ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ประสบการณ์สัมผัสที่หก (ห้า)

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย PHAN » ศุกร์ มี.ค. 25, 2011 3:30 pm

เข้ามายกรักแร้หอม ๆ ตามอ่านเช่นกันคะ ตอนนี้ส่งลูกสาวไปเรียน แล้วต่อด้วยฟิสเนส เหนื่อยพอควรออกกำลังกายตอนเช้า ก่อนไปทำงาน ติดตามอ่านตลอดคะ
<img src='http://i.imgur.com/DNncB.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br><br><a href='http://olddreamz.com/bookshelf/properties/propcon2.html' target='_blank'>พูดดี ทำดี คิดดี</a><br><br><a href='http://www.consumerthai.org/main/index.php' target='_blank'><span style='font-size:10pt;line-height:100%'>มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค</span></a><br><br><a href='http://dodee2011.blogspot.com/' target='_blank'>เคล็ดลับในครัว</a>
ภาพประจำตัวสมาชิก
PHAN
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1485
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. พ.ค. 07, 2009 6:54 am

โพสต์โดย tAd natchadapOrn » ศุกร์ มี.ค. 25, 2011 4:40 pm

อืม กลิ่นมาดามหอมชื่นใจ.....ไม่รู้รักแร้ป้าติ๋ม รึว่าน้องปาน กันแน่
<span style='color:gray'><i><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>วาง&deg;&deg;&deg;เบา&deg;&deg;&deg;ว่าง</span></i></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
tAd natchadapOrn
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 516
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ มิ.ย. 08, 2009 6:31 pm

โพสต์โดย มะเหมี่ยว » ศุกร์ มี.ค. 25, 2011 11:25 pm

ป้าติ๋ม เขียน:
สาวน้อยในเทือกเขาร็อคกี้ เขียน: :) บางคนก็ไม่สวดเลย อย่างที่บ้านแม่ไม่เคยสวดมนต์เลยค่ะ แป๋วบอกให้ลองสวดบ้างจะดี แต่แม่เค้าบอกทำไม่ได้เพราะจิตใจไม่สงบ เค้ามีโรคประจำตัวเยอะมากค่ะ ต้องทานยาตลอดชีวิตมาหลายสิบปีแล้ว แม่เค้าก็ทำบุญตักบาตรรรรฟังธรรมนะคะ แต่ทำไมไม่พยายามที่จะสวดมนต์ก่อนนอนก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จิตใจก็ไม่สงบจริงๆ เพราะโรคประจำตัว

หวัดดีจ๊ะสาวน้อยแห่งเทือกเขาร็อกกี้(:
เมื่อก่อนคุณแม่ป้าติ๋มก็เป็นค่ะ ไม่ยอมไปวัด แต่ทำอาหารให้พ่อไปใส่บาตรรรหน้าบ้าน
หรือทำบุญที่วัด มาพักหลังใช้กุศโลบายในเรื่องสวดมนต์คือ นิทานธรรมะ แบบไม่หวังผล
แต่ได้ผล ที่ป้าติ๋มเลือกนิทานหรือเรื่องเล่าก็จะเลือกเอาหลวงพ่อที่แม่รู้จักคือเป็นพระ
ที่มีพื้นเพเป็นคนภาคกลางคือหลวงพ่อจรัญ สิงห์บุรี คุณแม่เป็นคนอ่างทอง พอเราถามแม่ก็จะเล่าอดีตสมัยเป็นสาวไปค้าขาย ไปเที่ยวไปงานบุญวัดน่ะค่ะ ก็เอามาเล่า ถามแม่วันนี้อยากฟังไหม ถ้าแม่อยากฟังเราก็อ่านหนังสือ อ่านเรื่องเล่า จนในที่สุด บอกว่าเนี่ยหลวงพ่อบอกใครสวดบทอิติปิโสฯ เนี่ยจะนอนหลับสบาย ลูกเต้าได้บุญด้วย แม่รักใครห่วงใครแม่ก็สวดให้เลย
ได้ผลค่ะ ตั้งแต่คราวนั้นจนบัดนี้คุณแม่ป้าติ๋มจะสวดมนต์ มากกว่าป้าติ๋มแล้ว..ลองดูนะ
ที่สำคัญเขาบอกว่า ผู้ใดก็ตามชักพาชักชวนให้ผู้อื่นสวดมนต์ไหว้พระ คนนั้นได้อานิสงส์แห่งการให้ธรรมะได้บุญมากจ๊ะ เพราะนอกจากธรรมะโดยการสวดมนต์ เป็นการทำให้คนแก่ คนป่วยไม่คิดมากฟุ้งซ่านแล้ว ธรรมะสามารถรักษาโรคได้ ฮันนี้หากอยากรู้ต้องคุยกันนานหรือกลับเข้าไปอ่านกระทู้สัมผัสที่หก เวอร์ชั่น 1-4 จ้า...ธรรมะสวัสดีค่ะ

<span style='color:green'>ทำนองเดียวกันเลยค่ะป้าติ๋ม เหมี่ยวใช้วิธีชี้ให้เห็นผลของกรรม...
พ่อแม่ของเหมี่ยวไม่สวดมนต์ ...พอถึงเวลาเหมี่ยวก็ทำของเหมี่ยว
พ่อแม่นั่งน้ำตาไหลฟังลูกสวดธัมจักรฯอยู่ข้างล่าง...เหมี่ยวบอกท่านทั้งสองเสมอว่า...
ในชีวิตนี้ไม่เคยอยากได้อะไรจากท่าน สมบัติอะไรก็ไม่อยากได้...ต้องการเพียงอย่างเดียวคือให้พ่อแม่บรรลุธรรม
จัดแจงให้แม่ไปบวช แม่ติดใจ มีความสุขกลับมา ทุกวันนี้แม่ชอบฟังธรรมะที่สุด ส่วนพ่อชอบให้ลูกเล่าตอนเจ้าชายสิทธัตถะออกผนวชให้ฟัง...
พอเล่าถึงตอนพระพุทธองค์ เทศน์นาให้ปัญจวัคคีย์ทั้ง๕ฟังที่ไร พอหลับปุ๋ยทุกที

เคยถามพ่อว่าพ่อชอบใครที่สุด พ่อตอบทุกครั้งว่า ชอบพระอานนท์ อิอิอิ เป็นไรไม่รู้พระอานนท์อยู่ในหัวพ่อตลอด..
...พ่อนะพ่อ ถ้าชอบพระอรหันต์อานนท์ ต้องตามท่านให้ทัน ที่สำคัญต้องหันมาใช้วาจาไพเราะห้ามด่าแม่ด่าลูก และห้ามด่าหลาน พ่อขำกร๊ากเลย เถียงลูกไม่ออก อิอิ</span>
<span style='color:gray'>"A person who lives right, and is right, has more power in their silence than another has by words."</span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
มะเหมี่ยว
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 967
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ เม.ย. 08, 2007 3:59 pm

โพสต์โดย สาวน้อยในเทือกเขาร็อคกี้ » เสาร์ มี.ค. 26, 2011 11:25 pm

ขอบคุณค่ะป้าติ๋ม เดี๋ยวจะลองพูดกับแม่อีกทีว่าให้สวดมนต์ก่อนนอนบ้าง เห็นเค้าก็อ่านหนังสือธรรมมะเหมือนกันค่ะ แต่ทำไมไม่พยายามที่จะสวดมนต์ก็ไม่รู้
<a href='http://rockiesgirl.blogspot.com/' target='_blank'>พาเที่ยว พาชิม By Rockies Girl</a><br>
ภาพประจำตัวสมาชิก
สาวน้อยในเทือกเขาร็อคกี้
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 475
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 20, 2006 8:11 am

โพสต์โดย pimlapas » อาทิตย์ มี.ค. 27, 2011 12:06 am

ธรรมะสวัสดีจ้า

คิดถึงทุกๆ ท่านนะคะ แต่ด้วยภาระหน้าที่ต้องไปดูแลพ่อปู่อีกแล้วค่ะ แต่ยังไม่ลืมสวดมนต์ถึงกัลญาณมิตรทุกท่านในกระทู้นี้ และมิตรในที่ต่างๆ ขอให้มีความสุข ความเจริญกันถ้วนทั่วนะคะ
<a href='http://www.freewebs.com/pimlapas/' target='_blank'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>หิวๆเชิญแวะ ร้านน้ำพริก มีบริการส่งความสุขให้ครอบครัวที่เืมืองไทยในทุกเทศกาล และรับฝากซื้อของส่งจากไทยไปทั่วโลก คลิ๊กเลยจ้า</span> </a><img src='http://i131.photobucket.com/albums/p301/pimmybraz/smjk.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
pimlapas
แม่ไข่นกกระทา พ่อไข่จะละเม็ด
 
โพสต์: 3740
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ม.ค. 15, 2006 1:46 pm

โพสต์โดย Puimek » อาทิตย์ มี.ค. 27, 2011 1:39 am

สาวน้อยในเทือกเขาร็อคกี้ เขียน: ขอบคุณค่ะป้าติ๋ม เดี๋ยวจะลองพูดกับแม่อีกทีว่าให้สวดมนต์ก่อนนอนบ้าง เห็นเค้าก็อ่านหนังสือธรรมมะเหมือนกันค่ะ แต่ทำไมไม่พยายามที่จะสวดมนต์ก็ไม่รู้

ปัญหาเดียวกัน พ่อพี่ก็ไม่ยอมสวดมนต์ ไม่อ่านหนังสือธรรมะด้วย
แต่อ่านพุทธประวัติแตกฉาน คุยได้เป็นฉากๆ... และวิเคราะห์ลักษณะปรัชญา
พ่อบอกไม่ต้องสวดมนต์ก็ได้ เพราะความดีอยู่ที่ใจ ทำตัวเป็นคนดีก็พอ

ไม่รู้จะเอาอะไรไปจูงใจเค้า คนอย่างพ่อจูงใจยากมากค่ะ
ใครมีเทคนิคหลอกผู้ใหญ่ให้ได้ดี ช่วยบอกกันมั่งนะคะ

ปล. ตอนนี้ทำให้พี่สาวมาสวดมนต์ได้แล้ว ดีใจมากเลย
พี่สาวก็คล้ายพ่อ เป็นคนดีใจบุญ มีเมตตา ช่วยเหลือคนมาทั้งชีวิต
แต่ไม่ยอมสวดมนต์ เพราะเธอบอกว่าอยู่ที่ใจ... ตอนนี้ยอมแล้ว
เพราะเธอมีปัญหาชีวิต... เธอสวดแล้วจิตสงบ สบายใจ
สตินิ่ง แก้ปัญหาชีวิตได้ดีมากค่ะ แต่พ่อนี่สิ ทำไงดีน้อ
<img src='http://i862.photobucket.com/albums/ab189/puimek09/robert%20redford/ottawa-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
Puimek
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2117
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 06, 2009 8:14 pm

โพสต์โดย ป้าติ๋ม » อาทิตย์ มี.ค. 27, 2011 2:55 am

Puimek เขียน:
สาวน้อยในเทือกเขาร็อคกี้ เขียน: ขอบคุณค่ะป้าติ๋ม เดี๋ยวจะลองพูดกับแม่อีกทีว่าให้สวดมนต์ก่อนนอนบ้าง  เห็นเค้าก็อ่านหนังสือธรรมมะเหมือนกันค่ะ แต่ทำไมไม่พยายามที่จะสวดมนต์ก็ไม่รู้

ปัญหาเดียวกัน พ่อพี่ก็ไม่ยอมสวดมนต์ ไม่อ่านหนังสือธรรมะด้วย
แต่อ่านพุทธประวัติแตกฉาน คุยได้เป็นฉากๆ... และวิเคราะห์ลักษณะปรัชญา
พ่อบอกไม่ต้องสวดมนต์ก็ได้ เพราะความดีอยู่ที่ใจ ทำตัวเป็นคนดีก็พอ

ไม่รู้จะเอาอะไรไปจูงใจเค้า คนอย่างพ่อจูงใจยากมากค่ะ
ใครมีเทคนิคหลอกผู้ใหญ่ให้ได้ดี ช่วยบอกกันมั่งนะคะ

ปล. ตอนนี้ทำให้พี่สาวมาสวดมนต์ได้แล้ว ดีใจมากเลย
พี่สาวก็คล้ายพ่อ เป็นคนดีใจบุญ มีเมตตา ช่วยเหลือคนมาทั้งชีวิต
แต่ไม่ยอมสวดมนต์ เพราะเธอบอกว่าอยู่ที่ใจ... ตอนนี้ยอมแล้ว
เพราะเธอมีปัญหาชีวิต... เธอสวดแล้วจิตสงบ สบายใจ
สตินิ่ง แก้ปัญหาชีวิตได้ดีมากค่ะ แต่พ่อนี่สิ ทำไงดีน้อ


ป้าติ๋มใช้ไม้เด็ดค่ะ ตีลูกอ้อนเพราะพ่อแม่มองเราก็ว่าเราเป็นเด็กวันยังค่ำ
ป้าติ๋มอ้อนว่า แม่รักติ๋มไหม เนี่ยยังไม่รวยเลย แล้วถ้าไม่รวยจะมีเวลามาดูแลพ่อแม่ได้ไงยังต้องทำงาน แม่สวดมนต์หน่อยซิ หลวงพ่อจรัลบอกว่าพ่อแม่สวดมนต์แล้วแผ่กุศลมาที่ลูกอ่ะ ลูกก็อยู่ดีมีสุข แม่สวดแล้วบอกให้หนูรวยๆสวยๆและโชคดีนะแม่....
ตั้งแต่นั่นแกกลัวป้าติ๋มจะไม่รวยไม่สวยไงแกก็สวดมนต์ เมื่อวานบอกแม่ออกเสียงดังๆด้วยซี
เจ้าบ้านเจ้าเรือนเขาก็ได้ด้วยนะ เขามีสุขเขาก็คุ้มคองเราให้มีสุข ตอนนี้แม่ป้าติ๋มสวดมนต์เสียงดังเลย ฮ่าาาาาาา แต่เรื่องรวยเรื่องสวยเป็นเรื่องของบุญทำกรรมแต่งของเรา สิ่งที่เราได้เมื่อพ่อแม่สวดมนต์คือ เขานอนหลับได้ดีขึ้น โรคภัยไข้เจ็บลดลง คุณพ่อความดันลดลงจนเป็นปรกติ
คุณแม่มีอาการคลายกังวลห่วงลูกคนนั้นห่วงลูกคนนี้ลดลงและนอนหลับได้ยาวขึ้นค่ะ...
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าติ๋ม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 282
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 21, 2010 4:26 pm

โพสต์โดย หนูป้อม » อาทิตย์ มี.ค. 27, 2011 4:03 am

พอดีว่าท่องเว็บไปเรื่อย เจอเว็บนี้เขามีเรื่องของการมาเกิด .....

เลยเอามาฝากอ่านกัน เชื่อหรือไม่ก็ตาม
หรือจะไม่ตรงตามกลุ่มที่เกิดมาเพื่อสร้างบารมี ก็ตาม
เราเกิดมาแล้วก็สร้างบารมี เพิ่มได้ อย่าได้เสียกำลังใจกันนะคะ
ที่เอามาฝากนี่เพื่อว่า จะได้สนใจปฏิบัติธรรม
ปฎิบัติธรรมเองเพื่อว่าจะได้รู้เอง ไงคะ

<span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:orange'>ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ







<span style='font-size:16pt;line-height:100%'><span style='color:blue'>ดวงคนที่เกิดมาสร้างบารมี

<span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:gray'>อันที่จริงคนเราทุกคนที่มีโอกาสเกิดมาเป็นคนก็ต้อง
สร้างบารมีทุกคน จะมากบ้างน้อยบ้างก็สุด
แล้วแต่กิเลสและความหลงในใจคนมีมากแค่ไหน


แต่มีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่เกิดใน วัน เดือน ปีดังต่อไปนี้
คือผู้ที่มาสร้างบารมีโดยตรง
คนที่เกิดวัน เดือนปี ที่จะบอกนี้

มาเกิดในชาตินี้ เพื่อ จุดหมาย 3 ประการ อย่างใดอย่างหนึ่ง
คือ

1 ในชาติที่แล้วตัวเองเกิดบนสวรรค์และอยู่สุขสบายด้วยว่า
สวรรค์นั้นมีแต่สิ่งรื่นเริงบันเทิงใจ จนตัวเองลิมไปเลยว่า
ความทุกข์นั้นเป็นยังไง

และอยากจะมาเกิดบนโลกเพื่อจะลิ้มลองรสชาติความทุกข์ดูบ้าง

เปรียบเทียบเหมือนตัวเองเป็นลุกเศรษฐี ชีวิตมีแต่ความสุขสบาย
อยากได้อะไรมีคนรับใช้หามาให้ ชีวิตไม่ได้รับความลำบากเลย
แต่วันหนึ่งได้ไปเปิดดูทีวี เห็นชาวบ้าในถิ่นธุรกันดาร ต้องทำงานเหน้ดเหนื่อย
ทำไร่ไถนา ตัวเองก็อยากรู้ว่า ชีวิตแบบนั้นเป็นยังไง จึงอยากไปมีประสบการณ์แบบนั้นบ้าง
รู้สึกว่าน่าสนุกดี จึงออกไปใช้ชีวิตแบบนั้น จนได้เรียนรู้ว่าเป็นแบบไหน แล้วค่อยกลับบ้าน

2 เกิดมาเพื่อสร้างบุญบารมี เก็บกักตุนไว้ เพื่อต่อยอดอายุตัวเอง
เผื่อว่า หากอยู่บนสรรค์ต่อไป ไม่ลงมาสร้างบุญในโลกซึ่งสร้างง่ายกว่าอยู่บนโน้น
ถึงคราวหมดบุญจริงๆ อาจต้องไปลงอบายหรือไม่ก็ต้องมาเกิดในยุคที่สังคมเสื่อมทราม
หรือ ยุคมิคสัญญ๊ ยากแก่การก่อบุญได้

ดังน้นพวกเขาเหล่านี้จึงอธิษฐานมาขอเกิดในโลกนี้

3 ได้รับโองการจากเทพเบื้องบนให้มา
ทำหน้าที่ทางธรรม หรือทางจิตวิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อช่วยเหลือผู้คน
และอาจได้รับคุณวิเศษ ต่างๆติดตัวมาด้วย เป็นเครื่องมือทำงานให้เบิ้องบน
เช่น อาจมีญาณหยั่งรู้ กรรมของคน เพื่อช่วยเหลือคนให้พันทุกข์ หรือ
เป็นตัวกลางในการติดต่อเทพเบื้องบนให้มาป่าวประกาศโองการสวรรค์หรือสิ่งที่จะเกิดกับ
โลกมนุษย์ หรือ มีพรสวรรค์ในการคิดค้นในศาสตร์ต่างๆเพื่อช่วยเหลือคน
เช่นเป็นนักวิทยาศาสตร์คิดค้น ยารักษาโรคใหม่


ซึ่งคนที่ต้องมาสร้างบุญเหล่านี้ทั้ง 3 กรณีนี้ จะต้องพบกับความทุกข์ใจมากมาย
ได้รับความกดดัน
ไม่เหมือนคนปรกติ และที่สำคัญ พวกเขาจะสนใจในหลักธรรมะ
เป็นอย่างยิ่งไม่ว่าจะเริ่มสนใจตั้งแต่เด็ก หรือ มาสนใจตอนโตแล้ว
ต่างกรรมต่างวาระกันไป

แต่เมื่อเขาเข้าหาธรรม เขาจะรู้จักตัวเองจากส่วนลึกในจิตใจ
และตระหนึกว่าตัวเองคือคนที่ต้องมาสร้างบุญบารมี โดยไม่ต้องมีใครบอกเลย
เพราะสัญญาเก่าตอนเป็นเทวดา นางฟ้า ย้ำเตือนเสมอ แต่แรกๆอาจไม่แน่ใจ
เพราะยังลังเลด้วยจิตปัจจุบันชาติ แต่ด้วยต้องเจอวิบากกรรมเก่าตามรุมเร้า
เหมือนเร่งให้ตัวองมาเข้าสู่ทางธรรมะให้ได้

และที่สำคัญอีกประการ

คนเหล่านี้ จะไม่มีใครทำอันตรายได้เลย !

เพราะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่เบื้องหลัง หากถึงคราวเคราะห์หามยามร้าย
จะรอดพ้นอย่างหวุดหวิดทุกครั้ง

และใครที่คิดร้ายต่อคนเหล่านี้จะต้องมีอันเป็นไป !!

(สิ่งที่ผมโพสนี้ ขอให้ใช้วิจารณญาณด้วยนะครับ เป็นเพียงแค่ personal opinion)

เอาหละ ก็มาถึงคราวลุ้นกันว่า ใครจะโดนแจ๊กพอต


คนที่ต้องเกิดมาสร้างบุญบารมีในชาตินี้จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มที่1 คือ ดูจากเดือน และ ปีเกิด

กลุ่มที่2 คือ ดูจาก วัน และ ปีเกิด


เอาจากกลุ่มที่ 1 ก่อน

คนที่เกิดมาเพื่อสร้างบารมีในชาตินี้คือ

คนที่เกิด เดือน และ ปี ดังต่อไปนี้

1 เกิดเดือนมีนาคม ปี ฉลู

2 เกิดเดือนเมษา ปี ขาล

3 เกิดเดือนพฤษภา ปี เถาะ

4 เกิดเดือน มิถุนา ปี มะโรง

5 เกิดเดือนกรกฎา ปี มะเส็ง

6 เกิดเดือนสิงหา ปี มะเมีย

7 เกิดเดือนกันยา ปี มะแม

8 เกิดเดือน ตุลา ปี วอก

9 เกิดเดือน พฤศจิกา ปี ระกา

10 เกิดเดือน ธันวา ปี จอ

11 เกิดเดือนมกรา ปี กุน

......
กลุ่มที่ 2 คือคนที่ เกิด วัน และ ปี ดังนี้

1 เกิดวันอาทิตย์ ปี ฉลู หรือ ปีวอก

2 เกิดวันจันทร์ ปี ขาล หรือ ปี ระกา

3 เกิดวันอังคาร ปี เถาะ หรือ ปี จอ

4 เกิดวันพุธ ปี มะโรง หรือ ปี กุน

5 เกิดวันพฤหัส ปี มะเส็ง

6 เกิดวันศุกร์ ปี มะเมีย

7 เกิดวันเสาร์ ปี มะแม หรือ ปี ชวด


โดยกลุ่มที่ 1 จะเกิดศรัทธาในทางธรรมได้ง่ายกว่า กลุ่มที่ 2
กลุ่มที่ 2 ต้องเจออะไรหนักๆ หรือ เจออะไรหลอนๆ ก่อนจะเชื่อในธรรมะ

คน 2 กลุ่มนี้จะสนใจธรรมะ และฝักใฝ่บุญกุศลมาก และหลายคนก็สนใจดูดวง
และสนเรื่องคนมีญาณด้วย และจะก้าวหน้าในการ

<span style='color:blue'>หมายเหตุ วัน เวลา เกิดนี้ นับตามจันทรคติ หรือ เวลาโทยเดิม หรือเวลาโหร คือนับวันใหม่ คือ 6.00 เช้า ไม่ใช่ เที่ยงคืน

<a href='http://www.yantip.com/index.php/component/content/article/48-qq-/216-2010-12-17-17-03-46' target='_blank'>ที่มา</a>

</span></span></span></span></span></span></span>
<img src='http://images.lovelovekitty.multiply.com/image/oRDcKeSOhJP29Y7O0WLamA/photos/1M/300x300/2163/dMy-DocumentsMy-PicturesMiscL8066944-0.jpg?et=86rooCd76XJH4ZwkffO8Qw&nmid=0&nmid=340064964' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
หนูป้อม
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 364
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ต.ค. 27, 2009 1:42 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » อาทิตย์ มี.ค. 27, 2011 6:41 am

หนูป้อม เขียน:


หนูป้อมเอง ก็ฝันเห็นพระ
<span style='color:gray'>(ปล.ป้าติ๋มคะฝันเห็นพระ 1องค์ เดินมากับโยม อีก2คนน่ะค่ะ ลืมบอกไป)
</span>

หนูป้อม ลักษณะนามของพระที่เดินได้ เป็น "รูป"
(พระที่อาพาธต้องนอนพักรักษาตัวก็เป็นรูป(

พระพุทธรูป จึงจะใช้ องค์
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย หนูป้อม » อาทิตย์ มี.ค. 27, 2011 2:31 pm

หญิงป้า เขียน:
หนูป้อม เขียน:


หนูป้อมเอง ก็ฝันเห็นพระ
<span style='color:gray'>(ปล.ป้าติ๋มคะฝันเห็นพระ 1องค์  เดินมากับโยม อีก2คนน่ะค่ะ ลืมบอกไป)
</span>

หนูป้อม ลักษณะนามของพระที่เดินได้ เป็น "รูป"
(พระที่อาพาธต้องนอนพักรักษาตัวก็เป็นรูป(

พระพุทธรูป จึงจะใช้ องค์

ขอบคุณค่ะ ท่าน หญิงป้า
ที่มาแก้คำพิมพ์ผิดของหนูป้อม----ขึ้นไปแก้แล้วค่ะ

ปล.นึกขึ้นมาได้อีก ว่าพอท่านบอกว่าให้ตั้งใจปฏิบัติ ท่านเดินจากไปพร้อมฆราวาส 2คน
ก็มองไปเห็นพระพุทธรูป(พระพุทธชินราช) ด้วย
<img src='http://images.lovelovekitty.multiply.com/image/oRDcKeSOhJP29Y7O0WLamA/photos/1M/300x300/2163/dMy-DocumentsMy-PicturesMiscL8066944-0.jpg?et=86rooCd76XJH4ZwkffO8Qw&nmid=0&nmid=340064964' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
หนูป้อม
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 364
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ต.ค. 27, 2009 1:42 pm

โพสต์โดย มะเหมี่ยว » จันทร์ มี.ค. 28, 2011 8:07 am

Puimek เขียน:
ปัญหาเดียวกัน พ่อพี่ก็ไม่ยอมสวดมนต์ ไม่อ่านหนังสือธรรมะด้วย
แต่อ่านพุทธประวัติแตกฉาน คุยได้เป็นฉากๆ... และวิเคราะห์ลักษณะปรัชญา
พ่อบอกไม่ต้องสวดมนต์ก็ได้ เพราะความดีอยู่ที่ใจ ทำตัวเป็นคนดีก็พอ

ไม่รู้จะเอาอะไรไปจูงใจเค้า คนอย่างพ่อจูงใจยากมากค่ะ
ใครมีเทคนิคหลอกผู้ใหญ่ให้ได้ดี ช่วยบอกกันมั่งนะคะ

ปล. ตอนนี้ทำให้พี่สาวมาสวดมนต์ได้แล้ว ดีใจมากเลย
พี่สาวก็คล้ายพ่อ เป็นคนดีใจบุญ มีเมตตา ช่วยเหลือคนมาทั้งชีวิต
แต่ไม่ยอมสวดมนต์ เพราะเธอบอกว่าอยู่ที่ใจ... ตอนนี้ยอมแล้ว
เพราะเธอมีปัญหาชีวิต... เธอสวดแล้วจิตสงบ สบายใจ
สตินิ่ง แก้ปัญหาชีวิตได้ดีมากค่ะ แต่พ่อนี่สิ ทำไงดีน้อ

<span style='color:teal'>พี่ปุยคะ เหมี่ยวว่า การสวดมนต์เป็นอุบายในทางสร้างกุศลที่ทำได้ง่ายทางวาจา กาย หรือไปถึงใจ(หากจิตเข้าใจถึงบทที่สวด)

บางคนที่มีจิตใจไฝ่ไปทางประกอบกรรมดีอยู่แล้วมาตั้งแต่เกิด...การที่ไม่สวดมนต์ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สามารถเข้าถึงธรรมได้
คนบางคนอาจเข้าถึงธรรมได้อย่างลึกซึ้งได้ด้วยตัวเอง หรือเพียงแค่ครูอาจารย์สะกิดเพียงนิดในทางธรรม เขาก็สามารถแทงทะลุตลอดไนยะได้หลายไนยะ
การสวดมนต์ในความคิดของเหมี่ยวเป็นการน้อมจิตไปเพื่อความสงบทางใจ ให้เกิดสมาธิตั้งมั่นในบทสวด หรือสำหรับผู้ที่เสพธรรมจนสามารถเข้าถึงธรรมได้อย่างลึกซึ้ง การสวดมนต์ก็เป็นการสร้างกุศลน้อมไปทางเกิดปัญญาโดยง่าย

เหตุผลที่เหมี่ยวอยากให้พ่อแม่หันมาสวดมนต์ จนไปถึงการเป็นผู้มีศีลรักในการปฏิบัติธรรมเพราะเห็นว่าท่านทั้งสองมีทุนมาน้อย
และการสวดมนต์เป็นการสร้างกุศลที่ทำได้ง่าย ได้ทุกเวลาที่อยากทำ
มีเจตนาอยากให้ท่านทั้งสองใช้เวลาที่เหลืออยู่สะสมทุนไว้ก่อนที่จะละสังขารไป
ในภพหน้าท่านทั้งสองจะได้เข้าถึงธรรมได้ง่าย แล้วทำต่อไปให้สั้นให้เต็ม และไม่ต้องลำบากเหมือนชาติภพปัจจุบัน

สำหรับปราชญ์อย่างคุณพ่อพี่ปุย เหมี่ยวว่า...ท่านจะทำของท่านเองค่ะ...</span>
<span style='color:gray'>"A person who lives right, and is right, has more power in their silence than another has by words."</span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
มะเหมี่ยว
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 967
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ เม.ย. 08, 2007 3:59 pm

โพสต์โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก » จันทร์ มี.ค. 28, 2011 6:30 pm

การสวดมนต์เป็นการเริ่มต้นของความสงบทางใจ ด้วยการมุ่งทำสมาธิอยู่ที่บทสวด
เมื่่อใจเกิดสมาธิ ความสงบทางใจมีมา ปัญญาก็จะเกิด
ความว่างเปล่าของจิตที่เกิดสมาธิ เมื่อปัญญาเข้ามาส่ง ความสว่างก็จะผ่านเข้ามา
ทำให้สามารถมองเห็น แยกแยะ สิ่งที่เป็นกุศล สิ่งที่เป็นอบาย ได้ง่ายขึ้น

บทสวดมนต์จะทำให้หัวใจคนสวดอ่อนโยน
และหากได้รับทราบถึงความหมายของบทสวด
ก็จะทำให้จิตของผู้สวด ผ่องแผ้วมากขึ้น

ในขณะสวด ผู้สวดก็สามารถชำระล้างความขุ่นข้องหมองใจที่มีอยู่ได้
สังเกตให้ดีๆ บางครั้งเรากำลังไม่พอใจอะไร
หากเราได้ยินเสียงบทสวดมนต์ ความไม่พอใจก็จะถูกทำลายโดยง่าย

บางคนคิดว่าการปฏิบัติธรรมคือการเข้าวัด การไปถือศีลที่วัด การไปอยู่ป่าถือวิเวก
จริงแล้ว ทุกคนสามารถปฏิบัติธรรมได้ทุกสถานที่
สมาธิ สามารถทำได้ทุกที่ ห้านาที สิบนาที่ บางครั้งเรานั่งอยู่บนม้านั่งที่ป้ายรถเมล
เราก็สามารถทำสมาธิได้ ไม่จำเป็นต้องขัดสมาธิ หลับตา ภาวนายุบหนอ พองหนอ
แต่ละคน มีวิธีการทำสมาธิแตกต่างกันไป

ผู้ที่ไม่เคยสวดมนต์ ก็อย่าคิดว่า ต้องมากางพระไตรปิฎกสวด
หากมีเวลานิดหน่อย เพียงแค่ พุทธัง วันทามิ ธัมมัง วันทามิ สังฆัง วันทามิ
แค่บูชารัตนตรัยแค่นี้ ก็ถือว่า ได้สร้างกุศล ในช่วงนั้น
หากมีเวลามาก อยากจะสวดมาก ก็หามาสวดให้มากขึ้น กุศลก็จะมีมากขึ้น
ยิ่งได้แผ่เมตตาให้คนอื่น ก็ยิ่งมีกุศล

หญิงป้าเคยเล่าให้ฟังหลายครั้งว่าสวดมนต์แล้วทำให้เราเป็นคนใจดี
ออกจากบ้าน ไปทำงาน ขับรถไปเจอเด็กๆขี่จักรยาน รอจะข้ามไปอีกฝั่ง หญิงป้าก็หยุดให้
รถบางคัน รอเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เรามาทางตรง พอหยุดให้เขาไปก่อน เพื่อความสะดวก
ปลอดภัยสำหรับทุกฝ่าย หญิงป้าก็หยุดให้
หยุดแล้ว ถูกคนขับรถคันหลังบีบแตร แผดก้องใส่
หญิงป้าก็ไม่หันไปเหลือกตาใส่เขา
เพราะว่าเราเพิ่งทำความดี จะไปสร้างโมหะให้มาลบล้างกุศลไปทำไม
คิดไปเสียว่า อย่างน้อยคนขับรถคันหลังก็รู้ว่าแตรของแกยังไม่บอด
เผื่อต้องกดขอสัญญาณช่วยเหลือจริงๆ แตรจะได้ทำงานสะดวก

เห็นหรือยังว่าการสวดมนต์นั้น สามารถสร้างคนให้เป็นมนุษย์ได้
คุณหญิงป้า...นางเอกลิเกเก่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2048
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 7:11 pm

โพสต์โดย สาวน้อยในเทือกเขาร็อคกี้ » จันทร์ มี.ค. 28, 2011 10:59 pm

อ่านเรื่องที่คุณหนูป้อมเอามาลงก็น่าสนใจดี ถ้าเป็นดังนั้น น้องชายกับแม่ก็อยู่ในกลุ่มที่ 1 ส่วนตัวเองอยู่ในกลุ่มที่ 2

แม่ของแป๋วก็คงเหมือนพ่อของพี่ปุยที่ชักชวนให้สวดมนต์ก่อนนอนยาก แต่เค้าก็เป็นคนธรรมะธรรมโมเหมือนกันค่ะเพียงแต่ไม่ค่อยสวดมนต์ แต่สุขภาพแม่ก็ไม่อำนวยเท่าไหร่ด้วยค่ะ เรียกว่ามีอุปสรรค บางทีก็มีเสมหะตลอดเวลา นอนไม่ค่อยหลับ ทำให้จิตใจไม่สงบสุข แต่หลังๆ เห็นดีขึ้น

ตอนกลับไทยก็ได้ชักชวนไปทำบุญตักบาตรรเหมือนกันค่ะ ทำให้จิตใจทุกคนแจ่มใสขึ้น

พยายามจะสวดมนต์แบบยาวๆ ให้บ่อยๆ เพราะจะได้ทำให้จิตใจสงบและอ่อนโยนเหมือนอย่างที่หญิงป้าบอก โดยเฉพาะเวลาอยู่ในรถตามท้องถนนจะอารมณ์เสียง่ายเพราะเป็นคนอารมณ์ร้อนเป็นบางครั้ง
<a href='http://rockiesgirl.blogspot.com/' target='_blank'>พาเที่ยว พาชิม By Rockies Girl</a><br>
ภาพประจำตัวสมาชิก
สาวน้อยในเทือกเขาร็อคกี้
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 475
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 20, 2006 8:11 am

โพสต์โดย หนูป้อม » เสาร์ เม.ย. 02, 2011 4:32 am

<a href='http://www.youtube.com/watch?v=war3rJEFLRY&feature=related' target='_blank'>ผลพลอยได้จากการปฏิบัติธรรม </a>

แม่ชีทศพร ที่Switzerland

<a href='http://www.youtube.com/watch?v=2jcmCD5Tabs' target='_blank'>แม่ชีทศพร201- กรรมกับมดกับปวก Switzerland</a>

<a href='http://www.youtube.com/watch?v=mE5QoiOb_60&feature=channel_video_title' target='_blank'>แม่ชีทศพร205- กรรมเสียภาษีไม่ถูกต้อง </a>


<a href='http://www.youtube.com/watch?v=DHRK1zzIgGQ&feature=channel_video_title' target='_blank'>แม่ชีทศพร207- อย่าไปคิดแทนเค้า </a>

<a href='http://www.youtube.com/watch?v=v9aMf6qxEGU' target='_blank'>แม่ชีทศพร221- มีกรรมกับเลือดในท้อง </a>

<a href='http://www.youtube.com/watch?v=qSORPKEzLrk&feature=related' target='_blank'>แม่ชีทศพร225- ผลจากการถือสองสันชาติ </a>
<img src='http://images.lovelovekitty.multiply.com/image/oRDcKeSOhJP29Y7O0WLamA/photos/1M/300x300/2163/dMy-DocumentsMy-PicturesMiscL8066944-0.jpg?et=86rooCd76XJH4ZwkffO8Qw&nmid=0&nmid=340064964' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
หนูป้อม
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 364
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ต.ค. 27, 2009 1:42 pm

โพสต์โดย chaba » เสาร์ เม.ย. 02, 2011 3:43 pm

สวัสดีพี่ๆ ทุกท่าน
ชบา เข้ามาแอบอ่านซะเป็นส่วนใหญ่ ได้อ่านอะไรดีๆ เรื่อยๆ ไม่ค่อยได้ตอบ
แต่วันนี้มีเรื่องมาเล่าไม่ใช่สิมีความฝันมาเล่า เพราะเป็นฝันที่นาน
แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองหลับนานมาก คือว่า
ชบาเป็นคนที่ฝันว่าตัวเอาเหาะเหิน ในอากาศได้บ่อยมาก
แล้วเมื่อคืนนี้ฝันว่าเหาะได้อีกคะ เหาะไปไกลมาก ไปหลายที่แล้วก็เหาะได้สูงด้วย
ไปหาทหารที่กำลังรบกัน ไปหาใครก็ไม่รู้ เจอทั้งในป่า ในทะเลา หลายทีจริงๆคะ
ไปหลายทีมากจนคิดว่าเราห่างจากบ้านมานานมากแล้ว กลับดีกว่า
แต่ตอนกลับนะสิคะ เหมือนกับว่ามันเร็วมาก จนทำให้กลัว แล้วในใจคิดถึง
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เพราะทุกครั้งทีชบาตกใจ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็แล้วแต่
สามคำนี้จะออกจากปาก เป็นอย่างแรก แล้วในฝันก็ท่องอยู่อย่างนี้
จนมีการเหาะลงมาช้าลง แล้ว จู่ๆเหมือนกับน้ำรดลงมาตรงที่หัว หัวเปือกไปหมดเลย
ในใจนะตอนนั้นคิดว่า นี่คือน้ำมนต์
พอตื่นมามีความรู้สึกว่าสงสัยวิญญาณเราออกจากร่างหรือเปล่าถ้า
เป็นแบบนี้ หรือเปล่าที่เค้าว่าไหลตาย คงประมาณนี้แน่ๆ เลย
แต่ไม่ทราบหรอกคะว่า จริงๆแล้ว มันแบบไหน เกิดจากอะไร เพราะอะไร
ชบาคิดไปเองคะ เพราะว่าเราตื่นมาเหนื่อยแล้วก็คิดว่าหลับไปนาน
ชบานำมาเล่าสู่กันฟังนะคะ ไม่ทราบว่าใครเคยฝันแบบนี้บ้างคะ


ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรง คะ
<img src='http://i929.photobucket.com/albums/ad139/altenfurt/SDC19976.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
chaba
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 463
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ เม.ย. 24, 2006 1:54 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน