก) มีด ช้อนส้อม
ตามมาติดๆนะคะ แล้วหม้อทุกใบ ครกทุกลูก ก็ควรจะมีลายเซ็นของเชฟอยู่ด้วยนะคะ

ใต้เขียงก็ประทับตราภัตตาคารที่เชฟเคยทำงานให้เขา เป็นหลักประกันว่า
เชฟเมฆโก อินเตอร์มาแล้วไงคะ
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย เชฟ เมฆ » พุธ ส.ค. 04, 2010 5:05 pm

หญิงป้า เขียน:
เชฟ เมฆ เขียน: สวัสดีครับ ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ ผมเองเคยมีความคิดอยากที่จำทำเช่นกับคุณปอนด์ แต่ติดที่ผมเป็นกุ๊กไม่รู้เรื่องการใช้เครื่องจักรอีกอย่างใช้เงินเป็นล้านเลยนะครับ ต้องใช้คนงานด้วยผมว่าคงดีสำหรับคนที่มีทุนเยอะครับ ผมทำได้แต่คงนอนไม่หลับแน่ๆ กว่าจะคืนทุน อีกอย่างมันเกินความสามารถเกินกำลังทุนครับ

ถ้าขายเครื่องจักรใหญ่ไป
เชฟเมฆก็ทำเขียงขายก็ได้ค่ะ
มีรูปของเชฟ ลายเซ็นของเชฟติดตรงเขียง

นอกจากนี้ ถ้าขายดี ก็อาจจะได้ขายหม้อ ครก(แน่นอนขายคู่กะสาก) มีด ช้อนส้อม
ตามมาติดๆนะคะ แล้วหม้อทุกใบ ครกทุกลูก ก็ควรจะมีลายเซ็นของเชฟอยู่ด้วยนะคะ

ใต้เขียงก็ประทับตราภัตตาคารที่เชฟเคยทำงานให้เขา เป็นหลักประกันว่า
เชฟเมฆโก อินเตอร์มาแล้วไงคะ

สวัสดีครับ คุณหญิงป้า โห้ยังกะ หมึกแดง หรือไม่ก็ เชลชวนชิมไงงั้นแหละครับ ผมเองคิดว่าการทำอะไรก็ตามถ้าเราทำตามที่เราถนัดและใจรักจะดีครับ แต่ในอีกด้านเราเองก็ไม่ควรปิดที่จะรับความเห็นของคนอื่นบางที่สิ่งที่เราคิดว่าดีคิดว่าถูกอาจผิดก็ได้ครับ ผมมีโอกาสมานอกได้ใช่ว่าผมจะเก่งนะครับยังมีเชฟหลายๆท่านที่อยู่ประเทศไทยเก่งกว่าผมอีกหลายเท่าแต่ท่านเหล่านั้นไม่มีโอกาสเดินทางออกนอกประเทศเท่านั้นเองครับ มีหวังผมทำเขียงแถมลายเซนต์คงไม่ต่างกับเอามะพร้ามไปขายสวนแน่นอนครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
เชฟ เมฆ
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 47
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 18, 2010 11:38 am

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » พุธ ส.ค. 04, 2010 5:06 pm

เชฟ เมฆ เขียน: ผมคิดว่าอาชีพกุ๊กเป็นอาชีพที่มหัศจรรย์ จากคนจบ ป ๔ สามารถมีเงินเดือนเป็นแสนได้อย่างลุงผม คนจบปริญญายังสู้ไม่ได้

จริงค่ะ...
บางคนจบปริญญาโท วิศวะด้วยนะคะ งานอดิเรกทำ Catering
รับเหมาแบบ ลูกค้าไม่ต่ำกว่า ครั้งละ ๕๐ คน
แขกที่มาทานเสร็จ แล้วถามหา "แม่ครัว" ทุกเที่ยว
ไม่เคยมีใครเรียก "เชฟ" พับเผี่ยสิ

ไม่เชื่อดูตัวอย่างหลักฐานสดๆร้อนๆจากเว็บนี้ก็ได้ค่ะ

<a href='http://www.kwanruen.com/blog/?p=905' target='_blank'>http://www.kwanruen.com/blog/?p=905</a>


แบบนี้แปลว่า ฝีมือยังไม่เข้าขั้น ต้องมาขอเป็นลูกศิษย์เชฟเมฆแล้วล่ะ
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย obb » พฤหัสฯ. ส.ค. 05, 2010 3:31 pm

ขอเข้ามาเขียนด้วยคนค่ะเชฟ ในฐานะที่นุชได้กลับเมืองไทย
ไปตายเอาดาบหน้ามาก่อน ตอนนี้ก็กลับมาตายเอาดาบหน้าใหม่ที่เมืองนอก
เฮ่อ ชีวิตมนุษย์ เอาแน่เอานอนมิได้แท้เน้อ

นุชกับครอบครัวเริ่มทำเหมือนที่หลายๆท่านในที่นี้คิดฝันเลยค่ะ เกษตรพอเพียง
แต่ทำจริงมันไม่สามารถพอเพียงได้ เพราะนุชต้องทำเป็นอาชีพ ต้องหารายได้หลัก
เพราะไม่มีเงินเก็บเป็นก้อนมาจากเมืองนอก กลับมาแต่ตัว

แต่ที่ดินที่มีอยู่ มันไม่ถึงไร่ ที่นุชและครอบครัวคือพ่อกับแม่ ทำกันคือ ขุดบ่อเลี้ยงปลาเล็กๆ
ไม่ได้คิดขาย เพียงแต่เลี้ยงไว้กินเอง กับลงทุนเลี้ยงเป็ด เลี้ยงมากพอสมควร
เป็นฟารม์ย่อยๆได้เลย ลงทุนไปแสนกว่าๆ
ตอนแรกที่คิดอยากทำฟารม์ไก่ แต่ไปดูแต่ล่ะฟารม์ ลงทุนโรงหนึ่งตั้งเกือบสี่แสน
เพราะต้องเลี้ยงเป็นโรงปิด อื่นๆอีกมากมาย งบไม่มีค่ะ เลยเลิกความคิด
ไม่อยากเป็นหนี้เงินกู้ อยากลงทุนเท่าที่เรามี ทำไปเรื่อยๆ มีเงินทุนมากขึ้นก็ทำเพิ่มขึ้น
ตอนเลี้ยงเป็ดแรกๆ ก็เงินดี เพราะเป็ดมันทนทุกสภาพอากาศ กินได้ทุกอย่าง
แต่ก็ต้องให้อาหารเสริม เพราะมันจะได้น้ำหนัก ขายได้ราคา

จึงคิดขนาดพันธ์เอง ไปซื้อกะทั้งตู้อบไข่ เตรียมทำห้องอนุบาลพร้อม
และอื่นๆอีกมากมาย สุดท้ายไปไม่รอด
เพราะมาโดนเขาประกาศขึ้นราคาหัวอาหาร แต่มันดันไม่ปรับขึ้นราคาเนื้อสัตว์
แล้วเจ้าของทุนน้อยก็ตายอย่างเดียว ตั้งราคาเองไม่ได้ ทั้งๆที่เรารู้ว่าต้นทุนเราสูงขนาดไหน
ถึงแม้ว่าจะลองส่งเอง หรือ พ่อค้าคนกลางมารับ ก็จะถูกกดราคาตลอด จนหลังๆ โมโห ใครมาขอซื้อก็ไม่ขายถ้าไม่ให้โลล่ะเจ็ดสิบอัพ ตอบแบบหยิ่งมาก
บ้างที่ก็บอกว่า เลี้ยงไว้กินเองหมดฟราม์นี้ล่ะ
ไม่ต้องมาขอซื้อ สุดท้ายตอนนี้ ฟารม์เป็ดเลยกลายเป็นสวนสบู่ดำไป
พอเป็ดหมด แม่ก็เอาเม็ดสบู่ดำมาโรย ขึ้นง่าย ไม่ต้องใส่ใจดูแล มีเวลากับอารมณ์ดีๆ ก็ไปเดินเก็บสบู่ดำมาใส่กระสอบ ว่างก็นั่งกดเอาน้ำมันเล่น มันก็ขายได้ แต่ไม่เคยขายเลยค่ะ

หลังจากเจ๊ง โรงเป็ด ก็ได้งานก่อสร้างทำต่อ มีทุนอีกนิดช่วยกันกับพ่อแม่อีกแล้ว มาทำร้านอินเตอร์เน็ต เริ่มแรกมันก็เงียบๆเหงาๆ เพราะไม่ได้ตั้งใจทำจริงจัง เป็นเพราะเด็กแถวบ้าน
มาขอใช้ทำการบ้าน เลยให้ยืม นานเข้า มันมากันมากขึ้น เลยเก็บชั่วโมง ต่อมา เริ่มมีมาขอให้พิมพ์งาน ถ่ายเอกสาร ก็เริ่มรับ ตอนนี้ มีสิบเครื่อง ไม่รวมเครื่องหลัก ขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง เรียบร้อยค่ะ แต่ร้านนุชไม่มีเกมลงให้มาก ไม่มีเงินจ่ายค่าลิขสิทธิ์เกม

อันที่จริง มีจุดประสงค์ไม่ให้เด็กเล่นเกมมาก มากกว่าค่ะ อย่างเล่นก็ไปร้านอื่น
ทำกิจการลงทุนแบบหยิ่งๆ ไม่ง้อลูกค้าอีกแล้ว ฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่า (มันจะรอดอีกไหมเนี่ยตรู)
แต่อันทีจริง จุดประสงค์ในการทำร้านจริงๆคือต้องการให้เด็กได้ใช้ค้นคว้า ทำการบ้าน กับชอบสอนความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ไปด้วย สรุปชอบนั่งขี้โม้ให้เด็กฟังนะคะ ไม่คิดค่าสอน
ทั้งพ่อแกก็มีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีเวลาก็สอน ก็บอกกันไป
ไม่ถือเป็นการเสียเวลาแต่อย่างไร

จะว่าไปเด็กแถวนี้ ยังขาดโอกาสที่การศึกษาอยู่ที่เดียวค่ะ เพราะเป็นบ้านนอกใครเข้ามา
ก็ไม่คิดว่าจะมีโทรศัพท์ใช้ด้วยซ้ำไป แล้วมันจะเอาไฮสปีดอินเตอร์เน็ตมาจากไหน
มันก็มาแบบบ้านนอกนะคะ ซื้อสี่เม๊ก มันก็มาสองกว่าๆเม๊ก ก็ใช้กันไปตามอัตภาพ ดีกว่าไม่มีเน้อ

ทำมาก็ได้ความชื่นใจ ไม่เอากำไร เอาหน้าอย่างเดียว เป็นนักธุรกิจที่ไม่ได้เรื่องเท่าไรเลยค่ะครอบครัวนี้ แต่ก็มีคนเห็นความตั้งใจทำร้านให้ดี เมื่อสามสี่วันก่อน แม่โทรมาบอกว่า ทางกระทรวงวัฒนธรรม เขาจะเอาร้านเราส่งเข้าประกวดด้านบริการ อาจจะได้สองดาว สามดาวมาติดร้าน ดีใจเกือบตาย แต่บอกแม่ให้ปฏิเสธไปเลย
เพราะโปรแกรมยังใช้ก็อปปี้ เดี่ยว มันจะคุกก่อนได้ดาวนะแม่ อยู่แบบพอเพียงนี้ล่ะ ไม่เจ็บตัวดี
ดีกว่าเน้อ มีเจ้าหน้าที่ทำงานกระทรวงวัฒนธรรมเขาโทรมาบอก เขาว่าหัวหน้าจะเอาขึ้นเป็นร้านต้นแบบ แกเคยยกขึ้นมาพูดในที่ประชุมหลายครั้ง แกอยากมาเยี่ยมร้านอีกครั้ง คงเป็นโอกาสหน้าอันใกล้ๆนี้ ได้ฟังแล้วเครียด

ก็ ร้านฮ่างก็ฮ่าง(บ้านโทรมๆจะพังไม่พังอยู่แล้ว) เครื่องคอมเก๊าเก่า แบบมีอะไรก็ซ่อมใส่ ใช้ไป เน้น ลงทุนด้วยเงินตัวเองเท่าทีมี เป็นหนี้น้อยที่สุด จะได้ทำงานไปด้วยความสบายใจ เบิกบาน ไม่เป็นทุกข์กับการลงทุน หรือผลกำไรขาดทุนมากนัก
แต่โปรแกรมก๊อปปี้เนี่ยซิ เครียดดดดดด

รู้สึกว่าตัวเองจะเขียนยาว แต่ก็ยังอย่างจะเล่าต่อค่ะ ยังมีงานระหว่างทางอีก เอาเป็น คอมเม้าหน้าคงจะดีกว่า

ท้ายคอมเม้นนี้ นุชว่าสิ่งที่ยากที่สุดในการทำงานต่างๆ คือการเริ่มต้น เพราะกว่าจะเริ่มต้นได้
เราต่างคิดนั้นนี้มากมาย แต่เมื่อใดที่ได้เริ่มลงมือทำ ผ่านการเริ่มต้นไปแล้ว ก็จะรู้เองว่า งานนั้นมันใช่หรือไม่สำหรับตัวเรา เพราะสำหรับนุชยากที่สุดคือการเริ่มต้น เมื่อผ่านมันไปแล้ว เหมือนยกภูเขออกจากอก ต่อมาคือไปตายเอาดาบหน้า มันเป็นคติมุทะลุส่วนตัวนะคะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
obb
แม่ไข่ยัดไส้ พ่อไข่ลูกเขย
 
โพสต์: 808
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ เม.ย. 29, 2006 3:48 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน