โทรมาถาม อะไรซ่ำ ๆ จริง ๆ ก็ไม่กล้าถามพี่สาวอะไรมากมายกลัว เขาคิดมากเป็นห่วงด้วย หลังจากที่ตั้งกระทู้ ความเศร้าได้ไม่กี่วัน เมื่อไม่กี่วันที่แล้ว น้องหมาเข้าโรงพยาบาล เพราะอาหารเป็นพิษ นอนโรงพยาบาลได้ สอง วัน เพิ่งเสียเมื่อเช้า ตอนเช้าของวันก่อนปานไปเยี่ยม สีหน้าเธอดูห่วงหา คิดถึงเรา และหางเธอกระดิ๊ก ตีพื้นไปมา เหมือนไห้เราเข้าไปอุ้ม แต่สีหน้าเธอบอกว่า อ่อนแรง ดูได้จาก แววตา และรอยบนใบหน้าดูได้อย่างแน่ชัดว่าเธออ่อนแอ เราก็สองจิตสองใจ อยากเอากลับบ้านด้วยแต่ว่า ด้วยความ เป็นห่วงอยู่กับหมอจะปลอดภัยที่สุด กะว่าจะมารับตอนเย็น ตอนกลางวัน โทรกลับไปที่ โรงพยาบาล
หมอบอกว่าเดินได้ อาการดีขึ้นเราก็ดีใจ ตอนเย็นประมาณ สองทุ่ม ปานจะรับกลับบ้าน แต่ทางโรงพยาบาลปิด ปานก็เลยกลับบ้าน นอนรอด้วยความดีใจว่าตอนเช้าจะได้อุ้มน้องหมา โทรไปเช้าตรู่หมอบอกว่า อาการดีขึ้น ไห้มารับได้ หลังจากวางหูเสร็จ ไม่ถึงสิบนาที หมอโทรมาบอกว่าน้องหมาเสียแล้ว ตอนนั้นปานเศร้ามากถึงมากที่สุดเลี้ยงเขามา สามปี พอหมอบอกว่า เสียแล้ว เหมือนภาพที่เขาเคยนอนข้างเรา (เหมือนภาพสไลส์ ภาพลอยมาที่น้องหมาเคยเข้ามาเลียขาและเหตุการณ์ต่าง ๆ ตามมา) เลียขา ยกขาสองข้างยืดเส้นบิดขี้เกียจหน้าประตูตอนเช้าตรู่
ทุก ๆ วัน เธอแอบมาดูเราว่าตื่นหรือยัง ทุกวันตลอดระยะเวลาสามปี เธอจะทำ แบบนี้ตลอด เธอจะวิ่ง ออกไปรับเราหน้าประตูทุกครั้งที่ได้ยินเสียงรถยนจอด เธอเป็นหมาที่สวยมาก ขี้อาย
ขี้กลัว กลัวแม้กระทั้งคางคก ของเล่นที่ใส่ถ่านวิ่งเองได้เธอก็กลัว อยู่ด้วยกันมาสามปี เธอไม่เคยเห่าสักแอ๊ะ เป็นอะไรที่แปลกมาก ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา จับนอนท่าไหนนั่งท่าไหนเธอก็ทำตาม เธอเป็นหมาที่บอกไห้หยุดได้ และสั่งได้ เธอชอบไห้ลูบท้อง เกาคาง และหยิกตรงท้ายทอย เธอชอบนอนบนหน้าอกเรา เวลาเรานอนดูทีวี
แต่นิสัยเธอเสียอยู่อย่างนึง คือเธอกินทุกอย่างทีขวางหน้า กินแม้กระทั้งดินในสนาม หญ้า เราเคยบอกกับตัวเองว่า เธอต้องเจ็บป่วยในเรื้องอาหารการกินแน่นอน เธอแย้งอาหารของแมว และน้องหมาอีกตัวนึง กินได้ตลอด เธอรักการกิน เธอสามารถกินปลาได้ สี่ตัวในเวลาไม่ถึง สิบนาที ทั้ง ๆ ที่ปลาตัวนึง ใหญ่เท่ากับตัวเธอ
หลังจากที่คุณหมอแจ้งข่าวว่าน้องหมาเสียแล้ว พอไปถึงโรงพยาบาล บอกตัวเองว่า ไม่ร้องไห้แน่นอน ก็แค่น้องหมา พอไปถึงโรงพยาบาล สภาพที่เห็นแล้วอด กลั้นน้ำตาไม่ได้ ตาเธอเปิดลิ้นเธอแล็ป ออกมา เหมือนเธอรอเราอยู่ อยากจะไห้เราอุ้มกลับบ้าน ถ้าเราอุ้มกลับบ้านซะตั้งแต่วันที่มาเยี่ยมเธอวันแรกป่านนี่ไม่แน่เธออาจะรอด
เราพยายามมองไปที่ตาเธอพยายามส่ง เสียงและบอกเธอว่า ตื่นสิน้องหมา ตื่นขึ้นมา แล้วกอดเธอ และเอามือลูบหูและท้ายทอยเธอเบา ๆ เหมือนตอนที่เธอมีชีวิตอยู่ พอสักพักน้ำตาเริ่มไหล โดยอดไม่ได้กับความเสียใจครั้งนี้ เรารู่ว่า เป็นแค่ชีวิต เล็ก ๆ ชีวิตนึ่งแต่ ด้วยความผูกพัน
ความรักที่ถ้าไห้ใครไปแล้ว มันก็คือพลังอีกพลังนึงที่ไม่ต่างแม้กับทั้งชีวิตคนทั่วไป เราร้องไห้ แฟนก็ร้องไห้ (เพราะเห็นเราร้องไห้ ครอบตัวขี้แย) หมอถามว่าจะเอายังไงกับศพน้องหมา เราบอกคุณหมอว่า ขอทำพิธีกรรม ได้ไหม เหมือนคน คุณหมอตอบตกลง ซึ่งต้องจ่ายเพิ่มแน่นอน
คุณหมอก็จัดพิธีกรรมไห้ แบบชาวฮินดูโดยพ่อหมอหรือคนทำพิธี ด้วยการเผา แล้วบอกเราว่า ช่วงเย็นไห้เรามารับหม้อกระดูก พอช่วงเย็นหลังจากรับลูกสาวที่โรงเรียนแล้ว เราก็เปลี่ยนเสื้อผ้า ไปรับน้องหมา ที่โรงพยาบาลกัน คุณหมดพอไปถึงสวัสดีทักทายกันเสร็จ คุณหมอก็ไห้ห่อผ้าสีขาวมา อันนึง ข้างในบรรจุกระดูกน้องหมา ข้างบนหม้อ มีกระทงดอกไม้ธูปเทีย ด้านล้างเป็นกรวย มีด้ายสายสิญ
เหรีญเงิน มีรูตรงกลางเหมือนเงินสมัยโบราญ สำหรับใช้ภพหน้า และของติดเธอนิดหน่อยพร้อมกระดูก อยู่ด้านล่างสุด เราตัดสินใจ เอาหม้อนั้นไปลอยลงทะเล เหมือนกับการลอยอังคารของคนทั่วไป ลูกสาวใส่ของเล่นไปด้วย ไห้เธอหาทางกลับบ้านได้ถูกจำกลิ่นของเล่นได้ ตอนนั้น ลูกสาวไม่รู้เรื้องอะไร ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ เธอบอกว่าไม่อยากเอาของลอยทะเล แต่การร้องไห้ครั้งนี้ไม่เหมอืนนการร้องไห้งอแง แต่เป็นการร้องไห้ที่เราและแฟนรับรู้ได้ว่า คือความเสียใจที่ออกมาจากใจเด็กที่ไม่รุ้เรื้องว่าร้องไห้เพราะความเสียใจหรือ อะไรก็ตามแต่ แฟนเห็นลูกสาวร้องไห้เขาก็ร้องไห้ตาม เราก็ร้องไห้ สามคน พ่อแม่ลูก ด้วยความผูกพัน และความรักที่อยู่ด้วยกันมาคะ อดนึกภาพเหตุการณืที่ผ่านมาไม่ได้ (ตอนนี้ก็ยังตาบวมอยู่) พรุ้งนี้เช้าคงไม่มีน้องหมามาคอยเคาะประตูปลุก ตอนเช้าหรือแย่งกันหน้าประตูครัวเวลาเราทำกับข้าว
สุดท้ายนี้ อยากไห้ทุกคนมองเห็นคุณค่าความรักของคนหรือสิ่งของหรือสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบข้าง แสดงความรักซึ่งกันและกันไห้มาก ๆ เก็บความรู้สึกและความผูกพันซึ่งกันและกันไว้เยอะ ๆ คะอย่า รีรอหรืออย่าอายที่จะแสดงความรัก และความผูกพันธุ์ต่อกันและกันคะ รักกันดีกว่าเกลียดกันคะ
รักและอาลัย น้องหมา

<span style='color:blue'>ปล ขอยืมพื้นที่เข้ามาถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อความรัก ถึงอาจจะเป็นชีวิตเล็ก ๆ แต่ก็เป็นหนึ่งชีวิต เช่นกันคะบางคนอาจจะคิดว่า เกินไป ยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ ถ้าไม่ได้พูด ออกไป น้ำตาไม่หยุดไหลคะ (กลับมาเศร้าอีกตามเคย)</span>
(ถ้ามีคำผิดเดียวพรุ้งนี้มาแก้นะคะ)







