หนูป้อม เขียน:
ท่านหญิงป้า หนูเองก็เอาไปพูดต่อ นะคะ....คือ หนูป้อมพูดถึงการใช้คำพูดที่ไม่ดีต่อกัน จิตจึงก่อให้เกิดมโนกรรม เป็น มโนทุจริต หนูป้อมได้คุยกับพี่ที่นับถือน่ะค่ะ ว่าควรระมัด ระวัง คำพูด
การพูดต่อ อยู่ที่เจตนาค่ะหนูป้อม
ถ้าเราเอาไปพูดแล้วคิดว่าคนฟังจะได้ประโยชน์(ที่แนบศีล)
เราก็ได้บุญต่อไป
อย่างเช่น คนที่ต้องการกรวดน้ำ แต่ไม่มีบทกรวดน้ำ
มีคนมาโพสให้ ชี้ทางให้
คนที่ต้องการกรวดน้ำและคนโพสก็จะได้บุญด้วยกัน
เพราะว่าถ้ามีคนอ่าน เพียงแค่มาอ่าน ก็ได้บุญ
เนื่องจากตอนที่เขาอ่าน เขาก็อาจจะอุทิศส่วนกุศลไปด้วย
ยิ่งคนนำไปใช้เท่าไหร่ ทั้งสองคนที่กล่าว
ก็ยิ่งได้บุญมากขึ้น
หญิงป้าไม่กลัวว่าใครจะนำไปว่ากล่าวลับหลัง
เพราะถือว่า เจตนาของหญิงป้า ปรารถนาให้ทุกคนพ้นทุกข์
แต่สิ่งที่หญิงป้าไม่ให้ก็คือ...
ถ้าผู้ใดไม่สวดมนต์ ปฏิบัติแล้ว
จะมาขอให้หญิงป้าช่วย (ไม่ว่าจะช่วยให้ทำอะไร ให้ตัวเองสำเร็จ)
หญิงป้าช่วยแผ่กุศลให้ไม่ได้ค่ะ
หรือแม้แต่ว่า ที่หญิงป้าบอกว่า หญิงป้าอโหสิให้ผู้ที่เคยว่าหญิงป้าไว้
หญิงป้าก็ทำจริงๆ...แล้วก็มีคนเข้ามาขอให้หญิงป้าอโหสิ เนื่องจากเขาเข้าใจผิด
อะไรที่เขาเคยติดขัด เขาก็ไม่ติดขัดอีกต่อไป
ที่บอกแบบนี้ ไม่ใช่ว่าจะมาหลอกให้ทุกคนคิดว่าหญิงป้าเป็นเซียนเหยียบเมฆ
ไม่ว่าเราจะไปว่าใคร หากผู้นั้นถือศีล ปฏิบัติธรรมมานาน
จนเขาสามารถช่วยคนอื่นให้พ้นทุกข์ได้ เพราะกุศลของเขา
หากเราไปกล่าวร้ายเขา เทพยาดาจะไม่สรรเสริญคนนั้น
ตรงนี้เอง ที่ทำให้หญิงป้าเวทนาผู้ที่ก่อมโนทุจริตอันก่อให้เกิดวจีทุจริตค่ะ
นี่เป็นเหตุให้ผู้ปฏิบัติธรรมหลายคน
ปลีกตัวไปปฏิบัติอย่างวิเวก เป็นปัจเจก (คือไม่สอนคนอื่น)
เพราะเขาไม่ต้องการความเดือดร้อนจากผู้ที่ยังทึบในปัญญา
หญิงป้าก็อยู่เงียบๆมานาน ไม่มีใครรู้
แต่แล้วก็เกิดจิตเป็นกุศล
อยากพาผู้ที่มีกุศล สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ไปอยู่กับหญิงป้า
ในที่ๆทุกคนปรารถนา...เป็นโลกแห่งความสงบ โลกที่มีแต่เมตตาให้กันและกัน
ที่ผู้มีกิเลสไม่สามารถตามไปก่อกวนสมาธิในขณะที่เราต้องการปฏิบัติธรรมได้ค่ะ

