ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

อยู่เมืองนอกรู้สึกอย่างไรกันมั้งค่ะ?

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » อังคาร มี.ค. 01, 2011 5:20 pm

หญิงป้ามาในมุมกลับ เพราะโตเมืองนอก
ชินกับอากาศ บ้านเมือง แต่ก่อนโน้นไม่ชินกับนิสัยของคน
"คน" ในที่นี้ เป็นทั้งฝรั่งและไทย

ไม่ชินนิสัยคนไทยบางคน ที่ไม่พยายามเข้าใจตัวเองว่า
เขามีปัญหากับสภาพจิตของเขา
แล้วเลยมาก้าวก่ายจนถึงก้าวร้าวใส่เรา

ไม่ชินกันนิสัยฝรั่ง(ส่วนมากเป็นญาติฝ่ายพระยาเทครัว)
ที่ไม่เคยเชิญเรากินอะไรที่บ้านของเขานอกจาก ซุปกับขนมปัง
แต่มาบ้านเรา จะกินทุกอย่าง สั่งให้ทำด้วย
เราบอกว่า เราจะทำซุป เขาก็เลยไม่มา แหะแหะ

พอตอนหลัง คิดอยากจะมีความสุข ก็อย่าไปหวังอะไรจากคนอื่น
หรือหวังในอย่างอื่นที่ไม่มี
เช่น...คนที่เราไม่รู้จัก แต่ว่าเรา เพื่อความสะใจของเขา
ก็คิดเสียว่า เขามีปมด้อยในใจ ไม่มีเหตุผล จึงสามารถว่าคนที่เขาไม่รู้จักได้
หรือบางทีก็คิดซะว่า ถ้าเราดีจริง เขาคงไม่ว่าเราหรอก
(อันนี้ คิดแล้ว สามารถสะใจได้มากกว่าข้างบน)

ไปบ้านฝรั่ง เขาทำซุปให้กิน แต่ขอของขวัญวันเกิดเป็นเงิน
พร้อมบอกว่า ฉันกำลังเก็บเงินซื้อโทรทัศน์เครื่องใหม่ (ของหญิงป้าก็โบราณไม่แพ้เขา)
ก็ให้เงินใส่ซอง แล้วบอกว่า ฉันกินข้าวมาแล้ว
พอเขาบอกว่า อันนี้ซุป
ก็ตอบไปว่า ซุปเป็นออร์เดิร์ฟ ไม่ใช่เมนูหลัก...ฉันกินเมนูหลักมาแล้ว
แล้วทำแบบนี้ทุกงาน บอกตัวเองว่า ข้าวที่บ้านก็มีกิน ทำไมต้องไปหวังกินจากพวกเขา

หญิงป้าลองหยุดตั้งความปรารถนา
เลยมีความสุขกับสิ่งที่ไม่ต้องปรารถนาแต่มีอยู่แล้วเช่น...

บ้าน(หลังเล็ก)
รถยนต์(คันเล็ก)
คู่ชีวิต(มีแค่คนเดียว เพียงแต่เธอตัวไม่เล็ก)
ลูก(คนเดียว แล้วก็ตัวใหญ่เหมือนกัน)
เพื่อนบ้าน (สองหลังขนาบเรา น่ารัก หลังถัดไปไม่ค่อยได้คุย แต่ก็ไม่ทะเลาะกัน)
คนแก่ที่ดูแล (ป่วยทางจิตทุกคน แล้วบอกตัวเองว่า ถ้าไม่มีพวกเขา ก็ไม่มีงาน)
เพื่อน(ไม่ต้องแอดเข้ามาในชีวิตจนเกินร้อยคนก็ได้ แต่แอดมาแล้วต้องพากันให้สบายใจ)
อาหาร(ไม่ต้องหรูหรา สรรหามาก แต่มีประโยชน์ทุกอย่าง)
หมอประจำตัว (ที่เข้าใจว่า ฉันไม่ใช่คนสำออย แต่ป่วยจริง)
สถานฟิตเนส (หลายคนบอกว่าแพง แต่ว่าคำนวณแล้วคุ้มตรงที่ไปแช่ตัวสระยากูซี่จนตัวซีด)


สิ่งเดียวที่หญิงป้าปรารถนาแล้วไม่เดือดร้อนจิตใจเพราะต้องไขว่คว้า
คือปรารถนาให้ตัวเองดูดี สวยตามอายุ แต่งตัวได้ไม่น่าเกลียด พูดจาน่าฟัง มีคนเชื่อถือ
เวลาไปเติมน้ำมัน ไม่ต้องลงจากรถ ไปเติมเอง เพราะคนที่นั่งไปด้วยหญิงป้ารู้ว่ากลัวมือเปื้อน
และเวลาที่รถต้องเปลี่ยนล้อ เพราะยางแบน มีคนวิ่งมาช่วยทันทีในตอนนั้น...
(คงเนื่องจากพวกเขารู้ว่า หญิงป้าคือคนที่ดูแลคนแก่ประจำเมืองมากกว่า)

แต่ละวัน กลับถึงบ้าน เหนื่อย แต่ไม่หน่าย
จึงพบว่า...เมืองที่ตัวเองอยู่นั้น ถึงไม่ใช่บ้านเกิด แต่เป็นเมืองนอน
ก็เป็นเมืองนอนที่สามารถทำให้เรามีความสุข นอนหลับสบายเพราะมีคนที่รักเราและเรารักเขาอยู่
เพราะเป็นที่ๆให้หญิงป้าเรียนรู้การดำเนินชีวิต
เพราะเป็นที่ๆให้หญิงป้ารู้ถึงสัจธรรมว่า เราสามารถเลือกและไม่เลือกทุกอย่างให้แก่ตัวเราเอง

ที่จะเลี่ยงก็คือ...เลี่ยงไม่ดู ไม่ฟัง ไม่ทำ ในสิ่งที่ดู ฟัง ทำแล้วหัวใจทุรนทุรายค่ะ
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย appletree » อังคาร มี.ค. 01, 2011 6:13 pm

hm..ถ้าให้บอกเรื่องที่ทุกข์ มีเยอะค่ะ พิมพ์อีก หน้าเว็ปก็ยังไม่หมด ถ้าจะพูดกันจริงนะ...ไม่มีงาน อากาศหนาว เบื่อ ไม่มีเพื่อน เหงา อยากกินอาหารไทย (เรื่องกินอีกแระ) มาอยู่ที่สวีเดน ได้ ไม่นาน พูดกับใครก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ฟัง อ่าน หนังสือ ของที่นี่ ก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ...จากเมืองไทย ทั้งงาน เรียนมาก็ไม่ใช่น้อย มาอยู่ที่นี่ ไอ้ที่เรียนมา ต้องพับเก็บเลย. ต้องมาเรียนใหม่ เทียบวุฒิ ก็ใช่ว่าจะใช้ได้ เพราะเขาไม่ค่อยจะเชื่อการศึกษาจากไทย สักเท่าไหร่.. เบื่อตอนที่ไปนั่งฟังสามี คุยกับญาติหรือเพื่อนๆ เพราะเราฟังไม่รู้เรื่อง...บ่น บ่น บ่น บ่น และก็นั่งร้องไห้สงสารตัวเอง เป็นบ่อยค่ะ ...

แต่บ่นไป มันก็ทำให้ผมหงอก หน้าแก่ เครียด และแถมไปพาลกะสามี. และความจริงก็คือ เราก็ มีอาการ depress บ่อยๆ ตามมาติดๆ ด้วยอาการซึมเศร้า ไม่เป็นแค่ช่วง ฤดูหนาว ที่แดดมีน้อย บรรยากาศหดหู่ นะ เป็นกัน ทั้งปี ซึ่งก็รู้ตัวว่า ถ้าไม่ปรับตัว มันจะมีอีกหลายโรคตามมา..

เลยต้องตัดสินใจว่า
จะไม่ทำร้ายตัวเองด้วยความเครียด สิ่งที่มันเกิด ก็ต้องพยายามคุ้นเคยกับที่นี่ให้ได้ เปิดใจรับอะไรใหม่จาก การอยู่ที่นี่...เช่น การทำกับข้าวเกิดมาเพิ่งจะมาเคยทำอาหารเป็นเรื่องเป็นราวที่เมืองนอกนี่เอง..
มองสิ่งดีๆ ที่ได้จากการใช้ชีวิตที่เมืองนอก ยอมรับว่ามันสะดวก สบายกว่าที่เมืองไทยเยอะ โดยเฉพาะที่สวีเดน ชอบที่อากาศดี และอื่นๆ
การที่เราไม่เคยชินกับชิวิตที่นี่ ก็ทำให้เราไม่มีความสุข ต้องคอยให้กำลังใจตัวเอง ว่า สักวันเราจะปรับตัวและเป็นส่วนนึงของที่นี่ หาความสุขจากสิ่งที่พอจะทำได้ บ้าง เช่น เล่นเนต ปลูกผัก ปลูกดอกไม้ ทำโน่นทำนี่ พยายามทำให้เป็นเหมือนบ้านที่สองของเราได้.. ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้

แต่ก็จะไม่บังคับตัวเอง เพราะเราไม่ใช่หุ่นยนต์นี่เนอะ. มันมิสามารถจะกดปุ่ม ปรับจูนความรู้สึกได้ทันทีนี่นา.ต้องหาคนฟังเราบ่น เช่น กระทู้ในครั่วนี่ไงค่ะ ..เป็นต้น (คงเข้าใจนะ) อยางร้องอยากบ่น ก็ทำไป จะได้สบายใจ จริงๆ นะ แต่ส่วนใหญ่ จะไม่ค่อยได้ระบายทางเนต ...เพราะอายอะค่ะ แต่เขียนในสมุดแทน...ตอนนี้อย่างหนาเลย...
ภาพประจำตัวสมาชิก
appletree
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ส.ค. 24, 2007 9:29 am

โพสต์โดย หมูแดง » อังคาร มี.ค. 01, 2011 6:47 pm

สมาชิกบางคนมาแอบอ่านกระทู้นี้แล้วก็หลังไมค์มาคุย เพราะไม่กล้าคุยโจ่งแจ้งบนหน้าบอร์ด แต่หมูแดงขออภัยที่ไม่สามารถไล่คุยได้ครบทุกคนเพราะมันจะมากมาย และไม่มีเวลาขนาดนั้นค่ะ ช่วงนี้กำลังยุ่งตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อต ๖ นิ้วเลย เพราะรีบเคลียร์บ้านให้เขา เอาเป็นว่าถ้าว่างจะแวะมาคุยตรงนี้นะคะ หวังว่าทุกคนคงเข้าใจและไม่ได้คิดว่าเรารังเกียจ

คำถามหนึ่งที่ทุกคนอยากรู้คือเราทำอย่างไรให้พ้นทุกข์ได้ ที่เราบอกว่าเยียวยาตัวเองนั้นมันมีวิธีอะไรให้ได้ผล ก็ต้องขอตอบว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจเท่านั้น ในวันที่เราทุกข์หนัก หันซ้ายหันขวาไม่เห็นใคร เราก็นั่งลงแล้วพยายามกอดตัวเองให้แน่นที่สุดเท่าที่แขนอวบๆจะกอดถึง ในเมื่อไม่มีใครให้กอด ไม่มีใครให้กำลังใจ เราก็ต้องกอดตัวเอง ให้กำลังใจตัวเอง ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องเลย ร้องให้พอเลย จะกี่วัน กี่เดือน ก็ร้องไปเลย อะไรที่มันเดินมาจนถึงจุดที่พอ มันก็จะหยุดไปเอง การร้องไห้ก็เหมือนกัน เวลาคนเราอัดอั้น เก็บอะไรไว้ในใจมากมาย มันจะล้น มันจะระเบิด ก็ต้องหาทางระบายกันบ้าง การพูดคุย การตะโกน การร้องไห้ ช่วยได้ทั้งนั้น ถ้ามีเพื่อนให้คุยก็คุยซะ แต่ถ้าไม่มีใครก็ตะโกนคนเดียวก็ได้ กรี๊ดไปเลย ร้องไห้ไปเลย เอาให้สะใจ มันช่วยได้จริงๆ

ในวันที่ล้มอยากคุยกับเพื่อนรักมาก แต่หาใครไม่เห็นจริงๆ โทรข้ามประเทศไปหาเพื่อน ๕ คน ไม่เจอใครเลยสักคนเดียว เหมือนเพื่อนทุกคนจะพร้อมใจกันหายหน้าหายตา น้อยใจซะ แต่ก็แค่นั้น น้อยใจไปใครเขาจะมารู้ เราก็รู้เอง น้อยใจเอง ร้องไห้เอง ไม่เห็นจะเกิดประโยชน์อะไร ก็เลยเลิกน้อยใจ แต่ก็ยังเพียรถามตัวเองว่าเราทำอะไรผิดอีกเนี่ย ทำไมใครๆก็พากันรังแก โทษนั่น โทษนี่ พยายามหาแพะรับบาปไปเรื่อย โดยที่ไม่ได้มองตัวเองเลยว่าสาเหตุุุุุุุุุจริงๆมันอาจจะอยู่ที่เรานี่แหละ ไม่ใช่ใคร เขียนอีเมลล์ไปถามเพื่อนแค่ประโยคเดียวสั้นๆ โดยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้คำตอบว่า <span style='color:#FF0059'>คนเราต้องล้มกี่ครั้งเหรอ ถึงจะยืนอย่างมั่นคงได้</span> เพื่อนก็ตอบมาสั้นๆ โดยไม่มีคำปลอบใจเลยว่า <span style='color:#FF0059'>ล้มกี่ครั้งบอกไม่ได้หรอก แต่ขอให้รู้อย่างเดียวว่า ตราบที่มีลมหายใจอยู่ก็ต้องลุกขึ้น ไม่หวังให้หมูลุกขึ้นเร็ว แต่ควรรู้ตัวเองจะหยุดตอนไหน ลุกตอนไหน เดินหรือจะวิ่งตอนไหน</span>

เพื่อนอีกคนหนึ่งส่งหนังสือเรื่อง เข็มทิศชีวิต ของคุณฐิตินาถ ณ พัทลุง มาให้อ่าน หนังสือเล่มเล็กนิดเดียวแค่ ๒๐๐ หน้า แต่อ่านเป็นเดือนไม่จบ ทั้งๆที่เป็นคนชอบอ่านหนังสือ และอ่านเร็วมาก ปรกติหนังสือเล่มแค่นี้อ่านวันเดียวก็จบแล้ว แต่กับเล่มนี้หาทำได้ไม่ สาเหตุุุุุุุุุที่อ่านไม่จบเพราะอ่านแล้วไม่แตก อ่านแล้วไม่เข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจก็จะอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่บทเดิมๆนั้น พยายามทำความเข้าใจกับมันให้ได้ เพื่อจะหาว่าเข็มทิศชีวิตเราอยู่ตรงไหน เราควรจะเดินทางไหน อ่านไปเดือนกว่ายังหาคำตอบไม่ได้ จนวันหนึ่งบอกตัวเองว่าช่างหัวมันเหอะ ไม่เข้าใจก็ช่างมัน ก็แค่อ่านไปผ่านๆ ฆ่าเวลาที่ต้องไปนั่งรอทำนั่นทำนี่ พอใจเราเริ่มสงบ เราตัดใจแล้วว่าจะปล่อย ไม่อยากเข้าใจแล้ว ไม่อยากรู้แล้ว ถ้ามันจะรู้แค่ไหน เข้าใจแค่ไหน ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ เรากลับเข้าใจมันอย่างง่ายๆ และค้นพบว่าหนทางปลดปล่อยทุกข์ในใจนั้นง่ายแสนง่าย จากนิทานเรื่อง <span style='color:green'>ลิงกำถั่ว</span> ขออนุญาตยกมาให้คนที่กำลังทุกข์ได้อ่านด้วย เผื่อจะเห็นทางออกเหมือนเรา

<span style='color:green'>หลายคน โดยเฉพาะธนาคารมักจะถามเสมอว่า ใช้หนี้หมดได้เร็วขนาดนี้ได้ยังไงในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ดิฉันมักจะเล่าเรื่องที่มีคนเล่าให้ฟังต่อๆ กันมาว่า สารคดีเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกเคยฉายให้ดูวิธีที่ชาวสวนไทยดักจับลิงที่มาทำงานพืชผล คือปรกติลิงจะเป็นสัตว์ที่ว่องไวมาก ทั้งวิ่งหนี ปีนต้นไม้ แต่ชาวสวนไทยจะนำกะลามะพร้าวมาเจาะรู ขูดเนื้อมะพร้าว หรือใส่ถั่วที่ลิงชอบไว้ในกะลา เจ้าลิงพอได้กลิ่นของชอบก็วิ่งมา ล้วงมือเข้าไปในลูกมะพร้าว กำของโปรดของมันไว้แน่น แล้วคราวนี้มันจะพบว่า พอมันจะดึงมือออกมา มันกลับดึงออกมาไม่ได้ นั่งรอจนชาวสวนมาจับตัวได้ มนุษย์มากมายหัวเราะเยาะลิงว่า โง่จริงๆ ถ้าอยากให้มือหลุดออกไป ก็แค่ปล่อยผลไม้ที่มันกำไว้แน่น</span>

<span style='color:red'>วันนี้ ทุกปัญหา ทุกความทุกข์ที่เราทุกข์กับมันนักหนา เราก็เหมือนลิงกำถั่ว ที่กำความคิด ความอยาก ความยึดว่านี่ของเรา ต้องเป็นอย่างใจเรา เอาไว้อย่างแน่นหนา</span>

<span style='color:green'>เรากำความคิดว่า หนี้ก้อนนี้ต้องจ่ายเท่านี้ ไม่งั้นก็ยอมยืดเยื้อฟ้องร้องกัน ที่ดินแปลงนี้ต้องขายได้เท่าที่เราอยากได้ ไม่อย่างนั้นก็ยอมให้ธนาคารยึดไป ทั้งๆที่เราขาดทุนมากขึ้นด้วยซ้ำ หรือผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นคนออกไปจากชีวิตของแฟนเรา ไม่อย่างนั้นก็ยอมทนทุกข์ทรมานกันอยู่แบบนี้ คนนั้นต้องพูดให้ถูกใจเรา ทำให้ถูกใจเราเสียก่อน หรือฝังใจยึดติดอยู่กับอดีตที่เราเคยมี เคยรวย เขาเคยรักเรา จมแช่อยู่กับความรู้สึกเศร้าโศก จนพลาดโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ในชีวิตที่อาจจะดีกว่าเก่าเสียด้วยซ้ำ

ผู้หญิงคนหนึ่งถูกโกงเงินไปจำนวนหลายล้านบาท เธอเป็นทุกข์อย่างแสนสาหัส เสียดายเงินที่ถูกโกงไป จนไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นมาทำธุรกิจมูลค่าหลายสิบล้านของตัวเองต่อไป จนบริษัทต้องปิดตัวไป กระแสรายได้ที่จะมาจุนเจือครอบครัวต้องชะงักลง และยิ่งทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง เพียงเพราะใจที่ไม่สามารถวางความรู้สึกเสียดาย เสียใจลงได้</span>

<span style='color:red'>ถ้าเจ้าลิงน้อยมันเคยฝึกดูจิตใจตัวเอง มันจะเห็นเลยว่า ที่มือมันติดอยู่ในลูกมะพร้าว เพราะกำลังกำบางสิ่งบางอย่างไว้ เพียงแค่มันปล่อย ชีวิตมีทางเลือกอีกมากมาย ถอยหลังมาอีกไม่กี่ก้าว มีผลไม้อีกมากมายให้เลือก หรืออาจจะหาก้อนหินมาทุบลูกมะพร้าวให้แตกไปเสียเลย ก็ยังดีกว่าขังตัวเองไว้ในปัญหา ไว้ในลูกมะพร้าวโดยไม่มีทางออก</span>

<span style='color:green'>ไม่มีอะไรสร้างปัญหาให้เราได้ นอกจากใจเราเอง ทุกอย่างเป็นเพียงแค่เหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นกับทุกคนได้ตลอดเวลา แต่เมื่อมันเกิดขึ้นกับเรา เราทุกข์เพราะเราอยากให้มันเป็นอย่างใจเรา เมื่อเราไม่รู้ทันใจตัวเอง เรายึดความความคิดและความต้องการของเราอย่างแน่นหนา จนลืมมองว่า ความอยากของเราทำให้ตัวเองทุกข์ทรมานอยู่ขณะนี้ และสร้างเงื่อนไขขังตัวเองจนมองไม่เห็นทางออกรอบตัวไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ที่เรารู้สึกว่าหนัก ทุกข์ใจกับมัน มองให้เห็นทันความอยากในใจเรา ที่อยากให้มันเป็นอย่างนั้น หรืออยากให้มันไม่เป็นอย่างนั้น ให้ใจมันตื่น หยุดอยาก ผ่อนคลาย รู้สึกตัวให้เต็มที่ ใจจะเบาสบาย เมื่อความอยากถูกปล่อยไป ใจจะเห็นเหตุการณ์ตามความเป็นจริง มีปัญญามองทะลุไปถึงต้นตอของเหตุการณ์ ทำหน้าที่ด้วยใจตั้งมั่น รู้ทันว่าบางอย่างแก้ได้ บางอย่างแก้ภายนอกไม่ได้ แต่แก้ภายในได้ ด้วยใจที่ปล่อยวางความอยากและด้วยปัญญาที่เข้าใจ

ความระลึกได้ รู้เท่าทันใจ เป็นเข็มทิศนำทางความคิด คำพูด การดำเนินชีวิตของเราไม่ให้ไหลไปตามสถานการณ์ จนชีวิตบิดเบี้ยว หลงทางโดยที่เราไม่รู้ตัว</span>

<span style='font-size:12pt;line-height:100%'><span style='color:green'>วันนี้เรายึด เรากำอะไรไว้จนเป็นทุกข์บ้าง</span></span>
<div align="center"><img src='http://i27.photobucket.com/albums/c166/Moodaeng/Web%20Icon/ICON054.gif' border='0' alt='user posted image' /><span style='color:#CC66CC'> น้ำใจใสพิสุทธิ์ แด่เพื่อนมนุษย์ร่วมโลก เอาความรักกลบความทุกข์โศก เพื่อโลกนี้สดใส ขอเชิญชวนเพื่อนพ้อง เปลี่ยนทำนองเสียงร้องไห้ เป็นเสียงเพลงบรรเลงน้ำใจ แบ่งปันความรักให้ซึ่งกันและกัน</span><br><font size=3 color=#FF0059><b>บริการโอนเงินกลับประเทศไทย ในอัตราค่าบริการเพียงร้อยละ ๓ บาท รับได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน สนใจใช้บริการ <a href="http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?showtopic=43345">ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ</a></font><br><font size=3 color=#339900>ติดต่อด่วนโทรมาได้ตลอดเวลานะคะ ๐๘๙-๕๓๓๑๙๕๔ ยินดีให้บริการค่ะ</font></b></div>
ภาพประจำตัวสมาชิก
หมูแดง
แม่ไข่คาร์เวียร์
 
โพสต์: 6836
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ธ.ค. 24, 2005 11:24 am
ที่อยู่: England

โพสต์โดย หมูแดง » อังคาร มี.ค. 01, 2011 7:01 pm

หญิงป้า เขียน: ที่จะเลี่ยงก็คือ...เลี่ยงไม่ดู ไม่ฟัง ไม่ทำ ในสิ่งที่ดู ฟัง ทำแล้วหัวใจทุรนทุรายค่ะ

ถ้าทุกคนทำได้แบบนี้จะเยี่ยมยอดมากๆเลย
<div align="center"><img src='http://i27.photobucket.com/albums/c166/Moodaeng/Web%20Icon/ICON054.gif' border='0' alt='user posted image' /><span style='color:#CC66CC'> น้ำใจใสพิสุทธิ์ แด่เพื่อนมนุษย์ร่วมโลก เอาความรักกลบความทุกข์โศก เพื่อโลกนี้สดใส ขอเชิญชวนเพื่อนพ้อง เปลี่ยนทำนองเสียงร้องไห้ เป็นเสียงเพลงบรรเลงน้ำใจ แบ่งปันความรักให้ซึ่งกันและกัน</span><br><font size=3 color=#FF0059><b>บริการโอนเงินกลับประเทศไทย ในอัตราค่าบริการเพียงร้อยละ ๓ บาท รับได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน สนใจใช้บริการ <a href="http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?showtopic=43345">ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ</a></font><br><font size=3 color=#339900>ติดต่อด่วนโทรมาได้ตลอดเวลานะคะ ๐๘๙-๕๓๓๑๙๕๔ ยินดีให้บริการค่ะ</font></b></div>
ภาพประจำตัวสมาชิก
หมูแดง
แม่ไข่คาร์เวียร์
 
โพสต์: 6836
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ธ.ค. 24, 2005 11:24 am
ที่อยู่: England

โพสต์โดย futuremaman » อังคาร มี.ค. 01, 2011 7:17 pm

panisara_david เขียน:
futuremaman เขียน: อยู่เมืองนอกความเป็นอยู่ยากลำบากค่ะ เหมือนมาขอเขาอยู่มาขอเขากิน สามีไม่มีดีกว่า ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร เพราะเค้าไม่เคยแคร์เราเลย ด่าเราทุกวัน พร้อมที่จะไล่เราออกเหมือนหมูเหมือนหมา ล่าสุดบอกว่าที่เราทนอยู่เพราะเราหวังมรดกแม่พ่อเค้า เค้ากล้าพูดในขณะที่พ่อแม่เค้ามีหนี้สินมากมายดีแต่เปลือก

พยายามบอกตัวเองไม่ให้ทุกข์ หลอกตัวเองบ้างอะไรบ้าง ไม่ไหวแล้ว พยายามหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เหมือนจะตัดสินใจง่ายแต่ไม่ง่ายเลย ทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่เพราะไม่รู้ว่าจะตัดสินใจยังไงกับชีวิต สงสารลูกไม่อยากจากเค้าไป จะอยู่ที่นี่ต่อออกไปก็ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่าง  สุดท้ายต้องมานั่งทนอยู่บ้านเดียวกับเค้าต่อไป เพราะสงสารลูก ใครจะเข้าใจบ้างมั้ย โทรหาพ่อแม่ก็บอกให้กลับบ้าน ก็อยากจะกลับมากก แต่ลูกล่ะ บ้านนี้มันเป็นโรคจิตประสาทบ้าขั้นรุนแรง ตัวเองบ้าแต่ทำให้เราเหมือนเป็นคนบ้า อยากบอกว่าใครมายืนอยู่ตรงนี้ก็คงจะเป็นบ้าตายเหมือนกัน เราอยากจะตัดสินใจทุกอย่าง แต่เราติดเรื่องลูก เราสงสารเค้า พ่อมันเอาไว้คนเดียวแน่ เอาไปก็เลี้ยงไม่ได้ต้องให้พ่อแม่เค้าเลี้ยง เพราะตัวเค้าเองยังดูแลตัวเองไม่ได้

คิดๆๆๆมากทุกวัน ตื่นมาพร้อมกับน้ำตา บางวันก็ดีถ้าหลอกตัวเองได้ก็สงบหน่อย

ขอโทษด้วยนะคะ พอดีตอนนี้กำลังพีคมากกเลย พอดีเข้ามาเจอกระทู้นี้ เลยยืมพี้นที่หน่อยนะคะ เพราะว่ามันไม่ไหวแล้วค่ะ

โอ้โห้...สวยขนาดนี้ สามียังกล้าทำให้ทุกข์อีกเหรอค่ะ? กล้าไล่ได้ไงเนี่ย?รู้ไหมว่าถ้าเมียก้าวเท้าออกไปจริงๆแล้วคุณจะรู้ว่าคุณกำลังบ้าจริงๆ อิอิอิ พี่เคยเป็นค่ะทนเพื่อลูก แต่สุดท้ายลูกต้องเป็นฝ่ายมาบอกว่า แม่จ๋าอย่าทนเพื่อหนูเลยแม่ไปเถอะ ท้องฟ้ามีแสงทองส่องสว่างไปทั่วทำไมแม่มาจมปลักกับเมฆหมอกมืดๆเช่นนี้หล่ะ นี้แหละค่ะที่เป็นจุดเริ่มต้นให้พี่ถีบต้วเองออกมา แล้วก็มีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ทุกข์มันมาเกิดตรงที่เราเหงา เศร้า เบื่อ นี้แหละค่ะ คงเป็นอย่างที่คุณราเชน บอกไงค่ะ <span style='color:blue'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>อยู่เมืองนอกมีชีวิตแต่ไม่มีชีวา</span></span> เขาถึงหากิ๊กกันทั่วบ้านทั่วเมือง เงินทองมรดกทั้งหลายไม่สำคัญหรอกค่ะ สุขกายแล้วทุกข์ใจ ทนอยู่ทำไมค่ะ ? พี่ขออวยพรให้น้องพ้นทุกข์แล้วหาทางออกได้เร็วๆนะคะ ถ้าไม่มีที่ไปจริงๆหรือว่าไม่ไหวแล้วมาลงตรงนี้นะคะ แม้จะช่วยอะไรไม่ได้ก็ยินดีรับฟ้งค่ะ อะไรๆที่มันหนักอยู่ในอกมันจะได้ระบายออกมามั้ง ไม่ไปครุกกรุ่นรอวันระเบิดไงค่ะ สู้ สู้ สู้ นะคะ คุณfuturemamanคนสวย

<span style='color:blue'>หลังจากที่เข้ามาบ่นในกระทู้เมื่อกลางวัน หนูก็เดินเข็นลูกออกไปเดินเล่นเป็นกิโลๆเลยค่ะ ไกลมากๆเลย พอลูกหลับก็ฟังเพลงให้ดังสุดๆไปเลย แล้วก็สูดหายใจลึกๆ ทำให้กลับเข้าบ้านเข้ามาก็ยิ้มได้ค่ะ เป็นอย่างนี้แหละค่ะ พอเวลาทุกข์มากๆไม่ไหวก็ต้องหาที่ระบายและทำใจให้มีความสุข เมื่อก่อนก็ไม่กล้าเปิดเผยหรอกค่ะ แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าจะปิดไปทำไม ในเมื่อเก็บหรือเอาออกไปมันก็เหมือนกัน แล้วถ้าเราเผยออกก็จะทำให้เราโล่งใจขึ้น ก็ไม่ค่อยได้คิดมากคิดมายอะไรค่ะทุกวันนี้ อยู่ๆไปพยายามทำให้ดีที่สุด บางทีก็เครียดแทบบ้าตาย บางที่ก็มีความสุขมากกเวลาได้นั่งมองหน้าลูกทั้งสองคน(เวลาเค้าหลับนะคะ เวลาตื่นไม่ไหว ซนยั่งกะลิง)

พี่บอกว่าหนูสวยเหรอค่ะ สามีหนูเค้าไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยค่ะ มีแต่บอกว่าอ้วนมากเกินไป(อันนี้เค้าย้ำมากกเหลือเกิน) บอกว่าหนูปล่อยตัวให้เผละผละ (หนัก 65 สูง 165 ค่ะ) สงสัยหนูคงเป็นโรคอ้วนในสายตาเค้า เวลาเพื่อนเค้ามาบ้าน ก็จะชี้หุ่นเราให้เพื่อนเค้าดูว่าเราน่าเกลียดแค่ไหน เค้าเก่งมากเลยเรื่องทำให้รู้สึกแย่ สามีรู้ด้วยนะคะว่าเราเข้ามาเขียนเรื่องของเค้าที่ในครัวเพราะว่าเค้าไปเห็นหรือมีคนไปบอกเค้าด้วย เราก็ปลงค่ะ เขียนหรือไม่เขียนก็ถูกด่าอยู่แล้ว ใครจะทำไม เชิดใส่ไปเลยดีกว่า ตรูจะเขียนอ่ะ

ก็อยากหาทางออกค่ะ อยากหาคนที่เค้ารักเราที่เป็นเรา เพราะว่าหัวใจมันกำลังจะตายไปแล้วค่ะ สลดลงๆทุกวันเลย อยากมีความรัก อยากมีความสุข แต่ก็ห้าปีที่อยู่เบลเยี่ยมมายังไม่เคยได้ออกไปไหนกับเค้าเลย รู้จักใครก็ไม่ค่อยรู้จัก อยากมีความรักความเข้าใจ โหยหามากก

ก็ไม่อยากจะใช้หรอกนะคะคำว่า ทนเพื่อลูก แต่เมื่อหนูประเมิณสถานการณ์ ณ วันนี้แล้ว คิดว่าลูกยังต้องการแม่อยู่ ถ้าเราปล่อยลูกจะเละแน่ มันก็เลยต้องค่อยๆใจเย็นๆค่ะ

ยังไงก็ขอบคุณพี่มากๆนะคะสำหรับกำลังใจ พี่น่ารักมากๆเลยค่ะ</span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
futuremaman
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 256
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ธ.ค. 20, 2007 11:09 am
ที่อยู่: เบลเยียม บรัสเซลล์

โพสต์โดย futuremaman » อังคาร มี.ค. 01, 2011 7:35 pm

หมูแดง เขียน: สมาชิกบางคนมาแอบอ่านกระทู้นี้แล้วก็หลังไมค์มาคุย เพราะไม่กล้าคุยโจ่งแจ้งบนหน้าบอร์ด แต่หมูแดงขออภัยที่ไม่สามารถไล่คุยได้ครบทุกคนเพราะมันจะมากมาย และไม่มีเวลาขนาดนั้นค่ะ ช่วงนี้กำลังยุ่งตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อต ๖ นิ้วเลย เพราะรีบเคลียร์บ้านให้เขา เอาเป็นว่าถ้าว่างจะแวะมาคุยตรงนี้นะคะ หวังว่าทุกคนคงเข้าใจและไม่ได้คิดว่าเรารังเกียจ

คำถามหนึ่งที่ทุกคนอยากรู้คือเราทำอย่างไรให้พ้นทุกข์ได้ ที่เราบอกว่าเยียวยาตัวเองนั้นมันมีวิธีอะไรให้ได้ผล ก็ต้องขอตอบว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจเท่านั้น ในวันที่เราทุกข์หนัก หันซ้ายหันขวาไม่เห็นใคร เราก็นั่งลงแล้วพยายามกอดตัวเองให้แน่นที่สุดเท่าที่แขนอวบๆจะกอดถึง ในเมื่อไม่มีใครให้กอด ไม่มีใครให้กำลังใจ เราก็ต้องกอดตัวเอง ให้กำลังใจตัวเอง ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องเลย ร้องให้พอเลย จะกี่วัน กี่เดือน ก็ร้องไปเลย อะไรที่มันเดินมาจนถึงจุดที่พอ มันก็จะหยุดไปเอง การร้องไห้ก็เหมือนกัน เวลาคนเราอัดอั้น เก็บอะไรไว้ในใจมากมาย มันจะล้น มันจะระเบิด ก็ต้องหาทางระบายกันบ้าง การพูดคุย การตะโกน การร้องไห้ ช่วยได้ทั้งนั้น ถ้ามีเพื่อนให้คุยก็คุยซะ แต่ถ้าไม่มีใครก็ตะโกนคนเดียวก็ได้ กรี๊ดไปเลย ร้องไห้ไปเลย เอาให้สะใจ มันช่วยได้จริงๆ

ในวันที่ล้มอยากคุยกับเพื่อนรักมาก แต่หาใครไม่เห็นจริงๆ โทรข้ามประเทศไปหาเพื่อน ๕ คน ไม่เจอใครเลยสักคนเดียว เหมือนเพื่อนทุกคนจะพร้อมใจกันหายหน้าหายตา น้อยใจซะ แต่ก็แค่นั้น น้อยใจไปใครเขาจะมารู้ เราก็รู้เอง น้อยใจเอง ร้องไห้เอง ไม่เห็นจะเกิดประโยชน์อะไร ก็เลยเลิกน้อยใจ แต่ก็ยังเพียรถามตัวเองว่าเราทำอะไรผิดอีกเนี่ย ทำไมใครๆก็พากันรังแก โทษนั่น โทษนี่ พยายามหาแพะรับบาปไปเรื่อย โดยที่ไม่ได้มองตัวเองเลยว่าสาเหตุุุุุุุุุุจริงๆมันอาจจะอยู่ที่เรานี่แหละ ไม่ใช่ใคร เขียนอีเมลล์ไปถามเพื่อนแค่ประโยคเดียวสั้นๆ โดยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้คำตอบว่า <span style='color:#FF0059'>คนเราต้องล้มกี่ครั้งเหรอ ถึงจะยืนอย่างมั่นคงได้</span> เพื่อนก็ตอบมาสั้นๆ โดยไม่มีคำปลอบใจเลยว่า <span style='color:#FF0059'>ล้มกี่ครั้งบอกไม่ได้หรอก แต่ขอให้รู้อย่างเดียวว่า ตราบที่มีลมหายใจอยู่ก็ต้องลุกขึ้น ไม่หวังให้หมูลุกขึ้นเร็ว  แต่ควรรู้ตัวเองจะหยุดตอนไหน ลุกตอนไหน เดินหรือจะวิ่งตอนไหน</span>

เพื่อนอีกคนหนึ่งส่งหนังสือเรื่อง เข็มทิศชีวิต ของคุณฐิตินาถ ณ พัทลุง มาให้อ่าน หนังสือเล่มเล็กนิดเดียวแค่ ๒๐๐ หน้า แต่อ่านเป็นเดือนไม่จบ ทั้งๆที่เป็นคนชอบอ่านหนังสือ และอ่านเร็วมาก ปรกติหนังสือเล่มแค่นี้อ่านวันเดียวก็จบแล้ว แต่กับเล่มนี้หาทำได้ไม่ สาเหตุุุุุุุุุุที่อ่านไม่จบเพราะอ่านแล้วไม่แตก อ่านแล้วไม่เข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจก็จะอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่บทเดิมๆนั้น พยายามทำความเข้าใจกับมันให้ได้ เพื่อจะหาว่าเข็มทิศชีวิตเราอยู่ตรงไหน เราควรจะเดินทางไหน อ่านไปเดือนกว่ายังหาคำตอบไม่ได้ จนวันหนึ่งบอกตัวเองว่าช่างหัวมันเหอะ ไม่เข้าใจก็ช่างมัน ก็แค่อ่านไปผ่านๆ ฆ่าเวลาที่ต้องไปนั่งรอทำนั่นทำนี่ พอใจเราเริ่มสงบ เราตัดใจแล้วว่าจะปล่อย ไม่อยากเข้าใจแล้ว ไม่อยากรู้แล้ว ถ้ามันจะรู้แค่ไหน เข้าใจแค่ไหน ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ เรากลับเข้าใจมันอย่างง่ายๆ และค้นพบว่าหนทางปลดปล่อยทุกข์ในใจนั้นง่ายแสนง่าย จากนิทานเรื่อง <span style='color:green'>ลิงกำถั่ว</span> ขออนุญาตยกมาให้คนที่กำลังทุกข์ได้อ่านด้วย เผื่อจะเห็นทางออกเหมือนเรา

<span style='color:green'>หลายคน โดยเฉพาะธนาคารมักจะถามเสมอว่า ใช้หนี้หมดได้เร็วขนาดนี้ได้ยังไงในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ดิฉันมักจะเล่าเรื่องที่มีคนเล่าให้ฟังต่อๆ กันมาว่า สารคดีเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกเคยฉายให้ดูวิธีที่ชาวสวนไทยดักจับลิงที่มาทำงานพืชผล คือปรกติลิงจะเป็นสัตว์ที่ว่องไวมาก ทั้งวิ่งหนี ปีนต้นไม้ แต่ชาวสวนไทยจะนำกะลามะพร้าวมาเจาะรู ขูดเนื้อมะพร้าว หรือใส่ถั่วที่ลิงชอบไว้ในกะลา เจ้าลิงพอได้กลิ่นของชอบก็วิ่งมา ล้วงมือเข้าไปในลูกมะพร้าว กำของโปรดของมันไว้แน่น แล้วคราวนี้มันจะพบว่า พอมันจะดึงมือออกมา มันกลับดึงออกมาไม่ได้ นั่งรอจนชาวสวนมาจับตัวได้ มนุษย์มากมายหัวเราะเยาะลิงว่า โง่จริงๆ ถ้าอยากให้มือหลุดออกไป ก็แค่ปล่อยผลไม้ที่มันกำไว้แน่น</span>

<span style='color:red'>วันนี้ ทุกปัญหา ทุกความทุกข์ที่เราทุกข์กับมันนักหนา เราก็เหมือนลิงกำถั่ว ที่กำความคิด ความอยาก ความยึดว่านี่ของเรา ต้องเป็นอย่างใจเรา เอาไว้อย่างแน่นหนา</span>

<span style='color:green'>เรากำความคิดว่า หนี้ก้อนนี้ต้องจ่ายเท่านี้ ไม่งั้นก็ยอมยืดเยื้อฟ้องร้องกัน ที่ดินแปลงนี้ต้องขายได้เท่าที่เราอยากได้ ไม่อย่างนั้นก็ยอมให้ธนาคารยึดไป ทั้งๆที่เราขาดทุนมากขึ้นด้วยซ้ำ หรือผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นคนออกไปจากชีวิตของแฟนเรา ไม่อย่างนั้นก็ยอมทนทุกข์ทรมานกันอยู่แบบนี้ คนนั้นต้องพูดให้ถูกใจเรา ทำให้ถูกใจเราเสียก่อน หรือฝังใจยึดติดอยู่กับอดีตที่เราเคยมี เคยรวย เขาเคยรักเรา จมแช่อยู่กับความรู้สึกเศร้าโศก จนพลาดโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ในชีวิตที่อาจจะดีกว่าเก่าเสียด้วยซ้ำ

ผู้หญิงคนหนึ่งถูกโกงเงินไปจำนวนหลายล้านบาท เธอเป็นทุกข์อย่างแสนสาหัส เสียดายเงินที่ถูกโกงไป จนไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นมาทำธุรกิจมูลค่าหลายสิบล้านของตัวเองต่อไป จนบริษัทต้องปิดตัวไป กระแสรายได้ที่จะมาจุนเจือครอบครัวต้องชะงักลง และยิ่งทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง เพียงเพราะใจที่ไม่สามารถวางความรู้สึกเสียดาย เสียใจลงได้</span>

<span style='color:red'>ถ้าเจ้าลิงน้อยมันเคยฝึกดูจิตใจตัวเอง มันจะเห็นเลยว่า ที่มือมันติดอยู่ในลูกมะพร้าว เพราะกำลังกำบางสิ่งบางอย่างไว้ เพียงแค่มันปล่อย ชีวิตมีทางเลือกอีกมากมาย ถอยหลังมาอีกไม่กี่ก้าว มีผลไม้อีกมากมายให้เลือก หรืออาจจะหาก้อนหินมาทุบลูกมะพร้าวให้แตกไปเสียเลย ก็ยังดีกว่าขังตัวเองไว้ในปัญหา ไว้ในลูกมะพร้าวโดยไม่มีทางออก</span>

<span style='color:green'>ไม่มีอะไรสร้างปัญหาให้เราได้ นอกจากใจเราเอง ทุกอย่างเป็นเพียงแค่เหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นกับทุกคนได้ตลอดเวลา แต่เมื่อมันเกิดขึ้นกับเรา เราทุกข์เพราะเราอยากให้มันเป็นอย่างใจเรา เมื่อเราไม่รู้ทันใจตัวเอง เรายึดความความคิดและความต้องการของเราอย่างแน่นหนา จนลืมมองว่า ความอยากของเราทำให้ตัวเองทุกข์ทรมานอยู่ขณะนี้ และสร้างเงื่อนไขขังตัวเองจนมองไม่เห็นทางออกรอบตัวไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ที่เรารู้สึกว่าหนัก ทุกข์ใจกับมัน มองให้เห็นทันความอยากในใจเรา ที่อยากให้มันเป็นอย่างนั้น หรืออยากให้มันไม่เป็นอย่างนั้น ให้ใจมันตื่น หยุดอยาก ผ่อนคลาย รู้สึกตัวให้เต็มที่ ใจจะเบาสบาย เมื่อความอยากถูกปล่อยไป ใจจะเห็นเหตุการณ์ตามความเป็นจริง มีปัญญามองทะลุไปถึงต้นตอของเหตุการณ์ ทำหน้าที่ด้วยใจตั้งมั่น รู้ทันว่าบางอย่างแก้ได้ บางอย่างแก้ภายนอกไม่ได้ แต่แก้ภายในได้ ด้วยใจที่ปล่อยวางความอยากและด้วยปัญญาที่เข้าใจ

ความระลึกได้ รู้เท่าทันใจ เป็นเข็มทิศนำทางความคิด คำพูด การดำเนินชีวิตของเราไม่ให้ไหลไปตามสถานการณ์ จนชีวิตบิดเบี้ยว หลงทางโดยที่เราไม่รู้ตัว</span>

<span style='font-size:12pt;line-height:100%'><span style='color:green'>วันนี้เรายึด เรากำอะไรไว้จนเป็นทุกข์บ้าง</span></span>

<span style='color:blue'>อืมมม ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆของพี่หมูแดงค่ะ จะพยายามนำไปปรับใช้กับตัวเอง เผื่่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็นลิงค่ะ</span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
futuremaman
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 256
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ธ.ค. 20, 2007 11:09 am
ที่อยู่: เบลเยียม บรัสเซลล์

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » อังคาร มี.ค. 01, 2011 8:15 pm

futuremaman เขียน:
ก็อยากหาทางออกค่ะ อยากหาคนที่เค้ารักเราที่เป็นเรา เพราะว่าหัวใจมันกำลังจะตายไปแล้วค่ะ สลดลงๆทุกวันเลย อยากมีความรัก อยากมีความสุข

แล้วทำไมไม่ค้นหาคนที่เขารักหนูล่ะคะ
ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีความสุขในโลกใบเดียวกันนี้นะคะ
แต่ไม่มีใครสามารถหาคนที่เขารักหนูได้ นอกจากหนูจะเป็นคนหาเอง

ไม่มีใครตำหนิคนที่มีชีวิตสมรสที่ผิดหวัง แล้วไปตั้งต้นใหม่หรอกนะคะ

ไม่ใช่หนูคนเดียวที่สามีบอกว่าไม่สวย อ้วน
หญิงป้าก็เคยเจอมาค่ะ เขาบอกว่าแฟนเก่าของเขาสวย หุ่นดี ฉลาด
หญิงป้าไม่ฟังเกินสามครั้ง จากนั้นก็ฟ้องหย่า ให้เหตุผลว่า
เพื่อคุณจะได้ไปเจอผู้หญิงที่สวย หุ่นดี และฉลาดกว่าฉัน...

แล้วจากนั้นหญิงป้าก็อยู่คนเดียวมาเกือบสิบปี เลี้ยงลูกอย่างตั้งใจ
แล้วก็มีคนที่รักหญิงป้าจริงๆ แม้ว่าหญิงป้าจะเคยปฏิเสธเขามาก่อน เขาก็ยังตั้งใจรักอยู่

ไม่มีใครให้ความสุขแก่หัวใจของเราได้ นอกจากตัวเราเองนะคะ
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย pimlapas » อังคาร มี.ค. 01, 2011 8:20 pm

อ่านของแต่ละท่านแล้วก็มานึกย้อนมองดูตัวเองค่ะ ว่ามันก็มีทั้งสุข และทุกข์ เปรียบเทียบกันก็ไม่รู้ว่า อันไหนจะหนักกว่ากัน คือเบี่ยงมาทางข้างไหนมากกว่ากัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างมันขึ้นอยู่ที่ใจเราจริงๆ เลยนะคะ

อยู่ที่ไหน ทำใจให้สบาย ไม่หวั่นไหวต่ออะไรรอบตัว เราก็สุขได้ แต่บางวันจิตดันตกซะนี่ มีน้ำหู น้ำตาไหลเหมือนกัน คือเปรียบเทียบ เมื่อคราวยังมีหัวโขน ใส่ตอนอยู่เมืองไทย ว่าอะำไหรว๊า เรียนมาัตั้งเยอะ ไม่ได้ใช้ที่เมืองนอกเลยเหรอ แต่อันที่ไม่เคยไฝ่เรียนไฝ่รู้ ดันได้หยิบได้จับเอามาทำ เช่นการทำกับข้าว การทำของขาย ขายน้ำพริก เมือ่ก่อนไม่เคยคิดเลยว่าจะมาหยิบมาจับอะไรทั้งสิ้น

มองย้อนดู วันที่จิตตก พยายามดึงจิตให้มันขึ้นสูงๆ หากเราทำได้ สวรรค์อยู่ตรงหน้าเลยล่ะคะ่ มันสุขใจมากเลย แต่บางทีดึงยังไง๊ ยังไง มันก็ไม่ขึ้น กลับดำซิงตกมากกว่าเดิม เจอใครก็ไม่อยากมองหน้า

เพราะฉะนั้น จิตเรา ใจเรานี่แหละค่ะ เป็นตัวกำหนดเลยว่า เราทุกข์ หรือเราสุขได้ที่ไหน เมื่อไหร่ ทำใจกันให้สบายดีกว่านะคะ เหนื่อยเรื่องอะไรแล้วก็พักซะหน่อย มาเริ่มใหม่ตอนเราพร้อม และรับมือกับทุกอย่างรอบตัวเราให้ได้ค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกบ้าน ทุกครอบครัวต่างแดนนะคะ
<a href='http://www.freewebs.com/pimlapas/' target='_blank'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>หิวๆเชิญแวะ ร้านน้ำพริก มีบริการส่งความสุขให้ครอบครัวที่เืมืองไทยในทุกเทศกาล และรับฝากซื้อของส่งจากไทยไปทั่วโลก คลิ๊กเลยจ้า</span> </a><img src='http://i131.photobucket.com/albums/p301/pimmybraz/smjk.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
pimlapas
แม่ไข่นกกระทา พ่อไข่จะละเม็ด
 
โพสต์: 3740
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ม.ค. 15, 2006 1:46 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » อังคาร มี.ค. 01, 2011 8:26 pm

pimlapas เขียน: เรียนมาัตั้งเยอะ ไม่ได้ใช้ที่เมืองนอกเลยเหรอ แต่อันที่ไม่เคยไฝ่เรียนไฝ่รู้ ดันได้หยิบได้จับเอามาทำ

เหมือนกันนั่นแหละ
ไม่เคยคิดฝันว่าชีวิตนี้จะมีบุญได้เห็นตะหรูดคนอื่น ก็ได้เห็นวันละไม่รู้กี่ตะหรูด
ไม่เห็นอย่างเดียว ปาดให้สะอาดด้วย...

ไม่เคยคิดว่าจะต้องมานั่งทนดมคนแก่ที่ไม่อาบน้ำมาเป็นปีๆ จนป่านนี้ก็ยังไม่อาบ
แต่ด้วยจิตที่เมตตา เพราะแกรักเรา จึงไม่ทิ้งแก ทนดมไป
ทุกครั้งที่ไปดูแก เย็นนั้นต้องไปสระยากูซี่ เอากระโหลกมุดคลอรีน
เนื่องจากแกมีหมาที่ไม่เคยอาบน้ำเหมือนแก

หากทำใจได้...มองผู้ที่ทุกข์ทรมานมากกว่าเรา เราจะทุกข์น้อยลง
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย futuremaman » อังคาร มี.ค. 01, 2011 8:31 pm

หญิงป้า เขียน:
futuremaman เขียน:
ก็อยากหาทางออกค่ะ อยากหาคนที่เค้ารักเราที่เป็นเรา เพราะว่าหัวใจมันกำลังจะตายไปแล้วค่ะ สลดลงๆทุกวันเลย อยากมีความรัก อยากมีความสุข

แล้วทำไมไม่ค้นหาคนที่เขารักหนูล่ะคะ
ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีความสุขในโลกใบเดียวกันนี้นะคะ
แต่ไม่มีใครสามารถหาคนที่เขารักหนูได้ นอกจากหนูจะเป็นคนหาเอง

ไม่มีใครตำหนิคนที่มีชีวิตสมรสที่ผิดหวัง แล้วไปตั้งต้นใหม่หรอกนะคะ

ไม่ใช่หนูคนเดียวที่สามีบอกว่าไม่สวย อ้วน
หญิงป้าก็เคยเจอมาค่ะ เขาบอกว่าแฟนเก่าของเขาสวย หุ่นดี ฉลาด
หญิงป้าไม่ฟังเกินสามครั้ง จากนั้นก็ฟ้องหย่า ให้เหตุผลว่า
เพื่อคุณจะได้ไปเจอผู้หญิงที่สวย หุ่นดี และฉลาดกว่าฉัน...

แล้วจากนั้นหญิงป้าก็อยู่คนเดียวมาเกือบสิบปี เลี้ยงลูกอย่างตั้งใจ
แล้วก็มีคนที่รักหญิงป้าจริงๆ แม้ว่าหญิงป้าจะเคยปฏิเสธเขามาก่อน เขาก็ยังตั้งใจรักอยู่

ไม่มีใครให้ความสุขแก่หัวใจของเราได้ นอกจากตัวเราเองนะคะ

<span style='color:blue'>พี่หญิงป้าพูดดีมากๆเลยค่ะ ทำไมไม่ค้นหาคนที่เค้ารักเรา

แต่เอ จะเริ่มออกตามหาอย่างไรดีล่ะค่ะ อิอิ มีเพื่อนๆพี่ๆคนไหนรู้จักคนนั้นบ้างมั้ยคะ แฮะๆแอบโปรยหินถามทางซะงั้นเลย</span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
futuremaman
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 256
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ธ.ค. 20, 2007 11:09 am
ที่อยู่: เบลเยียม บรัสเซลล์

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » อังคาร มี.ค. 01, 2011 8:36 pm

futuremaman เขียน: <span style='color:blue'>พี่หญิงป้าพูดดีมากๆเลยค่ะ ทำไมไม่ค้นหาคนที่เค้ารักเรา

แต่เอ จะเริ่มออกตามหาอย่างไรดีล่ะค่ะ อิอิ มีเพื่อนๆพี่ๆคนไหนรู้จักคนนั้นบ้างมั้ยคะ แฮะๆแอบโปรยหินถามทางซะงั้นเลย</span>

คนที่เขารักลูกของหนู คือคนที่สามารถทำให้หนูมีความสุข
ความสุขของคนเป็นแม่ คือการที่ลูกไม่มีทุกข์ทางกายและจิตใจ

ไม่มีใครหาให้หนูได้ เพราะหัวใจของคนแต่ละคนมีความต้องการไม่เท่ากัน
หนูต้องให้เวลาตัวเอง และเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องพึ่งใคร แม้แต่ผู้นั้นจะเป็นสามี
หากวันนี้ยังต้องพึ่งเขา เราต้องพยายามพึ่งตัวเองให้เร็วที่สุด
วันนั้นหนูจะไม่เหงา ไม่ว้าเหว่ ไม่โหยหาในความรัก
เพราะหนูมีความมั่นใจในชีวิต และสามารถเป็นหลักให้ลูก...ความทุกข์ที่หนูอยู่ต่างแดนจะน้อยลง
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย modnoi » อังคาร มี.ค. 01, 2011 8:53 pm

แต่ด้วยจิตที่เมตตา เพราะแกรักเรา จึงไม่ทิ้งแก ทนดมไป


สุดยอดแล้วคุณหญิงกีรติ
<span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='font-family:Courier'><b>ฉันไม่ใช่คนสวย... แต่เป็นคนสวยมาก</b></span></span></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
modnoi
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 484
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ต.ค. 07, 2007 8:00 am

โพสต์โดย dora_jam » อังคาร มี.ค. 01, 2011 9:02 pm

หญิงป้า เขียน:
ที่จะเลี่ยงก็คือ...เลี่ยงไม่ดู ไม่ฟัง ไม่ทำ ในสิ่งที่ดู ฟัง ทำแล้วหัวใจทุรนทุรายค่ะ

<span style='color:blue'>อันนี้กำลังพยายามทำอยู่ค่ะ บางอย่างก็ได้บางอย่างก็ไม่ได้คะหญิงป้า
ทำเท่าที่เราทำได้ แล้วก็ทำให้ดีที่สุดใช่ไหมค่ะอิอิ

มาเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนนะคะ รวมทั้งตัวเองด้วยค่ะ</span>
<span style='color:blue'>เนโอลูกแม่แจ่มคร้าบผม</span><br><img src='http://i84.photobucket.com/albums/k20/dora_jam/ding8.gif' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
dora_jam
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 537
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ก.ย. 21, 2006 9:58 am

โพสต์โดย prettypass2000 » อังคาร มี.ค. 01, 2011 11:55 pm

มดอยู่ที่นี่ก็สบายดีนะคะแต่มีบ้างทีจะเหงาเพราะคิดถึงครอบครัวที่เมืองไทย แต่จะเป็นแบบประเดี๋ยวประด๋าวน่ะค่ะ อยู่เมืองนอกก็สะดวกสบายดีในแง่ที่ว่าต่างคนต่างอยู่ และมีไดร๊ฟ์ทรูซึ่งอันนี้ชอบมาก อิอิอิ แต่ไม่สนุกตรงที่หาอาหารไทยแบบรสไทยแท้ๆยากมาก ทำกินเองก็แค่พอกินได้เท่านั้น เวลาเปิดดูรูปอาหารไทยทีไรก็เกิดอาการน้ำลายฟูมปากได้ค่ะ อิอิอิ พี่เบลสบายดีนะคะ
<img src='http://i134.photobucket.com/albums/q90/prettypass2000/180032_160763360641641_100001239355999_351328_6246049_n-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
prettypass2000
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2049
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 23, 2006 3:22 am

โพสต์โดย Inlove » พุธ มี.ค. 02, 2011 1:16 am

แจมมั่ง เข้าใจทีคุณพูดมาทั้งหมดเลยคะ แบบว่าเบื่อๆอยากๆ เบื่ออะไรที่มันสุดโต่งเช่นอากาศโคตรของความหนาว เบื่อความร่ำรวยของคนที่นี่ที่รวยก็โคตรรวย ที่จนก็โคตรจะจนตายข้างทางยังไม่มีคนรู้เลยว่าตายเซ็งเป็ด เบื่อหญิงที่นี่ที่เวลาทำสวยแล้วพูดเสียงปรี๊ดแตกคิดว่าแหกนรกมาเกิดทั้งที่หน้าตาก็สวยหุ่นสะบึม เห็นแล้วอยากทุ่มดัมเบลลงหัวซักสองเวลาหลังอาหารคะ เบื่อสารพัดที่ต้องจ่าย.....เงินดอลล่าก็งั้นๆถ้าจ่ายสากระเบือยันเรือรบเฮ้ย...ตูกลับไปดำนา ปลูกผัก เลี้ยงปลา ที่ทุ่งนาท้ายบ้านดีกว่ากันเยอะเลย...ขอบ่นด้วยคนแต่ก็ทนอยู่ต่อไปฮ่าๆๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Inlove
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 41
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 12:31 am

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน